ทำไมฟิลเลอร์สะโพกไม่ได้ดูแค่ราคาต่อ cc รีทัชเปลี่ยนผลลัพธ์อย่างไร อธิบายจากเคสจริงในคลินิก
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เช็กให้ชัวร์ก่อนเสิร์ฟความปัง
Q. ฉีดฟิลเลอร์ก้นเนี่ย เลือกคลินิกที่ราคาต่อ cc ถูกที่สุด คือคุ้มที่สุดแล้วหรือเปล่านะ?
A. เอาจริงๆ หลายคนก็คิดแบบนั้นครับ แต่ต่อให้ฉีดจำนวน cc เท่ากัน ผลลัพธ์สุดท้ายกับงบที่จ่ายจริงอาจจะต่างกันลิบลับ ขึ้นอยู่กับว่าราคานั้นรวมการ "เก็บรายละเอียด (touch-up)" ด้วยหรือยังครับ
Q. แล้วปกติเค้าคิดราคากันยังไงเหรอคะ?
A. พื้นฐานเลยคือคิดราคาต่อ cc ครับ แต่ตอนนี้หลายๆ คลินิกเริ่มหันมาจัดเป็นแพ็กเกจที่รวมการ touch-up 1-2 ครั้งเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งตรงนี้แหละครับที่เป็นจุดพลิกเกมของความคุ้มค่าเลย

ดูคล้ายๆ กันไปหมดใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้วความจริงเรื่องฟิลเลอร์ก้นก็คือ...
การฉีดฟิลเลอร์ก้น คือ
การฉีดสารเติมเต็มในชั้นลึก เพื่อยกกระชับสะโพก, เติมเต็มสะโพกด้านบนที่ตอบ หรือแก้ไขปัญหาขอบสะโพกบุ๋ม (Hip Dips)
โดยใช้ฟิลเลอร์กลุ่ม HA ที่มีความหนืดสูง (High Viscosity) หรือกลุ่ม CaHA ครับ
ซึ่งจะต่างจากการดูดไขมันมาเติมก้น (Fat Grafting) ตรงที่
การฉีดฟิลเลอร์ก้นไม่ได้จบสวยในครั้งเดียวทันที
แต่ส่วนใหญ่จะถูกวางแผนแบบ 2 ขั้นตอน คือ "การฉีดครั้งแรก + การ touch-up" ครับ
โครงสร้างราคาก็เลยสะท้อนตามขั้นตอนนี้เลยครับ
ถ้าเป็นเติมไขมัน จะเป็นราคาจ่ายจบในรอบเดียว
แต่ถ้าเป็นฟิลเลอร์ จะดีไซน์ราคาแบบ
ราคาต่อ cc + ค่าบริการ touch-up แยกต่างหากครับ
ทำไมใช้จำนวน cc เท่ากัน แต่บางคนฟินมาก ขณะที่บางคนต้องกลับมาแก้?
"ราคาฟิลเลอร์ก้นอาจจะคำนวณตามจำนวน cc ก็จริง แต่สิ่งที่จะตัดสินว่าผลลัพธ์จะออกมาสวยเป๊ะสมบูรณ์แบบไหม ก็คือการทำ touch-up ครับ"
— คุณหมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic ฮงแด)
ฟังเรื่องนี้แล้วอาจจะตกใจนิดนึงนะครับ
เมื่อเดือนที่แล้ว มีคนไข้สาวอายุ 31 ปีเข้ามาปรึกษาครับ
เธอเคยฉีดฟิลเลอร์ก้นมาจากคลินิกอื่น 20 cc
แบบฉีดทีเดียวจบเลยในครั้งเดียว
แต่พอผ่านไปประมาณ 3 สัปดาห์ ก้นด้านหนึ่งเริ่มคล้อยลงนิดหน่อย
แถมเห็นเป็นคลื่นๆ แถวๆ สะโพกด้านบนด้วยครับ
เธอบอกว่าตอนนั้นราคาต่อ cc ค่อนข้างถูกเลย
แต่บริการ touch-up เป็นออปชันเสริมที่ต้องจ่ายเพิ่ม
ด้วยความที่ไม่อยากเสียเงินเพิ่ม เลยปล่อยเลยตามเลยครับ

ตรงนี้มีจุดสำคัญที่คุณสาวๆ ต้องรู้ไว้เลยครับ
เนื่องจากก้นเป็นบริเวณที่มีพื้นที่กว้าง
และเป็นจุดที่ต้องรองรับน้ำหนักตัวโดยตรง
ในระหว่างที่ฟิลเลอร์กำลังเซตตัว
ก็อาจจะเกิดความไม่สมมาตรเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นได้ครับ
ดังนั้น ช่วงประมาณ 3-4 สัปดาห์หลังฉีดรอบแรก
ควรกลับมา touch-up เก็บรายละเอียดอีกประมาณ 2-5 cc
เพื่อปรับให้สะโพกสองข้างสมดุลกัน และให้ไลน์สะโพกด้านบน
โค้งมนรับกันสวยพอดีเป๊ะครับ
จากสถิติของ Beautystone พบว่า
เคสที่ปรับรูปหน้า/รูปร่างแล้วฉีดรอบเดียวจบ จะมีฟีดแบ็กประมาณ 60-70% ว่า "ยังมีจุดที่แอบเสียดายอยู่นิดหน่อย"
แต่ในเคสที่มีการรวมการ touch-up ด้วย
ตัวเลขความไม่เป๊ะนี้ลดลงเหลือเพียง 10-20% เท่านั้นเองครับ

เพราะฉะนั้น ต่อให้ราคาต่อ cc จะถูกกว่าไป 5 หมื่นวอน
แต่ถ้าต้องมาจ่ายค่า touch-up แยกอีกครั้งละ 3-5 แสนวอน
รวมๆ แล้วอาจจะแพงกว่าการซื้อแบบแพ็กเกจด้วยซ้ำครับ
แต่ถามว่าทุกคนต้อง touch-up เหมือนกันหมดไหม? ก็ไม่เสมอไปครับ
เพราะสรีระสะโพกซ้ายขวาที่แตกต่างกัน
ความหนาของไขมันใต้ผิวหนัง
รวมถึงมวลกล้ามเนื้อของแต่ละคนไม่เท่ากัน
บางคนที่โครงสร้างเดิมเป๊ะอยู่แล้ว ก็อาจจะแทบไม่ต้อง touch-up เลยครับ
แต่ถ้าเป็นการฉีดครั้งแรกเลย
แนะนำให้เลือกแบบแพ็กเกจที่รวม touch-up ไว้ด้วย
รับรองว่าเซฟและอุ่นใจกว่าเยอะเลยครับ
สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน
เวลาเช็กราคาฟิลเลอร์ก้น ถ้าดูแค่ราคาต่อ cc อย่างเดียว เท่ากับเห็นแค่ครึ่งเดียวนะครับ ต้องเช็กด้วยว่าราคานั้นรวม touch-up หรือยัง แยกจ่ายต่างหากไหม และกำหนดให้ทำภายในระยะเวลาเท่าไหร่ ถึงจะสามารถคำนวณงบรวมที่แท้จริงและคาดหวังผลลัพธ์ที่เป๊ะสุดๆ ได้ครับ
สรุปแล้ว ฉันต้องเตรียมงบสำหรับฟิลเลอร์ก้นประมาณเท่าไหร่ดีครับ?
ลองมาดูตารางสรุปแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับ
ประเภทการรักษา | ปริมาณที่แนะนำ | ช่วงราคา (เฉลี่ยในตลาดเกาหลี) | คำแนะนำในการ touch-up |
|---|---|---|---|
แก้ไขสะโพกบุ๋ม (Hip Dips) | 10-15 cc | 1.2 - 2.5 แสนวอน ต่อ cc | ทำ 1 ครั้ง หลังฉีด 3-4 สัปดาห์ |
เพิ่มวอลลุ่มสะโพกด้านบน | 15-25 cc | 1.2 - 2.5 แสนวอน ต่อ cc | แนะนำอย่างยิ่งว่าควรทำ |
ยกกระชับก้นและสะโพกทั้งหมด | 30-50 cc | แพ็กเกจ 4 - 9 ล้านวอน | แนะนำให้ทำ 2 ครั้ง |
ดูจากตารางเหมือนจะเข้าใจง่ายใช่ไหมคะ
แต่จริงๆ แล้วดีเทลของแต่ละคนจะมีความต่างกันออกไปครับ
อย่างเคสคนไข้อายุ 39 ปีท่านหนึ่ง
หลังคลอดลูกแล้วสะโพกด้านบนตอบตัวลงไปเยอะมาก
รอบแรกคุณหมอดีไซน์เติมให้ไป 18 cc
แล้วนัดกลับมา touch-up เก็บรายละเอียดอีก 4 cc ในสัปดาห์ที่ 4 ครับ
ถ้านับราคารวมจากจำนวน cc ทั้งหมด
ก็อาจจะรู้สึกว่า "อุ๊ย ทำไมราคาสูงจัง"
แต่ถ้าเราขืนอัดเข้าไปทีเดียวเลย 22 cc ตั้งแต่รอบแรก
ผลลัพธ์อาจจะออกมาไม่สม่ำเสมอและแก้ได้ยากกว่าเดิมอีกครับ
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเคยฉีดครั้งแรก
การเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป แล้วค่อยมาแต่งทรงเพิ่มตอน touch-up คือดีที่สุดครับ
ส่วนใครที่เป็นเคสแก้งาน
ก็ต้องประเมินฟิลเลอร์เก่าที่ยังเหลืออยู่
แล้วค่อยๆ ปรับลดปริมาณลงตามหน้างานจริงครับ

มาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะมีคำถามเหล่านี้ในใจกันใช่ไหมคะ?
Q1. สรุปแล้วเลือกแพ็กเกจที่รวมเทคนิค touch-up ไปเลยดีกว่าไหมคะ?
ถ้าส่วนต่างราคาไม่ได้เยอะมาก เลือกแบบรวม touch-up ไปเลยคุ้มกว่าและดีต่อใจกว่าเยอะครับ
เพราะฟิลเลอร์ในบางจุดอาจจะสลายตัวเร็วกว่าจุดอื่นนิดหน่อย
โดยเฉพาะบริเวณสะโพกบุ๋ม (Hip Dips) การแบ่งฉีดสองรอบจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกสวย เป๊ะ ปัง กว่าการอัดฉีดแบบครั้งเดียวมากๆ ครับ!
คอนเฟิร์มเลย!
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตถามบ่อยมากเลยครับ
Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน แล้วระหว่างนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มไหม?
ตอบแบบตรงไปตรงมาเลยนะครับ
ขึ้นอยู่กับประเภทและแบรนด์ของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ครับ
โดยทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปีครึ่งครับ
แต่คำว่าสลายไม่ได้แปลว่าจะหายวับไปหมดทันทีนะครับ
มันจะค่อยๆ ยุบตัวลงอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ
คนไข้หลายๆ คนพอฟิลเลอร์เริ่มเหลือประมาณ 60-80%
ก็จะกลับมาเติมแต่งเติมนิดๆ หน่อยๆ
ซึ่งการเติมแบบบำรุงรักษาแบบนี้ ค่าใช้จ่ายจะเบาๆ แค่ประมาณ 30-40% ของการฉีดครั้งแรกเองครับ
ส่วนเคสที่ต้องมาฉีดใหม่จัดเต็มแบบ full option ตั้งแต่แรก
ส่วนใหญ่จะเป็นเคสที่ปล่อยทิ้งไว้นานเกิน 3 ปีขึ้นไปแล้วนั่นเองครับ
และสุดท้าย ขอเคลียร์ประเด็นสำคัญเรื่องนี้ด้วยนะครับ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างครับ?
เรื่องนี้คนเข้าใจผิดกันเยอะมากเลยครับ
จริงๆ แล้ว การฉีดฟิลเลอร์ก้นมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนทางเส้นเลือด
น้อยกว่าการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใบหน้าค่อนข้างเยอะครับ
(จริงๆ ทางคลินิกเรายังไม่เคยเจอเลยครับ แต่ประเมินไว้เซฟๆ ตามหลักแพทย์ดีที่สุดครับ)
แต่สิ่งสำคัญที่ต้องระวังมากกว่าคือ เรื่องการติดเชื้อ, การเป็นก้อนแข็ง (nodule),
และความไม่เท่ากันของสะโพกครับ
เนื่องจากใช้ปริมาณ cc ค่อนข้างเยอะ
เทคนิคการกำหนดชั้นผิวให้ถูกต้อง (ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง vs ชั้นเหนือพังผืดกล้ามเนื้อ)
จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางมากๆ ครับ
หลังจากฉีดไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์
พยายามเลี่ยงการนอนทับสะโพกข้างใดข้างหนึ่งเป็นเวลานานๆ
งดซาวน่า สตรีม และการออกกำลังกายหนักๆ ชั่วคราวก่อนนะครับ
และหากรู้สึกเจ็บผิดปกติหรือมีอาการแดง ให้รีบติดต่อคลินิกทันทีเลยครับ
ในบทความถัดไป
เดี๋ยวหมอจะพาทุกคนไปเจาะลึก 'เรื่องปวดหัวในห้องตรวจ: สำรวจแพทเทิร์นการเซตตัวของฟิลเลอร์ก้นใน 1 เดือนแรกหลังฉีด' กันดีกว่าครับ
จะเอาเคสจริงมาแชร์ให้ดูเลยครับว่า ทำไมแต่ละคนถึงมีระยะเวลาสวยเข้าที่ช้าเร็วต่างกัน
หวังว่าบทความวันนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ วันนี้หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนสวัสดีครับ









