เรเดียสในโซล: เช็กความเข้มข้นการเจือจางและวิธีฉีดก่อน ผลิตภัณฑ์เดียวกันก็ให้ผลต่างได้

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ
เช็กตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ
Q. Radiesse ถ้าใช้ของแท้เหมือนกัน
ทำที่ไหนก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ?
A. ถึงจะเป็นของแท้เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์เรื่องความอวบอิ่ม (volume), ระยะเวลาคงผลลัพธ์ และระดับการฟื้นฟูผิวสัมผัส (skin texture)
จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของการผสมเจือจางและความลึกในการฉีดครับ
Q. แล้วจะแยกยังไงดีคะว่า
คลินิกไหนในโซลที่ทำ Radiesse เก่งๆ?
A. พื้นฐานง่ายๆ เลยคือ ตอนขอคำปรึกษา หากเราถามว่า "ผสมเจือจางในอัตราส่วนเท่าไหร่คะ"
แล้วคลินิกนั้นสามารถตอบได้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมาครับ

Radiesse คืออะไร?
Radiesse คือ
ฟิลเลอร์กึ่งถาวร (semi-permanent filler) ที่มีอนุภาคขนาดเล็กของ Calcium Hydroxyapatite (CaHA)
บรรจุอยู่ในเจลนำพา (gel carrier) พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็น
ทรีตเมนต์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปในตัวครับ
ความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid (HA) ทั่วไปคือ
นอกจากจะช่วยเติมเต็ม volume ทันทีหลังฉีดแล้ว
เมื่อเวลาผ่านไป ตัวยาก็จะยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ตามธรรมชาติของผิวเราเพิ่มขึ้นด้วยครับ

เหตุผลที่ใช้ Radiesse เหมือนกันแต่ผลลัพธ์ต่างกัน,
ความเข้มข้นในการผสมเจือจาง
นี่เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดค่อนข้างเยอะครับ
"ถ้าเป็น Radiesse ของแท้ ก็น่าจะเหมือนกันหมดไม่ใช่เหรอ?"
มีหลายคนที่คิดแบบนี้จริงๆ ครับ
บอกกันตรงๆ เลยก็คือ Radiesse นั้น
บางเคสก็สามารถใช้ตัวยาเข้มข้นแบบเพียวๆ เลย
แต่บางเคสก็ต้องผสมเจือจางด้วยยาชา Lidocaine
หรือน้ำเกลือธรรมดา (normal saline) ก่อนฉีดครับ
เพราะฉะนั้น เราไม่สามารถฟันธงได้แบบกำปั้นทุบดินครับว่า
แบบไหนคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
นั่นก็เพราะว่า
วัตถุประสงค์ในการรักษานั้นจะเปลี่ยนไปตามความเข้มข้นในการผสมเจือจางครับ
ยิ่งความเข้มข้นใกล้เคียงตัวยาเพียวๆ มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งยอดเยี่ยมในเรื่องการยกกระชับและเติมเต็ม volume (volume lifting)
แต่ถ้ายิ่งผสมเจือจางในอัตราส่วนที่สูงขึ้น
ผลลัพธ์ก็จะเน้นไปที่การฟื้นฟูสัมผัสผิวและเพิ่มความยืดหยุ่นแทนครับ
ตอนแรกหมอก็เคยสงสัยเหมือนกัน แต่หลังจากที่ผ่านการดูแลมาเป็นร้อยเป็นพันเคส
ทำให้หมอได้เข้าใจความจริงข้อนี้ครับ
ถึงจะเป็น Radiesse ปริมาณ 1.5cc เท่ากัน แต่ถ้าใช้อัตราส่วนผสมที่ต่างกัน
ผลลัพธ์ความกระชับหลังจากผ่านไป 3 เดือน จะแตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยครับ
สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
Radiesse แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกัน แต่ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นในการเจือจาง
มันสามารถกลายเป็น 'สูตรเน้นเติมเต็ม volume'
หรือกลายเป็น 'สูตรเน้นฟื้นฟูผิว (skin rejuvenation)' ก็ได้ครับ
ตอนที่เข้าไปรับการปรึกษา แค่เราลองถามคำถามว่า "ใช้อัตราส่วนผสมเจือจางเท่าไหร่คะ?"
คุณก็สามารถประเมินได้ในระดับหนึ่งแล้วว่า
คุณหมอท่านนั้นมีความเข้าใจและเชี่ยวชาญในวิธการรักษาลึกซึ้งแค่ไหนครับ
เปรียบเทียบคุณสมบัติ Radiesse ตามระดับความเข้มข้นในการผสมเจือจาง
ประเภท | สูตรเข้มข้น สูง-ปานกลาง (1:0~0.5) | เจือจางปานกลาง (1:1) | สูตรเจือจางสูง (1:2 ขึ้นไป) |
วัตถุประสงค์หลัก | ยกกระชับและเติมเต็ม Volume | เติม Volume + ความยืดหยุ่นผิว | ผลลัพธ์แบบ skin booster |
การกระจายตัวของ CaHA | หนาแน่นและกระจุกตัวในจุดแคบๆ | กระจายตัวได้อย่างเหมาะสม | กระจายตัวบางๆ เป็นวงกว้าง |
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ | 12~18 เดือน | 10~14 เดือน | 6~10 เดือน |
บริเวณที่เหมาะสม | ปลายคาง, จมูก, หน้าผาก | แก้ม, ขมับ, ร่องแก้ม | ลำคอ, หลังมือ, ทั่วทั้งใบหน้า |

สิ่งสำคัญ 3 ข้อที่ต้องเช็ก
เมื่อต้องการฉีด Radiesse ในโซล
ข้อแรก, ควรถามถึงอัตราส่วนผสมเจือจางก่อนเสมอครับ
หากคุณหมอตอบว่า "หมอจะพิจารณาและปรับแต่งตามสภาพผิวของคนไข้แต่ละรายครับ"
นี่คือคำตอบที่น่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพที่สุดครับ
แต่ถ้าที่ไหนมีการตั้งอัตราส่วนแบบตายตัวชุดเดียวสำหรับทุกคน ควรลองพิจารณาอีกทีนะครับ
ข้อสอง, เช็กชั้นผิวที่ทำการฉีด (Injection Layer) ด้วยครับ
ตามหลักการแล้ว Radiesse ควรได้รับการฉีดเข้าที่ชั้นผิวหนังแท้ส่วนลึก (deep dermis)
หรือฉีดลงบนชั้นเหนือเยื่อหุ้มกระดูก (periosteum)
หากฉีดตื้นไป อาจจะทำให้เกิดการจับตัวเป็นก้อน
หรือทำให้ผิวดูเป็นคลื่นขรุขระไม่เรียบเนียนได้ครับ
ข้อสาม, ดูว่ามีการให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังทำหรือไม่
หากคลินิกอธิบายเหตุผลอย่างละเอียดและใส่ใจว่า
ทำไมถึงควรเลี่ยงการเข้าซาวน่าหรือการออกกำลังกายหนักๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังทำ
นั่นแปลว่าคลินิกนั้นใส่ใจและได้มาตรฐานขั้นพื้นฐานที่ดีมากเลยครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. สามารถฉีด Radiesse ควบคู่กับ Juvederm ได้ไหมคะ?
สามารถทำได้ครับ โดยเราอาจจะเลือกใช้ Radiesse ในส่วนที่ต้องการยกกระชับและเพิ่ม volume
จากนั้นใช้ฟิลเลอร์กลุ่ม HA เก็บรายละเอียดจุดที่บอบบาง เช่น ริมฝีปาก หรือบริเวณใต้ตา
การแยกทำแบบนี้จะช่วยดีไซน์ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
Q2. ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่คะ
และควรต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
อิงจากเรตราคาในโซล สำหรับขนาด 1.5cc (1 syringe)
จะมีเรตราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300,000 ถึง 600,000 วอน ถือว่าช่วงราคาค่อนข้างกว้างครับ
หากวัตถุประสงค์คือการเติมเต็ม volume ทำแค่ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้วครับ
แต่ถ้าอยากเน้นเรื่องความยืดหยุ่นของผิว หมอแนะนำให้ทำประมาณ 2 ถึง 3 ครั้งครับ
Q3. กังวลเรื่องการจับตัวเป็นก้อนหรือผลข้างเคียงอื่นๆ ค่ะ
พอมารับบริการจะปลอดภัยไหมคะ?
หากระดับความลึกในการฉีดคลาดเคลื่อนไป ก็มีความเสี่ยงที่จะจับตัวเป็นก้อนได้ครับ
ดังนั้น ตามหลักการแล้ว จะหลีกเลี่ยงการฉีดบริเวณที่ผิวบอบบางมากๆ
เช่น ใต้ตา หรือริมฝีปากครับ
ตราบใดที่คุณเข้ารับบริการกับทีมแพทย์ที่มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์อย่างถ่องแท้
ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลยครับสบายใจได้
หากมีคำถามเพิ่มเติมใดๆ
สามารถทักสอบถามเข้ามาได้ทาง KakaoTalk หรือติดต่อมาทางโทรศัพท์ได้เลยนะครับ
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ครับ หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน
▶เข็มฉีดคอลลาเจน แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไรบ้าง?
▶ปัญหาหน้าทรงถั่วลิสง (แก้มตอบขมับยุบ) แก้ด้วยฟิลเลอร์ขมับจุดเดียวได้จริงไหม? รีวิวแบบเจาะลึก
▶เคล็ดลับไหล่สวยตั้งฉาก: เจาะลึกผลลัพธ์ ผลข้างเคียง และ 3 หลักการสำคัญของการทำฟิลเลอร์ไหล่

โครงหน้า&วอลลุ่ม
RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?
สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

ยกกระชับ
เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage
สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?
สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ผิว
skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?
เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

ผิว
รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?
เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด



