• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ช่วงหยุดเรตินอล หยุดเพราะหน้าร้อนนั้นผิด

ช่วงหยุดเรตินอล หยุดเพราะหน้าร้อนนั้นผิด

ช่วงหยุดเรตินอล หยุดเพราะหน้าร้อนนั้นผิด

ทำไมต้องตัดสินใจหยุดเรตินอลจากระดับความเสียหายของเกราะปกป้องผิว ไม่ใช่จากฤดูกาล พร้อมเกณฑ์ที่ชัดเจน

"หยุดใช้เรตินอลเพราะเป็นหน้าร้อนหรือ?" 3 สัญญาณที่แพทย์บอกว่าควรหยุดจริงๆ

 

 












 

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ

 

เช็กข้อมูลด่วน! ก่อนที่จะเริ่มอ่านกันนะครับ

 

Q. ในช่วงฤดูร้อนที่แดดแรงแบบนี้

จำเป็นต้องหยุดใช้เรตินอลทันทีเลยไหมครับ?

A. ฤดูกาลไม่ใช่เกณฑ์ในการตัดสินใจครับ

เกณฑ์ที่แท้จริงคือ "เกราะป้องกันผิว (skin barrier) พังแล้วหรือยัง" ต่างหากครับ

 

Q. ใช้เรตินอลแล้วผิวลอกเป็นขุย

แปลว่าตัวยากำลังได้ผลดีอยู่ใช่ไหมครับ?

A. การผลัดเซลล์ผิวอาจเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวครับ

แต่ถ้ามีอาการ 'ผิวแดงและอักเสบ' ร่วมด้วย ควรหยุดใช้ทันทีครับ

 

"เหตุผลทางการแพทย์ที่ว่าทำไม

คุณควรหยุดใช้เรตินอลทันทีเมื่อผิวเริ่มพัง"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic ฮงแด)

ระหว่างผลข้างเคียงของเรตินอลกับปฏิกิริยาการปรับตัว เหตุผลที่ต้องเช็ก 'การพร่องของเซราไมด์'

 

 












เรตินอล (Retinol) คืออะไร?

เรตินอล (Retinol) เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ (Vitamin A)

มีคุณสมบัติเด่นในการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว

เป็นสารบำรุงที่นิยมใช้ในการดูแลริ้วรอย,

จุดด่างดำ และรูขุมขนกว้างครับ

 

ต่างจาก Tretinoin (ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษ) ตรงที่เรตินอล

สามารถผสมในเครื่องสำอางทั่วไปได้ แต่เนื่องจากกระบวนการ

เปลี่ยนรูปสารบำรุงภายในชั้นผิว จึงมักจะทำให้เกิด

อาการระคายเคืองตามมาทีหลังได้บ่อยครั้งครับ

ทำไมผอ.วีย็องจิน Beautystone ถึงเน้นย้ำ 'ขั้นตอนปรับตัวใหม่' หลังหยุดใช้เรตินอล

 

 












ทำไมจึงต้องหยุดใช้เรตินอล

เมื่อผิวเริ่มแสดงอาการ "พัง"

เมื่อเกิดอาการผิวลอกจากการทาเรตินอล

หรือที่เรียกว่า retinoid dermatitis

แม้ว่าการหลุดลอกเบาๆ จะเป็นเรื่องปกติ

แต่เราต้องแยกให้ออกระหว่างปฏิกิริยาปกติ กับภาวะเกราะป้องกันผิวพังครับ

 

เรตินอลจะเข้าไปลดการสร้างเซราไมด์ (Ceramide)

ในชั้นผิวชั่วคราว ซึ่งหากเรายังฝืนทาต่อไป

แทนที่ผิวจะดีขึ้น จะกลายเป็นการกระตุ้น

ให้เกิดการอักเสบเรื้อรังแทนครับ

 

และอาจทำให้รอยดำฝังลึกยิ่งขึ้น

รวมถึงมีปัญหาเส้นเลือดฝอยขยายตัวถาวรตามมาได้ครับ

 

สรุปง่ายๆ ได้ดังนี้ครับ

อาการผิวแห้งเล็กน้อยและขุยละเอียดๆ ถือเป็นเรื่องปกติ

แต่ถ้าเริ่มมีสัญญาณเหล่านี้ นั่นคือจังหวะที่คุณต้องหยุดใช้แล้วครับ

 

[เปรียบเทียบ] ปฏิกิริยาปกติ vs เกราะป้องกันผิวพัง

ประเภท

ปฏิกิริยาปกติ (Retinoid Reaction)

เกราะป้องกันผิวพัง (ต้องหยุดใช้)

ขุย / ผิวลอก

ลอกเป็นขุยละเอียดๆ หายดีขึ้นใน 1~2 สัปดาห์

ลอกเป็นแผ่นกว้าง ลอกไม่หยุดเกิน 3 สัปดาห์

รอยแดง

แดงชั่วคราวหลังล้างหน้า

แดงตลอดทั้งวัน ร่วมกับมีความรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้า

ความแห้ง

สามารถจัดการได้ด้วยมอยส์เจอไรเซอร์

ทาครีมบำรุงแล้วยังรู้สึกแห้งตึงและแสบผิว

เม็ดสี (Pigmentation)

รอยดำรอยแดงเดิมเริ่มแลดูจางลง

เกิดรอยคล้ำสีน้ำตาลจุดใหม่ขึ้นมาแทน

ระดับความชุ่มชื้น

ลดลงเล็กน้อย (35~45%)

ตรวจวัดแล้วดิ่งลดลงต่ำกว่า 30%

จุดเช็กผิวง่ายๆ ด้วยตัวเองว่าเกราะป้องกันผิวพังแล้วหรือยัง

ก็คือ "ต่อให้อัดมอยส์เจอไรเซอร์เข้าไปเท่าไหร่

ผิวก็ยังแสบร้อนอยู่ดี" นั่นเองครับ

 

สรุปใจความสำคัญจากหมอวี ยองจิน

 

ช่วงเวลาที่ควรหยุดทาเรตินอล ไม่ใช่แค่ "เพราะว่าเป็นหน้าร้อน" นะครับ

แต่สัญญาณเตือนที่แท้จริงคือ เมื่อเซราไมด์ในเกราะป้องกันผิวลดลง

จนเริ่มมีอาการอักเสบเกิดขึ้นต่างหากครับ

นั่นล่ะครับคือจังหวะที่ต้องหยุดใช้จริงๆ

 

สภาพอากาศและฤดูกาลเป็นเพียงแค่ปัจจัยรอง

เกณฑ์ที่สำคัญที่สุดคือ "เช็กสภาพผิวในปัจจุบัน" ของเราครับ

"ถ้าเพิ่มความชุ่มชื้นแล้วยังแสบ ให้หยุดทันที" คู่มือประเมินความเสียหายของเกราะผิวจากเรตินอลด้วยตัวเอง

 

 












ไกด์ไลน์การหยุดและการเริ่มใช้อีกครั้งในแต่ละสถานการณ์

 

1. ก่อนและหลังทำหัตถการเลเซอร์

 

ควรงดใช้อย่างน้อย 5 ถึง 7 วันก่อนรับบริการเลเซอร์ครับ

เพราะหากทำเลเซอร์ตอนเกราะป้องกันผิวกำลังอ่อนแอ

จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) สูงมากครับ

 

2. ช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง หรือช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล

 

ช่วงที่ต้องระวังเป็นพิเศษจริงๆ

ไม่ใช่หน้าร้อนนะครับ แต่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูที่อากาศแห้งลงครั​บ

 

เพราะในขณะที่อากาศแห้งกระตุ้นให้เกราะป้องกันผิวหน้าลอกอยู่แล้ว

หากยังฝืนทาเรตินอลซ้ำเข้าไปอีก จะยิ่งทำให้ผิวพังคูณสองเลยครับ

 

3. ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร

 

สารในกลุ่มเรตินอยด์มีความเสี่ยงที่จะทำให้ทารกในครรภ์พิการได้

ดังนั้นหากอยู่ในช่วงเตรียมตัวตั้งครรภ์หรือตั้งครรภ์อยู่ ควรหยุดใช้ทันทีครับ

 

4. เมื่อใช้ร่วมกับการสครับหรือผลัดเซลล์ผิว

 

การใช้ร่วมกับสารผลัดเซลล์ผิวที่เป็นกรด เช่น AHA หรือ BHA

จะทำให้ผิวระคายเคืองเร็วขึ้นเป็นสองเท่า

จึงแนะนำให้แยกวันสลับกันทาจะปลอดภัยที่สุดครับ

ฤดูกาลไม่ใช่ตัวการ เกราะผิวต่างหากที่ผิด: เหตุผลที่ไม่จำเป็นต้องเลิกใช้เรตินอลแม้ในหน้าร้อน

 

 












หลังจากหยุดใช้แล้วจะกลับมาใช้ใหม่อย่างไร

— ขั้นตอนนี้ละครับที่สำคัญที่สุด

หากหยุดใช้เรตินอลไปนานกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป

ความทนทานของผิวที่เคยปรับตัวได้แล้วจะถูกรีเซ็ตกลับไปจุดเริ่มต้นครับ

 

ดังนั้นเวลาเริ่มกลับมาใช้อีกครั้ง

ควรใช้ความเข้มข้นต่ำๆ ก่อน (0.025~0.05%)

และทาเพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อความปลอดภัยครับ

 

เมื่อผิวปรับตัวได้อีกครั้ง คราวนี้เราจะสามารถขยับความเข้มข้นขึ้น

ได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยกว่าเดิมครับ

เพราะผิวได้เริ่มทำงานใหม่อีกครั้งหลังจากที่เกราะป้องกันผิวได้รับการฟื้นฟูเต็มที่แล้วนั่นเองครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

 

Q1. ถ้าหยุดใช้เรตินอล

ผิวจะกลับมาแย่ลงเลยไหมคะ?

ผิวจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมภายในชั่วข้ามคืนหรอกครับ

แต่เมื่อดูในระยะยาวแล้ว

อัตราความเร็วในการผลัดเซลล์ผิวจะค่อยๆ กลับไปสู่รอบปกติ

ดังนั้นช่วงที่ผิวพัง ควรให้ผิวได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แล้วจึงค่อยเริ่มใช้อย่างปลอดภัยดีกว่าครับ

 

Q2. เปลี่ยนจากเรตินอล

มาใช้บากูชิล (Bakuchiol) แทนได้ไหมคะ?

บากูชิลถือเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับผิวแพ้ง่ายครับเพราะอ่อนโยนกว่ามาก

แต่หากมีโจทย์หลักเรื่องการลดเลือนริ้วรอยอย่างตรงจุด

การศึกษาวิธีใช้เรตินอลอย่างปลอดภัยจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าครับ

 

Q3. ถ้ามีอาการระคายเคืองรุนแรงขึ้น

จำเป็นต้องไปพบแพทย์ผิวหนังเลยไหมครับ?

หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3 ถึง 5 วัน หรือมีน้ำเหลืองซึมบวมแดง

จำเป็นต้องเข้ามาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันทีนะครับ

หากปล่อยทิ้งไว้ให้อาการหายเอง รอยดำหลังอักเสบอาจฝังลึกและดูแลยากขึ้นครับ

 

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ จากหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

แนะนำเกณฑ์การเลือกคลินิกผิวหนังในย่านฮงแด 5 ข้อ โดยแพทย์ผิวหนังโดยตรง

CellrDM vs รีจูรัน-HB ตัวไหนที่เหมาะกับผิวเรามากกว่ากัน?

ความลับแพ็กเกจเลเซอร์ขนบราซิลเลียน 10 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่เรียบเนียนแบบไม่มีพลาด

โรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย (Rosacea) มีแนวทางการรักษาอย่างไรที่คลินิกผิวหนัง?

ฉีดเมโสแฟตสลายไขมัน ถ้าไม่มีส่วนผสมของ DCA base (กรดน้ำดี) อย่าเพิ่งเชื่อนะครับ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

ยกกระชับ

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ผิว

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ผิว

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

ยกกระชับ

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ผิว

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ยกกระชับ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1