ฉีดสลายไขมันเห็นผลครั้งเดียวจริงไหม? เข้าใจหลักการ จำนวนครั้ง และข้อควรระวังให้ถูกต้อง
เผยแพร่
อัปเดต

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

"คุณหมอคะ ครั้งนี้อยากลดน้ำหนักแบบได้ผลจริงๆ ค่ะ
ทำแค่ครั้งเดียวจะพอไหมคะ?"
ทุกครั้งที่ได้พบกับคนไข้
ที่เข้ามานั่งในห้องปรึกษาด้วยความหวังและความตั้งใจ
จริงๆ ในใจของผมก็
อยากจะตอบแบบตรงๆ ให้ชื่นใจเลยครับว่า
"ได้เลยครับ ครั้งเดียวเห็นผลหมดแน่นอน!"
แต่การที่ร่างกายของเราจะทำการขับไขมัน
ออกมาได้ด้วยตัวเองนั้น
จำเป็นต้องใช้เวลาและการดูแลอย่างพิถีพิถันสักนิดครับ
ในความเป็นจริง การออกแบบจำนวนครั้งในการทำและปริมาณตัวยา (cc)
คือสิ่งที่มีผลต่อผลลัพธ์การรักษาไปแล้วกว่าครึ่งครับ
วันนี้ผมจะมาแชร์ความจริงที่ได้เรียนรู้
หลังจากที่ได้ดูแลเคสมาแล้วหลายร้อยหลายพันเคส
แบบไม่มีกั๊กเลยครับ
เพื่อไม่ให้เยียวยาแบบเร่งรีบจนทำร้ายร่างกาย
ผมจะช่วยออกแบบ
ตารางการดูแลที่ปลอดภัย ได้สุขภาพดี และเห็นผลลัพธ์ปรับสัดส่วนได้ชัดเจนที่สุด
ทีละขั้นตอนให้อย่างละเอียดครับ
💡 สรุปประเด็นสำคัญของวันนี้
Q. ทำแค่ครั้งเดียวจะเห็นผลจริงไหม?
A. การทำเพียง 1 ครั้งอาจจะยังคาดหวังผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนได้ยาก
โดยทั่วไปแนะนำให้ทำต่อเนื่องสะสม 3-5 ครั้งขึ้นไปครับ
Q. ฉีดแล้วไขมันจะละลายหายไปเลยทันทีไหม?
A. หลักการทำงานคือการทำลายเซลล์ไขมันเพื่อขับออกนอกร่างกาย
ซึ่งกระบวนการนี้ต้องการเวลาอย่างน้อยประมาณ 4-8 สัปดาห์ครับ
Q. ผลลัพธ์จะเหมือนกันทุกคนไหม?
A. ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามความหนาของไขมัน แต่ละจุดที่ทำ
และระบบเผาผลาญของแต่ละบุคคลครับ
การทำงานที่แท้จริงของฉีดสลายไขมัน (ยาฉีดสลายไขมัน)

ส่วนประกอบหลักของยาฉีดสลายไขมันคือ Deoxycholic Acid ครับ
ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่มีอยู่ในน้ำดีของร่างกายเรา
เมื่อฉีดเข้าสู่ชั้นไขมัน
มันจะทำหน้าที่เข้าไปทำลายผนังเซลล์ไขมันครับ
เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายจะไม่หายไปทันที แต่จะค่อยๆ ถูกขจัดออกไปตามลำดับ
เกิดปฏิกิริยาอักเสบ → ดึงดูดเซลล์เม็ดเลือดขาวมากัดกิน → ขับถ่ายออกทางระบบน้ำเหลือง
กระบวนการนี้จะดำเนินไปอย่างช้าๆ ครับ
ซึ่งปกติแล้วกระบวนการนี้จะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์
ดังนั้น อาการบวมและรู้สึกตึงๆ แข็งๆ ทันทีหลังทำ
จึงถือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่ปกติมากๆ ครับ
สิ่งที่คนมักจะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ

1. "ฉีดแค่ครั้งเดียวก็พอแล้ว"
ตอบตามตรงเลยคือ คนที่ฉีดแค่ 1 ครั้งแล้วสัดส่วนลดฮวบเลย
จะจำกัดอยู่แค่ในเคสที่มีชั้นไขมันบางมากๆ เท่านั้นครับ
สำหรับบริเวณที่ไขมันหนาอย่างหน้าท้องหรือต้นขา
ต้องมองไว้ที่ อย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไป ครับ
2. "ฉีดปุ๊บ เห็นผลปั๊บ"
เนื่องจากกระบวนการขับไขมันออกจากร่างกายต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์
ช่วงหลังทำแรกๆ จึงมักจะดูบวมกว่าเดิมด้วยซ้ำไปครับ
นี่ไม่ใช่อาการผิดปกติ ดังนั้นไม่ต้องตกใจไปนะครับ
3. "ไม่ต้องคุมอาหารก็ได้"
การฉีดช่วยลด 'จำนวน' เซลล์ไขมันในบริเวณนั้นๆ ลงก็จริง
แต่มันไม่สามารถป้องกันไม่ให้เซลล์ไขมันส่วนที่เหลือขยายใหญ่ขึ้นได้ครับ
ต้องคุมพฤติกรรมการทานอาหารร่วมด้วย ผลลัพธ์ถึงจะอยู่ได้ยาวนานครับ
👨⚕️ บันทึกการรักษาจาก หมอวี ยองจิน:
จากประสบการณ์ของผม สิ่งที่มีผลต่อประสิทธิภาพการรักษามากที่สุดก็คือ
การออกแบบระดับความลึกในการฉีดและปริมาณยา ครับ
หากเราใช้ปริมาณยามากเกินไปกับผู้ที่มีชั้นไขมันบาง
จะทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดผิวหนังเน่าเสียหรือเส้นประสาทเสียหายสูงขึ้น
บางคลินิกที่ราคาถูกมากๆ อาจจะใช้วิธีเพิ่มปริมาณยาที่ฉีดในแต่ละครั้ง
เพื่อโฆษณาให้ดูเหมือนว่า "เห็นผลเร็วทันใจ"
แต่การฉีดในปริมาณที่ปลอดภัยและค่อยเป็นค่อยไป
จะมีความปลอดภัยกว่ามาก และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าครับ
หัตถการนี้เหมาะกับใคร?
และมีข้อจำกัดอย่างไรบ้าง?

กลุ่มที่ตอบสนองต่อการรักษาได้ดี
บริเวณพื้นที่แคบๆ เช่น ใต้คาง, หลังท้องแขน, หัวเข่าด้านใน
ไขมันดื้อสะสมเฉพาะจุดที่ออกกำลังกายหรือคุมอาหารก็ลดยาก
คนที่ไม่ต้องการดูดไขมัน แต่อยากได้หัตถการเบาๆ ที่ทำเสร็จแล้วใช้ชีวิตต่อได้ทันที
กลุ่มที่มีข้อจำกัดในการรักษา
บริเวณที่มีชั้นไขมันที่หนามากหรือมีพื้นที่กว้างมาก
กรณีที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยรุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการยกกระชับร่วมด้วย
คนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ทันทีภายใน 1-2 สัปดาห์
สิ่งสำคัญที่ต้อง
เช็คก่อนรับบริการ
ตรวจสอบความหนาของไขมัน
ต้องลองดึงบีบเนื้อขึ้นมาดู หรือรับการตรวจประเมิน
ว่าความหนาอยู่ในระดับที่สามารถรักษาด้วยการฉีดได้จริงหรือไม่
โรคประจำตัว
หากมีปัญหาเกี่ยวกับระบบน้ำเหลือง
อัตราการขับไขมันออกจากร่างกายอาจลดลงได้ครับ
ตรวจสอบส่วนผสมของยา
ควรสอบถามให้มั่นใจว่าใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหน
และความเข้มข้นของตัวยาเหมาะสมหรือไม่
ข้อจำกัดคือเรื่องของค่าใช้จ่ายครับ
ราคาแต่ละจุดในแต่ละครั้งอาจมีความแตกต่างกัน
และเนื่องจากมักจะต้องทำเป็นโปรแกรมคอร์สอย่างสม่ำเสมอ
ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดอาจสูงกว่าที่คุณคาดไว้ในตอนแรกได้ครับ
อย่างไรก็ตาม จุดเด่นที่ แทบจะไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันเลย
ก็ถือเป็นข้อดีที่ยอดเยี่ยมมากครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1. สรุปแล้วครั้งเดียวไม่ลดจริงหรือครับ?
A. ใช่ครับ คำว่า "ครั้งเดียวเห็นผลทันที"
มักจะเป็นคำโฆษณาชวนเชื่อมากกว่าครับ
หลังจากเซลล์ไขมันถูกทำลายแล้ว
ต้องใช้ระยะเวลาในการขับออกตามธรรมชาติครับ
Q2. หลังฉีดแล้วคลำเจอเป็นก้อนไตแข็งๆ คืออะไรครับ?
A. เป็นปฏิกิริยาการอักเสบชั่วคราว
ที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการสลายไขมันครับ
โดยปกติอาการบวมและก้อนแข็งๆ จะค่อยๆ ยุบตัวหายไป
ภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ
Q3. ไขมันจะกลับมาพอกพูนได้อีกไหม?
A. เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายไปแล้วจะไม่สร้างขึ้นมาใหม่
แต่ถ้าเซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ขยายขนาดใหญ่ขึ้น
ก็อาจจะทำให้รู้สึกว่าประสิทธิภาพการรักษาลดลงได้ครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม
สามารถทักมาสอบถามผ่าน LINE ได้อย่างสะดวกเลยครับ
ขอแชร์เรื่องราวดีๆ เพียงเท่านี้ หมอวี ยองจิน ครับ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์น่อง เห็นผลกี่สัปดาห์ และเข็มที่สองควรฉีดเมื่อไหร่ดี?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคาร้อยไหม ทำแค่ร่องแก้มกับทั้งหน้า ใบเสนอราคาต่างกันตรงไหน?

ยกกระชับ
Oligio X กรอบหน้าหย่อน เห็นผลเดือนที่เท่าไหร่ ต้องรอนานแค่ไหน?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดโบท็อกซ์หน้าผากที่ไหนดี? ฉีดแล้วคิ้วหนัก เช็กอะไรตอนปรึกษา

ผิว
รอยดำหลังทำ CO2 Fraxel และรอยน้ำตาลหลังการรักษาแผลเป็น เมื่อไหร่ถึงจะค่อยๆ จางลงคะ?

ผิว
ฉีดคีลอยด์ร่วมกับ CO2 laser รอยแผลเป็นสีขาวที่แข็งๆ จะนิ่มและจางลงไหมคะ?







