รักษารอยดำ เลเซอร์อย่างเดียวไม่พอ สรุปกลไก PIH แนวทางตามความยาวคลื่น และลำดับรักษาแต่ละเคส
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

เช็กก่อนอ่านสักนิดนะครับ
Q. รอยดำ/รอยน้ำตาลหลังทำหัตถการ
ยิ่งยิงเลเซอร์เพิ่ม จะยิ่งหายเร็วขึ้นไหมคะ?
A. จริงๆ แล้วส่วนใหญ่อาจจะยิ่งเข้มขึ้นกว่าเดิมครับ
เพราะหากยังมีอาการอักเสบหลงเหลืออยู่ แล้วเรายิ่งเติมพลังงานเลเซอร์เข้าไป
จะยิ่งไปกระตุ้นเซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocyte) ให้ผลิตเม็ดสีมากขึ้นครับ
Q. ถ้าอย่างนั้น สาเหตุเกิดจากอะไรครับ?
A. ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เกิดจาก "ตัวเม็ดสีเอง" โดยตรงครับ
แต่เกิดจาก "การอักเสบ" ที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ต่างหาก
เราต้องลดการอักเสบให้อุ่นลงก่อน รอยดำถึงจะค่อยๆ จางลงครับ
ช่วงนี้เวลาหมอตรวจคนไข้ในคลินิก
มักจะได้ยินหลายคนบอกว่า "ไปทำเลเซอร์โทนนิ่งจากที่อื่นมาตั้ง 5 ครั้ง
แต่รู้สึกว่ารอยมันยิ่งเข้มขึ้นกว่าเดิมอีกค่ะ"
หมอเจอเคสแบบนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆ เลยครับ
พูดตามตรงเลยนะครับ สมัยที่หมอเป็นแพทย์ประจำบ้าน (Resident)
พอเห็นรอยดำปุ๊บ สมองก็นึกถึงแต่การยิงเลเซอร์รักษารอยดำเป็นอันดับแรกเหมือนกันครับ
แต่หลังจากที่ได้รักษาคนไข้มาหลายร้อยหลายพันเคสแล้ว
มันทำให้หมอได้ตระหนักถึงสิ่งหนึ่งครับ
นั่นก็คือ รอยดำหลังทำหัตถการ ส่วนใหญ่ไม่ใช่แค่เรื่องเม็ดสีพิกเมนต์
แต่มันมักจะมีต้นตอมาจาก "การอักเสบ" ซ่อนอยู่เบื้องหลังต่างหากครับ

แล้วสองอย่างนี้มันแตกต่างกันอย่างไร?
รอยดำหลังการอักเสบ คือรอยน้ำตาลไปจนถึงน้ำตาลอมเทาที่เกิดขึ้น
จากการสะสมของเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติในชั้นผิวครับ
ซึ่งจะต่างจาก "ฝ้า" ตรงที่รอยดำประเภทนี้
มีสาเหตุหลักๆ มาจาก "สิ่งกระตุ้นทางกายภาพภายนอก" ครับ
รอยหลังบีบสิว, รอยดำหลังเลเซอร์,
หรือบริเวณผิวที่คล้ำขึ้นหลังจากแผลหายสะเก็ด
ทั้งหมดนี้เราเรียกว่า รอยดำหลังการอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation) หรือ PIH ครับ
ถ้าฝ้ามีต้นกำเนิดมาจาก "ฮอร์โมนและพันธุกรรม"
PIH ก็มีต้นกำเนิดมาจาก "การอักเสบ" นั่นเองครับ
ดังนั้น วิธีการดูแลรักษาจึงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เจาะลึกมุมมองแบบ Exclusive โดย
หมอวี ยองจิน
รอยดำหลังทำหัตถการ รอยน้ำตาลไม่ยอมหายสักที
— เผยสาเหตุขั้นสุดพร้อมวิธีแก้ไขโดย หมอวี ยองจิน

เมื่อเดือนก่อน มีคนไข้วัย 30 ปีกลางๆ มาปรึกษาหมอ
เธอเล่าว่าไปทำเลเซอร์โทนนิ่งจากคลินิกอื่นมาถึง 10 ครั้งแล้ว
แต่ขอบของรอยดำกลับยิ่งชัดเจนและเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พอหมอลองซูมตรวจสภาพผิวอย่างละเอียด ก็พบว่าใต้รอยดำนั้น
ยังมี "การอักเสบระดับเล็กๆ (Micro-inflammation)" หลงเหลืออยู่จางๆ ครับ
เมื่อผิวยังอักเสบอยู่ เซลล์เมลาโนไซต์ก็จะได้รับสัญญาณกระตุ้น
ให้ผลิตเม็ดสีออกมาเรื่อยๆ แบบไม่หยุดหย่อน
แล้วถ้าเรายิ่งยิงเลเซอร์ซ้ำเข้าไปในตอนนั้น
รอยก็อาจจะยิ่งดำเข้มขึ้นได้ง่ายๆ เลยครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำทรีตเมนต์โทนนิ่งซ้ำๆ ด้วยพลังงานต่ำ
ก็อาจกระตุ้นให้เกิดโยโย่เอฟเฟกต์ หรือ "Rebound Hyperpigmentation" ได้เช่นกันครับ
ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้บ่อย
ในคนไข้ชาวเกาหลี (และผิวเอเชีย) ประมาณ 15~20% เลยทีเดียวครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
สาเหตุที่รอยดำไม่ยอมจางหายไป
ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะตัว "เม็ดสี" เอง
แต่เป็นเพราะยังมี "การอักเสบ" ซ่อนตัวอยู่ด้านล่างผิวครับ
เคล็ดลับคือต้องรักษาการอักเสบให้อยู่หมัดก่อน แล้วค่อยเลือกโหมดเลเซอร์ที่เหมาะสม
แค่สลับลำดับการรักษานิดเดียว ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนไปคนละเรื่องเลยครับ

คู่มือจำแนกประเภทเม็ดสีในห้องตรวจ
ประเภท | ลักษณะเด่น | การรักษาขั้นแรก |
รอยดำหลังการอักเสบ (PIH) | รอยน้ำตาลหลังเป็นสิวหรือแผล | ทารักษา 4~6 สัปดาห์ก่อนเริ่มเลเซอร์ |
ฝ้าร่วมด้วย (Melasma) | ฝ้าแผ่นสมมาตรซ้ายขวาบริเวณโหนกแก้ม/หน้าผาก | เลเซอร์โทนนิ่งพลังงานต่ำ + ยาทราเนซามิก |
เม็ดสีชั้นลึก (Dermal Pigment) | สีน้ำตาลเทา/อมฟ้า เรียบกลืนไปกับผิว | เลเซอร์ 1064nm โดยเว้นระยะห่างที่เหมาะสม |
มีรอยแดงหลงเหลือร่วมด้วย | มีทั้งรอยน้ำตาลและรอยแดงจางๆ ปนกัน | เลเซอร์รักษารอยแดง (Vascular) ก่อนจึงเริ่มรักษารอยดำ |
การรักษารอยดำที่ได้ผล ถ้าเร็วหน่อยก็ประมาณ 2~3 ครั้ง
แต่ส่วนใหญ่มักจะต้องการการรักษาอย่างต่อเนื่อง 4~6 ครั้งขึ้นไปครับ
หากเราวางแผนรักษาถูกขั้นตอน รอยดำที่เคยคิดว่าดื้อ ดำทำอย่างไรก็ไม่หายขนาดยิงเลเซอร์ไป 10 ครั้งแล้ว
ก็สามารถจางลงได้อย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะครับ
3 คำถามยอดฮิตในห้องตรวจเวชกรรม
Q1. ทาแค่
ไวท์เทนนิ่งครีมที่บ้านอย่างเดียวไม่พอเหรอคะ?
ถ้ารอยดำอยู่แค่บริเวณผิวชั้นนอก (Epidermis) ก็อาจจะค่อยๆ จางลงได้เองในเวลาไม่กี่เดือนครับ
แต่หากเป็นรอยดำที่ลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) การทาครีมอย่างเดียวจะมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก
หากลองทาครีมมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 6 ถึง 8 สัปดาห์แล้วรอยยังไม่ดีขึ้น
หมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อรับการรักษาที่ตรงจุดดีกว่าครับ
Q2. ราคาและจำนวนครั้งจะอยู่
ประมาณเท่าไรครับ?
หากประเมินตามมาตรฐานของเคส PIH ทั่วไป จะทำประมาณ 3 ถึง 5 ครั้งครับ
โดยเข้ามารักษาต่อเนื่องทุกๆ 2 ถึง 3 สัปดาห์
ที่สำคัญและห้ามลืมเด็ดขาดคือ ถ้าไม่หลบแดดและทากันแดดให้ดี รอยดำก็พร้อมจะกลับขึ้นมาใหม่ได้ภายใน 6 เดือนครับ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างไหมคะ?
การใช้พลังงานเลเซอร์ที่สูงเกินไป หรือการยิงเลเซอร์ซ้ำๆ ในระยะเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป
คือสิ่งที่จะกระตุ้นรอยดำแบบสวิงกลับ (Rebound Hyperpigmentation) ครับ
ดังนั้น หลังทำต้องทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน
และห้ามแกะหรืองัดสะเก็ดบางๆ ออกเองเด็ดขาดนะครับ
สามารถแอดไลน์ทักทายพูดคุยสอบถามก่อนเข้ามาที่คลินิกได้นะครับ
ยินดีตอบทุกคำถามเสมอ หมอวี ยองจิน ครับ
อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม
▶รักษารอยแผลเป็นจากสิวก่อนวันวิวาห์ ทำไมช่วงเวลา 6 เดือนก่อนแต่งงานถึงเป็น Golden Time?
▶Pico Toning ดีจริงไหม ทำกี่ครั้งฝ้าถึงจะจางลง? สรุปพัฒนาการของจุดด่างดำในแต่ละเฟส 4 ขั้นตอน

กำจัดขน
레이저 제모 1회에도 남는 몫이 있어요 — 밀도를 모자이크로 보는 법

ลบรอยสัก
ลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ทำไมต้องใช้เวลานานกว่าที่อื่น?

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก ราคาต่างกันได้แค่ไหน? เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ลบรอยสัก
จ่ายครบ 10 ครั้งแล้ว ถ้ารอยสักหายก่อน เงินที่เหลือจะหายไปด้วยไหม?

ยกกระชับ
ร้อยไหมหน้าผาก ยกได้แค่ไหน เปลี่ยนแนวทางเมื่อไหร่

ผิว
สกินบูสเตอร์ราคาต่างกันทุกคลินิก เช็กอะไรก่อน?



