• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ก้อนแข็งหลังฉีดเรเดียส คือก้อนนูนหรือเปล่า?

ก้อนแข็งหลังฉีดเรเดียส คือก้อนนูนหรือเปล่า?

ก้อนแข็งหลังฉีดเรเดียส คือก้อนนูนหรือเปล่า?

คลำเจอก้อนแข็งหลังฉีดเรเดียส? หมอจะอธิบายสาเหตุของก้อนนูน วิธีป้องกัน และเกณฑ์การรักษา

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

ทำไมผอ.วีย็องจิน Beautystone ถึงใช้เวลาครึ่งหนึ่งของการฉีดเรเดียสไปกับ 'การจัดโมลด์'

 

สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone ครับ

 

เช็คตรงนี้ก่อนอ่านนะครับ

 

Q. การเกิดตุ่มนูน (nodule) จาก Radiesse

เกิดจากความผิดพลาดในการฉีดหรือเปล่าครับ?

A. อาจเป็นปัญหาเรื่องเทคนิคการฉีดได้ส่วนหนึ่งครับ

แต่สารเติมเต็มประเภทนี้มีคุณสมบัติทางฟิสิกส์เฉพาะตัว

รวมถึงชั้นผิวที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ และปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อคนไข้

ล้วนมีผลร่วมกันทั้งหมดครับ

ดังนั้น จะสรุปง่ายๆ แค่ว่า "เพราะฉีดไม่ดี" อย่างเดียวไม่ได้น้า

 

Q. ถ้าคลำเจอเป็นไตแข็งๆ ต้องรีบฉีดสลายทันทีเลยไหมครับ?

A. Radiesse แตกต่างจากฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid (HA) ครับ

เพราะไม่สามารถฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ได้

และวิธีจัดการก็แตกต่างกันไปตามระยะเวลาที่เป็น

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องให้คุณหมอตรวจประเมินอย่างละเอียดก่อนครับ

 

"ถ้าคลำเจอไตแข็งๆ หลังฉีด Radiesse

— ไกด์ไลน์ทางการแพทย์ในการป้องกันและรักษาตุ่มนูน"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)

ก้อนแข็งเรเดียสที่ละลายไม่ได้ 'ปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อ' และ 'การออกแบบป้องกัน' สำคัญพอๆ กับฝีมือแพทย์

ดูข้อมูลเพิ่มเติม สกินบูสเตอร์

 










Radiesse คืออะไร?

Radiesse คือ

สารเติมเต็มกึ่งถาวรที่ประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กของ

Calcium Hydroxylapatite (CaHA) แขวนลอยอยู่ในเจล CMC (Carboxymethylcellulose) ครับ

 

จุดเด่นคือจะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มทันทีหลังฉีดคล้ายกับฟิลเลอร์ HA

และหลังจากนั้นก็ยังมีเอฟเฟกต์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามมาภายหลังด้วยครับ

 

แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ ที่ต้องรู้ไว้ก่อนนะครับ

ฟิลเลอร์ HA หากมีปัญหายังสามารถฉีดสลายออกได้

แต่ Radiesse ไม่มีทางเลือกในการฉีดสลายแบบนั้นครับ

 

ดังนั้น ถ้าเกิดตุ่มนูนขึ้นมาแล้ว

ขั้นตอนการรักษาจะค่อนข้างซับซ้อนและละเอียดอ่อนมาก

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม "การป้องกัน" จึงสำคัญที่สุดสำหรับฟิลเลอร์ตัวนี้ครับ

คู่มือป้องกันผลข้างเคียงของเรเดียส: เหตุผลที่ห้ามใช้เรเดียสบริเวณใต้ตาและริมฝีปาก

 

 










สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดตุ่มนูน

— ไม่ใช่แค่เรื่องของฝีมืออย่างเดียวนะครับ

หลายคนเข้าใจผิดว่าตุ่มนูนจาก Radiesse เกิดจาก

'ฝีมือของคุณหมอ' เพียงอย่างเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้ตรงไปตรงมาขนาดนั้นครับ

 

ถ้าพูดกันตามตรง

สาเหตุของการเกิดตุ่มนูนนมี 4 ปัจจัยหลักๆ ด้วยกันครับ

 

ข้อแรก ชั้นผิวที่ทำการฉีด (depth)

 

Radiesse จำเป็นต้องฉีดเข้าที่ชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังส่วนลึก

หรือเหนือเยื่อหุ้มกระดูก (periosteum) เท่านั้นครับ

 

หากฉีดตื้นเกินไป ตัวอนุภาคอาจจะเกาะกลุ่มกัน

ทำให้ผิวดูนูนและคลำเจอเป็นไตแข็งๆ ได้

 

โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบางมากๆ เช่น ใต้ตาหรือรอบริมฝีปาก

ทางการแพทย์แนะนำว่าห้ามใช้ Radiesse ในบริเวณเหล่านี้เด็ดขาดครับ

 

ข้อสอง การฉีดในปริมาณที่มากเกินไป (over-correction)

 

หากฉีดสารลงไปในจุดเดียวมากเกินไป ตัวเจลจะจับตัวกันเป็นก้อน

จนร่างกายไม่สามารถดูดซึมและรวมเข้ากับเนื้อเยื่อรอบๆ ได้ครับ

 

ข้อสาม การนวดกระจายตัวยา (molding) หลังฉีดไม่เพียงพอ

 

หลังจากฉีด Radiesse เสร็จทันที

ขั้นตอนการใช้นิ้วมือเกลี่ยและนวดละมุนเพื่อให้ยาเรียบเนียนไปกับผิวนั้นสำคัญมากๆ ครับ

 

ถ้าขั้นตอนนี้ทำได้ไม่ดีพอ ตัวยาอาจจะเซ็ตตัวแบบไม่สม่ำเสมอ

และกลายเป็นตุ่มนูนแข็งได้ในภายหลัง

 

ข้อสี่ ปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อแต่ละบุคคล

 

เป็นปฏิกิริยาต่อต้านสิ่งแปลกปลอมต่ออนุภาค CaHA ซึ่งเป็นเคสที่พบได้ค่อนข้างยาก

โดยร่างกายจะสร้างพังผืดเข้ามาหุ้มรอบๆ บริเวณที่ฉีดมากเกินไปครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

ตุ่มนูนจาก Radiesse ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ 'โชคร้าย' เสมอไปครับ

หากเราควบคุมปัจจัยทั้ง 3 อย่างนี้ได้อย่างแม่นยำ ได้แก่ ความลึกในการฉีด ปริมาณยาต่อจุด และการนวดเกลี่ยทรงทันทีหลังฉีด

ส่วนใหญ่แล้วก็จะสามารถป้องกันการเกิดตุ่มนูนได้เกือบทั้งหมดครับ

 

เนื่องจากคุณสมบัติของ CaHA ไม่สามารถฉีดสลายได้

การ "ระวังไม่ให้เกิดตั้งแต่แรก"

จึงสำคัญกว่า "การตามแก้ปัญหาทีหลัง" หลายเท่าเลยครับสำหรับโปรแกรมนี้

"ฉีดเรเดียสแล้วเป็นก้อน" — วิธีรับมือก้อนแข็งตามช่วงเวลาและข้อจำกัดของการฉีดสเตียรอยด์

 

 










เกณฑ์การรักษาตามประเภทของตุ่มนูน

ประเภท

ระยะเวลา

อาการที่พบ

แนวทางการรักษา

อาการบวม/จับตัวเป็นก้อนระยะแรก

1-2 สัปดาห์หลังฉีด

แข็งเล็กน้อย มีอาการเจ็บเบาๆ

นวดเบาๆ และเฝ้าสังเกตอาการ

ตุ่มนูนชนิดไม่มีการอักเสบ

ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป

จับเจอไตแข็ง ไม่มีอาการเจ็บ

ฉีดสเตียรอยด์หรือตัวยาเจือจางเฉพาะจุด

ตุ่มนูนชนิดอักเสบ

หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

มีอาการแดง ร้อน และเจ็บปวดร่วมด้วย

ให้ยาปฏิชีวนะร่วมกับการฉีดสเตียรอยด์

เนื้องอกอักเสบเรื้อรัง (Granuloma)

หลายเดือนขึ้นไป

ขอบเขตชัดเจน ไม่ยอมยุบตัวลง

ฉีดซ้ำสม่ำเสมอ หรือผ่าตัดขนาดเล็กออก

อาการคลำเจอเนื้อเป็นก้อนในขอบเขต 2 สัปดาห์แรกหลังทำ

ส่วนใหญ่เป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ในช่วงพักฟื้นครับ

 

แต่ถ้าหากผ่านไปแล้ว 1 เดือน ก้อนนั้นยังไม่ยอมยุบตัวลง

หรือเริ่มมีอาการแดงและเจ็บ แนะนำให้รีบเข้ามาพบคุณหมอโดยด่วนเลยนะครับ

4 เช็กลิสต์สำคัญที่ลดความเสี่ยงก้อนแข็งจากเรเดียสให้ใกล้ 0%

 

 










สิ่งสำคัญที่ต้องเช็คให้ชัวร์ก่อนทำ

เพื่อป้องกันการเกิดตุ่มไตแข็ง

นี่คือเช็คลิสต์ที่คุณหมอต้องประเมินอย่างละเอียดทุกครั้งเวลาให้คำปรึกษาเคส Radiesse ครับ

 

  1. ประเมินความหนาบางของผิวบริเวณที่จะฉีด (เลี่ยงบริเวณที่ผิวบางมากๆ)

  2. เช็คประวัติการทำหัตถการก่อนหน้า (ตรวจดูว่ามีฟิลเลอร์ตัวอื่นซ้อนทับกันอยู่หรือไม่)

  3. สัดส่วนในการผสมน้ำเกลือ/ยาชา (อัตราส่วนที่ใช้จะส่งผลต่อความหนาแน่นและโอกาสการเกิดตุ่มนูน)

  4. การนวดเกลี่ยทรงทันทีหลังเสร็จ (คนหมอให้เวลาเกือบครึ่งหนึ่งของเคสเพื่อเน้นขั้นตอนนี้ให้เนียนที่สุด)

คลินิกเกาหลี ฮงแด กรุงโซล · แจ้งราคาชัดเจน เทียบกับไทยได้ ดูรายละเอียด สกินบูสเตอร์

โปรโมชันเดือนนี้: เปิดตัว Juvelook Skin

 

ราคา Radiesse และสกินบูสเตอร์ตัวอื่นที่ Beautystone (ฮงแด กรุงโซล) เดือนนี้

Beautystone Clinic ตั้งอยู่ย่านฮงแด กรุงโซล ประเทศเกาหลี เดินจากสถานีฮับจองไม่ไกล ราคาด้านล่างนี้คือราคาโปรโมชันจริงของเดือนนี้ที่หน้าคลินิก ไม่ใช่ราคาประเมินคร่าว ๆ ทุกตัวเลขเป็นเงินวอน จึงหยิบไปเทียบกับราคาที่ไทยได้ตรง ๆ โดยไม่ต้องเดา

  • Juvelook Skin 1 ขวด (5 ซีซี) — โปรโมชัน 400,000 วอน (ปกติ 550,000 วอน)

  • จูวีลุค Volume 1 ขวด 1 ครั้ง — โปรโมชัน 690,000 วอน (ปกติ 990,000 วอน)

  • Radiesse 1 ไซรินจ์ 1 ครั้ง — โปรโมชัน 890,000 วอน (ปกติ 1,190,000 วอน)

  • Sculptra 1 ขวด 1 ครั้ง — โปรโมชัน 940,000 วอน (ปกติ 1,350,000 วอน)

  • Radiesse 1 ไซรินจ์ 3 ครั้ง — โปรโมชัน 2,290,000 วอน (ปกติ 2,900,000 วอน)

ราคาต่างกันที่หน่วยของแต่ละตัวก่อนเป็นอย่างแรก Radiesse คิดเป็นไซรินจ์ ส่วน Sculptra กับกลุ่ม Juvelook คิดเป็นขวด ตัวแปรที่สองคือจำนวนครั้งในแพ็กเกจ แบบ 3 ครั้งราคารวมสูงกว่าแบบครั้งเดียว แต่เฉลี่ยต่อครั้งแล้วถูกกว่าการทยอยทำ ตัวแปรที่สามคือบริเวณที่ต้องการเติม พื้นที่กว้างย่อมใช้ปริมาณมากกว่าจุดเล็ก ๆ ส่วนเคสของคุณควรใช้ตัวไหนและกี่ครั้ง ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินความหนาของผิวและชั้นที่จะฉีดก่อน

โปรโมชันของคลินิกปรับใหม่ได้ทุกเดือน ราคาที่เห็นวันนี้จึงอาจไม่เท่ากับเดือนหน้า ก่อนวางแผนเดินทางแนะนำให้เช็กอีกรอบที่หน้า ดูโปรโมชันเดือนนี้ ส่วนรายละเอียดว่าตัวไหนเหมาะกับผิวแบบไหน อ่านต่อได้ที่หน้า สกินบูสเตอร์ ของเรา ส่วนรายการ Radiesse กับ Sculptra จะอยู่ในหน้าโปรโมชันกลุ่มฟิลเลอร์และคอลลาเจนบูสเตอร์ของคลินิก

ถ้าคลำเจอก้อนแข็งอยู่ตอนนี้ หรืออยากรู้ว่าเคสของคุณควรเลือกตัวไหนและใช้กี่ไซรินจ์ ทักมาคุยกับทีมงานทาง LINE ได้เลยนะคะ ส่งรูปบริเวณที่กังวลกับวันที่ฉีดมาด้วย ทางเราจะช่วยดูให้และตอบกลับไปค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Q1. ตุ่มนูนจากการฉีด Radiesse

จะสามารถหายไปเองได้ไหมคะ?

รอยนูนหรือไตแข็งๆ ในช่วงแรก ส่วนใหญ่ร่างกายจะค่อยๆ ปรับสภาพและยุบไปเองครับ

แต่หากผ่านไปเกิน 1 เดือน แล้วยังคลำพบเม็ดกลมๆ หรือไตแข็งอยู่

แนะนำให้รีบเข้ามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำรักษานะครับ

 

Q2. ค่าใช้จ่ายและจำนวนครั้ง

ในการรักษาตุ่มไตแข็งประมาณเท่าไหร่ครับ?

ปกติแล้วจะรักษาด้วยการฉีดตัวยาเฉพาะจุดห่างกันทุกๆ 2-4 สัปดาห์

ทำประมาณ 2-3 ครั้งครับ

ซึ่งค่าบริการจะแตกต่างกันไปตามขนาดและความลึกของตุ่มนูนในแต่ละเคสครับ

 

Q3. ถ้าเลือกใช้ฟิลเลอร์ HA แทน Radiesse

จะไม่มีความเสี่ยงเรื่องตุ่มนูนเลยใช่ไหมคะ?

ฟิลเลอร์ HA ก็สามารถเกิดอาการเป็นตุ่มไตได้เช่นกันครับ

เพียงแต่ว่ามีเทคโนโลยีทางรอดคือสามารถฉีดตัวยาสลายฟิลเลอร์ออกได้หมดจด

 

แต่ในทางกลับกัน Radiesse จะโดดเด่นในเรื่องระยะเวลาที่อยู่ได้นานกว่า

รวมถึงมีผลลัพธ์ในการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใหม่ที่ได้ผลดีมากๆ ครับ

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถทักไลน์มาคุยหรือโทรสอบถามได้ตลอดเลยนะครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ บายครับ จากหมอวี!

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ฉีดครั้งเดียวอยู่ยาวจริงไหม? เจาะลึกเทคนิคการเจือจางและผลลัพธ์ของ Radiesse

เห็นผลทันทีแบบ Radiesse vs ค่อยๆ ฟูเป็นธรรมชาติแบบ Sculptra เลือกแบบไหนที่ใช่สำหรับเรา?

ทำไมฉีดฟิลเลอร์จมูกแล้ว สันจมูกถึงดูหนาและบานออก?

หน้าตอบเป็นขมับยุบ แก้ด้วยฟิลเลอร์ขมับได้ไหม? แฟคเช็คความจริงเรื่องระยะเวลาและผลข้างเคียงของ Radiesse

ไม่ได้ใช้ AI เขียนนะครับ! [คอลัมน์พิเศษ] ฉีด จูวีลุค Volume (Lenisna) ฟิลเลอร์ไหล่ เพื่อไหล่ตั้งสวยตั้งฉากแบบฉบับเกาหลี

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1