กำจัดหนวดเคราชาย: คลื่นเดี่ยว vs หลายคลื่น
กำจัดหนวดเคราชาย: คลื่นเดี่ยว vs หลายคลื่น
กำจัดหนวดเคราชาย: คลื่นเดี่ยว vs หลายคลื่น
กำจัดหนวดเคราชายให้ผลต่างกันที่คลื่นเลเซอร์ สรุปคลื่นเดี่ยว vs หลายคลื่น ตามความลึกรูขุมขน
เลเซอร์กำจัดหนวดผู้ชาย แบบคลื่นความถี่เดี่ยว vs หลายความถี่ — เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน
พออากาศเริ่มอุ่นขึ้น คนไข้ผู้ชายก็พากันมาที่คลินิกเยอะขึ้นมากเลยครับ
หลายคนกังวลเพราะใต้คางดูเขียวครึ้มตลอดเวลา
หรือบางคนก็รู้สึกไม่มั่นใจเวลาถอดหน้ากากเพราะรอยแผลจากการโกนหนวด
"ผมเคยทำจากที่อื่นตั้ง 8 ครั้งแล้ว ทำไมมันยังขึ้นมาเยอะแบบนี้อีกครับ?"
ประโยคนี้ หมอได้ยินบ่อยมากจริงๆ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้งเลยครับ
วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ ครับ

ดูเหมือนจะเป็นเลเซอร์กำจัดขนเหมือนกันหมดใช่ไหมครับ? แต่จริงๆ แล้วมันมีเคล็ดลับอยู่ครับ
เลเซอร์กำจัดขนคือการใช้พลังงานแสงเข้าไปเผาทำลายเมลานินในรากลึกของเส้นขนครับ
แต่มีจุดสำคัญหนึ่งอย่างที่คุณต้องรู้ไว้ครับ
ความลึกในการส่งพลังงานแสงลงไปนั้น จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามความยาวคลื่นครับ
อย่างคลื่น Alexandrite (755nm) ที่นิยมใช้กันทั่วไปจะลงไปได้ค่อนข้างตื้น
คลื่น Diode (808nm) จะลงลึกระดับปานกลาง
และคลื่น Nd:YAG (1064nm) จะสามารถลงลึกไปได้ถึงรากขนที่ลึกที่สุดครับ
ซึ่งต่างจากขนอ่อนหรือขนขาของผู้หญิง เพราะหนวดของผู้ชาย
มักจะมีรากขนฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนังถึง 4-5 มม. เลยทีเดียว
ดังนั้น หากใช้เพียงความยาวคลื่นเดียว ก็จะต้องมีรากขนบางระดับที่เลเซอร์เข้าไปไม่ถึงแน่นอนครับ
ทำไมหนวดเหมือนกัน แต่บางคนทำแล้วเห็นผลลัพธ์ดี ขณะที่บางคนไม่เห็นผลลัพธ์เลย
เจาะลึกมุมมองจาก หมอวี ยองจิน
เส้นขนหนาๆ ของผู้ชายนั้น การใช้คลื่นความถี่เดียวอาจไม่เพียงพอ
ต้องผสมผสานหลากหลายคลื่นความถี่ เพื่อให้พลังงานเข้าถึงทุกระดับความลึกของรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
หมอเจอเคสแบบนี้เยอะมากจริงๆ เลยอยากขอแชร์ให้ฟังกันครับ
เมื่อสัปดาห์ก่อนมีคนไข้ชายอายุ 26 ปีมาปรึกษา
เขาเคยทำเลเซอร์คลื่นเดี่ยว Alexandrite จากคลินิกอื่นมาแล้ว 10 ครั้ง
แต่พอหมอมาเปรียบเทียบรูปถ่ายดู พบว่ามีแค่ขนอ่อนๆ บนผิวที่ดูบางลง
ส่วนหนวดเส้นหนาๆ บริเวณแนวกรามแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยครับ
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า
คลื่นความยาว 755nm ตอบสนองได้ดีกับรากลึกที่อยู่ตื้นและใกล้ชั้นผิวหนังกำพร้า
แต่กับบริเวณที่รากขนลึกและหนามากๆ อย่างใต้คางหรือเหนือริมฝีปาก
พลังงานที่ส่งลงไปถึงกลับลดลงและหายไปมากกว่าครึ่งหนึ่งเลยครับ
ในทางกลับกัน หากใช้คลื่น 1064nm เพียงอย่างเดียว
ก็อาจจะไม่มีประสิทธิภาพพอในการเก็บรายละเอียดขนอ่อนๆ ด้านบน
แถมระดับความเจ็บต่อครั้งก็ยังค่อนข้างมากด้วยครับ

เพราะฉะนั้น สำหรับการกำจัดหนวดผู้ชาย หมอจึงมักจะ
ผสมผสานคลื่นพลังงาน 2-3 แบบเข้าด้วยกันในเซสชันเดียวเลยครับ
โดยระดับตื้นจะใช้คลื่น 755nm หรือ 808nm
ส่วนระดับลึกจะเน้นยิงด้วยคลื่น 1064nm แยกกันครับ
พอลองใช้วิธีนี้ทำไปแค่ 3 ครั้ง คนไข้วัย 26 ปีคนนั้นก็บอกเลยว่า
"เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกว่าหนวดขึ้นช้าลงจนยืดเวลาโกนหนวดออกไปได้"
ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ไม่เคยเห็นเลยจากการทำ 10 ครั้งก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำครับ

สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
หนวดของผู้ชายมีความลึกของรากขนที่แตกต่างกันไปในแต่ละเส้น
หากใช้เพียงคลื่นความถี่เดียว ก็จะต้องมีรากขนบางชั้นที่ถูกละเลยไปอย่างแน่นอน
ตัวแปรสำคัญที่กำหนดผลลัพธ์ ไม่ใช่คำถามที่ว่า "ทำไปกี่ครั้งแล้ว"
แต่คือ "ผสมผสานคลื่นพลังงานแบบไหนและอย่างไร" ต่างหากครับ
แล้วสรุปผมควรทำแบบคลื่นเดี่ยวหรือแบบหลายคลื่นดีครับ
หมอสรุปเปรียบเทียบเป็นตารางให้ดูง่ายๆ แบบนี้ครับ
การเปรียบเทียบ | คลื่นความยาวเดี่ยว | ผสมผสานหลายคลื่นความยาว |
|---|---|---|
เหมาะสำหรับ | ขนอ่อน / หนวดบาง | หนวดเส้นหนาและรากขนลึก |
จำนวนครั้งเฉลี่ย | 8~12 ครั้งขึ้นไป | 5~8 ครั้ง |
ระดับความเจ็บ | ปานกลาง | ปานกลาง - เจ็บขึ้นเล็กน้อย |
ราคาต่อครั้ง | ถูกกว่าค่อนข้างมาก | สูงกว่าประมาณ 10~20% |
อัตราขนคงเหลือ | มักจะเหลือรากขนในชั้นลึก | ลดลงอย่างสม่ำเสมอทุกชั้นผิว |
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการใช้หลายคลื่นความถี่จะเป็นคำตอบที่ถูกต้องสำหรับทุกคนเสมอไปนะครับ
ถ้าเป็นคนที่เดิมทีหนวดบางอยู่แล้ว และกังวลแค่เรื่องรอยดำคล้ำเป็นหลัก
บางครั้งการทำแบบคลื่นความถี่เดี่ยวก็เพียงพอแล้วครับ
ดั่งนั้น หากคุณมีปัญหาแบบ "หนวดพิมพ์เขียว"
ที่ต่อให้เพิ่งโกนหนวดเสร็จก็ยังดูเขียวครึ้มอยู่ การเลือกทำแบบผสมผสานหลายคลื่นจะตรงจุดกว่าแน่นอนครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ คุณน่าจะกำลังสงสัยข้อนี้อยู่แน่ๆ
Q1. ถ้าเลือกแบบหลายคลื่นความถี่ จะเจ็บกว่าเดิมมากไหมครับ?
คลื่น 1064 เจ็บจริงครับ..
เวลาที่คลื่น 1064nm ลงสู่ผิว จะให้ความรู้สึกเหมือนดีดแป๊กๆ
และจะรู้สึกแน่นตึบกว่าแบบคลื่นเดี่ยวอยู่พอสมควรครับ
แต่จากประสบการณ์จริงในห้องตรวจ
คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่า "เจ็บน้อยกว่าที่คิดไว้นะครับ พอกลั้นใจทนได้"
ยิ่งถ้าได้ทายาชาแปะไว้ก่อนทำ จะช่วยลดระดับความเจ็บลงไป
ได้เยอะพอสมควรเลยครับ
และคำถามนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตครับ
Q2. ต้องทำประมาณกี่ครั้ง ถึงจะเริ่มรู้สึกว่าหนวดเว้นระยะขึ้นช้าลงครับ?
คนที่บอกว่าทำไปแค่ 1-2 ครั้งแล้วรู้สึก "หนวดยุบลงเลย" มีปนอยู่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งครับ
โดยทั่วไป ตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป ระยะการโกนหนวดจะค่อยๆ ห่างออกไป 1-2 วัน
และหลังจากครั้งที่ 5-6 ไปแล้ว หนวดจะเริ่มบางลงอย่างเห็นได้ชัดครับ
คอร์สแนะนำเบื้องต้นจะอยู่ที่ 5-8 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 2-4 สัปดาห์ครับ
แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ อาจจะมีหนวดเส้นใหม่ๆ งอกขึ้นมาทดแทนได้
คนไข้หลายรายจึงเปลี่ยนไปใช้วิธีการทำเพื่อ "บำรุงรักษาภาพรวม (Maintenance)" แทนการกำจัดให้เกลี้ยงถาวรครับ
สุดท้ายนี้ขอพูดถึงเรื่องข้อดีข้อเสียตรงนี้ด้วยครับ
Q3. หลังทำเลเซอร์แล้ว จะมีปัญหาขนคุดอักเสบ หรือรอยดำตามมาไหมครับ?
นี่เป็นจุดสำคัญที่หลายคนมักเข้าใจผิดครับ
จริงๆ อาการรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) มักเกิดจากการดูแลผิว
เกี่ยวกับการโกนหนวดและล้างหน้าทันทีหลังทำเลเซอร์ มากกว่าตัวเทคโนโลยีเลเซอร์เองเสียอีกครับ
แนะนำว่าหลังทำเลเซอร์ 24 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงการใช้ใบมีดโกนหนวด
และล้างหน้าเบาๆ ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำสะอาดธรรมดาจะดีที่สุดครับ
ส่วนเรื่องรอยคล้ำหลังทำ อาจเกิดได้น้อยในผู้ที่มีผิวสีเข้มมาก
หรือในกรณีที่มีการเผชิญกับแสงแดดจัดทันทีหลังเลเซอร์
เพราะงั้น หมอจะคอยย้ำกับคนไข้ที่มาทำเลเซอร์ในช่วงหน้าร้อนเสมอ
ว่าอย่าลืมทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF50 ขึ้นไปเป็นประจำนะครับ
ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์ข้อมูลต่อในหัวข้อ "เลเซอร์กำจัดหนวดชายครั้งที่ 5 กับความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้จริงตามคลินิกผิวหนัง" นะครับ
ทำไมแต่ละคนเลเซอร์แบบหลายคลื่นตัวเดียวกัน
แต่ระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ถึงได้ไม่เท่ากัน
โดยหมอจะนำเคสเปรียบเทียบระหว่างช่วงอายุ 33 ปี กับ 26 ปี มาให้ดูลายละเอียดกันชัดๆ ครับ
พาร์ทนี้หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนครับ
สามารถทักไลน์แชทเข้ามาปรึกษาก่อนเดินทางมาคลินิกได้ตลอดเวลาครับ
สำหรับใครที่มีปัญหากังวลเรื่องเลเซอร์หนวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลองเช็ก 🌊โปรโมชั่นเด็ดๆ🌊 ที่เหมาะกับตัวเองก่อนได้นะครับ
คลิกดู 🌊โปรโมชั่นพิเศษ🌊 ที่กำลังจัดขึ้นที่ Beautystone สาขาฮับจอง
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
เลเซอร์กำจัดหนวดผู้ชาย แบบคลื่นความถี่เดี่ยว vs หลายความถี่ — เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน
พออากาศเริ่มอุ่นขึ้น คนไข้ผู้ชายก็พากันมาที่คลินิกเยอะขึ้นมากเลยครับ
หลายคนกังวลเพราะใต้คางดูเขียวครึ้มตลอดเวลา
หรือบางคนก็รู้สึกไม่มั่นใจเวลาถอดหน้ากากเพราะรอยแผลจากการโกนหนวด
"ผมเคยทำจากที่อื่นตั้ง 8 ครั้งแล้ว ทำไมมันยังขึ้นมาเยอะแบบนี้อีกครับ?"
ประโยคนี้ หมอได้ยินบ่อยมากจริงๆ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้งเลยครับ
วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ ครับ

ดูเหมือนจะเป็นเลเซอร์กำจัดขนเหมือนกันหมดใช่ไหมครับ? แต่จริงๆ แล้วมันมีเคล็ดลับอยู่ครับ
เลเซอร์กำจัดขนคือการใช้พลังงานแสงเข้าไปเผาทำลายเมลานินในรากลึกของเส้นขนครับ
แต่มีจุดสำคัญหนึ่งอย่างที่คุณต้องรู้ไว้ครับ
ความลึกในการส่งพลังงานแสงลงไปนั้น จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามความยาวคลื่นครับ
อย่างคลื่น Alexandrite (755nm) ที่นิยมใช้กันทั่วไปจะลงไปได้ค่อนข้างตื้น
คลื่น Diode (808nm) จะลงลึกระดับปานกลาง
และคลื่น Nd:YAG (1064nm) จะสามารถลงลึกไปได้ถึงรากขนที่ลึกที่สุดครับ
ซึ่งต่างจากขนอ่อนหรือขนขาของผู้หญิง เพราะหนวดของผู้ชาย
มักจะมีรากขนฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนังถึง 4-5 มม. เลยทีเดียว
ดังนั้น หากใช้เพียงความยาวคลื่นเดียว ก็จะต้องมีรากขนบางระดับที่เลเซอร์เข้าไปไม่ถึงแน่นอนครับ
ทำไมหนวดเหมือนกัน แต่บางคนทำแล้วเห็นผลลัพธ์ดี ขณะที่บางคนไม่เห็นผลลัพธ์เลย
เจาะลึกมุมมองจาก หมอวี ยองจิน
เส้นขนหนาๆ ของผู้ชายนั้น การใช้คลื่นความถี่เดียวอาจไม่เพียงพอ
ต้องผสมผสานหลากหลายคลื่นความถี่ เพื่อให้พลังงานเข้าถึงทุกระดับความลึกของรากขนได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
หมอเจอเคสแบบนี้เยอะมากจริงๆ เลยอยากขอแชร์ให้ฟังกันครับ
เมื่อสัปดาห์ก่อนมีคนไข้ชายอายุ 26 ปีมาปรึกษา
เขาเคยทำเลเซอร์คลื่นเดี่ยว Alexandrite จากคลินิกอื่นมาแล้ว 10 ครั้ง
แต่พอหมอมาเปรียบเทียบรูปถ่ายดู พบว่ามีแค่ขนอ่อนๆ บนผิวที่ดูบางลง
ส่วนหนวดเส้นหนาๆ บริเวณแนวกรามแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยครับ
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า
คลื่นความยาว 755nm ตอบสนองได้ดีกับรากลึกที่อยู่ตื้นและใกล้ชั้นผิวหนังกำพร้า
แต่กับบริเวณที่รากขนลึกและหนามากๆ อย่างใต้คางหรือเหนือริมฝีปาก
พลังงานที่ส่งลงไปถึงกลับลดลงและหายไปมากกว่าครึ่งหนึ่งเลยครับ
ในทางกลับกัน หากใช้คลื่น 1064nm เพียงอย่างเดียว
ก็อาจจะไม่มีประสิทธิภาพพอในการเก็บรายละเอียดขนอ่อนๆ ด้านบน
แถมระดับความเจ็บต่อครั้งก็ยังค่อนข้างมากด้วยครับ

เพราะฉะนั้น สำหรับการกำจัดหนวดผู้ชาย หมอจึงมักจะ
ผสมผสานคลื่นพลังงาน 2-3 แบบเข้าด้วยกันในเซสชันเดียวเลยครับ
โดยระดับตื้นจะใช้คลื่น 755nm หรือ 808nm
ส่วนระดับลึกจะเน้นยิงด้วยคลื่น 1064nm แยกกันครับ
พอลองใช้วิธีนี้ทำไปแค่ 3 ครั้ง คนไข้วัย 26 ปีคนนั้นก็บอกเลยว่า
"เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกว่าหนวดขึ้นช้าลงจนยืดเวลาโกนหนวดออกไปได้"
ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ไม่เคยเห็นเลยจากการทำ 10 ครั้งก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำครับ

สรุปใจความสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
หนวดของผู้ชายมีความลึกของรากขนที่แตกต่างกันไปในแต่ละเส้น
หากใช้เพียงคลื่นความถี่เดียว ก็จะต้องมีรากขนบางชั้นที่ถูกละเลยไปอย่างแน่นอน
ตัวแปรสำคัญที่กำหนดผลลัพธ์ ไม่ใช่คำถามที่ว่า "ทำไปกี่ครั้งแล้ว"
แต่คือ "ผสมผสานคลื่นพลังงานแบบไหนและอย่างไร" ต่างหากครับ
แล้วสรุปผมควรทำแบบคลื่นเดี่ยวหรือแบบหลายคลื่นดีครับ
หมอสรุปเปรียบเทียบเป็นตารางให้ดูง่ายๆ แบบนี้ครับ
การเปรียบเทียบ | คลื่นความยาวเดี่ยว | ผสมผสานหลายคลื่นความยาว |
|---|---|---|
เหมาะสำหรับ | ขนอ่อน / หนวดบาง | หนวดเส้นหนาและรากขนลึก |
จำนวนครั้งเฉลี่ย | 8~12 ครั้งขึ้นไป | 5~8 ครั้ง |
ระดับความเจ็บ | ปานกลาง | ปานกลาง - เจ็บขึ้นเล็กน้อย |
ราคาต่อครั้ง | ถูกกว่าค่อนข้างมาก | สูงกว่าประมาณ 10~20% |
อัตราขนคงเหลือ | มักจะเหลือรากขนในชั้นลึก | ลดลงอย่างสม่ำเสมอทุกชั้นผิว |
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการใช้หลายคลื่นความถี่จะเป็นคำตอบที่ถูกต้องสำหรับทุกคนเสมอไปนะครับ
ถ้าเป็นคนที่เดิมทีหนวดบางอยู่แล้ว และกังวลแค่เรื่องรอยดำคล้ำเป็นหลัก
บางครั้งการทำแบบคลื่นความถี่เดี่ยวก็เพียงพอแล้วครับ
ดั่งนั้น หากคุณมีปัญหาแบบ "หนวดพิมพ์เขียว"
ที่ต่อให้เพิ่งโกนหนวดเสร็จก็ยังดูเขียวครึ้มอยู่ การเลือกทำแบบผสมผสานหลายคลื่นจะตรงจุดกว่าแน่นอนครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ คุณน่าจะกำลังสงสัยข้อนี้อยู่แน่ๆ
Q1. ถ้าเลือกแบบหลายคลื่นความถี่ จะเจ็บกว่าเดิมมากไหมครับ?
คลื่น 1064 เจ็บจริงครับ..
เวลาที่คลื่น 1064nm ลงสู่ผิว จะให้ความรู้สึกเหมือนดีดแป๊กๆ
และจะรู้สึกแน่นตึบกว่าแบบคลื่นเดี่ยวอยู่พอสมควรครับ
แต่จากประสบการณ์จริงในห้องตรวจ
คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่า "เจ็บน้อยกว่าที่คิดไว้นะครับ พอกลั้นใจทนได้"
ยิ่งถ้าได้ทายาชาแปะไว้ก่อนทำ จะช่วยลดระดับความเจ็บลงไป
ได้เยอะพอสมควรเลยครับ
และคำถามนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตครับ
Q2. ต้องทำประมาณกี่ครั้ง ถึงจะเริ่มรู้สึกว่าหนวดเว้นระยะขึ้นช้าลงครับ?
คนที่บอกว่าทำไปแค่ 1-2 ครั้งแล้วรู้สึก "หนวดยุบลงเลย" มีปนอยู่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งครับ
โดยทั่วไป ตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป ระยะการโกนหนวดจะค่อยๆ ห่างออกไป 1-2 วัน
และหลังจากครั้งที่ 5-6 ไปแล้ว หนวดจะเริ่มบางลงอย่างเห็นได้ชัดครับ
คอร์สแนะนำเบื้องต้นจะอยู่ที่ 5-8 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 2-4 สัปดาห์ครับ
แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ อาจจะมีหนวดเส้นใหม่ๆ งอกขึ้นมาทดแทนได้
คนไข้หลายรายจึงเปลี่ยนไปใช้วิธีการทำเพื่อ "บำรุงรักษาภาพรวม (Maintenance)" แทนการกำจัดให้เกลี้ยงถาวรครับ
สุดท้ายนี้ขอพูดถึงเรื่องข้อดีข้อเสียตรงนี้ด้วยครับ
Q3. หลังทำเลเซอร์แล้ว จะมีปัญหาขนคุดอักเสบ หรือรอยดำตามมาไหมครับ?
นี่เป็นจุดสำคัญที่หลายคนมักเข้าใจผิดครับ
จริงๆ อาการรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) มักเกิดจากการดูแลผิว
เกี่ยวกับการโกนหนวดและล้างหน้าทันทีหลังทำเลเซอร์ มากกว่าตัวเทคโนโลยีเลเซอร์เองเสียอีกครับ
แนะนำว่าหลังทำเลเซอร์ 24 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงการใช้ใบมีดโกนหนวด
และล้างหน้าเบาๆ ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำสะอาดธรรมดาจะดีที่สุดครับ
ส่วนเรื่องรอยคล้ำหลังทำ อาจเกิดได้น้อยในผู้ที่มีผิวสีเข้มมาก
หรือในกรณีที่มีการเผชิญกับแสงแดดจัดทันทีหลังเลเซอร์
เพราะงั้น หมอจะคอยย้ำกับคนไข้ที่มาทำเลเซอร์ในช่วงหน้าร้อนเสมอ
ว่าอย่าลืมทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF50 ขึ้นไปเป็นประจำนะครับ
ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์ข้อมูลต่อในหัวข้อ "เลเซอร์กำจัดหนวดชายครั้งที่ 5 กับความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้จริงตามคลินิกผิวหนัง" นะครับ
ทำไมแต่ละคนเลเซอร์แบบหลายคลื่นตัวเดียวกัน
แต่ระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์ถึงได้ไม่เท่ากัน
โดยหมอจะนำเคสเปรียบเทียบระหว่างช่วงอายุ 33 ปี กับ 26 ปี มาให้ดูลายละเอียดกันชัดๆ ครับ
พาร์ทนี้หมอวี ยองจิน ลาไปก่อนครับ
สามารถทักไลน์แชทเข้ามาปรึกษาก่อนเดินทางมาคลินิกได้ตลอดเวลาครับ
สำหรับใครที่มีปัญหากังวลเรื่องเลเซอร์หนวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลองเช็ก 🌊โปรโมชั่นเด็ดๆ🌊 ที่เหมาะกับตัวเองก่อนได้นะครับ
คลิกดู 🌊โปรโมชั่นพิเศษ🌊 ที่กำลังจัดขึ้นที่ Beautystone สาขาฮับจอง
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?
สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

ยกกระชับ
เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage
สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?
สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ผิว
skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?
เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

ผิว
รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?
เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



