• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

10 ปีรักษา: หัวหน้าที่ปรึกษา vs หมอ ผลต่างกัน

10 ปีรักษา: หัวหน้าที่ปรึกษา vs หมอ ผลต่างกัน

10 ปีรักษา: หัวหน้าที่ปรึกษา vs หมอ ผลต่างกัน

ทำไมต้องตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ครอบครัว ต่างจากการปรึกษากับหัวหน้าที่ปรึกษา อธิบายผ่านเคสจริง

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

โปรดอ่านข้อมูลนี้ก่อนเริ่มทัวร์บิวตี้ของคุณนะครับ


Q. เพิ่งเคยเข้าคลินิกผิวหนังครั้งแรกครับ ปกติเห็นคุณผู้จัดการฝ่ายปรึกษา (Consultant Manager) เป็นคนเลือกโปรแกรมให้ แบบนั้นถูกต้องแล้วหรือเปล่าคะ?

A. บทบาทของผู้จัดการฝ่ายปรึกษานั้นมีประโยชน์แน่นอนครับ แต่การกำหนดทิศทางว่า "ควรทำหัตถการอะไร" จริง ๆ แล้ว


ควรได้รับการวินิจฉัยและตัดสินใจจากคุณหมอผู้รักษาโดยตรงครับ ถ้าสลับขั้นตอนกัน หลายคนมักจะมานึกเสียดายทีหลังครับ


Q. ถ้าอย่างนั้น คลินิกที่ได้พบคุณหมอก่อน กับคลินิกที่ได้ปรึกษากับผู้จัดการก่อน ผลลัพธ์จะแตกต่างกันขนาดนั้นเลยเหรอคะ?

A. ต่อให้ทำหัตถการเดียวกัน แต่ถ้าจุดเริ่มต้นต่างกัน ผลลัพธ์ในบั้นปลายก็ต่างกันแน่นอนครับ เดี๋ยวหมอจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังในบทความนี้กันนะครับ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล กำลังตรวจที่คลินิกผิวหนังฮงแด — ห้องตรวจของผอ.วีย็องจิน

 

 

คลินิกที่ได้คุยกับผู้จัดการก่อน vs คลินิกที่ได้พบคุณหมอก่อน แตกต่างกันยังไง มาดูกันครับ

เวลาเราเสิร์ชหาข้อมูลคลินิกผิวหนังแล้วเดินทางไปใช้บริการ

ส่วนใหญ่ขั้นตอนจะดำเนินไปในรูปแบบที่คล้าย ๆ กันครับ

นั่นคือ ลงทะเบียน → พบผู้จัดการฝ่ายปรึกษา → ประเมินราคา → ทำหัตถการ

 

แต่ในขั้นตอนเหล่านี้

การที่ "การตรวจวินิจฉัยโดยคุณหมอ" เข้าไปอยู่ในขั้นตอนไหน

สร้างความแตกต่างที่คาดไม่ถึงเลยล่ะครับ

ในโครงสร้างที่เน้นให้พบผู้จัดการฝ่ายปรึกษาก่อนนั้น

ประเภทของหัตถการและแพ็กเกจราคา

จะถูกกำหนดเอาไว้ก่อนล่วงหน้า

แล้วหลังจากนั้นคุณหมอก็จะทำหน้าที่ตรวจรักษาตามแพ็กเกจที่เลือกไว้

 

แต่โครงสร้างที่ให้ความสำคัญกับการพบคุณหมอก่อนจะตรงกันข้ามเลยครับ

คุณหมอจะเป็นผู้ตรวจเช็กสภาพผิวจริง

แล้วกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสมก่อน

จากนั้นผู้จัดการฝ่ายปรึกษาจะเข้ามาช่วยดูแลต่อ

ในเรื่องของการจัดตารางนัดหมาย แนะนำค่าใช้จ่าย และการดูแลหลังทำหัตถการให้สอดคล้องกับแนวทางของคุณหมอครับ

 

ทำไมถึงต้องพบคุณหมอก่อน? ลองมาดูเคสคนไข้คนเดียวกันแต่ผลลัพธ์ต่างกัน แล้วจะเข้าใจครับ

 

ข้อมูลเจาะลึกจาก หมอวี ยองจิน

ในฐานะแพทย์เฉพาะทางจาก Seoul National University ที่ให้บริการด้านความงามและผิวพรรณในย่านฮับจองและฮงแด

รวมถึงในฐานะแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว

หมอให้ความสำคัญกับการตรวจวินิจฉัยของแพทย์เป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด

ในการดูแลคนไข้ที่คลินิกผิวหนังแห่งนี้ครับ

 

หมอไม่ได้มองว่าการปรึกษากับผู้จัดการดูแลลูกค้าไม่มีความสำคัญนะครับ

แต่หมอเชื่อว่าการวางแนวทางการรักษาที่ถูกต้องจากการตรวจตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์นั้นสำคัญกว่ามากครับ

 

หลายคนอาจจะรู้สึกแปลกใจกับเรื่องนี้นะครับ

เมื่อเดือนก่อนมีคุณแม่อายุ 56 ปีท่านหนึ่งเข้ามาที่คลินิก

ซึ่งตอนแรกคุณแม่ไม่ได้ตั้งใจจะมาปรึกษาเรื่องผิวของตัวเองเลยครับ

 

คุณแม่แค่มาเป็นเพื่อนลูกสาววัย 31 ปี

ที่เข้ามาปรึกษาเรื่องปัญหารอยแผลเป็นจากสิวเท่านั้น

แต่พอได้นั่งฟังคุณหมออธิบายไปเรื่อย ๆ

คุณแม่ก็เริ่มสนใจและอยากดูแลผิวตัวเองขึ้นมาบ้างครับ

 

ก่อนหน้านี้คุณแม่เคยไปประเมินราคาจากคลินิกอื่นมาแล้ว

โดยได้แพ็กเกจ "โบท็อกซ์หน้าผาก/ระหว่างคิ้ว + ฟิลเลอร์ร่องแก้ม + เลเซอร์ยกกระชับ (lifting laser)"

ซึ่งตอนนั้นคุณแม่ได้พูดคุยเฉพาะกับผู้จัดการฝ่ายปรึกษาเท่านั้นครับ

 

แต่พอหมอได้ตรวจเช็กสภาพผิวของคุณแม่ในห้องตรวจจริง ๆ

ริ้วรอยบริเวณหน้าผากนั้นไม่ใช่ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์

แต่เป็นริ้วรอยที่เกิดจากผิวขาดความยืดหยุ่น

และสำหรับร่องแก้ม แทนที่จะเติมฟิลเลอร์เข้าไปตรง ๆ

ปัญหาหลักจริง ๆ เกิดจากการสูญเสียปริมาตรผิวบริเวณใบหน้าส่วนกลาง (mid-face volume loss) มากกว่าครับ

 

หากคุณแม่ทำโบท็อกซ์ไปก่อน

อาจจะทำให้หน้าผากดูตกลงและดูหย่อนคล้อยกว่าเดิมได้ครับ

นี่จึงเป็นเคสที่ต้องได้รับการปรับแต่งแนวทางการรักษาใหม่ทั้งหมด

ความแตกต่างระหว่างการปรึกษากับแพทย์และการปรึกษากับผู้จัดการ

หมอเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว

ที่ได้รับการฝึกอบรมจากโรงพยาบาล Seoul National University Hospital

ซึ่งเวชศาสตร์ครอบครัวเป็นสาขาเฉพาะทางที่ฝึกฝนให้เรามองสุขภาพของคนไข้แบบองค์รวม

เพื่อประเมินและจัด "ลำดับความสำคัญ" ในการรักษาอย่างเหมาะสมครับ

 

งานผิวหนังและความงามก็ใช้หลักการเดียวกันเลยครับ

คนไข้บางท่านอาจจะมีแพลนแต่งงานในอีก 6 เดือนข้างหน้า

บางท่านอยากเน้นโปรแกรมการดูแลผิวต่อเนื่องในระยะยาวสัก 3 ปี

หรือบางท่านอาจจะอยากทำทุกอย่างพร้อมกันในครั้งเดียว

แต่สภาพเกราะป้องกันผิว (skin barrier) ในตอนนั้นอาจจะยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับมือได้

 

การจัดลำดับความสำคัญเหล่านี้

คุณหมอจะต้องเป็นผู้สังเกตใบหน้าของคนไข้โดยตรง

และสอบถามความต้องการอย่างละเอียด ถึงจะจับจุดได้ถูกต้องครับ

ไม่ได้วัดกันแค่จากใบเสนอราคาดูแลผิวทั่วไป

ความหมายของการตรวจโดยผู้อำนวยการโดยตรง

และอีกหนึ่งจุดสำคัญที่อยากให้เช็กกันก็คือ

"คุณหมอเจ้าของคลินิกเป็นผู้ลงมือตรวจรักษาเองโดยตรงหรือไม่"

เดี๋ยวนี้เมื่อคลินิกเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

ก็มักจะมีระบบที่ให้แพทย์พาร์ทไทม์หรือแพทย์ร่วมงานเป็นผู้ทำหัตถการ

โดยที่ตัวคุณหมอเจ้าของคลินิกหลักอาจจะลงแค่ชื่อไว้เฉย ๆ

 

ซึ่งจริง ๆ ระบบแพทย์ร่วมงานไม่ได้แย่เสมอไปนะครับ

เป็นเรื่องปกติของคลินิกขนาดใหญ่ที่จะมีระบบจัดสรรงานแบบนี้

แต่ในฐานะคนไข้

"สิ่งที่ควรรู้คือ วันนี้ใครเป็นคนตรวจรักษาเรา

และในการมาครั้งหน้า เราจะยังคงได้พบคุณหมอคนเดิมหรือไม่"

หมอแนะนำให้เช็กเรื่องนี้ตั้งแต่แรกเลยครับจะดีที่สุด

สรุปประเด็นสำคัญจาก หมอวี ยองจิน


หมอไม่ได้กำลังบอกว่าผู้จัดการฝ่ายปรึกษาไม่มีความจำเป็นนะครับ

การแนะนำเรื่องคิวงาน ค่าใช้จ่าย และวิธีดูแลผิวหลังดูแลรักษา เป็นส่วนที่คุณผู้จัดการดูแลได้ดีและเป็นมืออาชีพมากครับ

เพียงแต่ทิศทางว่า "เราจะทำหัตถการอะไร" ควรจะเริ่มต้นจากการพูดคุยและวินิจฉัยกับคุณหมอก่อน

เพราะหากสลับขั้นตอนนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำหัตถการเดียวกันอาจต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ

 

5 เกณฑ์ง่าย ๆ สำหรับมือใหม่หัดเข้าคลินิกผิวหนังในเกาหลี

ถ้าลองเทียบตามตารางนี้ จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยครับ

จุดตรวจเช็ก (Check Point)

วิธีตรวจสอบ

① ลำดับการปรึกษา

ได้ประเมินราคาหลักกับผู้จัดการก่อน หรือได้เปิดใจตรวจคุยกับคุณหมอก่อน

② แพทย์ผู้ทำหัตถการ

เป็นคุณหมอเจ้าของคลินิกตรวจและทำหัตถการเองโดยตรง หรือเป็นแพทย์ร่วมงาน (เช็กว่าจะได้พบหมอท่านเดิมเมื่อกลับมาซ้ำไหม)

③ อุปกรณ์แท้แกะกล่อง

มีสติกเกอร์รับรองของแท้ และสามารถขอดูเพื่อตรวจสอบก่อนทำหัตถการได้หรือไม่

④ การดูแลหลังการรักษา (Post-care)

หากเกิดความรู้สึกผิดปกติหรือมีปัญหา สามารถเข้ามาตรวจเช็กซ้ำในวันนั้นได้ทันทีหรือไม่ และมีช่องทางการติดต่อที่ชัดเจนคุยง่ายหรือเปล่า

⑤ ความสะอาดและความปลอดภัย

มีการเปิดแกะกล่องหัวทิปหรือเข็มให้ดูต่อหน้า และมั่นใจได้ว่าเป็นอุปกรณ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (disposable)

โดยเฉพาะย่านฮงแด

เป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่น นักศึกษา ฟรีแลนซ์ ตลอดจนชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก

ทำให้มีการโฆษณาราคาประหยัดและโปรโมชั่นดึงดูดใจค่อนข้างรุนแรงกว่าย่านอื่น ๆ

เนื่องจากมีกลุ่มลูกค้าที่เพิ่งเคยเริ่มทำหน้าเป็นครั้งแรกเยอะมากครับ

 

ดังนั้น ท่ามกลาง 5 ข้อนี้

หมอจึงอยากแนะนำให้ดูข้อ ① และ ② เป็นอันดับแรกสุดเลยครับ

เพราะถ้าข้อ ① และ ② ผ่านเกณฑ์อย่างถูกต้องแล้ว

อีก 3 ข้อที่เหลือก็มักจะเป็นระบบที่ได้มาตรฐานตามไปด้วยโดยปริยายครับ

5 เกณฑ์ในการเลือกคลินิกผิวหนัง

 

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว น่าจะมีคำถามเหล่านี้ติดอยู่ในใจใช่ไหมคะ

 

Q1. ถ้าคุยกับคุณหมอก่อน จะมีค่าตรวจวินิจฉัย (Consultation Fee) แยกต่างหากไหมคะ? รู้สึกว่าแบบคุยกับผู้จัดการฟรีจะสบายใจกว่า

A. มีค่าตรวจวินิจฉัยเกิดขึ้นจริงครับ

แต่จริง ๆ แล้ว คำว่า "ปรึกษาฟรี" ของผู้จัดการ ส่วนใหญ่ก็มักจะถูกบวกเฉลี่ยรวมเข้าไปในค่าคอร์สหรือแพ็กเกจที่คุณเลือกอยู่ดีครับ

 

ค่าตรวจวินิจฉัยโดยคุณหมอปกติจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 - 20,000 วอน

แต่การได้คุยทิศทางที่ถูกต้องกับหมอ มักทำให้คุณตัดหัตถการที่ไม่จำเป็นออกไปได้เยอะ ซึ่งประหยัดรวมไปได้มากกว่าเสียอีกครับ

และพอบอกแบบนี้ หลายคนก็มักจะถามต่อว่า...

 

Q2. แล้วหลังจากตรวจวินิจฉัยกับคุณหมอเสร็จ ถ้ายังไม่ตกลงทำหัตถการแล้วเดินทางกลับเลยได้ไหมคะ? กลัวบรรยากาศจะดูอึดอัดและกดดันครับ

A. ตอนแรกหมอก็กังวลใจว่าคนไข้จะรู้สึกเกรงใจเหมือนกันครับ

แต่ในห้องตรวจรักษาจริง ๆ ของเรา จะไม่สร้างบรรยากาศกดดันแบบนั้นแน่นอนครับ

คำพูดที่หมอมักจะบอกคนไข้ในห้องบ่อย ๆ คือ "วันนี้ยังไม่จำเป็นต้องทำก็ได้คร้บ"

เพราะหัตถการบางประเภทมีช่วงเวลาที่เหมาะสมของมัน และบางท่านรออีกสักสองสามเดือนค่อยทำอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในตอนนี้

มีคนไข้หลายท่านที่พูดคุยกับหมอเสร็จแล้วขอกลับไปคิดทบทวนที่บ้านก่อน แล้วค่อยนัดวันคลินิกใหม่อีกครั้ง

ซึ่งวิธีนี้เป็นแนวทางที่ทำให้คนไข้ได้รับความพึงพอใจสูงสุดจริง ๆ ครับ

และสุดท้าย — เรื่องสำคัญเรื่องนี้ถ้าไม่พูดถึง หลายคนอาจจะเสียใจทีหลังแน่ ๆ ครับ

 

Q3. เป็นชาวต่างชาติ สามารถสื่อสารปรึกษาเป็นภาษาอังกฤษได้ไหมคะ? และถ้าหากมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นหลังจากนั้นจะติดต่อได้อย่างไร

A. นี่เป็นจุดที่หมออธิบายอุ่นใจให้คนไข้ฟังเสมอก่อนเริ่มการรักษาครับ

เนื่องจากย่านนี้ย่อมมีคนไข้ต่างชาติแวะเวียนมาเยอะมาก ทางคลินิกจึงมีบริกรและคุณหมอคอยสื่อสารให้คำปรึกษาภาษาอังกฤษเบื้องต้นได้อย่างราบรื่นครับ

 

นอกจากนี้ ที่ Beautystone ของเรายังมีคุณหมอชาวอังกฤษร่วมทีมอยู่ด้วย ดังนั้นหมดห่วงเรื่องกำแพงภาษาไปได้เลยครับ

 

สำหรับประเด็นเรื่องผลข้างเคียง — ในวันทำหัตถการคุณจะได้รับเอกสารแนะนำที่มีช่องทางติดต่อด่วนโดยตรง

หากเป็นช่วงเวลากลางคืนแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่นแดงจัด ปวดระบม หรือมีไข้ สามารถส่งสัญญาณติดต่อเราได้ทันที

เราจะช่วยประสานงานจองคิวแรกสุดในช่วงเช้าของวันถัดไปให้อย่างด่วนที่สุดครับ

เพราะการดูแลหลังการรักษา (Post-care) นั้นมีความสำคัญไม่แพ้ตัวหัตถการเลยครับ

หากวันนี้คุณจะเก็บข้อมูลกลับไปเพียงข้อเดียว — หมออยากให้หยุดกังวลเรื่องการเลือกชื่อหัตถการ แล้วเลือกที่จะไปพบคุณหมอผู้วางแผนวิเคราะห์ผิวให้คุณก่อนนะครับ


ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์เคล็ดลับว่า 'คำถามสำคัญอะไรบ้างที่คุณควรถามเมื่อได้พบคุณหมอครั้งแรก เพื่อให้คุ้มค่าเวลามากที่สุด' รอติดตามกันนะครับ

 

เพราะแม้จะเป็นเวลาเข้าพบคุณหมอเพียง 10 นาทีสั้น ๆ แต่คำถามที่คุณเตรียมมานั้น จะช่วยเปลี่ยนผลลัพธ์ที่คุณจะได้รับกลับไปอย่างมีประโยชน์มหาศาลเลยครับ

 

ขอให้มีผิวที่สวยสดใสเสมอนะครับ จาก หมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1