กำจัดขนบราซิลเลียนหญิง ที่เจ็บยิ่งเจ็บ ที่หลุดยากยิ่งยาก ความต่างจากความยาวคลื่นและการทำให้เย็น

พอใกล้จะถึงหน้าร้อนทีไร
ในห้องตรวจของหมอจะมีคนไข้ที่กำผ้าเช็ดตัวแน่นด้วยความกังวลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลยค่ะ
"เคยทำจากที่อื่นมาตั้ง 6 ครั้งแล้ว
แต่ขนก็ยังขึ้นซ้ำที่เดิมอยู่เลยค่ะ"
มีหลายคนมากเลยค่ะที่พูดแบบนี้
วันนี้หมอจะมาค่อยๆ อธิบายสาเหตุให้ฟังกันแบบเข้าใจง่ายๆ นะคะ

สรุปแล้วมันมีความแตกต่างกัน
ตรงไหนกันแน่นะ?
การเลเซอร์ขนบิกินี่แบบบราซิลเลียน (Brazilian Hair Removal) เป็นการกำจัดขนบริเวณเนินหัวหน่าว อวัยวะเพศ
รวมไปถึงรอบๆ ทวารหนัก
เรียกได้ว่าเป็นการจัดระเบียบขนทั้งหมดเลยค่ะ
ซึ่งจะต่างจากการเลเซอร์ขอบบิกินี่ธรรมดา (Bikini Line)
ตรงที่บราซิลเลียนจะต้องดูแลบริเวณ
ที่ใกล้กับเนื้อเยื่ออ่อนและจุดที่บอบบางมากๆ
ทำให้ความหนาของผิวและความลึกของรากขนในแต่ละจุดนั้นแตกต่างกันออกไปค่ะ
หากไม่เข้าใจความต่างนี้ แล้วใช้เซ็ตติ้งเครื่องแบบเดียวกันยิงไปทั่ว
บางจุดก็อาจจะเจ็บจนทนไม่ไหว
ในขณะที่บางจุดขนก็อาจจะไม่หลุดเลยค่ะ

แล้วทำไมบางคน
ถึงเห็นผลน้อยกว่าที่ควรล่ะ?
เนื่องจากบริเวณบราซิลเลียนเป็นจุดที่บอบบางและไวต่อความรู้สึกมาก
การดูแลเรื่องความเจ็บปวดและสุขอนามัยจึงสำคัญที่สุดค่ะ
ซึ่งระบบคูลลิ่ง (Cooling System) ของเครื่อง GentleMax Pro Plus และ
การเลือกใช้ความยาวคลื่นแบบ Dual Wave
จะช่วยสร้างความแตกต่างทั้งในเรื่องของการลดความเจ็บและผลลัพธ์ที่ได้ค่ะ
เมื่อเดือนที่แล้วมีคนไข้ท่านหนึ่งมาพบหมอ
เธอเคยเลเซอร์จากคลินิกอื่นมาแล้วถึง 8 ครั้ง
ขนบริเวณตรงกลางเนินหัวหน่าวแทบจะเกลี้ยงแล้ว
แต่ลึกเข้าไปด้านในบริเวณ Y-Zone
ยังมีขนเส้นหนาๆ หลงเหลืออยู่เหมือนเดิมเลยค่ะ
นั่นเป็นเพราะว่าในการทำเลเซอร์กำจัดขนนั้น
ความลึกที่พลังงานจะลงไปถึงจะแตกต่างกันไปตามความยาวคลื่นค่ะ
คลื่น Alexandrite 755nm
จะตอบสนองได้ดีกับรากขนที่อยู่ตื้นๆ
ส่วน Nd:YAG 1064nm
จะสามารถลงลึกไปได้ถึงประมาณ 4-5 มม. เลยทีเดียว
ในบริเวณบราซิลเลียนนั้น จะมีทั้งจุดที่รากขนลึกและหนา
ปะปนอยู่กับจุดที่ขนตื้นและเป็นขนอ่อน
ดังนั้น การใช้คลื่นความยาวเพียงชนิดเดียว จึงไม่สามารถกำจัดขนได้ครบทุกแบบค่ะ
ซึ่งเครื่อง GentleMax Pro Plus
สามารถปรับสลับใช้ทั้งสองคลื่นความยาวนี้ได้
และยังมี DCD (Dynamic Cooling Device) คอยพ่นลมเย็นออกมาก่อนที่เลเซอร์จะยิงทันที
เพื่อช่วยปลอบประโลมผิวชั้นนอก ทำให้อาการเจ็บลดลงไปได้เยอะมากเลยค่ะ
สรุปใจความสำคัญโดย
หมอวี ยองจิน
สำหรับบราซิลเลียนแล้ว แทนที่จะถามว่า 'ต้องทำกี่ครั้ง'
แต่ 'การเลือกใช้คลื่นความยาวที่ตรงกับความลึกของรากขนจริงของเราหรือไม่'
ต่างหากคือตัวตัดสินผลลัพธ์ค่ะ
และนอกจากนี้ ระบบคูลลิ่งที่ดีและทำงานได้อย่างแม่นยำ
ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้ตอนทำไม่รู้สึกเจ็บจนเกินไปด้วยค่ะ

เวลาคนไข้มาตรวจ
หมอมักจะแบ่งประเภทแบบนี้ค่ะ
ประเภทผิว/ขน | คลื่นความยาวที่แนะนำ | จำนวนครั้งที่แนะนำ |
ผิวขาว เน้นขนเส้นเล็ก/อ่อน | เน้น 755nm เป็นหลัก | 5 - 7 ครั้ง |
ขนหนาและรากขนลึก, กลุ่มขนจากฮอร์โมน | เน้น 1064nm เป็นหลัก | 6 - 10 ครั้ง |
โทนสีผิวค่อนข้างเข้ม | เน้นเฉพาะ 1064nm | 7 - 10 ครั้ง |
แม้ว่าคลื่น 1064nm จะลงลึกและอาจทำให้รู้สึกเจ็บมากกว่า
แต่ถ้าจับคู่คลื่นความยาวให้ตรงจุดและเหมาะสม
คนไข้ที่เคยทำแล้วไม่เห็นผลจากที่อื่นมาก่อน
ก็สามารถคาดหวังผลลัพธ์และเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้อีกครั้งแน่นอนค่ะ
3 คำถามที่พบบ่อยที่สุด
ในห้องตรวจ
Q1. ช่วงมีประจำเดือน ต้องเลี่ยงเลยไหมคะ?
ในวันที่มีประจำเดือน หมอไม่แนะนำให้ทำนะคะ เนื่องจากเรื่องความสะอาด สุขอนามัย
รวมถึงผิวจะไวต่อความเจ็บปวดมากกว่าปกติด้วยค่ะ
แนะนำให้นัดหมายหลังจากประจำเดือนหมดไปแล้วประมาณ 2-3 วัน
จะทำให้ทำได้อย่างสบายตัวขึ้นเยอะเลยค่ะ
Q2. ควรทำกี่ครั้ง และทิ้งระยะห่างนานแค่ไหนคะ?
ช่วงแรกแนะนำให้ทำทุกๆ 4-6 สัปดาห์ ต่อเนื่องกันประมาณ 5 ครั้งค่ะ
หลังจากนั้นค่อยๆ เว้นระยะห่างออกเป็น 6-8 สัปดาห์
โดยแนะนำให้ทำรวมทั้งหมดประมาณ 7-10 ครั้งค่ะ
การเลเซอร์กำจัดขนไม่ใช่การรักษาครั้งเดียวแล้วเสร็จถาวรนะคะ
Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงค่ะ
จะทำให้ผิวคล้ำขึ้นหรือเกิดรอยไหม้ไหมคะ?
ถ้าหากระบบคูลลิ่งที่คอยปกป้องผิวชั้นนอกทำงานได้ดี
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะเป็นเพียงรอยแดงชั่วคราว
และอาการบวมเล็กน้อยซึ่งจะค่อยๆ ยุบตัวลงไปเองค่ะ
หลังจากทำเสร็จประมาณ 3 วัน
ควรหลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า และหลีกเลี่ยงการใส่กางเกงในที่รัดแน่นจนเกินไปนะคะ
ในบทความหน้า หมอจะมาแชร์ข้อมูลดีๆ แบบลึกซึ้งยิ่งขึ้นให้อ่านกันอีกนะคะ
ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวน่ารู้จากหมอวี ยองจิน ค่ะ
หากใครกำลังกังวลเรื่องการทำเลเซอร์บราซิลเลียนแบบซ้ำซาก ลองมาเช็ก 🌊โปรโมชั่นพิเศษ🌊 ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณกันนะคะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶สรุปครบในที่เดียว ผลข้างเคียง, ผลลัพธ์ และระยะเวลาคงผลลัพธ์ของฟิลเลอร์คาง
▶ไขข้อข้องใจ ทำเลเซอร์หนวด GentleMax แต่ทำไมต่อให้เพิ่มจำนวนครั้งก็ยังไม่ได้ผล
▶3 หลักการสำคัญในการฉีดฟิลเลอร์หัวไหล่ เพื่อสร้างไหล่ตั้งฉากสวย พร้อมเช็กผลลัพธ์และผลข้างเคียง

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด

ผิว
หลังจากฉีด Sculptra แล้ว อีกนานแค่ไหนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ผิวฟูดูมีวอลลุ่ม และผลลัพธ์นี้จะอยู่ได้นานเท่าไหร่กันนะ?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมหลังฉีด Sculptra ทันทีถึงยังไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลง เราได้รวบรวมช่วงเวลาตั้งแต่หลังฉีด ไปจนถึงช่วง 6 สัปดาห์ - 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มสร้างตัวและเห็น volume ค่อยๆ ฟูสวยชัดเจนขึ้นมาฝากกันค่ะ

ผิว
หลังจากทำ Secret RF อาการแดงและคันยิบๆ จะหายไปภายในไม่กี่วันค่ะ แล้วต้องดูแลผิวอย่างไรบ้างคะ?
เรามาดูรีวิวขั้นตอนการฟื้นฟูผิวแบบละเอียดกันค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Secret RF ทันทีถึงมีรอยแดง และในแต่ละวันรอยเหล่านั้นจะค่อยๆ ยุบลงอย่างไรบ้าง

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดโบกราม (botox) กี่วันถึงจะเริ่มเห็นผลหน้าเรียวคะ แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?
ทำไมฉีด Botox ลดกรามแล้วถึงยังไม่เรียวสวยทันที? เรามาเจาะลึกไทม์ไลน์ช่วง 2-4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวเริ่มหดตัวลงอย่างชัดเจน จนเห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าได้อย่างชัดเจนกันค่ะ

ผิว
ฝ้าแดดและจุดด่างดำทำไมถึงไม่หายไปในการทำเลเซอร์เม็ดสีแค่ครั้งเดียว แถมยังคอยจะกลับขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อยๆ กันนะ?
เรามาเจาะลึกกันว่าทำไม ฝ้า ถึงไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในครั้งเดียวเหมือนจุดด่างดำหรือกระทั่วไป และทำไมการใช้เลเซอร์ที่แรงเกินไปอาจส่งผลเสียทำให้เกิดรอยดำสะท้อนกลับ (rebound pigmentation) แทนค่ะ

ผิว
รักษาฝ้าด้วยการทำ toning ดึงแค่เม็ดสีออก แป๊บเดียวก็กลับมาเป็นอีกแล้ว
เราใช้เลเซอร์ Revlite และ Helios Toning เพื่อลดเม็ดสี พร้อมกับดูแลเส้นเลือดในเคสฝ้าเลือด บำรุงผิวชั้นเดอร์มิสอย่างอ่อนโยนด้วย RF และใช้ Tranexamic acid booster เพื่อกดรากฝ้าให้อยู่หมัด สรุปขั้นตอนการรักษาฝ้าแต่ละประเภทไว้ให้แล้วค่ะ



