• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ก่อนฉีด Botox หน้าผาก ลองจับแล้วลืมตาดูนะครับ

ก่อนฉีด Botox หน้าผาก ลองจับแล้วลืมตาดูนะครับ

ก่อนฉีด Botox หน้าผาก ลองจับแล้วลืมตาดูนะครับ

ฉีดโบหน้าผากให้ดี เช็กการใช้กล้ามเนื้อเอง 30 วินาที เพื่อปรับปริมาณและตำแหน่งให้พอดี

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

การที่โบท็อกซ์หน้าผากจะเข้ากับเราได้ดีหรือไม่นั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องที่ ‘ต้องลองฉีดดูก่อนถึงจะรู้’ หรอกนะครับ เพียงแค่เช็กด้วยตัวเองที่หน้ากระจก 30 วินาทีก็สามารถคาดเดาได้ในระดับหนึ่งแล้วครับ นี่คือการทดสอบ ‘การใช้นิ้วกดหน้าผากแล้วลืมตา’ ที่นิยมใช้กันบ่อยในคลินิก ซึ่งผลลัพธ์จากการวินิจฉัยด้วยตัวเองนี้จะช่วยกำหนดปริมาณยา, ตำแหน่งที่ฉีด และระยะเวลาในการฉีดของแต่ละคน และสำหรับบางคน ผลลัพธ์อาจจะกลายเป็นว่า ‘ควรทำตาสองชั้นก่อนฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก’ เสียอีกครับ

 

ใช้นิ้วกดหน้าผากแล้วลืมตา — ตรวจสอบตัวเองง่ายๆ ใน 30 วินาที

วิธีการง่ายมากๆ ครับ แค่ยืนหน้ากระจก แล้วใช้นิ้วมือทั้งสองข้างกดบริเวณหน้าผากทั้งหมดเบาๆ จากด้านบน แค่พอตรึงกล้ามเนื้อหน้าผาก (Frontalis) ไม่ให้ขยับเท่านั้นครับ จากนั้นลองลืมตาขึ้นตามปกติ

การประเมินผลจะเป็นดังนี้ครับ: ถ้าคุณลืมตาได้สบายๆ เกือบเหมือนปกติ แสดงว่ากล้ามเนื้อยกเปลือกตาบน (Levator palpebrae superioris) ของคุณแข็งแรงดี และแทบไม่ต้องพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากเลย แต่ถ้าหากรู้สึกหนักตาและขอบเขตการมองเห็นแคบลงกว่าปกติ แสดงว่าคุณเป็นคนที่ต้องพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากในการช่วยลืมตาอย่างมาก สัดส่วนการทำงานของกล้ามเนื้อที่เราไม่เคยรู้มาก่อนจะถูกเปิดเผยผ่านการทดสอบเพียงครั้งเดียวนี้ครับ

นี่คือวิธีประเมินผิวง่ายๆ ด้วยตัวเองที่เป็นมาตรฐานที่คลินิกแนะนำก่อนทำโบท็อกซ์หน้าผาก และแผนการรักษาจะเปลี่ยนไปตามผลลัพธ์ที่ได้ครับ

ใช้นิ้วกดหน้าผากแล้วลืมตา — ตรวจสอบตัวเองง่ายๆ ใน 30 วินาที

 

 

สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผาก ฉีดปริมาณปกติได้เลย OK

หากผลการประเมินตัวเองคือ 'ลืมตาได้สบายๆ เหมือนปกติ' แสดงว่าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากครับ ในกรณีนี้ การฉีดแบบมาตรฐานที่กระจายปริมาณยาทั่วไปอย่างสม่ำเสมอทั่วหน้าผาก (ประมาณ 6-10 Unit สำหรับโบท็อกซ์) จะเหมาะมากที่สุดครับ

แม้ว่าในต่างประเทศมักจะใช้ปริมาณ 10 Unit ขึ้นไป แต่จากประสบการณ์การรักษาของหมอ คนไข้ชาวเอเชียหลายคนมักจะรู้สึกหนักตาตั้งแต่ปริมาณนี้เลยครับ ดังนั้น การเริ่มต้นด้วยปริมาณที่น้อยกว่า แล้วค่อยมาเก็บรายละเอียด 'Retouch' เพิ่มเติมตรงจุดที่ขาดในอีก 2-3 สัปดาห์ถัดไป จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ โดยทั่วไปตำแหน่งที่ฉีดจะอยู่ห่างจากเหนือคิ้วขึ้นไป 2-3 ซม. ไปจนถึงไรผมอย่างสม่ำเสมอ และเว้นระยะห่างในการฉีดทุกๆ 3-4 เดือนครับ

สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผาก ฉีดปริมาณปกติได้เลย OK

 

 

สำหรับผู้ที่พึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากมาก แนะนำเป็น ปริมาณน้อย + ฉีดเฉพาะส่วนบน

หากผลการประเมินสะท้อนชัดเจนว่า 'หนักตา ชุมสายตาแคบลง' แสดงว่าเป็นกลุ่มที่พึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากอย่างมากครับ ในกรณีนี้การใช้ปริมาณยาปกติอาจเป็นสัญญาณอันตรายได้ จึงต้องปรับเปลี่ยน 2 อย่างนี้ครับ

ข้อแรก ปรับปริมาณยาให้ลดลง (ประมาณ 2-4 Unit สำหรับโบท็อกซ์) ข้อที่สอง ฉีดเฉพาะบริเวณหน้าผากส่วนบนเท่านั้น โดยเน้นตำแหน่งใกล้กับไรผม และหลีกเลี่ยงบริเวณใกล้เหนือคิ้ว (ไม่เกิน 2 ซม. จากคิ้ว) เพราะหากฉีดใกล้คิ้วมากเกินไป กล้ามเนื้อหน้าผากที่คอยช่วยพยุงจะหยุดทำงาน ส่งผลให้คิ้วตก และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหนังตาตกเทียม (Pseudoptosis) ได้ครับ

แทนที่จะฝืนยืดระยะเวลาการฉีดออกไป การฉีดปริมาณน้อยตั้งแต่แรกแล้วค่อย 'Retouch' เติมทีหลังเมื่อจำเป็น จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าครับ สำหรับผู้ที่พึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผาก การแบ่งฉีดปริมาณน้อยๆ หลายๆ ครั้งจะปลอดภัยกว่าการฉีดให้ตึงสนิทในครั้งเดียวครับ

สำหรับผู้ที่พึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากมาก แนะนำเป็น ปริมาณน้อย + ฉีดเฉพาะส่วนบน

 

 

การเว้นหน้าผากด้านข้างไว้ จะปลอดภัยกว่าครับ

กล้ามเนื้อหน้าผากไม่ได้เป็นผืนเดียวกันทั้งหมด แต่จะแบ่งออกเป็นส่วนกลางและส่วนข้างครับ ถึงแม้ว่าส่วนกลางจะถูกระงับการทำงานชั่วคราว แต่ถ้าส่วนข้าง (บริเวณเหนือหางตา) ยังทำงานอยู่ ก็จะช่วยประคองการดึงยกหน้าผากไว้ได้เล็กน้อย ดังนั้น สำหรับผู้ที่ต้องพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากอย่างมาก การเว้นบริเวณหน้าผากด้านข้าง* ไว้จึงเป็นมาตรฐานการดูแลครับ

* หน้าผากด้านข้าง (Temporal forehead): บริเวณด้านข้างของหน้าผากที่เชื่อมต่อจากเหนือหางตาไปทางขมับ บริเวณนี้มีกล้ามเนื้อหน้าผากส่วนข้างอยู่ ซึ่งหากเว้นตำแหน่งนี้ไว้ ก็จะช่วยพยุงการยกตาไว้ได้บางส่วน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหนังตาตกเทียมได้ครับ

รูปแบบ

ปริมาณที่แนะนำ

ตำแหน่ง

การเว้นด้านข้าง

ระยะเวลา / Retouch

พึ่งพาน้อย

6~10 U

ทั่วหน้าผาก

ทางเลือก

3~4 เดือน + Retouch เมื่อจำเป็น

พึ่งพาระดับปานกลาง

4~8 U

ส่วนบน + เน้นตรงกลาง

4~5 เดือน + Retouch

พึ่งพามาก

2~4 U

เฉพาะแนวไรผมส่วนบน

✓ (จำเป็น)

5 เดือนขึ้นไป + Retouch

พึ่งพามากเป็นพิเศษ

ฉีดเฉพาะระหว่างคิ้ว / แนะนำให้เลี่ยง

ระหว่างคิ้ว

ปรึกษาแพทย์เพื่อตัดสินใจ

การ ‘ระงับการทำงานบางส่วน + คงการพยุงไว้’ จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากกว่าการปล่อยให้ตึงแข็งไปทั้งหมดสำหรับผู้ที่พึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผาก การที่หน้าผากยังสามารถขยับได้เล็กน้อย ถือเป็นเรื่องธรรมชาติและปกติที่สุดครับ

การเว้นหน้าผากด้านข้างไว้ จะปลอดภัยกว่าครับ

 

 

หลังจากทำตาสองชั้นแล้ว ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะเลยครับ

สำหรับผู้ที่ต้องพึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากมากๆ จนแทบจะฉีดโบท็อกซ์ตรงหน้าผากไม่ได้เลย ในทางปฏิบัติแล้ว แพทย์มักจะแนะนำให้พิจารณาทำตาสองชั้น* ควบคู่ไปด้วยครับ และบางครั้งก็นิยมฉีดโบท็อกซ์หน้าผากร่วมด้วยทันทีหลังผ่าตัดทำตาสองชั้น เพราะการระงับการทำงานของกล้ามเนื้อหน้าผากชั่วคราว จะช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อยกเปลือกตาบนทำงานได้เต็มที่มากขึ้น ซึ่งนี่คือแนวทางการรักษาเพื่อฝึกและเสริมความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อตานั่นเองครับ

* ผ่าตัดตาสองชั้น (Blepharoplasty): การจัดระเบียบแนวชั้นตาและขจัดไขมันส่วนเกินบริเวณเปลือกตาบน ไม่เพียงแต่เพื่อความงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในแง่ของฟังก์ชันการทำงาน เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อเปลือกตาบนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยครับ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ถ้าผลการประเมินตัวเองดูก้ำกึ่ง ไม่ชัดเจน ควรทำอย่างไรดีครับ?

หากรู้สึกว่า ‘หนักตานิดหน่อยหรือเปล่านะ?’ แสดงว่าคุณอาจอยู่ในกลุ่มที่พึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากระดับปานกลางครับ แนะนำให้เริ่มดัวยปริมาณน้อยๆ ประมาณ 4-6 Unit ก่อน แล้วค่อยมาดูผลลัพธ์ในอีก 2 สัปดาห์เพื่อ ‘Retouch’ เพิ่มเติมในส่วนที่ขาด การไม่ปรับปริมาณยาเยอะจนเกินไปในครั้งแรกจะปลอดภัยที่สุดครับ

Q. หากเกิดภาวะหนังตาตกเทียมไปแล้ว ควรแก้ปัญหาอย่างไรดีครับ?

ทางแก้ที่ดีที่สุดคือการรอเวลาประมาณ 3-4 เดือนเพื่อให้ฤทธิ์ของโบท็อกซ์สลายไปเองครับ สำหรับการฉีดครั้งต่อไป ควรปรับเปลี่ยนตามตารางด้านบน โดยลดปริมาณยาลงเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งและฉีดเฉพาะบริเวณหน้าผากส่วนบนเท่านั้น เพราะหากฉีดที่เดิมด้วยปริมาณเท่าเดิม ก็จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดเหมือนเดิมครับ

Q. การพิจารณาทำตาสองชั้นควบคู่กับโบท็อกซ์หน้าผาก เป็นเรื่องปกติไหมคะ?

สำหรับผู้ที่พึ่งพากล้ามเนื้อหน้าผากมากๆ มักจะแนะนำให้ทำร่วมกันบ่อยๆ ครับ การฉีดโบท็อกซ์หน้าผากทันทีหลังทำตาสองชั้น จะช่วยให้กล้ามเนื้อเปลือกตาได้ทำงานเต็มที่และแข็งแรงขึ้น โดยสามารถเข้ารับการผ่าตัดกับแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตา และปรึกษาเรื่องแนวทางการฉีดโบท็อกซ์ควบคู่กันไปเพื่อผลลัพธ์ที่ลงตัวที่สุดครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1