• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

30 นาทีหลัง filler จมูก สัญญาณนี้รีบมาพบแพทย์

30 นาทีหลัง filler จมูก สัญญาณนี้รีบมาพบแพทย์

30 นาทีหลัง filler จมูก สัญญาณนี้รีบมาพบแพทย์

สัญญาณอันตรายหลัง filler จมูก ปวดตื้อๆ ผิวซีด รอยม่วงคล้ำ ตุ่มน้ำพอง รีบไปคลินิกใน 4-6 ชม.

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

📚 เจาะลึกผลข้างเคียงฟิลเลอร์จมูก · สารบัญซีรีส์

ผลข้างเคียงที่อันตรายที่สุดของการฉีดฟิลเลอร์จมูกคือ 'การอุดตันของเส้นเลือด' ซึ่งอาการนี้จะไม่ได้ดูเหมือนรอยช้ำธรรมดาๆ นะครับ รูปแบบและช่วงเวลาที่เกิดจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น การสังเกตและจับสัญญาณเตือนให้ได้ภายใน 30 นาทีถึง 4 ชั่วโมงหลังการฉีด จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ชะตาว่าผิวจะฟื้นฟูกลับมาได้หรือไม่ หากตรวจพบทันเวลา การฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ก็สามารถกู้กลับคืนมาได้อย่างสมบูรณ์ครับ

สรุปสั้นๆหากภายใน 30 นาทีถึง 4 ชั่วโมงหลังฉีด บริเวณที่ฉีดหรือรอบๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำเขียวปนน้ำเงิน หรือมีอาการปวดตึบๆ ตามจังหวะชีพจร ผิวซีด หรือมีตุ่มน้ำใสเกิดขึ้น ให้รีบกลับไปพบแพทย์ที่คลินิกทันที อาการนี้จะต่างจากรอยช้ำปกติ และสามารถกู้คืนได้ด้วย Hyaluronidase ภายใน 4-6 ชั่วโมงครับ

 

สัญญาณปกติ vs สัญญาณอันตราย — จุดเช็กตามช่วงเวลา

ทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก ทุกคนจะมีอาการบวม แดง และมีรอยช้ำเล็กๆ ได้เป็นปกติ ซึ่งนั่นคือกระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติครับ แต่สัญญาณอันตรายจะแสดงออกมา 'ในคนละช่วงเวลาและมีลักษณะที่ต่างกัน' สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ตามตารางนี้เลยครับ

เวลา

อาการปกติ

สัญญาณอันตราย

ระหว่างฉีด

รู้สึกเจ็บจี๊ดๆ หรือตึงหน่วง

ปวดตึบๆ ตามจังหวะชีพจร ผิวซีดขาว เกิดจุดสีขาว

ทันทีหลังฉีด ~ 30 นาที

บวมและแดงเล็กน้อย

ผิวซีด รู้สึกเย็นยะเยือก ผิวเปลี่ยนเป็นสีคล้ำเขียวปนน้ำเงิน

4~6 ชั่วโมง

รอยช้ำตรงกลางจะเข้มและขอบจะจางลง

เกิดลวดลายคล้ายตาข่ายหรือรูปตัว V มีอาการปวดรุนแรงขึ้น

24 ชั่วโมง

สีของรอยช้ำเริ่มเปลี่ยน อาการบวมเริ่มยุบลง

มีตุ่มน้ำ พุพอง ผิวเปลี่ยนเป็นสีดำ + ปวดไม่หาย

หัวใจสำคัญของความแตกต่างคือ 'ลักษณะการกระจายตัว' และ 'ยิ่งเวลาผ่านไป อาการดีขึ้นหรือแย่ลง' รอยช้ำปกติจะค่อยๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่ถ้าเป็นการอุดตันของเส้นเลือด สีจะยังคงเข้มเท่าเดิมหรือเข้มขึ้นเรื่อยๆ ครับ

สัญญาณปกติ vs สัญญาณอันตราย — จุดเช็กตามช่วงเวลา

 

 

ระหว่างและทันทีหลังฉีด — อาการปวดตุบๆ และผิวซีดขาว

สัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดมักจะปรากฏขึ้นระหว่างทำหัตถการครับ อาการ ปวดตึบๆ ตามจังหวะชีพจร (รู้สึกเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจ) ผิวซีดขาว (บริเวณที่ฉีดเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดกะทันหัน) และ Blanching* (กดแล้วปล่อยแล้วสีผิวไม่กลับมาเหมือนเดิม) — หากพบอาการใดอาการหนึ่งในสามอาการนี้ แพทย์ผู้รักษาจะต้องรู้ตัวทันทีและหยุดการฉีดทันทีครับ

* Blanching: ปรากฏการณ์ที่เมื่อกดผิวเบาๆ แล้วปล่อย แต่สีผิวไม่กลับมาเป็นสีชมพูในทันที แต่ยังคงขาวซีดอยู่ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเลือดในเส้นเลือดฝอยบริเวณนั้นหยุดไหลเวียน และเป็นสัญญาณฉุกเฉินของการอุดตันของเส้นเลือดที่ตรวจพบได้เร็วที่สุดระหว่างการรักษา

ในช่วง 30 นาทีแรกหลังฉีด ก็ต้องคอยสังเกตสัญญาณเดียวกันนี้ด้วยนะครับ ส่องกระจกดูใกล้ๆ เพื่อเช็กสีผิวบริเวณที่ฉีดและรอบๆ ไปอีกประมาณ 1-2 ซม. หากจากสีเนื้อปกติเปลี่ยนเป็น ซีดขาว → คล้ำเขียวปนน้ำเงิน → สีดำ ถือเป็นกรณีฉุกเฉินครับ รอยช้ำทั่วไปมักจะเป็นสีแดงเข้มปนดำและขอบจะเบลอๆ แต่ถ้าเป็นเส้นเลือดอุดตัน ขอบจะชัดเขนและมีลักษณะคล้ายตาข่ายครับ

* เส้นเลือดอุดตัน (Vascular Occlusion): ภาวะที่ฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือดหรือไปกดทับเส้นเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดถูกบล็อก ส่งผลให้บริเวณทั้งหมดที่เส้นเลือดนั้นไปเลี้ยงขาดออกซิเจนและสารอาหาร → หากไม่ได้รับการรักษาภายใน 4-6 ชั่วโมง จะพัฒนาไปสู่ภาวะเนื้อตาย (tissue necrosis) ได้ครับ

ระหว่างและทันทีหลังฉีด — อาการปวดตุบๆ และผิวซีดขาว

 

 

30 นาที ~ 4 ชั่วโมง — แยกแยะให้ได้ระหว่างรอยช้ำกับเส้นเลือดอุดตัน

ช่วงเวลานี้คือ "Golden Time" หรือช่วงเวลาทองในการตรวจเช็กด้วยตัวเองครับ แม้ว่าคลินิกที่ทำจะปิดทำการแล้ว แต่เพียงแค่คุณเช็ก 3 อย่างนี้ ได้แก่ สี, อาการปวด, และความรู้สึก ก็จะสามารถแยกแยะได้ว่านี่คือรอยช้ำธรรมดาหรือเส้นเลือดอุดตันครับ

  • สี — รอยช้ำธรรมดาจะมีสีแดงอมดำ ส่วนเส้นเลือดอุดตันจะมีสีคล้ำเขียวปนน้ำเงิน รอยช้ำธรรมดาจะเป็นปื้นเดียว แต่เส้นเลือดอุดตันจะมีลักษณะเป็นตาข่ายหรือกระจายตัวเป็นรูปตัว V (รามไปตามแนวแขนงเส้นเลือด)

  • อาการปวด — รอยช้ำธรรมดาจะเจ็บแค่เวลาไปกดโดน แต่ถ้าเส้นเลือดอุดตันจะปวดตึบๆ ตลอดเวลาแม้จะอยู่เฉยๆ

  • ความรู้สึก — รอยช้ำปกติจะเจ็บแปลบหรือตึงนิดหน่อย แต่ถ้าเส้นเลือดอุดตันจะรู้สึกเย็นยะเยือกและชา

ข้อแตกต่างทางคลินิกที่ใช้แยกแยะรอยช้ำและเส้นเลือดอุดตัน คืออาการทั้งสามนี้มักจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กันหรือไม่ หากมีแค่อาการเดียว อาจเป็นเพียงรอยช้ำธรรมดา แต่หากมีครบทั้งสามข้อ ให้สงสัยไว้ก่อนเลยครับว่าอาจเกิดการอุดตันของเส้นเลือด

30 นาที ~ 4 ชั่วโมง — แยกแยะให้ได้ระหว่างรอยช้ำกับเส้นเลือดอุดตัน

 

 

เกิน 24 ชั่วโมงขึ้นไป — หากเริ่มมีตุ่มน้ำขึ้น อย่ารอช้าเด็ดขาด

หากผ่านไปเกิน 24 ชั่วโมง รอยช้ำปกติจะเริ่มจางลง แต่การอุดตันของเส้นเลือดจะแสดงอาการในทิศทางตรงกันข้ามครับ หากเริ่มเห็น ตุ่มน้ำหรือตุ่มพอง แสดงว่าผิวชั้นนอกเริ่มถูกทำลายแล้ว และหากเห็น สีผิวเปลี่ยนเป็นสีดำ แสดงว่าความเสียหายได้ลึกลงไปถึงผิวชั้นหนังแท้แล้วครับ

ในขั้นตอนนี้ ขอให้รีบติดต่อคลินิกที่คุณเพิ่งทำมาทันที หากยังไม่เกิน 48 ชั่วโมง การรักษาด้วย Hyaluronidase และการรักษาเสริมอื่นๆ ยังพอช่วยฟื้นฟูผิวกลับมาได้บางส่วน แต่หากเกิน 48 ชั่วโมงไปแล้ว เนื้อเยื่อจะเริ่มตายและต้องเข้าสู่ขั้นตอนการศัลยกรรมฟื้นฟูผิวเนื้อใหม่แทนครับ

ข้อควรระวังหากเริ่มมีอาการตาพร่ามัว หรือเห็นจุดดำๆ ในตา ให้รีบไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์บริเวณระหว่างคิ้ว หากเกิดการอุดตันที่เส้นเลือด Supratrochlear Artery อาจทำให้สารสไลด์ย้อนศรไปยังเส้นเลือด Ophthalmic Artery และไปอุดตันเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา ซึ่งเสี่ยงต่อการตาบอดได้ครับ

เกิน 24 ชั่วโมงขึ้นไป — หากเริ่มมีตุ่มน้ำขึ้น อย่ารอช้าเด็ดขาด

 

 

หากพบสัญญาณเตือน — รีบติดต่อคลินิกที่ทำทันที

หากตรวจพบสัญญาณเหล่านี้ ไม่ว่าจะกลางดึกหรือวันเสาร์อาทิตย์ ให้รีบโทรหาคลินิกที่ไปทำมาทันทีครับ การคิดว่า 'รอไปวันเปิดทำการดีกว่า' จนปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปเกิน 24 ชั่วโมง คือจุดเริ่มต้นที่พบบ่อยที่สุดของการเกิดแผลเป็นครับ หากไม่สามารถติดต่อคลินิกได้ ให้รีบไปโรงพยาบาลที่มีห้องฉุกเฉินใกล้บ้านที่สุด พร้อมแจ้งอาการว่า 'สงสัยว่าอาจเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตันหลังฉีดฟิลเลอร์' ทางห้องฉุกเฉินจะทราบขั้นตอนการรักษาและปฏิบัติตามโปรโตคอลการฉีด Hyaluronidase ทันทีครับ

อาการทางคลินิก ของผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์จมูกนั้นขึ้นอยู่กับเวลาอย่างมากครับ หากพบสัญญาณเตือนอย่าลังเลและรีบดำเนินการทันที ยิ่งมาถึงคลินิกภายใน 4-6 ชั่วโมง โอกาสในการฟื้นฟูก็จะสูงที่สุดครับ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. ทันทีหลังฉีดมีรอยช้ำเขียวนิดหน่อย จะแยกแยะได้อย่างไรว่าเป็นรอยช้ำหรือเส้นเลือดอุดตัน?

รอยช้ำปกติจะคล้ายกับเป็นปื้นสีแดงอมดำก้อนเดียวและเจ็บเฉพาะตอนกด ส่วนเส้นเลือดอุดตันจะมีสีคล้ำปนน้ำเงิน มีลักษณะเป็นตาข่าย และรู้สึกปวดตึบๆ แม้อยู่เฉยๆ หากอาการทั้งสามอย่าง (สี, อาการปวด, ความรู้สึก) แตกต่างจากปกติ ควรรีบติดต่อคลินิกที่ไปทำมาเพื่อส่งภาพถ่ายให้แพทย์ได้ประเมินอาการเบื้องต้นทันทีครับ โดยไม่ต้องรอเวลา

Q. คลินิกปิดแล้วเพราะเป็นเวลากลางคืน ควรทำอย่างไรดี?

คลินิกเสริมความงามส่วนใหญ่จะมีเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินเตรียมไว้ให้คนไข้อยู่แล้วครับ แต่ถ้าไม่มี ให้รีบไปคลินิกความงามอื่นที่ยังเปิดบริการรอบดึก หรือไปที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันที พร้อมแจ้งว่า 'สงสัยว่ามีภาวะเส้นเลือดอุดตันหลังฉีดฟิลเลอร์' แพทย์ที่ห้องฉุกเฉินจะเข้าใจอาการและรู้วิธีการรักษาด้วยการฉีด Hyaluronidase ครับ

Q. หากไม่มีสัญญาณอันตรายใดๆ แสดงว่าปลอดภัยแล้วใช่ไหม?

โดยทั่วไปผลข้างเคียงแบบเฉียบพลันจะแสดงอาการออกมาเกือบทั้งหมดภายใน 24 ชั่วโมงครับ แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีอาการบวมหรือปวดที่เกิดขึ้นกะทันหันหลังผ่านไปแล้ว 1-3 สัปดาห์ซึ่งเป็นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองช้า (Delayed-onset hypersensitivity) ซึ่งกรณีก็นี้จำเป็นต้องติดต่อคลินิกเช่นกันครับ โดยทางเราจะเกริ่นถึงเรื่องนี้อย่างละเอียดในบทความอื่นๆ ของซีรีส์นี้นะครับ

 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1