กำจัดขนด้วย GentleMax Pro Plus ทำไมครั้งเดียวไม่พอ? จำนวนครั้งและระยะห่างแต่ละจุด และการดูแล
เวลาที่สาวๆ หรือหนุ่มๆ กำลังหาข้อมูลเลเซอร์ขนด้วย GentleMax Pro Plus คำถามแรกที่มักจะนึกถึงคงหนีไม่พ้น "ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเนียนกริบ?" หรือ "แต่ละตำแหน่งต้องทำจำนวนครั้งไม่เท่ากันใช่ไหม?" จริงๆ แล้วเวลาที่ใช้ยิงในแต่ละครั้งนั้นไม่นานเลยครับ แต่จุดที่หลายคนยังสับสนอยู่ก็คือ แต่ละส่วนบนร่างกายต้องทำกี่ครั้ง และควรเว้นระยะห่างเท่าไหร่ ถึงจะช่วยลดการเกิดใหม่ของเส้นขนได้ดีที่สุดตามที่คาดหวังไว้
ตอบแบบสั้นๆ ก็คือ เลเซอร์กำจัดขนไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วจบครับ แต่เป็นการค่อยๆ ลดเลือนรูขุมขนที่รอบการเจริญเติบโตของเส้นขนแตกต่างกันไปอย่างเป็นขั้นตอน ดังนั้นจึงมักจะแนะนำให้ทำหลายๆ ครั้งติดต่อกันตามระยะเวลาที่กำหนด ทว่าในแต่ละจุด เช่น รักแร้, ขา, ใบหน้า หรือบิกินี่ จะมีจำนวนครั้งและระยะเวลาเว้นช่วงที่แนะนำแตกต่างกันไปเล็กน้อย หากเราพอรู้เกณฑ์เฉลี่ยคร่าวๆ ไว้ก่อน เวลาไปปรึกษาที่คลินิกก็จะช่วยให้เข้าใจและเห็นภาพรวมของโปรแกรมตัวเองได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
> บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รับรู้เกี่ยวกับ
เหตุผลที่ว่าทำไมการทำเลเซอร์กำจัดขนถึงไม่จบในครั้งเดียว
เกณฑ์เฉลี่ยว่าในแต่ละจุดของร่างกาย ปกติแล้วควรทำกี่ครั้งและควรทำห่างกันเท่าไหร่
หลักการทำงานของการแยกใช้คลื่นพลังงานทั้ง 2 ความยาวคลื่น
การดูแลตัวเองระหว่างช่วงที่เว้นระยะการทำเลเซอร์ว่าควรทำอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
มาเริ่มที่สาเหตุที่ว่าทำไม เลเซอร์ขน ถึงไม่จบในครั้งเดียวกันก่อนดีกว่าครับ
GentleMax Pro Plus เป็นเครื่องเลเซอร์กำจัดขนแบบผสมผสานที่ใช้คลื่นพลังงานความยาวคลื่นคู่ ทั้ง Alexandrite (755nm) และ Nd:YAG (1064nm) โดยแสงเลเซอร์จะพุ่งเป้าไปที่เม็ดสีเมลานินใต้ผิวและรากขนเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ซึ่งความร้อนนี้จะเข้าไปช่วยทำให้เซลล์สร้างขนอ่อนแอลง แต่เนื่องจากว่าเส้นขนของคนเรามีวงจรการเติบโตที่แตกต่างกัน ในการส่งพลังงานเลเซอร์ไปแต่ละครั้ง รากขนที่ตอบสนองต่อความร้อนได้ดีที่สุดจึงมีแค่เส้นขนที่อยู่ในระยะเติบโตเร็วกว่าตัวอื่น (Anagen Phase) เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องทำเลเซอร์ซ้ำหลายๆ ครั้งตามระยะเวลาที่เหมาะสมนั่นเองครับ
GentleMax*: เครื่องเลเซอร์กำจัดขนที่ใช้ร่วมกันสองคลื่นความยาวคลื่น Alexandrite และ Nd:YAG สามารถเลือกสีผิวและตำแหน่งในการทำเพื่อปรับคลื่นให้เหมาะสมแบบเคสต่อเคสได้
เมลานิน*: เม็ดสีที่อยู่ในเส้นขนและผิวหนัง ทำหน้าที่ดูดซับแสงเลเซอร์แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อส่งผ่านไปยังรากขน
จากคำอธิบายที่ว่า Alexandrite (755nm) มีอัตราการดูดซับเมลานินสูงจึงเหมาะกับคนผิวขาว ส่วน Nd:YAG (1064nm) สามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกกว่าจึงเหมาะกับคนผิวสองสีหรือผิวเข้ม และจำเป็นต้องทำหลายครั้ง ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนเลยครับว่า ทำไมการสะสมพลังงานความร้อนอย่างต่อเนื่องโดยแบ่งทำเป็นคอร์ส ถึงเห็นผลลัพธ์ในการลดเลือนเส้นขนได้ดีกว่าการทำเพียงครั้งเดียว เพราะเป็นการรอรอบวงจรการเกิดใหม่ของเส้นขน แล้วค่อยๆ กำจัดรากขนในระยะเจริญเติบโตไปทีละล็อต การเว้นระยะห่างทุกๆ 2-3 สัปดาห์เพื่อเข้าไปกระตุ้นสะสมพลังงาน จึงได้ผลเป็นธรรมชาติที่สุดครับ


แล้วแต่ละส่วนของร่างกาย ควรทำกี่ครั้งและเว้นระยะห่างแค่ไหนดีนะ?
เพราะเส้นขนในแต่ละบริเวณมีความหนา ความหนาแน่น และความเร็วในการยาวที่ไม่เท่ากัน ทำให้จำนวนครั้งและระยะเวลาในการเว้นช่วงแตกต่างกันไปด้วยครับ บริเวณที่ขนหนาและหนาแน่นเป็นพิเศษก็อาจจะต้องใช้จำนวนครั้งที่มากกว่า ส่วนบริเวณใบหน้าที่ขนยาวไวนั้น ก็มักจะต้องนัดคิวให้ถี่และกระชับขึ้น นี่คือตารางเฉลี่ยเริ่มต้นของแต่ละจุดยอดนิยมครับ
บริเวณ | จำนวนครั้งที่แนะนำ | ระยะห่างในการทำ | เวลาที่ใช้ต่อครั้ง |
|---|---|---|---|
รักแร้ | ประมาณ 6~8 ครั้ง | 4~6 สัปดาห์ | ประมาณ 10 นาที |
ขนขา | ประมาณ 6~10 ครั้ง | 6~8 สัปดาห์ | 30~40 นาที |
ใบหน้า (หนวด·คาง) | ประมาณ 8~12 ครั้ง | 3~4 สัปดาห์ | 10~15 นาที |
บิกินี่ | ประมาณ 6~10 ครั้ง | 4~6 สัปดาห์ | 15~20 นาที |
ตัวเลขในตารางด้านบนนี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเริ่มต้นเท่านั้นนะครับ หลายๆ คนเริ่มสังเกตเห็นว่าขนลดเลือนและบางลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ 2-3 ครั้งแรก และหลังจากนั้นจะเป็นการเคลียร์รากขนส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่อย่างเป็นระบบ เนื่องจากหัตถการนี้เป็นการรอจังหวะตามวงจรธรรมชาติของเส้นขน แนะนำให้ทำอย่างใจเย็นจนครบตามโปรแกรมที่วางไว้ ดีกว่าการตัดสินผลลัพธ์ตั้งแต่ทำไปเพียงครั้งแรกครับ
ยิ่งจำนวนครั้งที่ทำเพิ่มขึ้น ปริมาณขนที่คงเหลือก็จะค่อยๆ ลดลงตามขั้นตอน กราฟด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นภาพรวมคร่าวๆ ว่าขนจะลดลงอย่างไรตามจำนวนครั้งที่ทำครับ


ควรรู้จักหลักการแยกทำความเข้าใจการทำงานของทั้งสองคลื่นพลังงานกันสักหน่อยนะครับ
เหตุผลที่เครื่อง GentleMax Pro Plus นำเอาสองคลื่นความยาวมารวมกัน นั่นเป็นเพราะ สภาพผิวและสีผิว รวมถึงโทนสีผิวของแต่ละคนเหมาะกับความยาวคลื่นแสงที่แตกต่างกันครับ หากคุณมีผิวที่ค่อนข้างขาวและมีขนเส้นหนา คลื่น Alexandrite ซึ่งดูดซับเมลานินได้ดีมากก็จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ส่วนใครที่มีผิวสองสีหรือผิวเข้ม และต้องการเน้นเรื่องความปลอดภัยไม่เสี่ยงต่อการเกิดรอยไหม้ที่ผิวชั้นนอก คลื่น Nd:YAG ที่ส่งผ่านพลังงานได้ลึกกว่าจะเหมาะสมกว่ามากครับ แม้จะเป็นบริเวณเดียวกัน แต่แพทย์ท่านก็จะเลือกปรับใช้คลื่นพลังงานและระดับความเข้มข้นให้เข้ากับสีผิวจริงของคุณในทุกๆ ครั้งที่เข้ามาทำ
จากรีวิวเลเซอร์กำจัดขนที่บอกว่าเครื่องอย่าง Nd:YAG, Ruby หรือ Alexandrite จะมุ่งเป้ากำจัดเมลานินของต่อมรากขนและมีความจำเป็นที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องซ้ำๆ จะเห็นได้ว่าต่อให้เป็นเครื่องที่มีหลักการทำงานเหมือนกัน แต่ระดับปฏิกิริยาของผิวและเส้นขนของแต่ละบุคคลนั้นย่อมแตกต่างกันไป ดังนั้น คำว่า "จำนวนครั้งที่จะทำ" จึงไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกฟิกซ์ตายตัว แต่เป็นค่าที่ปรับให้เข้ากับตัวเราหลังจากที่แพทย์ได้ประเมินผลลัพธ์จาก 2-3 ครั้งแรกที่เริ่มทำครับ หากช่วงไหนคุณไปตากแดดจัดจนผิวไหม้แดดมา หรือช่วงที่ผิวบอบบางแพ้ง่าย แพทย์ก็อาจพิจารณาปรับลดระดับพลังงานลงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยครับ

ทำไมต้องเป็นที่ Beautystone สาขาฮับจอง?
เพราะหัตถการอย่างเลเซอร์ขนเป็นงานที่อาศัยจำนวนรอบในการรักษา ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราจึงให้ความสำคัญกับการสังเกตปฏิกิริยาตอบสนองของผิวในครั้งที่ 1 อย่างละเอียด เพื่อวางแผนเป้าหมายในครั้งต่อไปได้อย่างตรงจุด แทนที่จะแนะนำจำนวนครั้งแบบสูตรสำเร็จเหมือนกันทุกคน เราเน้นเดินตามแผนการรักษาที่ตอบรับกับโทนสีผิวและสภาพขนของคุณจริงๆ ว่าเริ่มลดลงตั้งแต่รอบที่เท่าไหร่ ปรับระดับพลังงานและความถี่ในการทำตามผลลัพธ์จริง คลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจองเดินทางไปมาสะดวก คุณสามารถพูดคุยและปรึกษาเรื่องเวลาทำและประเมินสภาพขนครั้งต่อครั้งได้อย่างสบายใจและเป็นกันเองครับ

ระยะเวลาระหว่างรอไปเลเซอร์ครั้งต่อไป ดูแลตัวเองอย่างไรให้ปัง?
ในการทำเลเซอร์กำจัดขน ช่วงเวลา 2-3 สัปดาห์ระหว่างการนัดหมายแต่ละรอบถือเป็นระยะเวลาสำคัญที่จะชี้ชะตาผลลัพธ์ของการเลเซอร์ในครั้งถัดไปเลยครับ ไม่ต้องดูแลอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อนเลย แค่ทำตามกฎพื้นฐานให้สม่ำเสมอก็พอครับ
หลีกเลี่ยงแสงแดด — หากผิวคล้ำหรือไหม้แดดมา อาจทำให้แพทย์ต้องลดระดับพลังงานเลเซอร์ลงในครั้งต่อไปเพื่อความปลอดภัย ดังนั้นพยายามทาครีมกันแดดเป็นประจำนะครับ
ห้ามถอน ให้ใช้วิธีโกนแทน — หากถอนขนออกไป รากขนที่เป็นเป้าหมายของเลเซอร์จะหายไปด้วย ดังนั้นห้ามถอนหรือแว็กซ์เด็ดขาด ให้ใช้วิธีโกนเบาๆ แทนครับ
เติมความชุ่มชื้น — หลังเลเซอร์ผิวจะค่อนข้างแห้งและระคายเคืองง่าย หมั่นทามอยส์เจอไรเซอร์บ่อยๆ นะครับ
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนสูง — ในช่วง 2-3 วันแรกหลังทำเลเซอร์ ควรงดการเข้าซาวน่า สตรีม เลี่ยงการอาบน้ำร้อนจัดไปก่อนครับ
การดูแลตัวเองเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาผลลัพธ์หลังทำในรอบนั้นๆ ให้คงตัวได้ดี แต่ยังช่วยเตรียมสภาพผิวให้พร้อมที่สุดเพื่อไปลุยต่อในครั้งถัดไปอีกด้วย เพราะพฤติกรรมระหว่างแต่ละครั้งส่งผลลัพธ์ต่อการกำจัดขนโดยรวมค่อนข้างมาก ดังนั้นไม่ควรปล่อยช่วงเวลาว่างระหว่างแต่ละครั้งนานจนเกินไปนะครับ และที่สำคัญที่สุด ควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อความปลอดภัยและประเมินว่าผิวของคุณพร้อมสำหรับการเลเซอร์แล้วหรือยังครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. เลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro Plus แค่ครั้งเดียว จะเห็นผลไหมคะ?
A. ถึงแม้จะทำแค่ครั้งเดียวก็สามารถรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงครับ เพราะรากขนที่อยู่ในช่วงการเจริญเติบโต ณ ตอนนั้นจะลดจำนวนลง แต่เนื่องจากเลเซอร์ขนเป็นหัตถการที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับรากขนในระยะอื่นๆ ที่มีวงจรการโตต่างกันด้วย การทำเพียงครั้งเดียวจึงยังไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่เนียนกริบตามที่คาดหวังได้ทั้งหมด โดยปกติจะแนะนำให้แบ่งทำตามจำนวนครั้งที่กำหนด ทุกๆ 2-3 สัปดาห์เพื่อผลลัพธ์ที่สะสมสูงสุดและดีที่สุดครับ
Q. แต่ละบริเวณบนร่างกายใช้จำนวนครั้งไม่เท่ากันจริงๆ เหรอคะ?
A. ใช่ครับ เนื่องจากความหนาของเส้นขน ความหนาแน่นของรูขุมขน และรอบการเจริญเติบโตในแต่ละจุดนั้นไม่เหมือนกัน ทำให้จำนวนครั้งและระยะเวลาที่แนะนำมีความแตกต่างกันออกไป บริเวณใบหน้าที่มีการผลัดขนเร็วก็จะเว้นระยะที่สั้นกว่า ส่วนในโซนที่ขนหนาและแน่นมากๆ ก็อาจจะต้องใช้จำนวนครั้งในการทำที่ถี่และต่อเนื่องกว่า อย่างไรก็ตาม สภาพผิวและเส้นขนของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน แนะนำให้เข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินหลังจากเริ่มเคลียร์ขนไปแล้ว 2-3 ครั้งแรกดีที่สุดครับ
Q. ถ้าอยากเห็นผลเร็วขึ้น ขยับวันนัดให้ถี่ขึ้นได้ไหมคะ?
A. เนื่องจากรากขนต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูกลับเข้าสู่วงจรการเติบโตใหม่อีกครั้ง การปรับช่วงเวลาให้ถี่เกินไปจึงอาจไม่ได้ช่วยส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ดีเสมอไปครับ เหตุผลที่เรามีการตั้งระยะเวลาที่แน่นอนของแต่ละบริเวณ ก็เพื่อรอให้รอบการเติบโตของขนพร้อมรับแสงเลเซอร์ได้อย่างตรงจุดเป๊ะๆ หากมีธุระด่วนจริงๆ แนะนำให้ลองเข้ามาปรึกษากับแพทย์เพื่อปรับตารางเวลาให้ปลอดภัยควบคู่ไปกับสภาพผิวของคุณจะดีกว่าครับ
Q. เป็นคนผิวสองสี / ผิวค่อนข้างเข้ม ทำเลเซอร์ตัวนี้ได้ไหมคะ?
A. ทำได้สบายมากครับ เพราะ GentleMax Pro Plus มีความยาวคลื่น Nd:YAG (1064nm) ที่สามารถทะลุทะลวงลงไปได้ลึกกว่า ซึ่งออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของคนสีผิวโทนนี้โดยมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดรอยไหม้ของผิวชั้นนอกที่น้อยมาก แต่อย่างไรก็ดี เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจสูงสุด แนะนำให้แพทย์ประเมินสภาพสีผิวและปรับค่าพลังงานที่เหมาะสมอย่างตรงจุดก่อนทำการเรัการักษาครับ
บทความน่าสนใจอื่น ๆ
ค่าใช้จ่ายของ GentleMax Pro Plus มีเกณฑ์ในการคำนวณอย่างไรบ้าง?
จากคนที่เคยทำมา 10 ครั้งแล้วขนยังขึ้นอยู่ ทำไมมารักษาที่นี่แค่ 3 ครั้ง ผลลัพธ์ถึงเปลี่ยนไป
GentleMax Pro Plus แม้จะทำงานพร้อมกันสองความยาวคลื่น แต่ทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงไม่เหมือนกัน
เลเซอร์ขนสำหรับผู้ชาย เปลี่ยนเครื่องยิง ผลลัพธ์จะเปลี่ยนตามไปด้วยไหม?

ยกกระชับ
หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ
อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ
สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม
ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน



