• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

การทำ 온다 리프팅 (Onda Lifting) ปกติแล้วต้องทำประมาณกี่ครั้ง และควรเว้นระยะห่างเท่าไหร่คะ ถึงจะเห็นผลลัพธ์เรื่องความกระชับ (elasticity) ได้อย่างชัดเจนและอยู่ตัวมากที่สุด?

การทำ 온다 리프팅 (Onda Lifting) ปกติแล้วต้องทำประมาณกี่ครั้ง และควรเว้นระยะห่างเท่าไหร่คะ ถึงจะเห็นผลลัพธ์เรื่องความกระชับ (elasticity) ได้อย่างชัดเจนและอยู่ตัวมากที่สุด?

การทำ 온다 리프팅 (Onda Lifting) ปกติแล้วต้องทำประมาณกี่ครั้ง และควรเว้นระยะห่างเท่าไหร่คะ ถึงจะเห็นผลลัพธ์เรื่องความกระชับ (elasticity) ได้อย่างชัดเจนและอยู่ตัวมากที่สุด?

เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าทำไมการทำ Onda lifting ถึงไม่ได้จบลงเพียงแค่ครั้งเดียว พร้อมเจาะลึกจำนวนครั้งและระยะเวลาที่แนะนำ ความแตกต่างในแต่ละจุดที่ทำ ไปจนถึงการดูแลตัวเองระหว่างเซสชันแบบครบจบในที่เดียว

เมื่อศึกษาเกี่ยวกับ ONDA Lifting หลายคนมักจะตั้งคำถามขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ ว่า "ทำแค่ครั้งเดียวได้ไหม" หรือ "ควรทำห่างกันกี่สัปดาห์ดี" ตัวเวลาในการทำหัตถการเองไม่ได้นานมากนัก แต่สิ่งที่สร้างความสับสนจริงๆ คือควรทำกี่ครั้ง และทำด้วยจังหวะความถี่แบบไหน ถึงจะช่วยกระตุ้นความยืดหยุ่นของผิวให้ตึงกระชับขึ้นมาได้ตามที่ใจคาดหวัง

ถ้าตอบแบบสั้นๆ ONDA ไม่ใช่หัตถการที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างกระบวนการเติมเต็มคอลลาเจนใหม่ให้ผิวอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ ดังนั้น โดยทั่วไปจึงแนะนำให้ทำหลายๆ ครั้งติดต่อกันโดยแบ่งตามช่วงเวลาที่กำหนด อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งที่แนะนำจะแตกต่างกันไปตามบริเวณและสภาพผิวของแต่ละบุคคล การรู้เกณฑ์มาตรฐานเฉลี่ยไว้ก่อน จะช่วยให้คุณประเมินสภาพผิวของตัวเองตอนปรึกษาในห้องคุณหมอได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ

> บทความนี้จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจอง

เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว คุณจะเข้าใจเกี่ยวกับ

  • เหตุผลที่ ONDA Lifting ไม่ได้จบในครั้งเดียว

  • เกณฑ์มาตรฐานเฉลี่ยว่าปกติควรทำกี่ครั้ง และทำห่างกันเท่าไหร่

  • จุดที่ทำให้จำนวนครั้งแตกต่างกันไปตามบริเวณและสภาพผิว

  • การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีในช่วงระหว่างการทำแต่ละครั้ง

 

มาเริ่มจากเหตุผลที่ ONDA Lifting ไม่ใช่หัตถการที่ทำแค่ครั้งเดียวแล้วจบกันก่อนค่ะ

ONDA เป็นการส่งพลังงานคลื่นความถี่สูง (RF)* ลงลึกไปถึงชั้นหนังแท้เพื่อสร้างความร้อน ความร้อนนี้จะทำให้คอลลาเจนเกิดการหดตัว และกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่จะค่อยๆ ฟูขึ้นมาตลอดหลายสัปดาห์หลังจากนั้น ดังนั้น ผลลัพธ์จากการทำ ONDA จึงไม่ใช่แค่ความตึงกระชับทันทีหลังทำเสร็จ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

คลื่นความถี่สูง (RF)*: คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ส่งพลังงานความร้อนลงสู่ชั้นใต้ผิวหนัง ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนโดยการเพิ่มอุณหภูมิในชั้นหนังแท้ โดยส่งผลกระทบต่อผิวชั้นนอก (Epidermis) น้อยที่สุด

คำอธิบายกลไกที่ความร้อนจากคลื่นความถี่สูงทำให้คอลลาเจนในชั้นหนังแท้หดตัว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในเวลาต่อมา ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ทำไมการสะสมพลังงานจากการทำอย่างต่อเนื่องหลายๆ ครั้ง ถึงส่งผลต่อการฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวได้ดีกว่าการทำเพียงครั้งเดียว เนื่องจากคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลาในการสร้างตัว การแบ่งทำเป็นระยะๆ ทุกๆ ไม่กี่สัปดาห์จึงเป็นจังหวะที่ธรรมชาติและเห็นผลที่สุดค่ะ

진피층의 콜라겐에 열이 전달되는 단면온다 리프팅이 한 번으로 끝나지 않는 이유부터 짚어볼게요

 

 

ปกติแล้วควรทำกี่ครั้ง และทำห่างกันเท่าไหร่ดี

โดยเฉลี่ยแล้ว แนะนำให้ทำติดต่อกันหลายๆ ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3~4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สอดคล้องกับวงจรการสร้างคอลลาเจนใหม่ แทนที่จะทำอัดแน่นกันติดๆ กัน การเว้นระยะเวลาให้ผิวพรรณได้ฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่จะให้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและคงที่กว่า นี่คือเกณฑ์มาตรฐานคร่าวๆ สำหรับผู้ที่เริ่มทำครั้งแรกค่ะ

ประเภท

ขั้นตอนเริ่มแรก

ขั้นตอนคงสภาพ (Maintenance)

จำนวนครั้งที่แนะนำ

ประมาณ 3~4 ครั้ง

เพิ่มเติมตามสภาพผิว

ระยะห่างในการทำ

3~4 สัปดาห์

3~6 เดือน

ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง

ตั้งแต่ครั้งที่ 2~3 เป็นต้นไป

ยิ่งทำสะสมยิ่งเห็นผลชัดเจน

เวลาที่ใช้ต่อครั้ง

ประมาณ 20~30 นาที

ใกล้เคียงกัน

จำนวนครั้งที่ระบุในตารางเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเฉลี่ยเท่านั้น โดยทั่วไปจะเริ่มจากทำไม่กี่ครั้งเพื่อเซ็ตโครงสร้างความยืดหยุ่นพื้นฐานของผิว จากนั้นค่อยประเมินสภาพผิวแล้วทำซ้ำเพื่อคงสภาพ (Maintenance) ทุกๆ ไม่กี่เดือน เนื่องจากเป็นหัตถการที่ผลลัพธ์ค่อยๆ สะสมและดีขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะตัดสินผลลัพธ์หลังทำเพียงครั้งหรือสองครั้ง แนะนำให้ทำครบตามจำนวนครั้งที่วางแผนไว้ก่อนแล้วค่อยประเมินผลจะดีที่สุดค่ะ

เมื่อจำนวนครั้งสะสมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากภายในชั้นหนังแท้ก็จะค่อยๆ เผยออกมาให้เห็นเป็นลำดับ นี่คือภาพแสดงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของความยืดหยุ่นของผิวตามจำนวนครั้งที่ทำค่ะ

시술 횟수별 탄력 체감 흐름보통 몇 번을 어느 간격으로 받으면 좋을까요

 

 

จำนวนครั้งที่แตกต่างกันไปตามบริเวณและสภาพผิว

แม้จะเป็นการทำ ONDA เหมือนกัน แต่จำนวนครั้งที่แนะนำจะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่คุณกังวล บริเวณที่ผิวบางและหย่อนคล้อยเห็นได้ชัดควรได้รับการกระตุ้นอย่างนุ่มนวลโดยแบ่งทำหลายๆ ครั้งเพื่อความปลอดภัย ส่วนบริเวณที่ยังมีระบบความยืดหยุ่นที่ดีอยู่ ก็อาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้แม้จะทำเพียงไม่กี่ครั้งค่ะ

  • กรอบหน้าและแนวขากรรไกร — เป็นบริเวณที่มักมีความหย่อนคล้อยสะสม จึงนิยมแบ่งทำหลายครั้งเพื่อให้ผลลัพธ์ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น

  • แก้มและใบหน้าส่วนกลาง (Midface) — เป็นจุดที่คอลลาเจนเปลี่ยนแปลงและตอบสนองได้ค่อนข้างดี จึงมักเห็นผลลัพธ์ได้เร็วขึ้นในแต่ละรอบ

  • ลำคอ — ผิวบริเวณนี้ค่อนข้างบาง จึงควรปรับระดับพลังงานและเว้นระยะห่างในการทำอย่างระมัดระวังมากขึ้น

  • หน้าท้อง แขน และผิวกายส่วนอื่นๆ — เนื่องจากมีพื้นที่กว้าง จึงต้องปรับจำนวนครั้งและระยะห่างให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของแต่ละสัดส่วน

นอกจากนี้ อายุ ความยืดหยุ่นดั้งเดิมของผิว และระดับการลดลงของคอลลาเจนก็ส่งผลต่อจำนวนครั้งเริ่มต้นเช่นกัน จากผลการศึกษาที่ยืนยันการเปลี่ยนแปลงทางเนื้อเยื่อชีววิทยา ซึ่งเผยให้เห็นว่าเส้นใยคอลลาเจนในชั้นหนังแท้และชั้น SMAS มีความหนาตัวขึ้นหลังได้รับการกระตุ้นด้วยพลังงานความร้อน แสดงให้เห็นว่า แม้จะได้รับการกระตุ้นเหมือนกัน แต่ระดับการตอบสนองของผิวแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้น จำนวนครั้งที่แท้จริงจึงไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกฟิกซ์ตายตัว แต่เป็นสิ่งที่คุณหมอจะช่วยประเมินและปรับแต่งร่วมกับคุณหลังจากเห็นการตอบสนองของผิวในครั้งแรกๆ ค่ะ

부위와 피부 상태에 따라 횟수가 달라지는 지점

 

 

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง

สำหรับหัตถการประเภทที่ต้องทำสะสมพลังงานอย่าง ONDA ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราใส่ใจในการสังเกตการตอบสนองอย่างละเอียดตั้งแต่ครั้งแรก เพื่อกำหนดช่วงเวลาในการทำครั้งถัดไปร่วมกับคุณ แทนที่จะแนะนำจำนวนครั้งเท่ากันหมดแบบสูตรสำเร็จ เราให้ความสำคัญกับการปรับระยะเวลาและความแรงของระดับพลังงานให้แมตช์เฉพาะตัว โดยเช็กว่าผิวของคุณเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ครั้งที่เท่าไหร่ ด้วยความที่เป็นคลินิกสไตล์ Cozy ใกล้กับสถานี Hapjeog ในระยะเดินถึง คุณจึงสามารถปรึกษาพูดคุยเกี่ยวกับการนัดหมายในครั้งถัดไปได้อย่างสบายๆ และเป็นส่วนตัวทุกครั้งที่มาดูแลผิวค่ะ

왜 합정 뷰티스톤일까요

 

 

การดูแลตัวเองในช่วงระหว่างทำ แต่ละครั้งมีส่วนช่วยอย่างมาก

ช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ระหว่างการทำ ONDA แต่ละครั้ง คือช่วงเวลาสำคัญที่คอลลาเจนกำลังฟื้นฟูและสร้างตัวขึ้นมาใหม่ ดังนั้น วิธีที่คุณดูแลผิวในช่วงเวลานี้จึงส่งผลต่อลัพธ์สุดท้ายเป็นอย่างมาก ไม่จำเป็นต้องบำรุงเคร่งเครียดเกินไป แค่รักษาการดูแลขั้นพื้นฐานให้สม่ำเสมอก็เพียงพอแล้วค่ะ

  • เติมความชุ่มชื้น — ในช่วงที่ชั้นหนังแท้กำลังฟื้นฟู ควรหมั่นทาครีมบำรุงเพื่อรักษาผิวไม่ให้แห้งกร้าน

  • ป้องกันแสงแดด — รังสี UV เป็นตัวการทำลายคอลลาเจนที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ ดังนั้นห้ามลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันเด็ดขาดค่ะ

  • หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนสูง — ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำ ควรเลี่ยงการเข้าซาวน่า สตรีม บ่อน้ำร้อน หรือการอาบน้ำอุ่นจัดๆ

  • นอนหลับพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ — การพักผ่อนที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นในกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ การดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวมจึงส่งผลดีต่อผลลัพธ์ของผิวปังเช่นกันค่ะ

การประคับประคองดูแลผิวเช่นนี้ ไม่เพียงจะช่วยให้ผลลัพธ์จากการทำแต่ละครั้งอยู่ได้ยาวนานขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเตรียมคุณภาพผิวตั้งต้นสำหรับการทำครั้งถัดไปให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย เนื่องจากพฤติกรรมในช่วงระหว่างรอทำครั้งต่อไปส่งผลต่อผลลัพธ์สะสมโดยรวมพอๆ กับตัวหัตถการเอง ดังนั้นจึงแนะนำว่าไม่ควรทิ้งช่วงห่างระหว่างรอบนานจนเกินไปค่ะ

시술 사이 기간엔 이런 관리가 도움이 돼요

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ทำ ONDA แค่ครั้งแรกครั้งเดียวจะเห็นผลไหมคะ?

A. แม้จะเริ่มรู้สึกถึงผิวที่กระชับขึ้นได้บ้างหลังทำครั้งแรก แต่เนื่องจาก ONDA เป็นหัตถการที่เน้นการทำเพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนค่อยๆ สร้างตัวใหม่อย่างสม่ำเสมอ การหวังผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่จากการทำเพียงรอบเดียวจึงอาจจะตอบยากค่ะ โดยทั่วไปแนะนำให้ทำต่อเนื่องทุกๆ 3~4 สัปดาห์ เพื่อให้พลังงานสะสมในการฟื้นฟูผิวได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ สามารถส่งประเมินผิวและปรับแผนจำนวนครั้งตามการตอบสนองหลังทำครั้งแรกได้ค่ะ

Q. เข้ามาทำห่างกันน้อยกว่าที่กำหนดได้ไหมคะ?

A. เนื่องจากผิวต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ การเร่งเข้ามาทำถี่เกินไปจึงไม่ได้การันตีว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไปค่ะ ระยะเวลา 3~4 สัปดาห์เป็นช่วงที่เหมาะสมเพื่อให้ผิวได้พักฟื้นและทำงานได้อย่างเต็มที่ หากมีข้อจำกัดเรื่องเวลา แนะนำให้ปรึกษากับคุณหมอเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับสภาพผิวของคุณค่ะ

Q. จะเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่ตอนไหนคะ?

A. แม้จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่ผู้รับบริการส่วนใหญ่จะเริ่มสัมผัสได้ถึงความยืดหยุ่นและตึงกระชับของผิวอย่างชัดเจนตั้งแต่ครั้งที่ 2~3 เป็นต้นไปค่ะ เนื่องจากผลลัพธ์จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ปุบปับทันทีหลังทำเสร็จ แนะนำให้ทำต่อเนื่องให้ครบโปรแกรมที่วางไว้เพื่อผลลัพธ์สูงสุด โดยความเร็วในการเห็นผลจะขึ้นอยู่กับช่วงวัยและพื้นฐานผิวของแต่ละท่านค่ะ

Q. หลังจากทำครบครบคอร์สตามกำหนดแล้ว ต้องดูแลรักษาผลลัพธ์อย่างไรต่อคะ?

A. หลังจากปูพื้นฐานความกระชับของผิวในช่วงแรกเรียบร้อยแล้ว โดยทั่วไปมักจะแนะนำให้ทำซ้ำเพื่อคงสภาพ (Maintenance) ทุกๆ 3~6 เดือนขึ้นอยู่กับสภาพผิวค่ะ เนื่องจากปริมาณคอลลาเจนตามธรรมชาติจะค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา การไม่ปล่อยว่างไว้เนิ่นนานเกินไปและปรึกษาจับจังหวะดูแลผิวกับคุณหมอจะช่วยให้รักษาผิวเต่งตึงสดใสออนเยาว์ได้ยาวนานที่สุดค่ะ

 

บทความที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผิว

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

สำหรับแก้มห้อยย้อยบริเวณข้างโหนกแก้วที่เป็นจุดศูนย์กลางของใบหน้า ตัวเครื่อง Oligio RF ทำงานอย่างไร และจะเหมาะกับใครบ้างนะกับใครบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?

สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

การทำ Ulthera ควบคู่กับ Thermage เพื่อยกกระชับแบบผสมผสาน ควรเลือกคลินิกด้วยเกณฑ์อะไรดีคะ?

ยกกระชับ

เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage

สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

สำหรับใครที่อยากแก้ปัญหาเหนียงและแก้มห้อย Inmode FX ตอบโจทย์และเห็นผลดีมากๆ เลยค่ะ แล้วเครื่องนี้จะเหมาะกับผิวแบบไหนบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?

สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ควรเริ่มทำ skin booster กลุ่มคอลลาเจนตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

ผิว

skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

รอยดำ ฝ้า หรือกระ มีชนิดของเม็ดสีที่ต่างกัน ทำให้ต้องเลือกใช้เลเซอร์ที่เหมาะสมแตกต่างกันไป แล้วเราจะเลือกแบบไหนดีนะ?

ผิว

รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?

เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1