ฟิลเลอร์ต่างจากไขมัน ลดน้ำหนักก็ไม่ละลายไปด้วย ลำดับไดเอทกับฟิลเลอร์สะโพก เพื่อเสียวอลลุ่มน้อยสุด
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
คนที่ฉีดฟิลเลอร์สะโพกเติมวอลลุ่มไปแล้ว แล้วมีแผนจะลดน้ำหนักต่อ มักกังวลว่า "ถ้าน้ำหนักลด วอลลุ่มที่อุตส่าห์เติมไว้จะหายไปด้วยหรือเปล่าครับ" ในทางกลับกัน บางคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ก็สงสัยว่าจะฉีดฟิลเลอร์ก่อนได้ไหมเหมือนกันครับ
ตอบสั้น ๆ ก่อนว่าตัวฟิลเลอร์เองไม่ได้ละลายหายไปตามน้ำหนักเหมือนไขมันครับ แต่การลดน้ำหนักแบบรวดเร็วจะมีผลต่อปริมาตรของเนื้อเยื่อรอบ ๆ และสภาพผิว ซึ่งอาจทำให้วอลลุ่มดูเด่นน้อยลงได้ในบางกรณีครับ
บทความนี้จะพาไปดูทีละขั้นว่าวอลลุ่มฟิลเลอร์สะโพกอยู่ตัวได้ยังไง เมื่อน้ำหนักลดจริง ๆ แล้วอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง และควรใช้ชีวิตแบบไหนเพื่อรักษาวอลลุ่มไว้ให้นานที่สุดครับ
บทความนี้เป็นข้อมูลหัตถการที่ Beautystone Clinic ฮับจอง รวบรวมไว้ครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้
วอลลุ่มฟิลเลอร์สะโพกอยู่ในชั้นไหนและอยู่ตัวได้อย่างไร
เมื่อน้ำหนักลด วอลลุ่มฟิลเลอร์จะเปลี่ยนแปลงจริง ๆ แค่ไหน
วิธีใช้ชีวิตและจังหวะการเติมเสริมเพื่อรักษาวอลลุ่มให้อยู่นาน
จุดที่ควรดูแลหลังทำหัตถการ
วอลลุ่มฟิลเลอร์สะโพกอยู่ตัวได้อย่างไร
ฟิลเลอร์สะโพกส่วนใหญ่ใช้สารกรดไฮยาลูโรนิก* ฉีดเข้าไปในชั้นที่ต้องการ เพื่อเติมส่วนที่ตอบและสร้างเส้นโค้งให้ดูสวยงามครับ สารที่ฉีดเข้าไปจะแทรกตัวอยู่ระหว่างเนื้อเยื่อโดยรอบและดึงน้ำเข้ามาเก็บไว้เพื่อคงปริมาตรครับ
กรดไฮยาลูโรนิก*: สารที่มีคุณสมบัติดึงและกักเก็บน้ำได้ดี ใช้รักษาความชุ่มชื้นในผิวและเพิ่มวอลลุ่มครับ
คุณสมบัติที่กรดไฮยาลูโรนิกดึงน้ำเข้ามาสร้างปริมาตรนั้น สอดคล้องกับคำอธิบายที่ว่ากรดไฮยาลูโรนิกมีประจุลบสูง จึงดึงน้ำเข้ามาสร้างปริมาตรและช่วยพยุงโครงสร้างครับ ดังนั้นวอลลุ่มจากฟิลเลอร์จึงไม่ได้เพิ่มลดตามแคลอรี่แบบไขมัน แต่จะค่อย ๆ อยู่ตัวไปตามช่วงเวลาที่สารค่อย ๆ สลายตัวครับ ช่วงหลังมีการสังเกตพบว่าฟิลเลอร์อยู่ได้นานกว่าที่คิดในหลายกรณี อย่างงานวิจัยที่ตรวจพบฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกบริเวณกลางใบหน้าด้วยภาพเอ็มอาร์ไอต่อเนื่องนานหลายปี แม้จะมีความแตกต่างในแต่ละบุคคล แต่หลายกรณีก็ไม่ได้หายไปในเวลาสั้น ๆ ครับ


น้ำหนักลดแล้ววอลลุ่มจะลดตามไหม
จุดสำคัญคือต้องแยกดูระหว่างตัวสารฟิลเลอร์กับเนื้อเยื่อโดยรอบครับ ตัวกรดไฮยาลูโรนิกในฟิลเลอร์ไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับน้ำหนักตัว แต่ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง* บริเวณใต้ฟิลเลอร์อาจบางลงได้ตามการลดน้ำหนัก เมื่อชั้นไขมันนี้บางลง ฟิลเลอร์ปริมาณเท่าเดิมก็จะมีฐานรองรับน้อยลง ทำให้วอลลุ่มดูเด่นน้อยลงกว่าเดิมครับ
ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง*: ชั้นไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง มีความหนาเปลี่ยนแปลงไปตามน้ำหนักตัวครับ
โดยเฉพาะการลดน้ำหนักแบบรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ ผิวที่เคยยืดออกจะฟื้นความยืดหยุ่นได้ช้ากว่า จึงมักรู้สึกถึงการสูญเสียวอลลุ่มได้ชัดเจนกว่าครับ ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปตามระดับการลดน้ำหนักพอจะวาดเป็นภาพคร่าว ๆ ได้ตามนี้ครับ

เปรียบเทียบวอลลุ่มและสภาพผิวตามความเร็วในการลดน้ำหนักได้ดังนี้ครับ
หัวข้อ | ลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป | ลดน้ำหนักแบบรวดเร็ว |
|---|---|---|
ความรู้สึกต่อวอลลุ่ม | ค่อย ๆ ลดลง สังเกตได้ยาก | สูญเสียชัดเจนในเวลาสั้น |
ความยืดหยุ่นของผิว | เนื้อเยื่อมีเวลาปรับตัวตาม | ผิวที่ยืดออกฟื้นตัวช้า รู้สึกหย่อนคล้อย |
แนวทางที่แนะนำ | เอื้อต่อการรักษาวอลลุ่ม | แนะนำให้ทำหัตถการหลังใกล้เป้าหมายแล้ว |
ถ้ามีแผนลดน้ำหนักชัดเจนอยู่แล้ว การฉีดฟิลเลอร์หลังน้ำหนักใกล้เป้าหมายจะช่วยให้คาดเดาวอลลุ่มที่ได้แม่นยำกว่าครับ ส่วนใครที่ฉีดฟิลเลอร์ไปแล้ว การลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยรักษาทั้งวอลลุ่มและความยืดหยุ่นของผิวไว้ได้ดีกว่าการลดแบบรวดเร็วครับ

วิธีใช้ชีวิตและจังหวะเติมเสริมเพื่อรักษาวอลลุ่มให้อยู่นาน
อยากให้วอลลุ่มฟิลเลอร์อยู่ได้นาน ควรลดพฤติกรรมที่เร่งให้สารสลายตัวเร็วเกินไปครับ สรุปสั้น ๆ ได้ดังนี้
คุมน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป — การลดและเพิ่มน้ำหนักแบบรวดเร็วซ้ำ ๆ ไม่เป็นผลดีต่อความคงตัวของวอลลุ่มครับ
ดื่มน้ำให้เพียงพอ — เพราะกรดไฮยาลูโรนิกเป็นสารที่กักเก็บน้ำ การมีน้ำในร่างกายเพียงพอจึงช่วยได้ครับ
ลดความร้อนและการนวดที่รุนแรง — การกระตุ้นแรง ๆ ในช่วงแรกอาจรบกวนการอยู่ตัวของฟิลเลอร์ครับ
เติมเสริมก่อนวอลลุ่มจะหมดไปทั้งหมด — เข้ามาตรวจตอนที่วอลลุ่มยังเหลืออยู่ประมาณ 60-70% จะได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติกว่าครับ
จังหวะเติมเสริมจะต่างกันไปตามระยะเวลาที่แต่ละคนอยู่ตัวได้ จึงไม่มีสูตรตายตัว ควรดูจากปริมาณวอลลุ่มที่เหลืออยู่จริงมากกว่าครับ การเติมทีละน้อยตอนที่ยังเหลืออยู่บ้าง จะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติกว่าการรอให้ยุบหมดแล้วเติมทีเดียวมาก ๆ ครับ

จุดที่ควรดูแลหลังทำหัตถการ
ช่วงไม่กี่วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์สะโพกเป็นช่วงที่สำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นตอนที่สารกำลังอยู่ตัวครับ ถ้ามีแรงกดหรือการกระตุ้นแรง ๆ ซ้อนกันในช่วงนี้ วอลลุ่มอาจเคลื่อนไปด้านใดด้านหนึ่งได้ จึงควรระวังจุดต่อไปนี้ครับ
ลดการนั่งกดทับนาน ๆ — ในช่วงแรกไม่ควรมีแรงกดต่อเนื่องนานเกินไปครับ
ออกกำลังกายหนัก ๆ ควรเริ่มหลังผ่านไปสักพัก — รอให้บวมและการระคายเคืองลดลงก่อนค่อยกลับมาทีละขั้นครับ
งดซาวน่าและประคบร้อนไปก่อน — กิจกรรมที่ให้ความร้อนสูงควรเลี่ยงในช่วงแรกครับ
ถ้ารู้สึกไม่สมมาตร ให้ติดต่อสอบถาม — ระหว่างที่สารกำลังอยู่ตัวอาจรู้สึกต่างกันเล็กน้อยได้ แต่ถ้าเห็นชัดเจน ควรปรึกษาครับ
บวมหรือช้ำเล็กน้อยเป็นปฏิกิริยาปกติและมักดีขึ้นภายในไม่กี่วันครับ แต่ถ้าปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือบวมมากผิดปกติข้างใดข้างหนึ่งพร้อมมีความร้อนต่อเนื่อง ควรปรึกษาทีมแพทย์ที่ทำหัตถการครับ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ความเหมาะสมและวิธีดูแลของแต่ละคนควรปรึกษาแพทย์ที่ตรวจจริงครับ

ทำไมต้อง Beautystone Clinic ฮับจอง
ก่อนเติมวอลลุ่ม Beautystone Clinic ฮับจองจะสอบถามแผนน้ำหนักและรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณก่อนครับ เพราะช่วงเวลาที่เหมาะและปริมาณที่ควรฉีดจะต่างกันไปตามว่ามีแผนลดน้ำหนักหรือไม่ และนั่งเป็นเวลานานบ่อยแค่ไหน เราจึงเลือกปรับให้เหมาะกับสภาพปัจจุบันมากกว่าเติมเยอะในครั้งเดียว เป็นคลินิกเล็ก ๆ ที่เดินจากสถานีฮับจองได้ จึงติดตามสภาพวอลลุ่มและวางแผนจังหวะเติมเสริมร่วมกับคุณได้ครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. กำลังลดน้ำหนักอยู่ ฉีดฟิลเลอร์ตอนนี้ได้ไหมคะ
A. ถ้ามีเป้าหมายลดน้ำหนักชัดเจน แนะนำให้รอจนน้ำหนักใกล้เป้าหมายก่อนแล้วค่อยฉีด จะช่วยให้คาดเดาวอลลุ่มได้แม่นยำกว่าครับ แต่ถ้าไม่รีบ จะฉีดตอนนี้แล้วค่อย ๆ ลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไปก็ทำได้เหมือนกัน ลองปรึกษาความเร็วในการลดและเป้าหมายกับทีมแพทย์ก่อนครับ
Q. น้ำหนักลดแล้วฟิลเลอร์จะละลายหายไปไหมคะ
A. ตัวสารฟิลเลอร์เองไม่ได้ละลายตามน้ำหนักตัวครับ แต่ถ้าชั้นไขมันใต้ฟิลเลอร์บางลง ฐานรองรับก็จะน้อยลง ทำให้วอลลุ่มดูเด่นน้อยลงได้ ตัวสารจะค่อย ๆ สลายไปตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการลดน้ำหนักครับ
Q. วอลลุ่มลดลงแล้ว ควรเติมเสริมตอนไหนดีคะ
A. แนะนำให้เข้ามาตรวจตอนที่วอลลุ่มยังเหลืออยู่ประมาณ 60-70% มากกว่ารอให้ยุบหมดก่อนครับ การเติมเสริมทีละน้อยตอนที่ยังเหลืออยู่บ้าง จะให้ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องเป็นธรรมชาติกว่า และรักษาสมดุลสองข้างได้ง่ายกว่าครับ
Q. ออกกำลังกายกลับมาได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ
A. กิจกรรมเบา ๆ ในชีวิตประจำวันทำได้เร็วครับ แต่การนั่งกดทับนาน ๆ หรือออกกำลังกายหนัก ควรรอให้บวมและการระคายเคืองลดลงก่อนสักไม่กี่วันแล้วค่อยกลับมาทีละขั้น เพราะถ้ามีแรงกดแรง ๆ ซ้อนกันในช่วงที่สารกำลังอยู่ตัว วอลลุ่มอาจเคลื่อนไปด้านใดด้านหนึ่งได้ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กังวลเรื่องความเจ็บตอนฉีดฟิลเลอร์สะโพกใช่ไหม อยากรู้ว่าใช้ยาชาแบบไหนบ้าง?
หลังฉีดฟิลเลอร์สะโพก นั่งและออกกำลังกายได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วควรดูแลตัวเองยังไง?
เสน่ห์ที่แท้จริงของฟิลเลอร์ไหล่ — หน้าดูเล็กลง แขนดูเรียวขึ้น ไปจนถึงสัดส่วนโดยรวม
จูเวลุคโวลุ่มกับฟิลเลอร์ ทั้งคู่ช่วยเติมแก้มที่ตอบได้เหมือนกัน แต่หลักการและความคงอยู่ต่างกันยังไง?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ราคา InMode ทำไมแต่ละที่ไม่เท่ากัน เหนียงจุดเดียวใช้กี่หัว

กำจัดขน
ราคากำจัดขนหนวดด้วยเลเซอร์ ดูแค่ราคาต่อครั้งไม่พอ

ผิว
프락셀 효과, 각질 벗겨지고 3개월까지가 진짜 구간이에요?

ยกกระชับ
เหนียงกับกรอบหน้า ยกกระชับได้ถึงชั้นไหน

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์ปาก Juvederm: Volbella กับ Ultra ต่างกันยังไง

ผิว
포텐자 효과가 안 보인다고요? 콜라겐이 다시 차는 데 4~6주가 걸려요



