ทำไม Juvelook ไม่จบในครั้งเดียว คอลลาเจนเริ่มขึ้นสัปดาห์ที่ 4-6 คอร์ส 2-3 ครั้ง คงผลได้ 12-18 เดือน
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→

ถ้าคุณฉีด Juvelook ไปครั้งเดียวแล้วรู้สึกว่า 'แค่นี้เองเหรอ' ความรู้สึกแบบนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ เพราะปฏิกิริยาสร้างคอลลาเจนจะไม่เกิดขึ้นทันทีหลังทำ แต่จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วง 4-6 สัปดาห์หลังจากนั้น
ดังนั้นคำถามที่ว่า 'ต้องฉีดกี่ครั้ง' จริงๆ แล้วก็คือคำถามเดียวกับ 'ควรรอดูผลนานแค่ไหน แล้วครั้งต่อไปควรฉีดเมื่อไหร่' นั่นเองค่ะ บทความนี้จะไล่เรียงให้ฟังทีละเรื่อง ทั้งจำนวนครั้งที่ควรฉีด ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ และวิธีมองค่าใช้จ่ายให้เข้าใจง่ายขึ้น
ฉีดครั้งเดียวแล้วผิวยังเหมือนเดิม ถือว่าปกติไหม?
ส่วนใหญ่แล้วถือเป็นปฏิกิริยาปกติค่ะ Juvelook เป็นสกินบูสเตอร์ที่ใช้ PDLLA* กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเอง จึงมีกลไกการทำงานต่างจากฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกที่ปริมาณที่ฉีดเข้าไปจะกลายเป็นวอลลุ่มทันที การสร้างคอลลาเจนจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วง 4-6 สัปดาห์ และส่วนใหญ่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเมื่อครบประมาณ 3 เดือนค่ะ
*PDLLA (โพลี-ดี-แอล-แลคติกแอซิด): สารที่ค่อยๆ สลายตัวในร่างกายพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนค่ะ*
กลุ่มที่รอดูอาการได้ — อาการแดง บวม หรือช้ำในวันที่ทำ รวมถึงก้อนเล็กๆ ที่คลำเจอในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งมักจะนุ่มลงภายในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ
กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ — ก้อนแข็งที่ยังคงอยู่นานเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีอาการที่สงสัยว่าเป็นการอักเสบต่อเนื่องค่ะ

แล้วควรฉีดกี่ครั้งดี?
โดยทั่วไปจะฉีด 2-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3-4 สัปดาห์ค่ะ เพราะการกระตุ้นเพียงครั้งเดียวยังสร้างคอลลาเจนได้ไม่เพียงพอ ช่วงเว้นระยะระหว่างแต่ละครั้งจึงเป็นเวลาที่ให้ผิวได้ตอบสนองไปด้วย แต่ทิศทางการรักษาจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวในตอนนี้ค่ะ
สภาพผิวในตอนนี้ | แนวทางที่แนะนำ |
|---|---|
ผิวหย่อนคล้อยขาดความยืดหยุ่นโดยรวม | Juvelook คอร์ส 2-3 ครั้ง |
มีริ้วรอยลึกร่วมกับวอลลุ่มยุบ | พิจารณาฉีดฟิลเลอร์ร่วมด้วย |
กังวลเรื่องรูขุมขนและผิวขรุขระเป็นหลัก | Juvelook ร่วมกับเลเซอร์ |
ต้องการเห็นผลชัดเจนทันที | ไม่แนะนำให้ทำ Juvelook เดี่ยวๆ |
จุดเริ่มต้นของแต่ละคนก็ต่างกันด้วยค่ะ ถ้าฐานคอลลาเจนเสื่อมไปมากแล้ว การทำ Juvelook เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ แต่ถ้ายังมีฐานคอลลาเจนเหลืออยู่ ก็มักจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนแม้จะฉีดจำนวนครั้งเท่ากันค่ะ
ผลอยู่ได้นานแค่ไหน แล้วควรฉีดครั้งต่อไปเมื่อไหร่?
แม้จะมีความแตกต่างกันในแต่ละคน แต่โดยทั่วไปผลจะอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือนค่ะ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นผลลัพธ์หลังจากฉีดครบคอร์สเริ่มต้น 2-3 ครั้งแล้ว หากฉีดเพียงครั้งเดียวแล้วหยุด ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ก็อาจรู้สึกสั้นลงตามไปด้วยค่ะ
การนัดครั้งต่อไปจะดูจากผลลัพธ์ที่เห็นจริงมากกว่าดูจากปฏิทินค่ะ ถ้าผิวยังคงสภาพดีอยู่ก็จะเว้นระยะให้นานขึ้น แต่ถ้าเริ่มรู้สึกว่าผลจางลงก็จะปรับให้ถี่ขึ้น การปรับตามการตอบสนองของผิวในแต่ละช่วงจะคุ้มค่ากว่าการกำหนดจำนวนครั้งตายตัวไว้ล่วงหน้าค่ะ
หลังทำควรงดซาวน่า ออกกำลังกายหนัก และดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และในช่วงระหว่างแต่ละครั้ง อย่าลืมบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอนะคะ

ทำไมดูค่าใช้จ่ายแบบต่อครั้งถึงทำให้สับสน?
การมองค่าใช้จ่ายรวมทั้งคอร์สจะสมจริงกว่าการดูราคาต่อครั้งค่ะ เพราะเป็นหัตถการที่ต้องฉีดครบ 2-3 ครั้งถึงจะเห็นผลตามระยะเวลาที่คาดไว้ ถ้าเทียบแค่ราคาครั้งเดียวก็อาจทำให้งบประมาณที่วางไว้จริงคลาดเคลื่อนได้ง่ายค่ะ
ราคานี้คิดจากครั้งเดียวหรือคิดรวมทั้งคอร์สกันแน่
เว้นระยะห่างกี่สัปดาห์ต่อครั้ง และใช้เวลากี่เดือนกว่าจะครบคอร์ส
ฉีดบริเวณไหนในปริมาณเท่าไหร่ และควรปรึกษาเรื่องการดูแลต่อเนื่องเมื่อไหร่
อีกเหตุผลหนึ่งที่เทียบกันด้วยตัวเลขอย่างเดียวได้ยากก็คือ โดยทั่วไปจะฉีดในชั้นหนังแท้ระดับกลางถึงล่าง (ประมาณ 2-3 มม.) ถ้าฉีดตื้นเกินไปอาจคลำเจอก้อนได้ แต่ถ้าลึกเกินไปผลลัพธ์ก็จะลดลง และแต่ละบริเวณก็มีความหนาของผิวต่างกัน จึงต้องปรับความลึกให้เหมาะสมในแต่ละจุดค่ะ
ฮงแด·ฮับจอง Beautystone กำหนดจำนวนครั้งอย่างไร?
ทางคลินิกของเราจะไม่กำหนดจำนวนครั้งตายตัวตั้งแต่การปรึกษาครั้งแรก แต่จะบันทึกผลลัพธ์ของแต่ละครั้งไว้เพื่อนำไปปรับการฉีดครั้งถัดไปค่ะ คุณหมอคิมฮาวอน ผู้อำนวยการใหญ่จะประเมินผลลัพธ์ก่อนเป็นอันดับแรกในการมาพบครั้งต่อไป แล้วจึงปรับรอบการฉีด เพราะการมีบันทึกว่าครั้งที่แล้วฉีดบริเวณไหน ลึกเท่าไหร่ จะช่วยให้การฉีดครั้งต่อไปแม่นยำขึ้น ไม่ต้องเดาใหม่ตั้งแต่ต้น
จากสภาพผิวตอนนี้ ควรฉีดกี่ครั้งเป็นเกณฑ์ และเพราะเหตุใด
แต่ละบริเวณกำหนดความลึกหรือปริมาณที่ฉีดแตกต่างกันอย่างไร
ควรนัดปรึกษาเพื่อดูแลรักษาผลลัพธ์ครั้งต่อไปเมื่อไหร่
ความเร็วในการตอบสนองและระยะเวลาที่ผลอยู่ได้นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคนค่ะ หากรู้สึกไม่แน่ใจ การเข้ามาให้แพทย์ตรวจดูและปรับจำนวนครั้งให้เหมาะสม จะสบายใจกว่าการรอดูอาการอยู่คนเดียวนะคะ

คำถามที่พบบ่อย
ฉีด Juvelook พร้อมกับฟิลเลอร์ได้ไหมคะ?
หากมีริ้วรอยลึกหรือบริเวณที่วอลลุ่มยุบร่วมด้วย ก็จะพิจารณาฉีดฟิลเลอร์ร่วมกันครับ Juvelook มีหน้าที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง ส่วนฟิลเลอร์จะเติมเต็มส่วนที่ยุบให้ทันที บทบาทจึงต่างกันครับ
ระหว่างคอร์สสามารถทำเลเซอร์ควบคู่ไปด้วยได้ไหมคะ?
ถ้ากังวลเรื่องรูขุมขนหรือผิวขรุขระเป็นหลัก ก็จะแนะนำให้ทำควบคู่กันไปครับ แต่จะเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมได้อย่างปลอดภัย ก็ต้องดูจากสภาพการฟื้นตัวของผิวและปรึกษากับแพทย์ก่อนครับ
อายุ 20 กว่าๆ จำเป็นต้องทำคอร์สตั้งแต่ตอนนี้เลยไหมคะ?
อายุไม่ใช่ตัวชี้วัดหลักครับ สิ่งสำคัญคือฐานผิวตอนนี้ยังเหลืออยู่มากแค่ไหนต่างหาก ถ้าฐานผิวยังดีอยู่ ก็มักจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนแม้จะฉีดจำนวนครั้งเท่ากันครับ
หลังทำครบคอร์สแล้ว ควรกลับมาปรึกษาอีกครั้งเมื่อไหร่คะ?
โดยทั่วไปผลจะอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน ดังนั้นควรกลับมาตรวจดูสักครั้งช่วงใกล้ๆ ระยะนั้นครับ ถ้าผิวยังคงสภาพดีอยู่ก็จะเว้นระยะให้นานขึ้น แต่ถ้าเริ่มรู้สึกว่าผลจางลงก็จะปรับให้ถี่ขึ้นครับ

กำจัดขน
레이저 제모 1회에도 남는 몫이 있어요 — 밀도를 모자이크로 보는 법

ลบรอยสัก
ลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ทำไมต้องใช้เวลานานกว่าที่อื่น?

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก ราคาต่างกันได้แค่ไหน? เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ลบรอยสัก
จ่ายครบ 10 ครั้งแล้ว ถ้ารอยสักหายก่อน เงินที่เหลือจะหายไปด้วยไหม?

ยกกระชับ
ร้อยไหมหน้าผาก ยกได้แค่ไหน เปลี่ยนแนวทางเมื่อไหร่

ผิว
สกินบูสเตอร์ราคาต่างกันทุกคลินิก เช็กอะไรก่อน?



