จูวีลุค ต่างจากฟิลเลอร์ HA อย่างไร และทำไมต้องทำหลายครั้ง? อธิบายหลักการ PDLLA จนถึงการเลือกตามเคส

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในห้องตรวจของฉัน
มีคนไข้วัยทำงานช่วงปลายอายุ 30 ปีท่านหนึ่งเข้ามาพบครับ
"คุณหมอคะ ฉันฉีด จูวีลุค ไปแล้ว
ผ่านมาสัปดาห์นึงแล้วยังนิ่งสนิทอยู่เลยค่ะ
แบบนี้คือไม่ได้ผลหรือเปล่าคะ?"
แววตาและสีหน้าของเธอดูค่อนข้างกังวลมากเลยครับ
ช่วงนี้ฉันได้รับคำถามแบบนี้บ่อยจริงๆ ครับ

ตกลงแล้วมันแตกต่างกันยังไงกันแน่?
จูวีลุค คือการผสมผสานของส่วนประกอบที่สลายตัวได้ทางชีวภาพอย่าง PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid)
ที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้น
การสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม skin booster ครับ
มันจะไม่เหมือนกับฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกนะครับ
เพราะ จูวีลุค ไม่ได้ช่วยเติมเต็มปริมาตรให้เห็นทันทีขนาดนั้นครับ
ถ้าเป็นฟิลเลอร์ ฉีดเข้าไปเท่าไหร่ก็จะเห็นวอลลุ่มตรงนั้นทันที
แต่ จูวีลุค จะเป็นการเข้าไปกระตุ้น
ให้ผิวของเราค่อยๆ สร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติครับ
คีย์พอยท์สำคัญของบทความนี้
จูวีลุค คือ skin booster ที่มีสาร PDLLA
ช่วยเข้าไปเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างคอลลาเจน
ขึ้นมาใหม่ในชั้นผิวครับ
มันไม่ใช่ฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก
ที่ฉีดปุ๊บฟูปั๊บ
แต่จะเป็นการให้เวลาผิวได้ค่อยๆ
ฟื้นฟูและเติมเต็มจากภายในตัวเองครับ

ทำไมบางท่าน
ถึงเห็นผลลัพธ์ช้ากว่าคนอื่นล่ะ?
หัวใจสำคัญของ จูวีลุค คือ PDLLA ครับ
เมื่อสารตัวนี้เข้าสู่ผิวชั้นจริง (Dermis)
ร่างกายจะมองว่าเจ้าสารนี้เป็น 'สิ่งแปลกปลอมที่ปลอดภัย'
แล้วเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนรอบๆ จุดนั้นขึ้นมา
มันไม่ใช่การเติมสารเติมเต็มเข้าไปดื้อๆ
แต่มันคือการทำให้ผิวเติบโตและฟูขึ้นมาเองครับ
ที่คุณถามว่า "ผ่านมาสัปดาห์นึงแล้วยังเหมือนเดิม"
บอกตรงๆ เลยนะครับว่า นั่นคืออาการปกติมากๆ ครับ
กระบวนการสร้างคอลลาเจนจาก PDLLA จะเริ่มเห็นผลอย่างจริงจัง
ในช่วงสัปดาห์ที่ 4 ถึง 6 หลังฉีดครับ
และจะปล่อยผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจน
หลังผ่านไปประมาณ 3 เดือนครับ
"ถ้าให้เปรียบเทียบ ฟิลเลอร์ก็เหมือน
การไปวางก้อนอิฐก่อกำแพงในไซต์งานก่อสร้างทันที
ส่วน จูวีลุค เหมือนการหว่านเมล็ดพันธุ์ลงบนดิน
ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการงอกงามนั่นเองค่ะ"
นอกจากนี้ระดับความลึกในการฉีดก็สำคัญมากเช่นกัน
โดยปกติจะต้องส่งสารเข้าไปในชั้น Dermis ส่วนกลางถึงส่วนลึก (ประมาณ 2~3 มม.)
หากฉีดตื้นเกินไป อาจเกิดอาการเป็นไตหรือตะปุ่มตะป่ำได้
แต่ถ้าฉีดลึกเกินไป ประสิทธิภาพในการกระตุ้นผิวก็จะลดลงครับ
ความหนาของผิวในแต่ละจุดบนใบหน้าไม่เท่ากัน
ดังนั้นแม้จะเป็นบนใบหน้าเดียวกัน ก็ต้องคอยปรับระดับความลึกให้เหมาะสมในแต่ละจุดครับ
นอกจากนี้ จูวีลุค
ไม่ใช่หัตถการที่ทำแค่ครั้งเดียวแล้วจบนะครับ
ปกติแล้วแนะนำให้ทำเป็นคอร์สต่อเนื่อง 2~3 ครั้ง ห่างกันทุก 3~4 สัปดาห์
เพื่อให้คอลลาเจนสะสมตัวได้อย่างเต็มที่ครับ
สรุปข้อคิดสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
จูวีลุค ไม่ใช่หัตถการที่เห็นผลในทันทีนะครับ
คอนเซ็ปต์ของมันคือการ 'เลี้ยงให้โต' ไม่ใช่การ 'เติมเติม' ครับ
ผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4~6
และจะเห็นผลลัพธ์สมบูรณ์แบบที่สุดที่ประมาณ 3 เดือนครับ

ปกติเวลาประเมินในห้องตรวจ
ฉันจะแบ่งคนไข้ออกเป็นกลุ่มแบบนี้ครับ
ประเภทผิว | แนวทางการรักษาที่แนะนำ |
ผิวขาดความยืดหยุ่นในภาพรวม | ทำ จูวีลุค ต่อเนื่องเป็นคอร์ส 2~3 ครั้ง |
มีริ้วรอยลึก · ผิวตอบและยุบตัวชัดเจน | พิจารณาทำร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์ |
เน้นปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้างและผิวไม่เรียบเนียน | ทำ จูวีลุค ควบคู่กับการเลเซอร์ผิว |
ต้องการเห็นผลทันทีแบบเร่งด่วน | ไม่แนะนำให้ทำ จูวีลุค เดี่ยวๆ ครับ |
ในคนไข้ที่โครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวเดิมเสื่อมสภาพไปมากแล้ว
การทำแค่ จูวีลุค เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอครับ
ในทางกลับกัน คนไข้ในช่วงวัยรุ่นตอนปลายจนถึง 30 ต้นๆ
ที่โครงสร้างผิวเดิมยังค่อนข้างดีอยู่
จะได้รับผลลัพธ์ที่สวยจึ้ง มีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. หลังฉีด จูวีลุค แล้ว
คลำเจอเหมือนก้อนไตเล็กๆ จะเป็นอะไรไหมคะ?
ในช่วง 2~3 วันแรกหลังทำ อาจจะคลำเจอได้เล็กน้อย
เนื่องจากตัวตัวสารที่ฉีดยังกระจายตัวเข้าสู่ผิวไม่เต็มที่ครับ
โดยทั่วไปจะค่อยๆ นิ่มลงและละลายหายไปเองภายในหนึ่งสัปดาห์ครับ
แต่ถ้าผ่านไปเกิน 2 สัปดาห์แล้วยังมีตุ่มแข็งๆ หลงเหลืออยู่
หรือมองเห็นตุ่มนั้นชัดเจนด้วยตาเปล่า
แนะนำให้ติดต่อสอบถามทางคลินิกที่รับบริการทันทีนะครับ
Q2. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
และราคาประมาณเท่าไหร่ครับ?
แม้จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
แต่ผลลัพธ์การกระตุ้นคอลลาเจนมักจะอยู่ได้นานประมาณ 12~18 เดือนครับ
อย่างไรก็ตาม ต้องฉีดเป็นคอร์สเริ่มต้น 2~3 ครั้งก่อนนะครับ
ถึงจะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนานขนาดนี้
เรื่องงบประมาณ แนะนำให้คำนวณจาก
'ราคารวมทั้งคอร์สชุด' มากกว่าคิดเป็น 'ราคาต่อครั้ง'
ซึ่งจะคุ้มค่าและดีต่อแผนการรักษาที่สุดครับ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังอะไรบ้างครับ?
อาการทั่วไปที่พบได้คือ รอยแดง อาการบวม หรือรอยเขียวช้ำในวันที่ทำครับ
ซึ่งปกติจะค่อยๆ ยุบตัวไปเองภายใน 2~3 วัน
ส่วนเรื่องของการเป็นไตอักเสบนั้นพบได้น้อยมากๆ
ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับเทคนิคและความเชี่ยวชาญในการเดินยาของแพทย์ผู้รักษาครับ
หลังจากเข้ารับการรักษาเป็นเวลา 1 สัปดาห์
โปรดหลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า, การออกกำลังกายหนักๆ และงดดื่มแอลกอฮอล์ด้วยนะครับ
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจาก หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
▶โบท็อกซ์ลดริ้วรอยระหว่างคิ้วด้วย Xeomin ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปอย่างไร?
▶แนะนำคลินิกผิวหนังที่รักษาปัญหาสิวแบบจัดเต็มในย่านฮงแดหน่อยครับ?
▶สำหรับใครที่กำลังกังวลเรื่องการลบรอยสักย่านฮงแดและฮับจอง หมอวี ยองจิน มีคำตอบมาให้แล้วครับ
▶กำลังมองหาโบท็อกซ์ลดกรามราคาถูกที่สุดอยู่หรือเปล่า? เหตุผลที่ว่าทำไมตัวเลขราคาอาจเป็นกับดัก
▶อาการบวมหลังทำ Ulthera และ Thermage จะหายเมื่อไหร่? คู่มือการฟื้นฟูผิวสำหรับผู้ที่มีนัดสำคัญ

ยกกระชับ
หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ
อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ
สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม
ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน



