• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

อย่าเชื่อคำพูดที่ว่าก้อนจูเบลลุคจะหายไปเอง

อย่าเชื่อคำพูดที่ว่าก้อนจูเบลลุคจะหายไปเอง

อย่าเชื่อคำพูดที่ว่าก้อนจูเบลลุคจะหายไปเอง

สาเหตุของก้อนหลังฉีดจูเวลูค ความต่างของแต่ละประเภท วิธีดูแลและป้องกัน จากประสบการณ์ตรงของหมอผิวหนัง

쥬베룩 결절 방치하지 마세요: 2주 이상 단단하다면 꼭 확인해야 할 신호

 

 

เช็คให้ชัวร์ก่อนอ่านกันนะคะ

Q. รอยนูนที่เกิดขึ้นหลังฉีด Juvelook,

เมื่อเวลาผ่านไปจะค่อยๆ ยุบตัวและดูดซึมไปเองหมดไหมคะ?

A. หากเป็นแค่รอยนูนชั่วคราวจากการบวมเฉยๆ จะยุบตัวลงแน่นอนค่ะ

แต่ถ้าเป็นตุ่มนูนหนา (결절/Nodule) จะมีสาเหตุที่ต่างออกไปค่ะ

และหากปล่อยทิ้งไว้ก็อาจจะมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ค่ะ

 

Q. การเกิดตุ่มนูนหนา (Nodule)

เป็นเพราะตัว Juvelook เองเป็นอันตรายหรือเปล่าคะ?

A. สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะตัวยาค่ะ

แต่อยู่ที่สัดส่วนการผสม (dilution),

ความลึกในการฉีด และการควบคุมปริมาณยาที่ฉีดเข้าไปค่ะ

 

"ถ้ามีตุ่มนูนขึ้นมาหลังฉีด Juvelook?

สาเหตุของการเกิดตุ่มนูน และเกณฑ์การรักษาในคลินิกผิวหนัง"

 

— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic ฮงแด)

쥬베룩 멍울과 결절 구분법: 시간이 지나면 해결된다는 말의 함정

 

 








Juvelook คืออะไร?

Juvelook คือ

สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Stimulator)

ประเภท PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ค่ะ

 

หาก skin booster ทั่วๆ ไปเน้นไปที่

การเติมความชุ่มชื้นเป็นหลัก ตัว Juvelook จะเน้นเป็นการกระตุ้น

ให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวแท้ (Dermis) ค่ะ

 

แม้จะมีหลักการทำงานคล้ายกับ Sculptra

แต่อนุภาคของ Juvelook จะมีความละเอียดกว่ามาก และถูกออกแบบมา

ให้สามารถฉีดเข้าไปในชั้นผิวที่ตื้นกว่าได้ค่ะ

쥬베룩 시술 후 딱딱한 덩어리가 만져질 때, 단계별 처치 가이드와 예방법

 

 








รอยนูนชั่วคราว หรือ ตุ่มนูนหนา (Nodule),

ต้องแยกแยะให้ออกก่อนนะคะ

หลายคนมักเข้าใจผิดเรื่องนี้กันเยอะมากค่ะ

ความจริงแล้ว รอยนูนเป็นก้อนกลมๆ ที่เกิดขึ้นทันทีหลังทำเสร็จ

เกือบทั้งหมดเป็นเพียง "รอยนูนบวมชั่วคราว" ไม่ใช่ "ตุ่มนูนหนา (Nodule)" แต่อย่างใดค่ะ

 

ซึ่งจริงๆ แอบแยกแยะยากนิดนึงค่ะ

เพราะเวลาคลำดูจากภายนอกล่ะก็ ให้ความรู้สึกคล้ายกันมากเลย

 

สัปดาห์แรกหรือช่วง 3 วันแรกหลังฉีด ยายังไม่ทันดูดซึมเต็มที่

การที่จับแล้วเป็นก้อนๆ ถือว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ

แต่ถ้าเป็น ตุ่มนูนหนา (Nodule) ของจริงล่ะก็

ต่อให้เวลาผ่านไปก็จะไม่ยุบลง แถมยังอาจจะแข็งตัวขึ้นด้วยค่ะ

 

ปกติแล้ว หากผ่านไป 2-4 สัปดาห์หลังทำ

แต่ยังคลำเจอเป็นก้อนแข็งๆ อยู่

และขนาดไม่มีทีท่าว่าจะเล็กลงเลย

หลังจากนั้นก็เริ่มสงสัยได้เลยค่ะว่าอาจจะเป็น ตุ่มนูนหนา (Nodule)

 

ตารางเปรียบเทียบ รอยนูนชั่วคราว Vs ตุ่มนูนหนา (Nodule)

ประเภท

รอยนูนปกติชั่วคราว

ตุ่มนูนหนา (Nodule)

ช่วงเวลาที่เกิด

ทันทีหลังทำ ~ ภายใน 1 สัปดาห์

หลังทำ 2~8 สัปดาห์

สัมผัส

ค่อนข้างนิ่ม

แข็งและมีขอบเขตชัดเจน

ขนาด

ค่อยๆ เล็กลง

ขนาดเท่าเดิมหรือใหญ่ขึ้น

การยุบตัวตามธรรมชาติ

ดูดซึมหายไปเองใน 1~2 สัปดาห์

หายเองตามธรรมชาติได้ยาก

การรักษา

แค่เฝ้าสังเกตอาการ

ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์








쥬베룩 결절 예방을 위한 3단계 체크리스트: 안전한 스킨부스터의 조건

 

 








สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดตุ่มนูนหนา (Nodule)

— ไม่ใช่ที่ตัวยา แต่อยู่ที่ 'การควบคุม' ค่ะ

พูดกันตามตรงเลยนะคะ ตัวผลิตภัณฑ์ Juvelook เอง

ไม่ได้เป็นตัวยาที่ทำให้เกิด ตุ่มนูนหนา ได้ง่ายขนาดนั้นค่ะ

 

เพราะตัวเนื้อสัมผัสของเค้าออกแบบมาให้ละเอียดมากๆ อยู่แล้ว

 

แต่ถ้ามาดูเคสที่เกิดตุ่มนูนหนา (Nodule) ขึ้นมา

ส่วนใหญ่จะเกิดจากสัดส่วนการผสมยาที่เข้มข้นเกินไป, ความลึกในการฉีดพลาดยืดหยุ่นเกินไป,

หรือฉีดปริมาณต่อจุดมากเกินไป (Overload) อย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ

 

เนื่องจาก Juvelook ต้องเอามาละลายผสมก่อนใช้

ถ้าผสมออกมาเข้มข้นจนเกินไป

ตัวยาจะเกาะตัวกันเป็นก้อนในจุดเดียวได้ง่ายมากค่ะ

 

นอกจากนี้ การกะระดับความลึกในชั้นดีร์มิส (Dermis) ให้แม่นยำ

ก็คือหัวใจสำคัญของเทคนิคเลยค่ะ และที่สำคัญมากๆ คือ

ต้องไม่ฉีดปริมาณที่มากเกินไปในจุดๆ เดียว

 

แค่องศาเข็มเปลี่ยนไปแค่ 10 องศา ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนแล้วค่ะ

ดังนั้น มันไม่ใช่ว่ายาดีหรือไม่ดี

แต่มันเป็นเรื่องของฝีมือที่ว่า 'ฉีดอย่างไร' ต่างหากล่ะคะ

 

สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน

 

ตุ่มนูนหนาจาก Juvelook เกิดจากสัดส่วนการผสมยา, ความลึกในการฉีด,

และปริมาณยาที่ใช้ในแต่ละจุด

ไม่ใช่เป็นเพราะตัวยาเพียงอย่างเดียวค่ะ

 

ดีเทลเรื่องเทคนิคฝีมือของแพทย์ผู้ทำการรักษา

จึงเป็นตัวกำหนดโอกาสในการเกิดตุ่มนูนเหล่านั้นค่ะ

 

ความคิดที่ว่า "ฉีดที่ไหนก็เหมือนๆ กัน"

เป็นความเข้าใจที่อันตรายที่สุดเลยล่ะค่ะ

쥬베룩 시술 후 마사지가 결절에 도움이 안 되는 과학적 이유

 

 








หากเกิดตุ่มนูนหนา (Nodule) ขึ้นมาแล้ว

— เกณฑ์การดูแลรักษา

สำหรับใครที่เกิดตุ่มนูนหนาขึ้นมาแล้ว

การเอามือกดๆ นวดๆ เองที่บ้าน

ไม่ได้ช่วยอะไรเลยค่ะ

 

เพราะตุ่มนูนหนาที่เกิดขึ้นจริง เป็นสภาวะที่เกิดปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อไปแล้ว

การใช้แรงนวดบีบจากภายนอก

จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ค่ะ

 

การรักษาส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากการฉีดสเตียรอยด์เฉพาะจุด (ILIs)

เพื่อเพื่อลดอาการอักเสบและการตอบสนองของเนื้อเยื่อก่อนค่ะ

 

ถ้าตุ่มนูนมีขนาดใหญ่และไม่ค่อยตอบสนองต่อยาฉีด

อาจจำเป็นต้องใช้วิธีเจาะระบายออกโดยตรง

หรือใช้เลเซอร์ในการทำลายก่อนค่ะ

 

ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ การรักษาก็จะยิ่งยากและซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น

แทนที่จะรักษาได้ง่ายๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญมากที่

อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรังค่ะ

 

เพื่อป้องกันการเกิดตุ่มนูนหนา (Nodule)

— เช็คลิสต์ก่อนทำหัตถการ

ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดตั้งแต่แรกค่ะ

การขอเช็คสถานะการผสมยาและขั้นตอนการเตรียมยาก่อนทำ

ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ เสียเวลาตรวจสักนิดเพื่อความมั่นใจนะคะ

 

ความหนาของชั้นผิวแท้ในแต่ละบริเวณ เช่น หน้าผาก แก้ม หรือใต้ตา นั้นแตกต่างกัน

ควรเลือกคลินิกที่มีการพิจารณาปรับความเข้มข้นและปริมาณยา

ให้เหมาะสมกับแต่ละจุดบริการอย่างละเอียดค่ะ

 

รอยนูนที่เกิดขึ้นหลังทำภายใน 1 สัปดาห์แรกถือเป็นเรื่องปกติค่ะ

แต่ถ้าเกิน 2 สัปดาห์แล้วยังมีอยู่ การรีบมาพบแพทย์โดยเร็ว

คือวิธีรับมือและป้องกันที่ดีที่สุดค่ะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1. ความเสี่ยงในการเกิดตุ่มนูนระหว่าง Juvelook Volume กับ Juvelook รุ่นทั่วไป

แตกต่างกันไหมคะ?

แม้ว่า Juvelook Volume จะมีความเข้มข้นของส่วนผสมต่างกัน

แต่สาเหตุหลักของการเกิดตุ่มนูนหนานั้นยังคงเหมือนกันค่ะ

 

เพราะฉะนั้นไม่ได้หมายความว่ารุ่น Volume

จะมีความเสี่ยงมากกว่าหรือน้อยกว่าเลยค่ะ

 

Q2. ค่าใช้จ่ายในการรักษาตุ่มนูนหนาประมาณเท่าไหร่คะ?

หากรักษาด้วยการฉีดยาลดการตอบสนอง ค่าใช้จ่ายจะไม่ได้สูงมากค่ะ

แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนต้องใช้วิธีผ่าตัดรักษา ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นสูงมาก

ดังนั้นการรีบมารักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีที่สุดค่ะ

 

Q3. หลังจากรักษาตุ่มนูนจนหายแล้ว

จะกลับมาฉีด Juvelook ได้อีกไหมคะ?

สามารถกลับมาฉีดได้หลังจากที่ตุ่มนูนเดิมหายสนิทแล้วค่ะ

แต่หากคุณฉีดด้วยเทคนิคหรือวิธีการเดิมๆ อีก ก็อาจทำให้เกิดตุ่มนูนซ้ำได้

ดังนั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนเทคนิคการฉีดอย่างแน่นอนในครั้งถัดไปค่ะ

 

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ รักษาผิวสวยอย่างปลอดภัยไปด้วยกันค่ะ — หมอวี ยองจิน

 

บทความน่าสนใจที่คุณอาจสนใจเพิ่มเติม

PN สารสกัดหลักของ Rejuran คืออะไรกันแน่? [สรุปย่องานวิจัย 2 ฉบับ]

Rejuran Healer VS Rejuran HB วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียแบบหมดเปลือก

CelluDerm VS Rejuran HB ตัวไหนจะเหมาะกับผิวของเรามากกว่ากัน?

'Golden Time' เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของ Rejuran — รอบเวลาในการทำที่แพทย์แนะนำจริง

ทำไมถึงเกิดตุ่มนูนหนาหลังทำ Juvelook? เจาะลึกเรื่องฟิลเลอร์งานสกินเข้มข้นกับการผสมยา

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

สำหรับแก้มห้อยย้อยบริเวณข้างโหนกแก้วที่เป็นจุดศูนย์กลางของใบหน้า ตัวเครื่อง Oligio RF ทำงานอย่างไร และจะเหมาะกับใครบ้างนะกับใครบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?

สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

การทำ Ulthera ควบคู่กับ Thermage เพื่อยกกระชับแบบผสมผสาน ควรเลือกคลินิกด้วยเกณฑ์อะไรดีคะ?

ยกกระชับ

เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage

สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

สำหรับใครที่อยากแก้ปัญหาเหนียงและแก้มห้อย Inmode FX ตอบโจทย์และเห็นผลดีมากๆ เลยค่ะ แล้วเครื่องนี้จะเหมาะกับผิวแบบไหนบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?

สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ควรเริ่มทำ skin booster กลุ่มคอลลาเจนตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

ผิว

skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

รอยดำ ฝ้า หรือกระ มีชนิดของเม็ดสีที่ต่างกัน ทำให้ต้องเลือกใช้เลเซอร์ที่เหมาะสมแตกต่างกันไป แล้วเราจะเลือกแบบไหนดีนะ?

ผิว

รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?

เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

ผลลัพธ์ของ Sofwave lifting จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่หลังทำ และจะคงอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

ยกกระชับ

ผลลัพธ์ของ Sofwave lifting จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่เมื่อไหร่หลังทำ และจะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

Sofwave เป็นการรักษาที่ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นอัลตราซาวด์เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและยกระดับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มาเช็กกันให้ครบในที่เดียว ตั้งแต่ความรู้สึกทันทีหลังทำ ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ ระยะเวลาผลลัพธ์ ช่วงเวลาที่ควรทำซ้ำ ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลตัวเองเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นกันค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1