• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Onda Lifting ต่างจาก Thermage Ulthera ยังไง?

Onda Lifting ต่างจาก Thermage Ulthera ยังไง?

Onda Lifting ต่างจาก Thermage Ulthera ยังไง?

คิดว่า Onda Lifting เหมือน Thermage หรือ Ulthera อาจผิดหวัง สรุปความต่างและระยะเวลาคงผล

เวลาที่สาว ๆ หาข้อมูลเรื่องยกกระชับ มักจะเห็นชื่อ Onda lifting (Onda Lifting) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ Thermage และ Ulthera อยู่บ่อย ๆ เลยครับ แถมพอมีคำว่า "lifting" เหมือนกัน หลายคนเลยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหัตถการประเภทเดียวกันที่ช่วยดึงแก้มหรือกรอบหน้าที่หย่อนคล้อยให้ยกกระชับขึ้น ก็เลยตัดสินใจมาทำ แต่พอทำเสร็จปุ๊บ ส่องกระจกแล้วกลับรู้สึกว่า "ไม่เห็นจะตึงขึ้นเลย" จนแอบผิดหวังไปตาม ๆ กัน

ขอสรุปให้ฟังตรงนี้เลยนะครับ แม้ว่า Onda lifting จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "ยกกระชับ (lifting)" เหมือนกัน แต่ปัญหาที่ช่วยแก้ไขนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ ตัวนี้ไม่ได้เน้นดึงผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้นไปข้างบนนะครับ แต่จะเน้นไปที่การสลายไขมันส่วนเกินที่เด่นชัด ช่วยปรับกรอบหน้าให้คมชัดพร้อมเติมความยืดหยุ่นให้ผิวเบา ๆ มากกว่าครับ เพราะฉะนั้น ถ้าคาดหวังผลลัพธ์แบบ "ดึงผิวที่หย่อนคล้อย" ตั้งแต่แรก ก็ถือว่าเลือกหัตถการผิดตัวแล้วล่ะครับ

 

ชื่อ ‘lifting’ เหมือนกัน แต่เป้าหมายการแก้ปัญหาต่างกันนะครับ

ทั้ง 3 หัตถการนี้ใช้ประเภทพลังงานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ Onda เป็นเครื่องมือไมโครเวฟ* (Microwave)* ที่พัฒนาโดยบริษัท DEKA จากประเทศอิตาลี โดยพลังงานไมโครเวฟ 2.45GHz นี้ ประมาณ 80% จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่เซลล์ไขมัน และอีกเพียง 20% เท่านั้นที่ทำงานในชั้นหนังแท้ เรียกได้ว่าเป้าหมายหลักเน้นหนักไปที่ชั้นไขมันเป็นหลักเลยครับ

* ไมโครเวฟ: เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงแบบเดียวกับที่ใช้ในเตาอบไมโครเวฟครับ มีคุณสมบัติเด่นคือทำให้โมเลกุลเฉพาะสั่นสะเทือนจนเกิดความร้อน ซึ่ง Onda ได้นำคุณสมบัตินี้มาใช้ในการเลือกทำความร้อนเฉพาะที่ชั้นไขมันนั่นเองครับ

ในขณะที่ Thermage จะคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) เพื่อทำความร้อนในชั้นหนังแท้ กระตุ้นคอลลาเจนเพื่อความยืดหยุ่น ส่วน Ulthera จะใช้คลื่นอัลตราซาวด์ (HIFU) ส่งพลังงานความร้อนลึกไปถึง ชั้น SMAS* เพื่อดึงผิวที่หย่อนคล้อยให้ยกขึ้น สรุปง่าย ๆ ได้ตามตารางนี้เลยครับ

หัตถการ

พลังงาน

ชั้นผิวเป้าหมายหลัก

ปัญหาที่แก้ไข

Onda lifting

ไมโครเวฟ (Microwave)

ไขมันใต้ผิวหนัง · ชั้นหนังแท้

ปรับกรอบหน้า · ลดไขมัน + เพิ่มความยืดหยุ่นเบา ๆ

Thermage

คลื่นวิทยุ (RF)

ชั้นหนังแท้

ความยืดหยุ่นของผิว · ผิวเรียบเนียน

Ulthera

อัลตราซาวด์ (HIFU)

SMAS · ชั้นหนังแท้ส่วนลึก

ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย

* ชั้น SMAS: คือชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่อยู่ระหว่างชั้นผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อ ทำหน้าที่เหมือนโครงสร้างช่วยพยุงใบหน้าขึ้น การกระตุ้นชั้นนี้จึงช่วยดึงยกผิวที่หย่อนคล้อยขึ้นได้เป็นอย่างดีครับ

ชื่อ ‘lifting’ เหมือนกัน แต่เป้าหมายการแก้ปัญหาต่างกันนะครับ

 

 

ทำไมถึงไม่เห็นผลทันที แต่เริ่มเห็นผลลัพธ์หลังทำ 2~4 สัปดาห์

หลังทำ Onda lifting แล้วรู้สึกว่า "ไม่เห็นค่อยต่างจากเดิมทันทีเลย" ถือเป็นเรื่องปกติมาก ๆ ครับ เพราะเซลล์ไขมันที่ถูกทำความร้อนด้วยคลื่นไมโครเวฟจะค่อย ๆ ฝ่อตัวลงอย่างช้า ๆ ในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ ขณะเดียวกัน คอลลาเจนในชั้นหนังแท้ก็ต้องใช้เวลาในการจัดเรียงตัวใหม่และสร้างขึ้นมาใหม่เช่นกันครับ

ดังนั้น โดยทั่วไปแล้วเราจะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนตั้งแต่ 2~4 สัปดาห์หลังทำเป็นต้นไปครับ นั่นหมายความว่า หากเทียบรูปหลังทำทันทีกับรูปหลังจากผ่านไป 1 เดือน การส่องกระจกดูรูปหลังผ่านไป 1 เดือนจะเห็นผลที่ชัดเจนกว่ามากครับ การรีบด่วนสรุปว่า "ไม่ได้ผล" ตั้งแต่วันแรกที่ทำเสร็จจึงเป็นการด่วนตัดสินใจเร็วเกินไปสำหรับหัตถการนี้ครับ ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่เห็นผลช้า แต่โดยธรรมชาติของตัวมันเองแล้วจะค่อย ๆ แสดงผลลัพธ์อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยครับ

ทำไมถึงไม่เห็นผลทันที แต่เริ่มเห็นผลลัพธ์หลังทำ 2~4 สัปดาห์

 

 

หัวต่อ (Handpiece) ที่ใช้กับใบหน้าและร่างกายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

แม้จะเป็น Onda เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่ทำครับ สำหรับบริเวณใบหน้า มักจะใช้หัวต่อขนาด 3 มม. เพื่อทำความร้อนเน้นที่ชั้นหนังแท้ ช่วยดูแลเรื่องผิวสัมผัส ริ้วรอยเล็ก ๆ และเพิ่มความยืดหยุ่นเบา ๆ ส่วนบริเวณร่างกาย (บริเวณที่หนา เช่น หน้าท้อง เอว และเหนียง) จะใช้หัวต่อขนาด 7 มม. ที่ส่งพลังงานลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อปรับสัดส่วนและช่วยสลายไขมันครับ

จำนวนครั้งที่แนะนำก็ต่างกันด้วยนะครับ เนื่องจากชั้นไขมันบริเวณใบหน้ามีความบางกว่า การทำเพียง 1~3 ครั้งก็อาจเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่สำหรับร่างกาย โดยทั่วไปต้องทำซ้ำประมาณ 3~5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก ๆ 1 เดือน เพื่อสะสมพลังงานและพบลัพธ์การปรับลดสัดส่วนที่ชัดเจนครับ ส่วนระยะเวลาการคงผลลัพธ์นั้น ส่วนใหญ่อยู่ที่ครึ่งปีถึง 1 ปีครับ แต่หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่อาจกลับมาขยายตัวได้อีก ดังนั้นการดูแลตัวเองหลังทำจึงเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ที่สำคัญมากครับ ทั้งนี้ จำนวนครั้งและระยะห่างที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับการกระจายตัวของไขมันแต่ละบุคคล จึงจำเป็นต้องเข้ารับการปรึกษาและประเมินกับทีมแพทย์โดยตรงนะครับ

หัวต่อ (Handpiece) ที่ใช้กับใบหน้าและร่างกายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

 

สรุปแล้ว ใครบ้างที่เหมาะกับ Onda lifting?

สิ่งแรกที่ต้องเคลียร์ให้ชัดเจนก่อนก็คือ ปัญหาที่คุณอยากแก้ไขคือ "ความหย่อนคล้อย" หรือ "กรอบหน้า/ไขมันส่วนเกิน" กันแน่ครับ หากกังวลเรื่องแก้มหย่อนคล้อยคล้อยลงด้านล่างเป็นหลัก Ulthera หรือ Thermage จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องไขมันส่วนเกินสะสมตามกรอบหน้า แก้มด้านล่าง หรือเหนียงที่ทำให้ใบหน้าดูหนาและดูหนัก Onda ถือเป็นหัตถการที่ตรงจุดมาก ๆ ครับ

เวลาที่คุณหมอประเมินกรอบหน้า สิ่งที่เรามองเสมอคือ "พื้นที่ว่าง" บนใบหน้าครับ หัวใจสำคัญคือการลดเงาที่เกิดขึ้นจากการที่มีบางจุดนูนเด่นและบางจุดยุบตัวลง ซึ่ง Onda จะเข้ามารับบทบาทในการ 'ลดทอนไขมันส่วนเกินที่นูนเด่นนั้น' ออกไปครับ หากคนไข้มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยร่วมด้วย คุณหมออาจจะวางแผนการรักษาโดยใช้ Ulthera ดึงยกกระชับขึ้น แล้วใช้ Onda ช่วยปรับแต่งกรอบหน้าให้เข้าที่อีกทีครับ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทั้งคู่เป็นหัตถการที่ใช้ความร้อน หากทำในระยะเวลาที่กระชั้นชิดเกินไปอาจทำให้มีอาการบวมนานขึ้นได้ เพื่อความปลอดภัย ควรเข้ามาปรึกษาเรื่องการจับคู่และระยะเวลาในการทำร่วมกันดีที่สุดครับ

 

ปรึกษาทาง LINE

หากอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับเราไหม คุณหมอผู้เชี่ยวชาญจะเป็นคนให้คำปรึกษาด้วยตัวเองโดยตรงเลยครับ

▶ ปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. หลังทำ Onda lifting จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ครับ?

โดยปกติจะเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ 2~4 สัปดาห์หลังทำครับ เนื่องจากเซลล์ไขมันที่โดนความร้อนจะค่อย ๆ สลายตัว และคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลาในการสร้างตัวขึ้นมาครับ การเปรียบเทียบรูปภาพหลังทำ 1 เดือนจึงจะให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดครับ

Q. ทำแล้วเจ็บหรือมีรอยช้ำไหมคะ?

ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่น ๆ และตึงแน่นลึก ๆ ครับ แต่เนื่องจากไม่มีการใช้เข็มจิ้มตัวยาเข้าไปในผิวหนัง เป็นเพียงการใช้ความร้อนเท่านั้น รอยช้ำจึงมีน้อยกว่าการฉีดสลายไขมันค่อนข้างมากครับ หลังทำอาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกตึง ๆ ผิวได้บ้างประมาณ 2-3 วันครับ

Q. ต้องทำกี่ครั้ง และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

สำหรับใบหน้ามักทำสะสมกันประมาณ 1~3 ครั้ง ส่วนร่างกายมักทำ 3~5 ครั้งครับ ผลลัพธ์โดยทั่วไปจะคงอยู่ได้ประมาณครึ่งปีถึง 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวด้วยนะครับ จำนวนครั้งและระยะความคงทนจึงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลครับ

Q. Onda lifting ช่วยยกใบหน้าที่หย่อนคล้อยขึ้นได้ด้วยไหมคะ?

Onda ไม่ใช่คุณสมบัติในการยกผิวที่หย่อนคล้อยขึ้นโดยตรงครับ แต่เด่นในเรื่องการลดไขมันส่วนเกินรอบกรอบหน้าและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวแน่นขึ้นเบา ๆ มากกว่า หากคนไข้กังวลเรื่องความหย่อนคล้อยเป็นหลัก แนะนำเป็นเทคโนโลยีที่ดึงผิวในชั้นที่ลึกกว่าอย่าง Ulthera จะตรงจุดมากกว่าครับ

 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลลัพธ์ของ RF lifting จาก Altite จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่กันนะ? ตั้งแต่ทันทีหลังทำ ไปจนถึงช่วงที่คอลลาเจนเริ่มเติมเต็มในสัปดาห์ที่ 4-12 เลยค่ะ

ยกกระชับ

Alltite RF เห็นผลเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้

ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ Alltite RF ตั้งแต่สัปดาห์แรกถึง 12 สัปดาห์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ และข้อควรระวัง

Juvelook Volume กับ Ellanse เวลาจะช่วยเติมเต็มแก้มที่ตอบ ทั้งในเรื่องของส่วนผสมและหลักการทำงาน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Juvelook Volume กับ Ellanse เลือกอันไหนดีสำหรับแก้มตอบ?

เปรียบเทียบ Juvelook Volume และ Ellanse สำหรับแก้มตอบ รู้จักส่วนผสม กลไก และวิธีเลือกที่เหมาะกับคุณ

ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา ใช้แค่ Rejuran HB อย่างเดียวจะพอไหม หรือต้องทำควบคู่กับหัตถการอื่น ดีนะ? เรามีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง?

ผิว

Rejuran HB ทำรอบดวงตาตัวเดียวพอไหม หรือต้องจับคู่กับอะไรเพิ่ม?

รอยย่นรอบดวงตาแต่ละประเภทต้องการการดูแลต่างกัน เจาะลึกว่า Rejuran HB คนเดียวพอ หรือต้องเสริม Botox

โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox) เมื่อกรามเหลี่ยมๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง ควรไปฉีดซ้ำตอนไหน และมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรดีคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามกลับมาเหลี่ยมอีกแล้ว ทำซ้ำได้เลยไหม หรือต้องรอ?

กรามเริ่มกลับมาเหลี่ยมหลัง Botox? บทความนี้แนะนำสัญญาณบ่งบอกและจังหวะทำซ้ำที่เหมาะสมค่ะ

ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถทำ laser toning ได้ไหมคะ? และมีเกณฑ์ในการประเมินอย่างไรว่าผิวเราเหมาะกับการทำหรือไม่?

ผิว

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ก่อนตัดสินใจ

ผิวแพ้ง่ายทำ Laser Toning ได้ไหม? เช็กเกณฑ์ผิว แบบไหนทำได้-ควรรอ และการดูแล Skin Barrier ก่อน-หลังทำ

ทำเลเซอร์กำจัดขนมาแล้วรู้สึกว่าขนอ่อนรอบๆ ขึ้นเยอะกว่าเดิม แบบนี้ใช่ภาวะขนดกย้อนกลับ (Paradoxical Hypertrichosis) ไหมคะ?

กำจัดขน

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนขึ้นมากขึ้น เกิดอะไรขึ้น?

ทำเลเซอร์กำจัดขนแล้วขนดูเยอะขึ้น? รู้จัก paradoxical hypertrichosis สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง วิธีรับมือ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1