• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ลบรอยสัก Picoway เจ็บไหม? แต่ละจุด/สี + ยาชา

ลบรอยสัก Picoway เจ็บไหม? แต่ละจุด/สี + ยาชา

ลบรอยสัก Picoway เจ็บไหม? แต่ละจุด/สี + ยาชา

ลบรอยสัก Picoway เจ็บแค่ไหนตามจุดและสี? สรุปการแปะยาชา ขั้นตอนการทำ และการดูแลหลังทำ

เผยแพร่ -

อัปเดต -

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

เมื่อตัดสินใจลบตาทู (รอยสัก) แล้วเริ่มหาข้อมูลปรึกษา คำถามแรกที่หลายคนนึกถึงมักจะเป็น "เจ็บมากไหมคะ?" เพราะถ้ายังมีภาพจำตอนสักที่ทั้งเจ็บทั้งเกร็ง ก็ไม่แปลกเลยที่จะกังวลว่าตอนลบจะยิ่งเจ็บกว่าเดิมหรือเปล่า

ตอบแบบสั้นๆ ก็คือ การลบรอยสักด้วยเลเซอร์พิโกวินาทีอย่าง Picoway* จะมีความรู้สึกจี๊ดๆ และร้อนผ่าวบ้างครับ แต่ความรู้สึกเจ็บจริงนั้นจะต่างกันไปเยอะมาก ขึ้นอยู่กับการเตรียมยาชาเป็นหลักเลยครับ แม้จะเป็นการรักษาแบบเดียวกัน แต่บริเวณที่ใกล้กระดูกอย่างข้อมือ กับบริเวณที่มีเนื้อเยอะหน่อยอย่างต้นแขน ก็ให้ความรู้สึกที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แถมหมึกสีดำกับหมึกสีสันต่างๆ ก็ตอบสนองต่อเลเซอร์ต่างกันด้วย การศึกษาข้อมูลล่วงหน้าว่าแต่ละจุดและแต่ละสีจะมีความรู้สึกระดับไหน และควรเตรียมตัวเรื่องยาชาอย่างไร จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้นเยอะในวันนัดจริงครับ

Picoway*: เครื่องลบรอยสักและเม็ดสีประเภทเลเซอร์พิโกวินาที (หนึ่งในล้านล้านวินาที) ที่ปล่อยพลังงานความถี่สูงมากเพื่อทำลายหมึกสักให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ เป็นหนึ่งในเลเซอร์พิโกวินาทีสำหรับกำจัดรอยสักและรอยดำที่ได้รับการรับรองจาก US FDA ครับ

บทความนี้คัดสรรข้อมูลการรักษาดีๆ จาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) มาฝากกันครับ

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้ว่า

  • การลบรอยสักด้วย Picoway เจ็บประมาณไหนในชีวิตจริง

  • ระดับความเจ็บแตกต่างกันอย่างไรตามตำแหน่งที่ลบและสีของรอยสัก

  • การเตรียมตัวลดความเจ็บล่วงหน้า เช่น การแปะยาชาและการเป่าลมเย็น

  • เกณฑ์ในการกำหนดระยะห่างของแต่ละเซสชันและวงจรการฟื้นฟูผิวเพื่อวางแผนการรักษารอบถัดไป

 

ลบรอยสักด้วย Picoway จริงๆ แล้วเจ็บจี๊ดแค่ไหนกันนะ

เลเซอร์ลบรอยสักทำงานโดยการปล่อยพลังงานสั้นๆ แต่เข้มข้นสูงไปที่อนุภาคหมึกเพื่อสลายเม็ดสีให้กลายเป็นผงละเอียด ในระหว่างขั้นตอนนี้ ผิวบริเวณนั้นจะรู้สึกจี๊ดๆ และอุ่นร้อน เหมือนโดนหนังยางดีดซ้ำๆ หรือมีน้ำมันกระเด็นใส่เบาๆ ซึ่งจะต่างจากการเจ็บแบบโดนเข็มครูดผิวตอนสักนิดหน่อยครับ หลายคนจึงมักอธิบายว่ารู้สึกเหมือน "โดนดีดเปรี๊ยะๆ" มากกว่า "โดนทิ่ม" ครับ

จากรายงานทางคลินิกจริง การรักษานี้ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลยครับ มีรายงานว่า คนไข้ทั้งหมดที่ลบรอยสักสีดำด้วยเลเซอร์พิโกวินาทีมีความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ แต่อยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง และสามารถลดความรู้สึกเจ็บได้ด้วยการแปะยาชาก่อนทำ รวมถึงประคบเย็นทันทีหลังทำเสร็จ ดังนั้น การมองว่าระดับความเจ็บนั้น "ไม่ได้รุนแรงจนทนไม่ไหว" แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ "ถ้าเตรียมตัวมาดีก็ทนได้สบายๆ" จะตรงกับความเป็นจริงที่สุดครับ นอกจากนี้ จากข้อมูลที่ว่าเลเซอร์พิโกวินาทีทำงานผ่านกลไก Photoacoustic เพื่อเลือกทำลายเฉพาะเม็ดสีให้แตกละเอียด แทนที่จะใช้ความร้อนเผาทำลายผิว ทำให้อ่อนโยนต่อผิว ผิวรอบข้างจึงบอบช้ำน้อยลง และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็วอีกด้วยครับ

อนุภาคหมึกสักในชั้นหนังแท้และปลายประสาทที่อยู่ใกล้เคียงลบรอยสักด้วย Picoway จริงๆ แล้วเจ็บจี๊ดแค่ไหนกันนะ

 

 

ระดับความเจ็บต่างกันอย่างไรตามตำแหน่งและสีของรอยสัก

แม้จะใช้เครื่อง Picoway เหมือนกัน แต่ความเจ็บที่รู้สึกได้จะต่างกันไปตามตำแหน่งและสีที่ต้องการลบครับ บริเวณที่ผิวหนังอยู่ติดกับกระดูก แรงสั่นสะเทือนจะส่งตรงไปยังกระดูกทำให้รู้สึกเสียวแปลบมากกว่า ขณะที่บริเวณที่มีเนื้อหรือไขมันจะรู้สึกน้อยกว่ามาก นอกจากนี้เรื่องของสียังส่งผลด้วย โดยหมึกสีดำจะดูดซับพลังงานเลเซอร์ได้ดีที่สุด ตอบสนองเร็วที่สุดแต่ก็ให้ความรู้สึกชัดเจนที่สุด ส่วนหมึกสีต่างๆ เช่น แดง เหลือง เขียว จะดูดซับเลเซอร์ได้ช้ากว่า ทำให้ต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษามากกว่าครับ

ตำแหน่ง / สี

ความรู้สึกเจ็บ

การบรรเทาความเจ็บที่นิยมใช้

หมายเหตุ

ต้นแขน · ต้นขา (เนื้อเยอะ)

ปานกลาง

แปะยาชา

หากพื้นที่กว้างมาก อาจแบ่งทำเป็นส่วนๆ

ข้อมือ · ข้อเท้า · ตาตุ่ม

ค่อนข้างชัดเจน

แปะยาชา + เป่าลมเย็น

อยู่ใกล้กระดูก แรงสั่นสะเทือนจะทำให้เสียวแปลบ

นิ้วมือ · กระดูกไหปลาร้า

ค่อนข้างชัดเจน

แปะยาชา + เป่าลมเย็น

ผิวหนังบางและไวต่อความรู้สึกมากเป็นพิเศษ

หมึกสีดำ

เจ็บชัดเจนแต่ตอบสนองเร็ว

แปะยาชา

ใช้จำนวนครั้งในการรักษาน้อยกว่าสีอื่น

หมึกสีสัน (แดง · เขียว)

ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่สัก

แปะยาชา

มักต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษามากกว่า

เรื่องของจำนวนครั้งก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรรู้ล่วงหน้าครับ จากการรวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับการลบรอยสักด้วยเลเซอร์พิโกวินาที พบงานรีวิวอย่างเป็นระบบ (Systematic Review) ระบุว่า คนไข้ 69-100% มีรอยสักที่จางลงมากกว่า 70% หลังเข้ารับการลบ 1-10 ครั้ง การลบรอยสักไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วหายไปเลย แต่เป็นกระบวนการค่อยๆ สลายเม็ดสีทีละขั้น ดังนั้นการเตรียมใจและเตรียมยาชาให้พร้อมสำหรับความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นในแต่ละเซสชันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งรอยสักสีเข้มหรือมีพื้นที่กว้าง ก็อาจต้องทำหลายครั้งขึ้น การประเมินความเจ็บควบคู่ไปกับจำนวนครั้งที่ต้องทำจึงจะช่วยให้คุณจำลองภาพการรักษาได้ตรงจุดที่สุดครับ

ระดับความเจ็บต่างกันอย่างไรตามตำแหน่งและสีของรอยสัก

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราใส่ใจในการอธิบายเรื่องความเจ็บและกระบวนการฟื้นตัวของผิวก่อนเริ่มทำการรักษาเสมอครับ เพราะรอยสักแต่ละลาย แม้จะอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน แต่ด้วยสีและระดับความหนาของผิวที่ไม่เหมือนกัน ย่อมให้ความรู้สึกที่ต่างกันออกไป เราจะช่วยประเมินระดับความอุ่นร้อนที่อาจเกิดขึ้น และแนะนำวิธีเตรียมตัวเรื่องยาชาให้อย่างละเอียด คลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) สามารถเดินมาได้สบายๆ บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมดูแลผิวและรอยสักของคนไข้ทุกท่านแบบเคสต่อเคส เพื่อร่วมวางแผนการใช้ยาชาและระยะห่างของแต่ละเซสชันให้เหมาะสมที่สุดครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

 

 

ลำดับขั้นตอนการแปะยาชาและการเลเซอร์เป็นอย่างไร

การลบรอยสักด้วย Picoway ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมยาชาไปจนถึงการดูแลหลังบริการ มีขั้นตอนที่ชัดเจนและเป็นระบบครับ ยิ่งกังวลเรื่องความเจ็บ การรู้ขั้นตอนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณผ่อนคลายขึ้นมากในวันทำจริงครับ

  • ปรึกษาและประเมินผิว — แพทย์จะดูตำแหน่ง สี และความลึกของรอยสักเพื่อประเมินจำนวนครั้งระดับความเจ็บเบื้องต้น หากจำเป็นอาจทำการทดสอบจุดเล็กๆ ก่อนครับ

  • แปะยาชาเนื้อครีม — ทายาชาเฉพาะที่* ลงบนผิวประมาณ 30 นาทีก่อนทำและรอให้ยาชาออกฤทธิ์ ขั้นตอนนี้สำคัญมากโดยเฉพาะบริเวณที่บอบบางและเจ็บง่าย

  • เป่าลมเย็นและเริ่มยิงเลเซอร์ — ใช้ลมเย็นจัดเป่าประคบผิวเพื่อลดอุณหภูมิระหว่างยิงเลเซอร์ แม้จะรู้สึกจี๊ดๆ เป็นจังหวะสั้นๆ แต่ระยะเวลาที่ใช้เลเซอร์บนแต่ละจุดนั้นไม่นานเลยครับ

  • ปลอบประโลมผิวและแนะนำการดูแล — หลังทำเสร็จทันทีจะทำการประคบเย็นเพื่อลดความร้อนผ่าว และแนะนำวิธีดูแลผิว เช่น การทายา การเลี่ยงแดด และการดูแลตุ่มน้ำหากเกิดขึ้น

ยาชาเฉพาะที่*: ยาชาในรูปแบบครีมสำหรับทาบนผิวหนังเพื่อช่วยบล็อกความรู้สึกชั่วคราว มีส่วนผสมของ Lidocaine เป็นหลัก โดยทั่วไปจะทาทิ้งไว้ 20-30 นาทีก่อนเริ่มการรักษาครับ

การแปะยาชาครีมจำเป็นต้องทิ้งเวลาก่อนเริ่มทำเลเซอร์ให้เพียงพอเพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์เต็มที่นะครับ หากรีบร้อนเริ่มทำเร็วเกินไปขณะที่ยาชายังซึมได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้รบกวนผิวและรู้สึกเจ็บมากกว่าปกติได้ครับ

ตลอดการรักษาในแต่ละเซสชัน เมื่อหมึกเริ่มจางลง ความรู้สึกในแต่ละครั้งก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามลำดับของการสลายเม็ดสีดังภาพนี้ครับ

แนวโน้มปริมาณหมึกที่หลงเหลือตามจำนวนครั้งที่ทำ

โดยทั่วไปจะเว้นระยะห่างระหว่างเซสชันประมาณ 6-8 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ก่อนจะเริ่มเลเซอร์ครั้งต่อไป หากทิ้งระยะห่างสั้นเกินไปขณะที่ผิวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อาจเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ได้ ดังนั้นการประเมินอัตราการฟื้นตัวของผิวตนเองร่วมกับแพทย์เพื่อกำหนดจังหวะเวลาจึงปลอดภัยที่สุดครับ

ลำดับขั้นตอนการแปะยาชาและการเลเซอร์เป็นอย่างไร

 

 

อาการปกติหลังเลเซอร์และวิธีดูแลตัวเองที่ต้องรู้

หลังลบรอยสักด้วย Picoway อาจมีอาการปกติทั่วไปปรากฏขึ้นในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้นเองตามธรรมชาติครับ

  • อาการแดง รู้สึกร้อน และบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ — มักเป็นอยู่ประมานไม่กี่ชั่วโมงจนถึง 1-2 วันครับ

  • ผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวชั่วคราว (Frosting) — เกิดขึ้นทันทีหลังยิงเลเซอร์เสร็จและจะจางหายไปอย่างรวดเร็วครับ

  • ตุ่มน้ำขนาดเล็กหรือสะเก็ดแผล — มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในบริเวณที่ผิวบอบบางหรือทำเลเซอร์พลังงานสูง ห้ามแกะหรือเกาเด็ดขาด ปล่อยให้หลุดลอกไปเองตามธรรมชาติครับ

  • การเปลี่ยนสีของผิวชั่วคราว — สีผิวรอบๆ อาจดูจางหรือเข้มขึ้นชั่วคราวแล้วจะค่อยๆ ปรับสภาพดีขึ้นเมื่อผิวฟื้นตัว

การป้องกันแสงแดดในช่วงพักฟื้นเป็นสิ่งสำคัญมากครับ หากผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์โดนแดดโดยตรง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสีผิวไม่สม่ำเสมอหรือรอยดำได้ ดังนั้นเวลาออกไปข้างนอกควรทาครีมกันแดดอย่างพิถีพิถัน และหากเป็นไปได้ควรใช้เสื้อผ้าหรือพลาสเตอร์ปิดแผลช่วยบังแดดไว้ครับ สำหรับส่วนที่มีสะเก็ดแผลหรือตุ่มน้ำ ห้ามถูแรงๆ ให้เน้นทายาตามแพทย์สั่ง และหากมีอาการผิดสังเกตต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาทีมแพทย์ผู้ดูแลทันทีเพื่อความปลอดภัยครับ

  • อาการเจ็บหรือบวมแดงระบมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

  • มีหนอง รอยแดงเข้ม หรือร้อนผิดปกติ — สัญญาณที่บ่งบอกว่าอาจเกิดการติดเชื้อ

  • ตุ่มน้ำหรือแผลแฉะไม่แห้งสนิทหลังผ่านมา 2 สัปดาห์

การลบรอยสักไม่ใช่เรื่องของการทำครั้งเดียวจบ แต่คือศิลปะแห่งการดูแลผิวร่วมกับการสลายเม็ดสีทีละสเต็ป การจัดการความเจ็บและดูแลผิวหลังทำอย่างถูกวิธีในแต่ละครั้ง รวมถึงปรับระยะห่างตามความพร้อมของผิว จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยที่สุดครับ โปรดทราบว่าเนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การประเมินความเหมาะสมของสภาพผิวและการดูแลอาการเจ็บเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ

อาการปกติหลังเลเซอร์และวิธีดูแลตัวเองที่ต้องรู้

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. ทายาชาเฉยๆ จะช่วยลดความเจ็บได้เพียงพอไหมคะ?

A. ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำครับ จุดที่มีเนื้อหนาหน่อยอย่างต้นแขนหรือต้นขา ลำพังแค่แปะยาชาก็ช่วยให้อยู่ในระดับที่ทนได้อย่างสบายใจแล้วครับ แต่จุดที่ใกล้กระดูกอย่างข้อมือหรือตาตุ่ม การเป่าลมเย็นจัดร่วมด้วยจะช่วยให้อุ่นใจและสบายผิวขึ้นมากครับ หากใครเป็นคนหนีเจ็บหรือไวต่อความเจ็บเป็นพิเศษ สามารถแจ้งในขั้นตอนปรึกษาก่อนได้เลยนะครับ ทีมงานจะได้ช่วยเตรียมตัวดูแลอย่างเต็มที่ครับ

Q. ระหว่างรอยสักสีดำกับรอยสักสีสัน แบบไหนเจ็บกว่ากันครับ?

A. ตัวความเจ็บจริงๆ จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งมากกว่าปัจจัยเรื่องสีครับ เพียงแต่สีดำจะตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดีเลยทำให้จำนวนครั้งในการทำน้อยกว่า ส่วนกลุ่มสีสัน เช่น สีแดง สีเขียว จะดูดซับพลังงานเลเซอร์ได้ช้ากว่า ส่งผลให้จำนวนรอบในการลบเพิ่มขึ้น การมีจำนวนครั้งที่เพิ่มขึ้นก็เปรียบเสมือนผิวต้องรับเลเซอร์บ่อยขึ้น ดังนั้นสำหรับรอยสักแบบสี แนะนำให้ประเมินความพร้อมและวางแผนรักษาร่วมกับจำนวนเซสชันโดยรวมจะดีที่สุดครับ

Q. วันรุ่งขึ้นหลังจากทำ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยไหมคะ?

A. โดยส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันทีครับ แต่อาจมีรอยแดงและอุ่นร้อนอยู่ประมาณ 1-2 วัน แนะนำให้งดการเข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนักๆ หรือสัมผัสน้ำร้อนจัดเป็นเวลา 2-3 วัน และที่สำคัญที่สุดคือต้องทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ หากมีตุ่มน้ำหรือสะเก็ดเกิดขึ้น ห้ามแกะเกา ปล่อยให้หลุดไปเองตามธรรมชาติจะดีต่อผิวที่สุดครับ

Q. เซสชันถัดไปควรเว้นระยะเวลาเท่าไหร่ดีครับ?

A. ปกติแล้วจะแนะนำให้เว้นประมาณ 6-8 สัปดาห์ครับ เพราะการให้ผิวได้ฟื้นฟูตัวเองจนสมบูรณ์ก่อนทำรอบถัดไปจะช่วยลดโอกาสเกิดรอยดำหลังการอักเสบได้ดีที่สุด หากด่วนเลเซอร์รอบต่อไปขณะที่ผิวชั้นล่างยังระบมและฟื้นตัวไม่เต็มที่ อาจเสี่ยงทำให้ผิวบอบช้ำเกินไป การให้แพทย์ช่วยประเมินความพร้อมของผิวแล้วค่อยนัดวันทำจึงปลอดภัยที่สุดครับ

 

บทความน่ารู้อื่นๆ

เรื่องความเจ็บและการใช้ยาชาเป็นสิ่งที่แพทย์ประเมินจากสภาพผิวและตำแหน่งในวันตรวจจริง ซึ่งแยกจากการกะจำนวนครั้ง ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราใช้แบบประเมิน Kirby–Desai ในการตรวจปรึกษาจริงเพื่อช่วยประมาณจำนวนครั้งของการลบเท่านั้น ไม่ได้ใช้คาดการณ์ระดับความเจ็บหรือความปลอดภัย และค่าประมาณอาจเปลี่ยนตามการตอบสนองของแต่ละบุคคล หากมีเวลาอยู่โซลจำกัด สามารถวางแผนร่วมกันว่าจะทำกี่ครั้งในช่วงนี้ และดูแลต่ออย่างไรหลังกลับครับ

ดูข้อมูลการลบรอยสักและการเตรียมตัวก่อนมา

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
ปรึกษาทาง LINE

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1