• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เลเซอร์ลบรอยสักด้วย Picoway แต่ละบริเวณและแต่ละสีนั้นเจ็บต่างกันแค่ไหน? แล้วต้องเตรียมตัวเรื่องการยาชาอย่างไรบ้าง?

เลเซอร์ลบรอยสักด้วย Picoway แต่ละบริเวณและแต่ละสีนั้นเจ็บต่างกันแค่ไหน? แล้วต้องเตรียมตัวเรื่องการยาชาอย่างไรบ้าง?

เลเซอร์ลบรอยสักด้วย Picoway แต่ละบริเวณและแต่ละสีนั้นเจ็บต่างกันแค่ไหน? แล้วต้องเตรียมตัวเรื่องการยาชาอย่างไรบ้าง?

หากกังวลเรื่องความเจ็บในการลบรอยสักด้วย Picoway — มาศึกษาข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับระดับความเจ็บตามตำแหน่งและสีของรอยสัก, การเตรียมตัวแปะยาชา, ขั้นตอนการทำ ไปจนถึงการดูแลหลังทำ เพื่อให้คุณรู้สึกสบายใจขึ้นในวันที่เข้ารับบริการกันนะคะ

สำหรับใครหลายคนที่ตัดสินใจอยากลบรอยสักและเริ่มค้นหาข้อมูลเพื่อปรึกษาคุณหมอ คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวมักจะเป็น "เจ็บมากไหมคะ?" เพราะถ้ายังมีภาพจำตอนที่สักเจ็บๆ ติดอยู่ ก็อดกังวลไม่ได้ว่าตอนลบออกมาจะยิ่งเจ็บกว่าเดิมหรือเปล่า

ถ้าตอบแบบสั้นๆ เลยก็คือ เวลาลบรอยสักด้วยเลเซอร์พิโกวินาทีอย่าง Picoway* มักจะรู้สึกจี๊ดๆ แสบๆ ร้อนๆ อยู่บ้างค่ะ แต่ความรู้สึกเจ็บในชีวิตจริงจะต่างกันไปเยอะมาก ขึ้นอยู่กับการเตรียมยาชาค่ะ แม้จะเป็นการรักษาแบบเดียวกัน แต่บริเวณที่อยู่ใกล้กระดูกอย่างข้อมือ กับบริเวณที่มีเนื้อเยอะหน่อยอย่างต้นแขนก็ให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน และหมึกสีดำกับสีสันต่างๆ ก็ตอบสนองต่างกันด้วย การศึกษาข้อมูลไว้ก่อนว่าแต่ละจุดแต่ละสีจะรู้สึกจี๊ดประมาณไหน และควรเตรียมตัวเรื่องยาชาอย่างไร จะช่วยให้วันไปทำจริงรู้สึกอุ่นใจและผ่อนคลายขึ้นเยอะเลยค่ะ

Picoway*: เครื่องเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานในระดับพิกโกวินาที (หนึ่งในล้านล้านวินาที) เพื่อเข้าไปสลายเม็ดสีหมึกของรอยสักให้ละเอียด เป็นหนึ่งในเครื่องเลเซอร์ Picosecond ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA สำหรับลบรอยสักและแก้ปัญหารอยดำโดยเฉพาะ

> บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลการรักษาจาก Beautystone สาขาฮับจองค่ะ

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้ว่า

  • การลบรอยสักด้วย Picoway เจ็บประมาณไหนในชีวิตจริง

  • ระดับความเจ็บแตกต่างกันอย่างไรในแต่ละบริเวณและแต่ละสีของรอยสัก

  • วิธีเตรียมตัวเพื่อลดความเจ็บ เช่น การทายาชาและการเป่าลมเย็น

  • ควรเว้นระยะห่างระหว่างการทำแต่ละครั้งอย่างไร โดยดูจากวงจรการฟื้นตัวของผิว

 

ลบรอยสักด้วย Picoway จริงๆ แล้วเจ็บจี๊ดแค่ไหนกันนะ

เลเซอร์ลบรอยสักทำงานโดยการยิงพลังงานสั้นๆ และเข้มข้นสูงไปที่อนุภาคหมึกเพื่อสลายเม็ดสีให้กลายเป็นผงละเอียด ในระหว่างทำ ผิวจะรู้สึกจี๊ดๆ แสบๆ เหมือนโดนหนังยางดีดแรงๆ หรือมีน้ำมันกระเด็นใส่เบาๆ ค่ะ ซึ่งฟิลลิ่งจะต่างจากตอนสักที่เหมือนมีเข็มมาขูดผิวเล็กน้อย หลายคนบอกว่ามันไม่ได้รู้สึกเหมือนโดน "ทิ่ม" แต่เหมือนโดนพลังงาน "เป๊าะๆ" ดีดใส่ผิวมากกว่าค่ะ

จากรายงานทางคลินิกจริง การรักษานี้ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกเจ็บเลยนะคะ มี รายงานว่าคนไข้ทุกคนที่ลบรอยสักสีดำด้วยเลเซอร์ Picosecond รู้สึกเจ็บระหว่างทำจริง แต่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และสามารถลดการระคายเคืองได้โดยการทายาชาก่อนทำรวมถึงประคบเย็นหลังจากทำเสร็จแล้ว สรุปง่ายๆ คือไม่ใช่ความเจ็บประเภทที่ "ทนไม่ไหว" แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ "ถ้าเตรียมตัวมาดี ก็ทนได้สบายมาก" ค่ะ นอกจากนี้ ด้วยหลักการของ เลเซอร์ Picosecond ที่ใช้แรงดันลมแบบ Photoacoustic เพื่อเน้นสลายเฉพาะเม็ดสีให้ละเอียด แทนที่จะใช้ความร้อนเผาผิว จึงทำงานด้วยการระคายเคืองที่น้อยกว่า ช่วยลดโอกาสผิวเบิร์นรอบๆ และทำให้ผิวฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็วและเบาสบายตัวกว่าค่ะ

진피층에 자리한 타투 잉크 입자와 가까운 신경 말단피코웨이 타투 제거, 실제로 얼마나 따끔할까요

 

 

ความเจ็บแตกต่างกันอย่างไรตามบริเวณผิวและสีของรอยสัก

แม้จะใช้ Picoway เหมือนกัน แต่ความเจ็บที่รู้สึกได้จะต่างกันไปตามจุดที่ลบและสีที่ลบค่ะ บริเวณที่กระดูกอยู่ชิดใต้ผิวหนัง พลังงานสั่นสะเทือนจะส่งตรงไปยังกระดูกทำให้รู้สึกเสียวแปลบและเจ็บกว่า ส่วนบริเวณที่มีไขมันหรือเนื้อเยอะจะรู้สึกทื่อๆ กว่าค่ะ นอกจากนี้สีของหมึกก็มีผล หมึกสีดำจะดูดซับพลังงานเลเซอร์ได้ดีมาก จึงตอบสนองไวตั้งแต่ครั้งแรกแต่ก็มาพร้อมความรู้สึกจี๊ดที่ชัดเจน ส่วนหมึกสีๆ เช่น แดง เหลือง เขียว จะดูดซับพลังงานได้ช้ากว่า ทำให้ต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษามากกว่าค่ะ

บริเวณ / สี

ระดับความเจ็บที่รู้สึก

วิธีการระงับความเจ็บที่นิยมใช้

หมายเหตุ

ต้นแขน / ต้นขา (เนื้อเยอะ)

ปานกลาง

ทายาชา

หากพื้นที่กว้างมาก จะแบ่งทำทีละส่วน

ข้อมือ / ข้อเท้า / ตาตุ่ม

ค่อนข้างชัดเจน

ทายาชา + เป่าลมเย็น

ใกล้กระดูก จะรู้สึกเสียวแปลบจากแรงสั่นสะเทือน

นิ้วมือ / ไหปลาร้า

ค่อนข้างชัดเจน

ทายาชา + เป่าลมเย็น

ผิวบางทำให้เซนซิทีฟง่ายกว่า

หมึกสีดำ

เจ็บชัดเจนแต่ตอบสนองเร็ว

ทายาชา

ใช้จำนวนครั้งในการรักษาน้อยกว่า

หมึกสีสัน (แดง / เขียว)

เทียบเท่ากับระดับความเจ็บของบริเวณนั้นๆ

ทายาชา

มักต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษารวมเยอะกว่า

เรื่องหลักสูตรจำนวนครั้งเป็นสิ่งที่เราควรรู้ไว้ล่วงหน้าค่ะ มี ผลการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบของการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ Picosecond พบว่า 69-100% ของเคส รอยสักจางลงมากกว่า 70% หลังจากรับการรักษา 1-10 ครั้ง เนื่องจากไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วหายไปเลย แต่เป็นการทะยอยสลายเม็ดสีทีละขั้นในแต่ละรอบ ดังนั้นเมื่อรู้ว่าเราต้องเจอความรู้สึกจี๊ดนี้ในทุกๆ ครั้ง การเตรียมเรื่องยาชาให้พร้อมจึงเป็นเรื่องที่ดีมากค่ะ ยิ่งรอยสักเข้มหรือกว้าง จำนวนครั้งก็อาจจะเพิ่มขึ้น จึงควรมองความเจ็บรวมไปกับจำนวนเซสชันเพื่อการวางแผนที่สมจริงค่ะ

부위와 색상에 따라 통증이 어떻게 달라질까요

 

 

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราใส่ใจที่จะอธิบายเรื่องระดับความเจ็บและขั้นตอนการฟื้นตัวของผิวให้คนไข้เข้าใจอย่างละเอียดก่อนเริ่มทำค่ะ เพราะรอยสักแบบเดียวกัน แต่อยู่ต่างพิกัด ต่างสี และทำบนผิวที่หนาบางไม่เท่ากัน จะให้ความรู้สึกจำเพาะเจาะจงต่างกันมาก เราจึงประเมินและแจ้งล่วงหน้าว่าตกลงจะจี๊ดประมาณไหน และจะช่วยเซฟด้วยยาชาอย่างไรดี ด้วยความเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นและตั้งอยู่ใกล้สถานีฮับจอง เดินทางสะดวก จึงทำให้เราสามารถดูแลและประเมินสภาพผิวรวมถึงรอยสักของคนไข้แต่ละท่านอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันออกแบบวิธีแปะยาชาและกำหนดระยะเวลาเว้นช่วงทำได้อย่างเหมาะสมที่สุดค่ะ

왜 합정 뷰티스톤일까요

 

 

ลำดับการลงยาชาและการทำเลเซอร์เป็นอย่างไรบ้าง

การลบรอยสักด้วย Picoway มีขั้นตอนที่เป็นระบบตั้งแต่การเตรียมยาชาไปจนถึงสัมผัสการดูแลหลังทำค่ะ สำหรับใครที่กลัวเจ็บเป็นพิเศษ หากทราบขั้นตอนเหล่านี้ไว้ก่อนจะช่วยลดความตื่นเต้นในวันจริงได้ดีทีเดียวค่ะ

  • ปรึกษาและประเมินผิว — ตรวจสอบตำแหน่ง สี และความลึกของรอยสัก เพื่อคาดการณ์จำนวนครั้งและความเจ็บร่วมกัน หากจำเป็น คุณหมออาจลองทดสอบยิงจุดเล็กๆ เพื่อดูการตอบสนองก่อนค่ะ

  • แปะยาชา — ทายาชาเฉพาะที่* ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีก่อนทำเพื่อให้ยาชาซึมซาบเต็มที่ สำหรับตำแหน่งที่เซนซิทีฟง่าย ขั้นตอนนี้สำคัญมากค่ะ

  • เป่าลมเย็นและเริ่มยิงเลเซอร์ — ใช้ลมเย็นจัดเป่าประคบบริเวณผิวเพื่อลดความร้อนระหว่างทีหลังเลเซอร์ยิงลงไป แม้จะรู้สึกจี๊ดๆ รัวๆ แต่อันที่จริงแล้วระยะเวลาในการยิงแต่ละจุดใช้เวลาไม่นานเลยค่ะ

  • ดูแลหลังทำและปลอบประโลมผิว — หลังทำเสร็จทันทีจะช่วยประคบเย็นเพื่อลดความร้อนของผิว พร้อมแนะนำวิธีดูแลตัวเอง เช่น การทาครีมบำรุง การเลี่ยงแสงแดด และการดูแลหากมีตุ่มน้ำพอง

ยาชาเฉพาะที่*: ยาชาชนิดครีมสำหรับทาบนผิวชั้นนอกเพื่อช่วยลดความรู้สึก มักมีส่วนผสมของ Lidocaine โดยทั่วไปจะทาทิ้งไว้ 20-30 นาทีก่อนเริ่มทำหัตถการ

การทายาชาจำเป็นต้องให้เวลาอย่างเพียงพอก่อนเริ่มยิงเลเซอร์เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์เต็มที่นะคะ ถ้าหากรีบร้อนทำเร็วเกินไปขณะที่ยายังไม่ซึมลึกพอ อาจจะทำให้รู้สึกเจ็บระหว่างทำมากขึ้นได้ค่ะ

เมื่อลบรอยสักไปเรื่อยๆ หลายรอบ หมึกจะเริ่มจางลงเรื่อยๆ ความรู้สึกเจ็บในแต่ละครั้งก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามลำดับค่ะ

โดยปกติระยะห่างระหว่างเซสชันจะอยู่ที่ประมาณ 6-8 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเต็มที่ก่อนจะรับเลเซอร์ครั้งต่อไป หากรีบร้อนทำครั้งต่อไปเร็วเกินไปในขณะที่ผิวยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ได้ ดั้งนั้นจึงปลอดภัยที่สุดหากประเมินความเร็วในการฟื้นตัวของผิวตัวเองแล้วค่อยนัดวันทำครั้งถัดไปค่ะ

 

 

อาการทั่วไปหลังทำและการดูแลตัวเองที่ห้ามละเลย

หลังจากลบรอยสักด้วย Picoway จะมีอาการปกติที่พบได้บ่อยในช่วง 2-3 วันแรกค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะค่อยๆ หายไปได้เองตามธรรมชาติ

  • รอยแดง รู้สึกอุ่นร้อน หรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ — มักเป็นอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมงถึง 1-2 วันค่ะ

  • ผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวชั่วคราว (Frosting) — จะเกิดขึ้นทันทีหลังเลเซอร์โดนผิว และจะค่อยๆ หายไปในเวลาไม่นานค่ะ

  • สะเก็ดบางๆ หรือตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก — อาจเกิดขึ้นได้ในบริเวณที่รอยสักมีความเข้มข้นสูง ห้ามแกะอย่างเด็ดขาด ปล่อยให้หลุดลอกไปเองตามธรรมชาติค่ะ

  • สีผิวเปลี่ยนชั่วคราว — อาจจะดูคล้ำขึ้นหรือจางลงชั่วคราว ก่อนจะค่อยๆ สม่ำเสมอขึ้นเมื่อผิวฟื้นตัว

ในช่วงพักฟื้นนี้ การป้องกันแสงแดดถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ หากบริเวณที่ทำเลเซอร์โดนแดดโดยตรงจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดรอยดำได้ง่ายมาก จึงควรทาครีมกันแดดอย่างพิถีพิถันเวลาออกไปข้างนอก และถ้าเป็นไปได้ควรใช้เสื้อผ้าหรือพลาสเตอร์ช่วยปิดบังไว้ค่ะ สำหรับบริเวณที่มีตุ่มน้ำหรือสะเก็ด ห้ามถูแรงๆ ให้เน้นทายาตามที่แพทย์สั่ง และหากมีอาการดังต่อไปนี้ แนะนำให้รีบติดต่อหรือปรึกษาทีมแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัยค่ะ

  • อาการเจ็บหรือบวมแดงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ทุเลาลง

  • มีน้ำหนอง ผิวแดงจัด หรือรู้สึกร้อนจัดผิดปกติ — ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าสงสัยว่าอาจเกิดการติดเชื้อ

  • ตุ่มน้ำพองหรือแผลแฉะไม่แห้งลงหลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์

การลบรอยสักไม่ใช่เรื่องของการทำครั้งเดียวจบ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยระเบียบวินัย ค่อยๆ ทำทีละสเต็ปเพื่อเคลียร์เม็ดสีให้ออกไปอย่างปลอดภัย หากเราจัดการเรื่องความเจ็บและการดูแลผิวหลังทำได้อย่างดีในทุกๆ ครั้ง และเว้นระยะห่างตามสภาพผิวของตัวเองอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์อันสวยงามก็จะตามมาอย่างมั่นใจแน่นอนค่ะ ทั้งนี้ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ จึงปลอดภัยที่สุดหากคุณจะปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลโดยตรงเพื่อประเมินสภาพผิวจริง ความเหมาะสม และวิธีจัดการความเจ็บเฉพาะบุคคลนะคะ

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ทาแค่ยาชาอย่างเดียว จะช่วยลดความเจ็บได้เพียงพอไหมคะ?

A. ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ลบค่ะ ผิวบริเวณที่มีเนื้อเยื่อเยอะ เช่น ต้นแขน หรือ ต้นขา ลำพังแค่แปะยาชาก็ช่วยให้ทนความรู้สึกเจ็บได้สบายๆ แล้วค่ะ แต่ถ้าเป็นจุดที่ใกล้กระดูก เช่น ข้อมือ หรือตาตุ่ม การใช้ลมเย็นเป่าประคบร่วมด้วยจะช่วยให้อุ่นใจและสบายผิวขึ้นเยอะเลยค่ะ หากคุณเป็นคนกลัวเจ็บเป็นพิเศษ สามารถแจ้งพวกเราตอนปรึกษาล่วงหน้าได้เลยค่ะ ทีมงานจะได้เตรียมตัวดูแลอย่างเต็มที่

Q. ระหว่างรอยสักสีดำกับรอยสักสีๆ แบบไหนเจ็บกว่ากันคะ?

A. จริงๆ แล้วระดับความเจ็บจะขึ้นอยู่กับจุดที่ลบรอบตัวมากกว่าสีค่ะ เพียงแต่ว่าหมึกสีดำตอบสนองกับเลเซอร์ได้ดีเลิศ จึงอาจรู้สึกแปลบได้ชัดในครั้งแรกๆ แต่จำนวนครั้งรวมจะน้อยกว่า ขณะที่หมึกสีแดงหรือสีเขียวจะดูดซับแสงเลเซอร์ได้ยากกว่า ทำให้ต้องยิงหลายครั้งกว่าเดิม เมื่อจำนวนครั้งรวมเยอะขึ้น ก็เท่ากับเราต้องเจอความเจ็บหลายรอบ ดังนั้นรอยสักสีสันจึงต้องประเมินความเจ็บคู่กับแผนระยะยาวของจำนวนครั้งเป็นสำคัญค่ะ

Q. หลังจากเลเซอร์ลบรอยสัก วันรุ่งขึ้นสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติเลยไหมคะ?

A. สามารถใช้ชีวิตปกติได้แทบจะทันทีเลยค่ะ แต่อาจจะมีอาการแดงหรืออุ่นร้อนผิวอบอวลอยู่ประมาณ 1-2 วันแรก จึงควรเลี่ยงการเข้าซาวน่า การออกกำลังกายหนักๆ หรือการสัมผัสน้ำร้อนจัดไปก่อนสักพักนะคะ และที่สำคัญต้องใส่ใจทาครีมกันแดดอย่างดี หากมีตุ่มน้ำหรือสะเก็ดขึ้น ห้ามไปแคะแกะเกา ปล่อยให้มันค่อยๆ หลุดลอกไปเองดีที่สุดค่ะ

Q. ควรเว้นระยห่างในการทำครั้งต่อไปนานแค่ไหนดี?

A. โดยทั่วไปจะแนะนำให้เว้นระยะประมาณ 6-8 สัปดาห์ค่ะ เพราะต้องรอให้ผิวชั้นลึกฟื้นฟูตัวเองและเคลียร์เม็ดสีที่ถูกทำลายออกไปให้หมดก่อน เพื่อเซฟผิวและเลี่ยงโอกาสเกิดสีผิวไม่สม่ำเสมอ หากรีบร้อนทำเร็วเกินไปขณะที่ผิวยังซ่อมแซมไม่เสร็จ จะเกิดผลเสียได้ง่ายมากเลยค่ะ แนะนำให้ประเมินการฟื้นตัวของผิวตัวเองไปพร้อมๆ กับคุณหมอนะคะ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

สำหรับแก้มห้อยย้อยบริเวณข้างโหนกแก้วที่เป็นจุดศูนย์กลางของใบหน้า ตัวเครื่อง Oligio RF ทำงานอย่างไร และจะเหมาะกับใครบ้างนะกับใครบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

RTTE RF ทำงานอย่างไรกับพุงแก้มที่หย่อนคล้อยข้างโหนกแก้มเพื่อช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลาง และจะเหมาะกับใครบ้างนะ?

สรุปหลักการทำงานของ Alite RF ในการคืนความยืดหยุ่นให้กับใบหน้าส่วนกลาง พร้อมช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และความแตกต่างระหว่างหัตถการนี้กับโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ หรือการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

การทำ Ulthera ควบคู่กับ Thermage เพื่อยกกระชับแบบผสมผสาน ควรเลือกคลินิกด้วยเกณฑ์อะไรดีคะ?

ยกกระชับ

เลือกคลินิกอย่างไรดี? สำหรับการทำหัตถการยกกระชับแบบผสมผสานระหว่าง Ultherapy และ Thermage

สรุปความต่างของระดับความลึกในการทำงานระหว่าง Ulthera และ Thermage พร้อมเกณฑ์การเลือกคลินิกสำหรับทำโปรแกรมยกกระชับแบบผสมผสาน ทั้งในเรื่องของเครื่องมือ ประสบการณ์ของแพทย์ และการวางโปรแกรมรักษามาให้แล้วค่ะ

สำหรับใครที่อยากแก้ปัญหาเหนียงและแก้มห้อย Inmode FX ตอบโจทย์และเห็นผลดีมากๆ เลยค่ะ แล้วเครื่องนี้จะเหมาะกับผิวแบบไหนบ้างนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า InMode FX ช่วยแก้ปัญหาเหนียงสองชั้นและแก้มห้อยได้ผลดีจริงไหม แล้วจะเหมาะกับผิวแบบไหนมากที่สุด?

สรุปหลักการทำงาน ผลลัพธ์ และข้อจำกัดของ InMode FX ที่ช่วยคืนความกระชับให้กรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อย พร้อมเปรียบเทียบความต่างกับหัตถการอื่นๆ ให้ดูกันค่ะ

ควรเริ่มทำ skin booster กลุ่มคอลลาเจนตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

ผิว

skin booster กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน (collagen booster) ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี? แล้วผลลัพธ์ที่คาดหวังในแต่ละช่วงวัยจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

เราได้รวบรวมหลักการทำงานของคอลลาเจนบูสเตอร์ (collagen booster) ในการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว พร้อมทั้งเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงวัยมาฝากกันค่ะ

รอยดำ ฝ้า หรือกระ มีชนิดของเม็ดสีที่ต่างกัน ทำให้ต้องเลือกใช้เลเซอร์ที่เหมาะสมแตกต่างกันไป แล้วเราจะเลือกแบบไหนดีนะ?

ผิว

รอยดำ ฝ้า และกระ แต่ละชนิดจะเหมาะกับเลเซอร์ที่แตกต่างกัน แล้วแบบนี้เราควรเลือกทำเลเซอร์ตัวไหนดีนะ?

เราได้รวบรวมและเปรียบเทียบเกณฑ์การเลือกเลเซอร์รักษาที่แตกต่างกันไปตามความลึกของจุดด่างดำ ฝ้า กระ และประเภทของเม็ดสีผิวไว้ให้แล้วค่ะ

หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และผลลัพธ์นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ?

เราได้รวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้แล้วค่ะ ว่าทำไมหลังทำ Thermage ทันทีถึงยังไม่เห็นผลลัพธ์แบบชัดเจนทันตา และเจาะลึกช่วงเวลาสำคัญในช่วง 2-3 เดือนหลังทำ ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนกำลังถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นใหม่จนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนที่สุด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1