ลบรอยสัก Picoway เจ็บแค่ไหนตามจุดและสี? สรุปการแปะยาชา ขั้นตอนการทำ และการดูแลหลังทำ
เมื่อตัดสินใจลบตาทู (รอยสัก) แล้วเริ่มหาข้อมูลปรึกษา คำถามแรกที่หลายคนนึกถึงมักจะเป็น "เจ็บมากไหมคะ?" เพราะถ้ายังมีภาพจำตอนสักที่ทั้งเจ็บทั้งเกร็ง ก็ไม่แปลกเลยที่จะกังวลว่าตอนลบจะยิ่งเจ็บกว่าเดิมหรือเปล่า
ตอบแบบสั้นๆ ก็คือ การลบรอยสักด้วยเลเซอร์พิโกวินาทีอย่าง Picoway* จะมีความรู้สึกจี๊ดๆ และร้อนผ่าวบ้างครับ แต่ความรู้สึกเจ็บจริงนั้นจะต่างกันไปเยอะมาก ขึ้นอยู่กับการเตรียมยาชาเป็นหลักเลยครับ แม้จะเป็นการรักษาแบบเดียวกัน แต่บริเวณที่ใกล้กระดูกอย่างข้อมือ กับบริเวณที่มีเนื้อเยอะหน่อยอย่างต้นแขน ก็ให้ความรู้สึกที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แถมหมึกสีดำกับหมึกสีสันต่างๆ ก็ตอบสนองต่อเลเซอร์ต่างกันด้วย การศึกษาข้อมูลล่วงหน้าว่าแต่ละจุดและแต่ละสีจะมีความรู้สึกระดับไหน และควรเตรียมตัวเรื่องยาชาอย่างไร จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้นเยอะในวันนัดจริงครับ
Picoway*: เครื่องลบรอยสักและเม็ดสีประเภทเลเซอร์พิโกวินาที (หนึ่งในล้านล้านวินาที) ที่ปล่อยพลังงานความถี่สูงมากเพื่อทำลายหมึกสักให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ เป็นหนึ่งในเลเซอร์พิโกวินาทีสำหรับกำจัดรอยสักและรอยดำที่ได้รับการรับรองจาก US FDA ครับ
> บทความนี้คัดสรรข้อมูลการรักษาดีๆ จาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) มาฝากกันครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้ว่า
การลบรอยสักด้วย Picoway เจ็บประมาณไหนในชีวิตจริง
ระดับความเจ็บแตกต่างกันอย่างไรตามตำแหน่งที่ลบและสีของรอยสัก
การเตรียมตัวลดความเจ็บล่วงหน้า เช่น การแปะยาชาและการเป่าลมเย็น
เกณฑ์ในการกำหนดระยะห่างของแต่ละเซสชันและวงจรการฟื้นฟูผิวเพื่อวางแผนการรักษารอบถัดไป
ลบรอยสักด้วย Picoway จริงๆ แล้วเจ็บจี๊ดแค่ไหนกันนะ
เลเซอร์ลบรอยสักทำงานโดยการปล่อยพลังงานสั้นๆ แต่เข้มข้นสูงไปที่อนุภาคหมึกเพื่อสลายเม็ดสีให้กลายเป็นผงละเอียด ในระหว่างขั้นตอนนี้ ผิวบริเวณนั้นจะรู้สึกจี๊ดๆ และอุ่นร้อน เหมือนโดนหนังยางดีดซ้ำๆ หรือมีน้ำมันกระเด็นใส่เบาๆ ซึ่งจะต่างจากการเจ็บแบบโดนเข็มครูดผิวตอนสักนิดหน่อยครับ หลายคนจึงมักอธิบายว่ารู้สึกเหมือน "โดนดีดเปรี๊ยะๆ" มากกว่า "โดนทิ่ม" ครับ
จากรายงานทางคลินิกจริง การรักษานี้ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลยครับ มีรายงานว่า คนไข้ทั้งหมดที่ลบรอยสักสีดำด้วยเลเซอร์พิโกวินาทีมีความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ แต่อยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง และสามารถลดความรู้สึกเจ็บได้ด้วยการแปะยาชาก่อนทำ รวมถึงประคบเย็นทันทีหลังทำเสร็จ ดังนั้น การมองว่าระดับความเจ็บนั้น "ไม่ได้รุนแรงจนทนไม่ไหว" แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ "ถ้าเตรียมตัวมาดีก็ทนได้สบายๆ" จะตรงกับความเป็นจริงที่สุดครับ นอกจากนี้ จากข้อมูลที่ว่าเลเซอร์พิโกวินาทีทำงานผ่านกลไก Photoacoustic เพื่อเลือกทำลายเฉพาะเม็ดสีให้แตกละเอียด แทนที่จะใช้ความร้อนเผาทำลายผิว ทำให้อ่อนโยนต่อผิว ผิวรอบข้างจึงบอบช้ำน้อยลง และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็วอีกด้วยครับ


ระดับความเจ็บต่างกันอย่างไรตามตำแหน่งและสีของรอยสัก
แม้จะใช้เครื่อง Picoway เหมือนกัน แต่ความเจ็บที่รู้สึกได้จะต่างกันไปตามตำแหน่งและสีที่ต้องการลบครับ บริเวณที่ผิวหนังอยู่ติดกับกระดูก แรงสั่นสะเทือนจะส่งตรงไปยังกระดูกทำให้รู้สึกเสียวแปลบมากกว่า ขณะที่บริเวณที่มีเนื้อหรือไขมันจะรู้สึกน้อยกว่ามาก นอกจากนี้เรื่องของสียังส่งผลด้วย โดยหมึกสีดำจะดูดซับพลังงานเลเซอร์ได้ดีที่สุด ตอบสนองเร็วที่สุดแต่ก็ให้ความรู้สึกชัดเจนที่สุด ส่วนหมึกสีต่างๆ เช่น แดง เหลือง เขียว จะดูดซับเลเซอร์ได้ช้ากว่า ทำให้ต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษามากกว่าครับ
ตำแหน่ง / สี | ความรู้สึกเจ็บ | การบรรเทาความเจ็บที่นิยมใช้ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
ต้นแขน · ต้นขา (เนื้อเยอะ) | ปานกลาง | แปะยาชา | หากพื้นที่กว้างมาก อาจแบ่งทำเป็นส่วนๆ |
ข้อมือ · ข้อเท้า · ตาตุ่ม | ค่อนข้างชัดเจน | แปะยาชา + เป่าลมเย็น | อยู่ใกล้กระดูก แรงสั่นสะเทือนจะทำให้เสียวแปลบ |
นิ้วมือ · กระดูกไหปลาร้า | ค่อนข้างชัดเจน | แปะยาชา + เป่าลมเย็น | ผิวหนังบางและไวต่อความรู้สึกมากเป็นพิเศษ |
หมึกสีดำ | เจ็บชัดเจนแต่ตอบสนองเร็ว | แปะยาชา | ใช้จำนวนครั้งในการรักษาน้อยกว่าสีอื่น |
หมึกสีสัน (แดง · เขียว) | ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่สัก | แปะยาชา | มักต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษามากกว่า |
เรื่องของจำนวนครั้งก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรรู้ล่วงหน้าครับ จากการรวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับการลบรอยสักด้วยเลเซอร์พิโกวินาที พบงานรีวิวอย่างเป็นระบบ (Systematic Review) ระบุว่า คนไข้ 69-100% มีรอยสักที่จางลงมากกว่า 70% หลังเข้ารับการลบ 1-10 ครั้ง การลบรอยสักไม่ใช่การทำครั้งเดียวแล้วหายไปเลย แต่เป็นกระบวนการค่อยๆ สลายเม็ดสีทีละขั้น ดังนั้นการเตรียมใจและเตรียมยาชาให้พร้อมสำหรับความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นในแต่ละเซสชันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งรอยสักสีเข้มหรือมีพื้นที่กว้าง ก็อาจต้องทำหลายครั้งขึ้น การประเมินความเจ็บควบคู่ไปกับจำนวนครั้งที่ต้องทำจึงจะช่วยให้คุณจำลองภาพการรักษาได้ตรงจุดที่สุดครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราใส่ใจในการอธิบายเรื่องความเจ็บและกระบวนการฟื้นตัวของผิวก่อนเริ่มทำการรักษาเสมอครับ เพราะรอยสักแต่ละลาย แม้จะอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน แต่ด้วยสีและระดับความหนาของผิวที่ไม่เหมือนกัน ย่อมให้ความรู้สึกที่ต่างกันออกไป เราจะช่วยประเมินระดับความอุ่นร้อนที่อาจเกิดขึ้น และแนะนำวิธีเตรียมตัวเรื่องยาชาให้อย่างละเอียด คลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) สามารถเดินมาได้สบายๆ บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมดูแลผิวและรอยสักของคนไข้ทุกท่านแบบเคสต่อเคส เพื่อร่วมวางแผนการใช้ยาชาและระยะห่างของแต่ละเซสชันให้เหมาะสมที่สุดครับ

ลำดับขั้นตอนการแปะยาชาและการเลเซอร์เป็นอย่างไร
การลบรอยสักด้วย Picoway ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมยาชาไปจนถึงการดูแลหลังบริการ มีขั้นตอนที่ชัดเจนและเป็นระบบครับ ยิ่งกังวลเรื่องความเจ็บ การรู้ขั้นตอนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณผ่อนคลายขึ้นมากในวันทำจริงครับ
ปรึกษาและประเมินผิว — แพทย์จะดูตำแหน่ง สี และความลึกของรอยสักเพื่อประเมินจำนวนครั้งระดับความเจ็บเบื้องต้น หากจำเป็นอาจทำการทดสอบจุดเล็กๆ ก่อนครับ
แปะยาชาเนื้อครีม — ทายาชาเฉพาะที่* ลงบนผิวประมาณ 30 นาทีก่อนทำและรอให้ยาชาออกฤทธิ์ ขั้นตอนนี้สำคัญมากโดยเฉพาะบริเวณที่บอบบางและเจ็บง่าย
เป่าลมเย็นและเริ่มยิงเลเซอร์ — ใช้ลมเย็นจัดเป่าประคบผิวเพื่อลดอุณหภูมิระหว่างยิงเลเซอร์ แม้จะรู้สึกจี๊ดๆ เป็นจังหวะสั้นๆ แต่ระยะเวลาที่ใช้เลเซอร์บนแต่ละจุดนั้นไม่นานเลยครับ
ปลอบประโลมผิวและแนะนำการดูแล — หลังทำเสร็จทันทีจะทำการประคบเย็นเพื่อลดความร้อนผ่าว และแนะนำวิธีดูแลผิว เช่น การทายา การเลี่ยงแดด และการดูแลตุ่มน้ำหากเกิดขึ้น
ยาชาเฉพาะที่*: ยาชาในรูปแบบครีมสำหรับทาบนผิวหนังเพื่อช่วยบล็อกความรู้สึกชั่วคราว มีส่วนผสมของ Lidocaine เป็นหลัก โดยทั่วไปจะทาทิ้งไว้ 20-30 นาทีก่อนเริ่มการรักษาครับ
การแปะยาชาครีมจำเป็นต้องทิ้งเวลาก่อนเริ่มทำเลเซอร์ให้เพียงพอเพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์เต็มที่นะครับ หากรีบร้อนเริ่มทำเร็วเกินไปขณะที่ยาชายังซึมได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้รบกวนผิวและรู้สึกเจ็บมากกว่าปกติได้ครับ
ตลอดการรักษาในแต่ละเซสชัน เมื่อหมึกเริ่มจางลง ความรู้สึกในแต่ละครั้งก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามลำดับของการสลายเม็ดสีดังภาพนี้ครับ

โดยทั่วไปจะเว้นระยะห่างระหว่างเซสชันประมาณ 6-8 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ก่อนจะเริ่มเลเซอร์ครั้งต่อไป หากทิ้งระยะห่างสั้นเกินไปขณะที่ผิวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ อาจเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ได้ ดังนั้นการประเมินอัตราการฟื้นตัวของผิวตนเองร่วมกับแพทย์เพื่อกำหนดจังหวะเวลาจึงปลอดภัยที่สุดครับ

อาการปกติหลังเลเซอร์และวิธีดูแลตัวเองที่ต้องรู้
หลังลบรอยสักด้วย Picoway อาจมีอาการปกติทั่วไปปรากฏขึ้นในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้นเองตามธรรมชาติครับ
อาการแดง รู้สึกร้อน และบวมเล็กน้อยบริเวณที่ทำ — มักเป็นอยู่ประมานไม่กี่ชั่วโมงจนถึง 1-2 วันครับ
ผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวชั่วคราว (Frosting) — เกิดขึ้นทันทีหลังยิงเลเซอร์เสร็จและจะจางหายไปอย่างรวดเร็วครับ
ตุ่มน้ำขนาดเล็กหรือสะเก็ดแผล — มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในบริเวณที่ผิวบอบบางหรือทำเลเซอร์พลังงานสูง ห้ามแกะหรือเกาเด็ดขาด ปล่อยให้หลุดลอกไปเองตามธรรมชาติครับ
การเปลี่ยนสีของผิวชั่วคราว — สีผิวรอบๆ อาจดูจางหรือเข้มขึ้นชั่วคราวแล้วจะค่อยๆ ปรับสภาพดีขึ้นเมื่อผิวฟื้นตัว
การป้องกันแสงแดดในช่วงพักฟื้นเป็นสิ่งสำคัญมากครับ หากผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์โดนแดดโดยตรง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสีผิวไม่สม่ำเสมอหรือรอยดำได้ ดังนั้นเวลาออกไปข้างนอกควรทาครีมกันแดดอย่างพิถีพิถัน และหากเป็นไปได้ควรใช้เสื้อผ้าหรือพลาสเตอร์ปิดแผลช่วยบังแดดไว้ครับ สำหรับส่วนที่มีสะเก็ดแผลหรือตุ่มน้ำ ห้ามถูแรงๆ ให้เน้นทายาตามแพทย์สั่ง และหากมีอาการผิดสังเกตต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาทีมแพทย์ผู้ดูแลทันทีเพื่อความปลอดภัยครับ
อาการเจ็บหรือบวมแดงระบมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
มีหนอง รอยแดงเข้ม หรือร้อนผิดปกติ — สัญญาณที่บ่งบอกว่าอาจเกิดการติดเชื้อ
ตุ่มน้ำหรือแผลแฉะไม่แห้งสนิทหลังผ่านมา 2 สัปดาห์
การลบรอยสักไม่ใช่เรื่องของการทำครั้งเดียวจบ แต่คือศิลปะแห่งการดูแลผิวร่วมกับการสลายเม็ดสีทีละสเต็ป การจัดการความเจ็บและดูแลผิวหลังทำอย่างถูกวิธีในแต่ละครั้ง รวมถึงปรับระยะห่างตามความพร้อมของผิว จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยที่สุดครับ โปรดทราบว่าเนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น การประเมินความเหมาะสมของสภาพผิวและการดูแลอาการเจ็บเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ทายาชาเฉยๆ จะช่วยลดความเจ็บได้เพียงพอไหมคะ?
A. ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำครับ จุดที่มีเนื้อหนาหน่อยอย่างต้นแขนหรือต้นขา ลำพังแค่แปะยาชาก็ช่วยให้อยู่ในระดับที่ทนได้อย่างสบายใจแล้วครับ แต่จุดที่ใกล้กระดูกอย่างข้อมือหรือตาตุ่ม การเป่าลมเย็นจัดร่วมด้วยจะช่วยให้อุ่นใจและสบายผิวขึ้นมากครับ หากใครเป็นคนหนีเจ็บหรือไวต่อความเจ็บเป็นพิเศษ สามารถแจ้งในขั้นตอนปรึกษาก่อนได้เลยนะครับ ทีมงานจะได้ช่วยเตรียมตัวดูแลอย่างเต็มที่ครับ
Q. ระหว่างรอยสักสีดำกับรอยสักสีสัน แบบไหนเจ็บกว่ากันครับ?
A. ตัวความเจ็บจริงๆ จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งมากกว่าปัจจัยเรื่องสีครับ เพียงแต่สีดำจะตอบสนองต่อเลเซอร์ได้ดีเลยทำให้จำนวนครั้งในการทำน้อยกว่า ส่วนกลุ่มสีสัน เช่น สีแดง สีเขียว จะดูดซับพลังงานเลเซอร์ได้ช้ากว่า ส่งผลให้จำนวนรอบในการลบเพิ่มขึ้น การมีจำนวนครั้งที่เพิ่มขึ้นก็เปรียบเสมือนผิวต้องรับเลเซอร์บ่อยขึ้น ดังนั้นสำหรับรอยสักแบบสี แนะนำให้ประเมินความพร้อมและวางแผนรักษาร่วมกับจำนวนเซสชันโดยรวมจะดีที่สุดครับ
Q. วันรุ่งขึ้นหลังจากทำ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลยไหมคะ?
A. โดยส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันทีครับ แต่อาจมีรอยแดงและอุ่นร้อนอยู่ประมาณ 1-2 วัน แนะนำให้งดการเข้าซาวน่า ออกกำลังกายหนักๆ หรือสัมผัสน้ำร้อนจัดเป็นเวลา 2-3 วัน และที่สำคัญที่สุดคือต้องทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ หากมีตุ่มน้ำหรือสะเก็ดเกิดขึ้น ห้ามแกะเกา ปล่อยให้หลุดไปเองตามธรรมชาติจะดีต่อผิวที่สุดครับ
Q. เซสชันถัดไปควรเว้นระยะเวลาเท่าไหร่ดีครับ?
A. ปกติแล้วจะแนะนำให้เว้นประมาณ 6-8 สัปดาห์ครับ เพราะการให้ผิวได้ฟื้นฟูตัวเองจนสมบูรณ์ก่อนทำรอบถัดไปจะช่วยลดโอกาสเกิดรอยดำหลังการอักเสบได้ดีที่สุด หากด่วนเลเซอร์รอบต่อไปขณะที่ผิวชั้นล่างยังระบมและฟื้นตัวไม่เต็มที่ อาจเสี่ยงทำให้ผิวบอบช้ำเกินไป การให้แพทย์ช่วยประเมินความพร้อมของผิวแล้วค่อยนัดวันทำจึงปลอดภัยที่สุดครับ
บทความน่ารู้อื่นๆ

ยกกระชับ
หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ
อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ
สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม
ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน



