วิธีใช้เซรั่มวิตามินซี ตั้งแต่รูทีนเช้า ลำดับการทา จับคู่กับ retinol และเริ่มใช้ให้ระคายน้อย
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หลายคนที่โต๊ะเครื่องแป้งมีเซรั่มวิตามินซี (vitamin C serum) ตั้งอยู่สักขวด คงเคยลังเลใช่ไหมคะว่า "อันนี้ต้องทาตอนเช้าหรือตอนเย็นดีนะ?" บางรีวิวก็บอกให้ทาหลังโทนเนอร์ บางรีวิวก็บอกให้ทาก่อนครีมกันแดด พอหยิบขึ้นมาใช้จริงๆ เลยสับสนเรื่องลำดับขั้นตอนทุกที
ถ้าตอบสั้นๆ เซรั่มวิตามินซีเหมาะกับการใช้ "ตอนเช้า" ที่สุดค่ะ โดยทาบางๆ บนผิวที่ล้างสะอาดแล้วตามลำดับคือ หลังโทนเนอร์และก่อนทาครีม จากนั้นปิดท้ายด้วยครีมกันแดดค่ะ จริงๆ จะใช้ตอนเย็นก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เนื่องจากเป็นส่วนผสมที่ช่วยลดทอนการระคายเคืองสะสมระหว่างวัน จึงทำงานเข้าคู่กับสกินแคร์รูทีนตอนเช้าได้ดีกว่าค่ะ สำหรับมือใหม่หัดใช้ แนะนำให้เริ่มจากวันเว้นวันก่อนนะคะ แล้วค่อยๆ สังเกตการตอบสนองของผิวเพื่อปรับเพิ่มการใช้งาน จะช่วยให้รู้สึกสบายใจกว่าค่ะ
บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการดูแลรักษาผิวจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ค่ะ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รับ:
คำตอบว่าควรใช้เซรั่มวิตามินซีตอนเช้าหรือตอนเย็นดีกว่ากัน
ลำดับขั้นตอนการทาระหว่างโทนเนอร์, เซรั่ม, ครีม และครีมกันแดด
วิธีแยกแยะส่วนผสมที่ใช้คู่กันแล้วปัง กับส่วนผสมที่ห้ามทับซ้อนกันในครั้งเดียวเพื่อลดการระคายเคือง
วิธีปรับความเข้มข้นและความถี่สำหรับผู้เริ่มใช้ครั้งแรก เพื่อป้องกันการระคายเคืองผิว
ทำความเข้าใจง่ายๆ ว่าเซรั่มวิตามินซีทำหน้าที่อะไรกับผิวเรา
เซรั่มวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ที่ช่วยลดอนุมูลอิสระ* บนผิวที่เกิดจากรังสี UV และมลภาวะภายนอกค่ะ ถ้าจะเปรียบครีมกันแดดเป็นโล่ที่คอยบล็อกแสงแดด เซรั่มวิตามินซีก็เปรียบเสมือนผู้ช่วยปกป้องผิวจากภายในที่คอยจัดการกับการระคายเคืองที่หลุดรอดเข้ามานั่นเอง เพราะฉะนั้นทั้งคู่จึงไม่ใช่คู่แข่งกัน แต่เป็นทีมเดียวกันที่ควรทาร่วมกันในตอนเช้าค่ะ
อนุมูลอิสระ*: คือโมเลกุลออกซิเจนที่ไม่เสถียรซึ่งเกิดขึ้นในร่างกายจากรังสี UV หรือความเครียด หากสะสมมากๆ อาจส่งผลให้ผิวแก่ก่อนวัย การใช้สารต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยลดเลือนปัญหานี้ได้ค่ะ
สาเหตุที่อนุมูลอิสระเหล่านี้เป็นตัวปัญหา ก็เพราะพวกมันจะค่อยๆ กัดกินโครงสร้างภายในผิว เช่น คอลลาเจน (collagen) และเยื่อหุ้มเซลล์ค่ะ ถ้าครีมกันแดดทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้สิ่งเร้าเข้ามาทำร้ายผิวตั้งแต่แรก เซรั่มวิตามินซีก็ทำหน้าที่ช่วยสะเทินฤทธิ์ (neutralize) สิ่งเร้าที่หลุดรอดเข้ามาก่อนที่มันจะทำลายโครงสร้างผิว ดังนั้น นอกจากจะทากันแดดเพื่อปกป้องผิวแล้ว การเสริมด้วยพลังต้านอนุมูลอิสระด้วยจึงเสมือนเรามีเกราะป้องกันการแก่ชราจากแสงแดด (photoaging) เพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่งค่ะ
คำศัพท์ที่พบบ่อยในเรื่องนี้ก็คือ กรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid)* ซึ่งเป็นรูปแบบพื้นฐานที่สุดของวิตามินซี แม้จะมีประสิทธิภาพสูงแต่ก็ไวต่ออากาศและแสงแดดมาก หากเซรั่มของคุณเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเริ่มกระบวนการออกซิเดชั่น (oxidation) แล้วค่ะ จากคำอธิบายที่ว่า "กรดแอสคอร์บิกบริสุทธิ์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดอนุมูลอิสระและเซลล์ผิวไหม้แดดที่เกิดจากรังสี UV ทำให้ช่วยชะลอการแก่ชราจากแสงแดดได้ แต่จะสูญเสียความเสถียรได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศ" ยิ่งทำให้เข้าใจชัดเจนเลยนะคะว่า ทำไมถึงต้องรีบใช้ให้หมดหลังจากเปิดขวด และทำไมต้องเก็บไว้ในที่มืดและเย็น
กรดแอสคอร์บิก*: วิตามินซีในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด ดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ดีเยี่ยม แต่เสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อเจออากาศและแสง จึงต้องใส่ใจเรื่องการเก็บรักษาเป็นพิเศษค่ะ


ทาตอนเช้าดีหรือตอนเย็นดี? พร้อมขั้นตอนการทาที่ถูกต้อง
คำถามยอดฮิตก็คือ "ทาเช้าหรือเย็นดี?" สรุปให้เลยนะคะ เนื่องจากส่วนผสมนี้เน้นทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ จึงเหมาะกับการทา "ตอนเช้า" เพื่อปกป้องผิวจากการทำร้ายของมลภาวะและแสงแดดระหว่างวันมากที่สุดค่ะ แต่สำหรับใครที่อยากแบ่งเวลาใช้สลับกับส่วนผสมอื่นอย่าง retinol ในช่วงเย็น หรือรู้สึกว่าขั้นตอนสกินแคร์ตอนเช้าเยอะเกินไปจนหนักหน้า จะใช้ตอนเย็นก็ไม่มีปัญหาค่ะ ตารางเปรียบเทียบการทาเช้า-เย็นมีดังนี้ค่ะ
หัวข้อ | ใช้ตอนเช้า | ใช้ตอนเย็น |
|---|---|---|
เหตุผลที่เหมาะ | ช่วยลดอนุมูลอิสระจากมลภาวะระหว่างวันล่วงหน้า | สามารถแยกเวลาใช้สลับกับ retinol ได้ |
ส่วนผสมที่ใช้คู่กัน | จับคู่กับครีมกันแดดเป็นทีมเดียวกัน | เน้นครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้น |
ข้อควรระวัง | ต้องทาครีมกันแดดทับเสมอ | หลีกเลี่ยงการทาทับซ้อนกับส่วนผสมออกฤทธิ์แรงอื่นๆ |
ผู้ที่แนะนำ | ผู้ที่ต้องออกไปข้างนอกหรือทำกิจกรรมบ่อย | ผู้ที่อยากลดขั้นตอนการทาสกินแคร์ตอนเช้า |
หลักการจำเรียงลำดับขั้นตอนง่ายๆ เลยก็คือ "ไล่จากเนื้อสัมผัสที่เหลวที่สุดไปหาเข้มข้นที่สุด" ค่ะ เพราะถ้าทาครีมเนื้อเข้มข้นก่อน เซรั่มเนื้อเหลวบางเบาก็จะไม่สามารถซึมผ่านเข้าไปได้ หรือทำให้การดูดซึมแย่ลงมาก ลำดับที่ถูกต้องคือ: ทำความสะอาดผิว → โทนเนอร์ → เซรั่มวิตามินซี → (เซรั่มอื่นๆ หากจำเป็น) → มอยส์เจอไรเซอร์ → ครีมกันแดด ค่ะ เนื่องจากเซรั่มวิตามินซีค่อนข้างบางเบาเหมือนน้ำ ให้ทาบางๆ หลังโทนเนอร์และก่อนทาครีม ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาทีเพื่อให้ซึมเข้าสู่ผิวก่อน จะช่วยป้องกันไม่ให้สกินแคร์ขั้นตอนต่อไปจับตัวเป็นขุย (pilling) ค่ะ และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมทาครีมกันแดดทับเป็นขั้นตอนสุดท้ายเหนี่ยวรั้งเซรั่มวิตามินซีเสมอนะคะ ทราบกันดีว่าการใช้เซรั่มวิตามินซีร่วมกับครีมกันแดดในตอนเช้าจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระและการปกป้องผิวซึ่งกันและกัน ส่งผลดีต่อการชะลอริ้วรอยก่อนวัยจากแสงแดด (photoaging)* ได้ดียิ่งขึ้นค่ะ
photoaging*: ภาวะผิวแก่ก่อนวัยอันเนื่องมาจากการสะสมของรังสี UV เป็นเวลานาน นำไปสู่ปัญหาริ้วรอย จุดด่างดำ และความหย่อนคล้อย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากแสงแดดโดยไม่เกี่ยวกับอายุจริงค่ะ
บ่อยครั้งที่เราเห็นหลายคนกังวลเรื่องการเลือกเวลาทาเช้าหรือเย็นมากเกินไป จนสุดท้ายลงเอยด้วยการไม่ยอมทาเลยสักเวลา ถ้าสับสนและเลือกไม่ได้จริงๆ แนะนำให้ลองใส่เข้าไปในรูทีนตอนเช้าดูก่อนค่ะ แต่ถ้าผิวรู้สึกไม่สบายใจกับช่วงเวลานั้น ค่อยย้ายไปทาตอนเย็นแทน ปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ตัวเองได้เลยค่ะ เพราะการใช้อย่างสม่ำเสมอนั้นสำคัญและส่งผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวมากกว่าการยึดติดกับกฎเกณฑ์ตายตัวค่ะ

ส่วนผสมที่ใช้ร่วมกันแล้วเพอร์เฟกต์ คูู่กับ ส่วนผสมที่ต้องระวังเมื่อใช้ทับซ้อนกัน
เซรั่มวิตามินซีจะทำงานได้มีประสิทธิภาพและเสถียรยิ่งขึ้นหากจับคู่กับส่วนผสมที่เหมาะสมค่ะ เช่น การจับคู่กับสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินอี (vitamin E) หรือสารเติมความชุ่มชื้นอย่างไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) ในรูทีนเดียวกัน จะเข้ากันได้ดีมาก ในทางกลับกัน มีบางส่วนผสมที่หากทาทับซ้อนกันในเวลาเดียวอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ง่าย แนะนำให้แยกช่วงเวลาใช้จะปลอดภัยที่สุดค่ะ เกณฑ์การตัดสินใจง่ายๆ คือ หากทั้งสองตัวเป็น "กลุ่มประเภทปลอบประโลมผิว" โดยทั่วไปสามารถใช้ร่วมกันได้สบายๆ แต่ถ้าเป็น "กลุ่มแอคทีฟอินกรีเดียนต์ (active ingredients) ที่กระตุ้นผิวให้เกิดการเปลี่ยนแปลง" แนะนำให้แยกช่วงเวลาใช้เพื่อความปลอดภัยของผิวค่ะ
วิตามินอี & กรดเฟรูลิก (ferulic acid) — เมื่อใช้ร่วมกับเซรั่มวิตามินซี จะช่วยประสานพลังปกป้องผิวและเสริมสารต้านอนุมูลอิสระให้เสถียรยิ่งขึ้น จึงมักนิยมจับคู่กันบ่อยๆ ค่ะ
ไฮยาลูโรนิก — ทาถัดจากเซรั่มวิตามินซีเพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้น จะช่วยลดอาการผิวแห้งตึงได้ดีมากค่ะ
retinol — เนื่องจากทั้งคู่เป็น active ingredients ที่ออกฤทธิ์แรง หากทาทับซ้อนในเวลาเดียวกันอาจระคายเคืองผิวได้ง่าย แนะนำให้แยกใช้เซรั่มวิตามินซีตอนเช้า และใช้ retinol ตอนเย็นจะดีกว่าค่ะ
AHA · BHA สำหรับผลัดเซลล์ผิว — สารที่เป็นกรดมาเจอกันอาจก่อให้เกิดอาการแสบคันได้ หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกันอย่างเข้มข้นในวันเดียวกันนะคะ
benzoyl peroxide — ตัวนี้อาจไปลดประสิทธิภาพการทำงานของเซรั่มวิตามินซีได้ แนะนำให้ใช้คนละเวลาดีที่สุดค่ะ
หลายคนมักสงสัยเกี่ยวกับเรื่องความเข้มข้นที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยต่อผิว โดยปกติสำหรับมือใหม่แนะนำให้เริ่มทดลองจากความเข้มข้นระดับต่ำก่อน แล้วค่อยๆ ปรับขึ้นเมื่อผิวเริ่มคุ้นชิน ยิ่งเปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นสูงก็ยิ่งคาดหวังผลลัพธ์ได้ดีขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยโอกาสระคายเคืองผิวที่สูงขึ้นเช่นกันค่ะ ดั่งคำอธิบายที่ว่า "เซลล์ผิวจะสะสมเซรั่มวิตามินซีในระดับมิลลิโมลาร์ ซึ่งผิวหนังชั้นนอก (epidermis) จะรักษาความเข้มข้นไว้สูงกว่าผิวหนังชั้นแท้ (dermis) ถึง 2-5 เท่า และจะดูดซึมได้ดีในรูปแบบกรดแอสคอร์บิกที่มี pH ต่ำ" ดังนั้นความเข้มข้นสูงๆ ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคนเสมอไป สิ่งสำคัญคือการหาระดับที่ผิวของคุณสามารถรับได้โดยไม่เกิดผลเสียค่ะ


ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง?
ที่ Beautystone ฮับจอง เราไม่ได้มุ่งเน้นแต่การยัดเยียดสกินแคร์หรือส่วนผสมยอดฮิตให้คนไข้ แต่เราใส่ใจวิเคราะห์สภาพผิวที่แท้จริงและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนเป็นหลักค่ะ แม้จะเป็นเซรั่มวิตามินซีเหมือนกัน แต่ความเข้มข้นและช่วงเวลาการทาที่เหมาะสมย่อมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละวันคุณเผชิญแสงแดดมากน้อยแค่ไหน หรือกำลังใช้ active ingredients ตัวอื่นอยู่ร่วมด้วยหรือไม่ เรายินดีแนะนำโปรแกรมและปรับเปลี่ยนไปพร้อมๆ กับการสังเกตการตอบสนองของผิวคุณอย่างใกล้ชิด คลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง (Hapjeong Station) สามารถเดินเท้ามาได้สะดวกสบาย มีบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ทำให้เราสามารถดูแลและประเมินผลลัพธ์เพื่อวางแผนดูแลผิวในขั้นตอนต่อไปของคนไข้ทุกรายได้อย่างพิถีพิถันค่ะ

สกินแคร์รูทีนช่วงเริ่มต้นใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองผิว
หากคุณพึ่งเริ่มหัดใช้เซรั่มวิตามินซีเป็นครั้งแรก แทนที่จะเริ่มทาทุกวันตั้งแต่วันแรก ควรให้เวลาผิวได้ปรับตัวและค่อยๆ ปรับเพิ่มความถี่ตามลำดับจะปลอดภัยที่สุดค่ะ หลายคนรีบร้อนใช้ทุกวันจนเกิดอาการผิวแดงหรือแสบร้อน แล้วล้มเลิกไปพร้อมกับความคิดที่ว่า "ผิวฉันคงไม่ถูกกับวิตามินซีแน่เลย" ซึ่งจริงๆ แล้วอาจเป็นเพียงความผิดพลาดจากการปรับความเข้มข้นหรือความถี่ที่เร็วเกินไปเท่านั้นเอง ลองทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการระคายเคืองได้เยอะเลยค่ะ
สัปดาห์ที่ 1 ทาวันเว้นวัน — ทาวันเว้นวันบางๆ เพียงชั้นเดียว หลังล้างหน้าในตอนเช้าค่ะ
เริ่มจากปริมาณเล็กน้อย — ปริมาณขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวหยดเดียว ก็เพียงพอสำหรับทาทั่วใบหน้าแล้วค่ะ
เว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก — บริเวณที่บอบบางและไวต่อสัมผัสเหล่านี้ ช่วงแรกควรเว้นว่างไว้ก่อน เมื่อผิวชินแล้วค่อยขยายบริเวณทาเบาๆ ค่ะ
ห้ามขาดครีมกันแดดเด็ดขาด — ต้องทาครีมกันแดดทับขั้นตอนสุดท้ายของเซรั่มวิตามินซีเสมอ เพื่อเสริมและปกป้องส่วนผสมที่อาจเสื่อมสภาพเมื่อโดนแสงแดด
สังเกตปฏิกิริยาของผิวแล้วค่อยเพิ่มความถี่ — หากไม่มีอาการแสบหรือรอยแดง ในสัปดาห์ที่ 2 สามารถปรับมาทาทุกวันได้ และหากยังแฮปปี้ดีอยู่ค่อยๆ ขยับขยายไปทดลองใช้สูตรที่เข้มข้นขึ้นได้ค่ะ
อาการยิบๆ บนผิวเล็กน้อยหลังทาเสร็จเป็นเรื่องที่พบได้ปกติค่ะ แต่หากรอยแดงนั้นไม่ยอมหายไป หรือมีอาการคันหรือร้อนวูบวาบ แนะนำให้หยุดใช้สัก 2-3 วัน แล้วค่อยเริ่มใหม่อีกครั้งกับผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นต่ำกว่านี้ ปฏิกิริยาต่อส่วนผสมสกินแคร์ของแต่ละบุคคลนั้นมีความแตกต่างกัน หากคุณเป็นคนผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิวง่าย แนะนำให้ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนสกินแคร์ทีละตัว ดีกว่าเปลี่ยนยกเซ็ตพร้อมกันรอบเดียวเพื่อความปลอดภัยค่ะ ทั้งนี้ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้ทั่วไป การเลือกส่วนผสมและความเข้มข้นที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณอย่างแท้จริง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มต้นใช้งานจะดีที่สุดค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ทาเซรั่มวิตามินซีแล้วจะทำให้ผิวไวต่อแดดและดำง่ายขึ้นไหม?
A. ตัวเซรั่มวิตามินซีเองไม่ได้มีคุณสมบัติที่ทำให้ผิวบางลงหรือไวต่อแดดมากขึ้นค่ะ ในทางตรงกันข้าม มันกลับช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดทอนการทำร้ายผิวจากรังสี UV ด้วยซ้ำไป อย่างไรก็ดี วิตามินซีไม่สามารถใช้ทดแทนครีมกันแดดได้ ดังนั้นแม้จะทาเซรั่มวิตามินซีแล้ว ก็ยังจำเป็นต้องทาครีมกันแดดทับในตอนเช้าเสมอ เพื่อให้ทั้งคู่ผสานประสิทธิภาพปกป้องผิวได้อย่างเต็มที่ค่ะ
Q. เซรั่มวิตามินซีเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้ว ยังใช้ต่อได้ไหม?
A. หากเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มหรือสีน้ำตาล นั่นแสดงว่าเซรั่มเผชิญกระบวนการออกซิเดชั่น (เสื่อมสภาพ) แล้วค่ะ ซึ่งนอกจากประสิทธิภาพจะลดลงไปมากแล้ว ในบางรายยังอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิวได้ หากเปลี่ยนสีชัดเจนแนะนำใหเปลี่ยนขวดใหม่ดีกว่าค่ะ ครั้งหน้าหลังจากเปิดใช้แล้วให้รีบปิดฝาให้สนิท และเก็บในที่เย็นห่างจากแสงแดดเพื่อยืดอายุการใช้งานค่ะ
Q. ใช้เซรั่มวิตามินซีร่วมกับ retinol ได้ไหม?
A. เนื่องจากทั้งคู่เป็นส่วนผสมประเภท active ingredients การทาทับซ้อนกันในเวลาเดียวกันอาจรบกวนเกราะป้องกันผิวและกระตุ้นให้ระคายเคืองได้ง่าย แนะนำให้แบ่งเวลาใช้สลับกัน โดยทาเซรั่มวิตามินซีตอนเช้า และทา retinol ตอนเย็นจะปลอดภัยและลดการทำงานหนักของผิวได้ดีกว่าค่ะ หากเพิ่งเริมหัดใช้ทั้งสองตัว แนะนำให้ลองปรับใช้ทีละตัวให้ผิวคุ้นเคยก่อน แล้วค่อยเพิ่มอีกตัวเข้ามาในรูทีนทีหลังค่ะ
Q. ต้องทาทุกวันถึงจะมีประสิทธิภาพใช่ไหม?
A. การทาทุกวันช่วยส่งเสริมเรื่องผลลัพธ์และความต่อเนื่องก็จริง แต่สำหรับมือใหม่หัดใช้ การฝืนทาทุกวันตั้งแต่วันแรกอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีค่ะ แนะนำให้เริ่มใช้วันเว้นวันให้ผิวปรับตัวก่อน แล้วค่อยๆ ปรับความถี่ขึ้นเมื่อผิวพร้อม หากผิวแข็งแรงและไม่แสบระคายเคืองสามารถขยับเป็นทาทุกวันได้เลยค่ะ แต่ถ้าผิวแพ้ง่าย การคงระดับไว้ที่วันเว้นวันก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ ความจริงการทาแบบวันเว้นวันอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอในระยะยาว ส่งผลลัพธ์ผิวที่ดีและเสถียรกว่าการฝืนทาทุกวันจนผิวพังแล้วต้องหยุดพักใช้ไปเป็นวีคๆ แน่นอนค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้องน่าสนใจ

กำจัดขน
레이저 제모 1회에도 남는 몫이 있어요 — 밀도를 모자이크로 보는 법

ลบรอยสัก
ลบรอยสักนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า ทำไมต้องใช้เวลานานกว่าที่อื่น?

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก ราคาต่างกันได้แค่ไหน? เข้าใจก่อนตัดสินใจ

ลบรอยสัก
จ่ายครบ 10 ครั้งแล้ว ถ้ารอยสักหายก่อน เงินที่เหลือจะหายไปด้วยไหม?

ยกกระชับ
ร้อยไหมหน้าผาก ยกได้แค่ไหน เปลี่ยนแนวทางเมื่อไหร่

ผิว
สกินบูสเตอร์ราคาต่างกันทุกคลินิก เช็กอะไรก่อน?



