เหตุผลที่ไม่ควรรักษารอยเม็ดสีคล้ำและรอยแผลเป็นไปพร้อมกัน พร้อมลำดับการรักษา
สรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ก่อนเลยนะคะ ถ้าเป็นรอยดำสีน้ำตาล ต้องรักษาอาการตกตะกอนของเม็ดสี (pigmentation) ก่อน แต่ถ้าเป็นรอยหลุมพังผืดหรือรอยนูนขึ้นมา ต้องรักษาที่ตัวแผลเป็น (scar) ก่อนค่ะ เพราะสองปัญหานี้มีสาเหตุที่ต่างกัน แถมถ้าสลับขั้นตอนการรักษาขึ้นมา อาจจะทำให้เกิดรอยใหม่เพิ่มขึ้นมาแทนได้นะคะ
หลายๆ คนมักจะมาหาหมอแล้วบอกว่า "อยากมารักษารอยแผลเป็นค่ะ" หลังจากเป็นสิวหรือหลังทำหัตถการมา แต่พอหมอตรวจดูในห้องตรวจจริงๆ แล้ว เกือบครึ่งนึงไม่ใช่แผลเป็นค่ะ แต่เป็นรอยดำหลังการอักเสบ (pigmentation)* ซึ่งรอยทั้งสองแบบนี้มักจะเกิดขึ้นในจุดเดียวกันพร้อมๆ กันได้ เลยทำให้มองแวบแรกแล้วแยกออกยากมาก ดังนั้นขั้นตอนแรกของการรักษาไม่ใช่การเลือกทำโปรแกรมอะไรดี แต่เป็นการจำแนกประเภทของรอยให้ออกก่อนค่ะ
*รอยดำหลังการอักเสบ (PIH): คือรอยที่เข้มขึ้นเนื่องจากเซลล์สร้างเม็ดสีเมลานินถูกกระตุ้นหลังจากการอักเสบหรือบาดแผล มักจะเห็นเป็นสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลอมเทา โดยที่โครงสร้างผิวภายนอกยังคงเรียบเนียนปกติค่ะ
รอยน้ำตาลกับรอยบุ๋มลึก รักษาเหมาๆ รวมกันไม่ได้ผลหรอกค่ะ
รอยดำ (pigmentation) คือภาวะที่สีผิวชั้นบนสุดเข้มขึ้น ส่วนแผลเป็น (scar) คือภาวะที่เนื้อเยื่อผิวเกิดการผิดรูปไปค่ะ ถ้าดูแล้วสีเข้มขึ้นมาเฉดนึง แต่พอลองลูบดูแล้วยังเรียบเนียนดีอยู่ มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นรอยดำค่ะ แต่ถ้าลองส่องไฟเฉียงๆ แล้วเห็นเป็นเงาหลุมลงไป นั่นแสดงว่าเป็นกลุ่มแผลเป็น (โดยเฉพาะแผลเป็นแบบหลุมพังผืด) แน่นอนค่ะ
ที่พวกเราวิเคราะห์ผิวตัวเองได้ยาก เป็นเพราะรอยประเภทนี้มักจะเกิดขึ้นซ้อนทับกันค่ะ ในรอยเดียวกันจุดหนึ่งอาจจะมีทั้งเม็ดสีที่เข้มขึ้นและมีความลึกที่เปลี่ยนไป หรือจุดข้างๆ กันอาจจะมีแค่รอยดำอย่างเดียวก็ได้ ด้วยเหตุนี้ ต่อให้เราเลือกทำเลเซอร์ตัวเดียวกัน ด้วยระดับพลังงานเท่ากัน ผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละจุดก็เลยแสดงการตอบสนองที่ต่างกันออกไปค่ะ

เคลียร์รอยดำให้จางก่อน แล้วค่อยจัดการเรื่องแผลเป็น
หากผิวเรายังมีรอยดำอยู่ แล้วดันไปทำโปรแกรมรักษาแผลเป็นก่อน เช่น laser resurfacing, MTS หรือ subcision ความร้อนและเข็มจะไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบใหม่ ซึ่งท้ายที่สุดก็จะกลายร่างเป็นรอยดำหนักกว่าเดิมค่ะ ดังนั้น หากมีรอยสีน้ำตาลเข้มอยู่ร่วมด้วย ขั้นตอนปกติที่ควรทำคือ การปรับโทนสีผิวให้สว่างและสม่ำเสมอก่อน ด้วยการทำเลเซอร์ toning, ทายาไวท์เทนนิ่ง และทากันแดดอย่างเคร่งครัดประมาณ 4-8 สัปดาห์ จากนั้นค่อยขยับไปทำโปรแกรมรักษาแผลเป็นค่ะ
ยิ่งถ้าคุณเป็นคนผิวสองสี หรือเป็นช่วงที่ต้องออกแดดบ่อยๆ ขั้นตอนนี้จะสำคัญมากเป็นพิเศษเลยค่ะ เพราะในการรักษาแผลเป็น แม้แต่การอักเสบเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นให้เกิดรอยดำขึ้นมาใหม่ได้ง่ายมาก ดังนั้น หากเราเริ่มรักษาแผลเป็นในบริเวณที่ "สีผิวเคลียร์เรียบเนียนแล้ว" หลังจากผิวฟื้นตัวโทนสีผิวก็จะกลับมาแลดูสม่ำเสมอกันได้ละมุนกว่าเยอะเลยค่ะ

แผลเป็นหลุมกับแผลเป็นนูน วิธีรักษาก็คนละเรื่องกันเลยนะคะ
แม้จะเป็นแผลเป็นเหมือนกัน แต่ประเภทก็ต่างกันค่ะ แผลเป็นที่เจอบ่อยที่สุดจากรอยสิวก็คือ แผลเป็นแบบหลุม (เช่น ice pick, boxcar, rolling scar) ซึ่งคุณหมอจะเลือกผสมผสานโปรแกรมรักษาตามลักษณะของหลุม เช่น subcision*, fractional laser, หรือ RF microneedle และต่อให้เป็นคนไข้คนเดียวกัน ในแต่ละจุดก็อาจจะต้องใช้วิธีรักษาที่ต่างกันออกไปด้วยค่ะ
*subcision: คือการใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษเข้าไปเซาะตัดพังผืดที่ยึดรั้งอยู่ใต้สะเก็ดแผลเป็นหลุม เพื่อช่วยดึงให้ผิวลอยตัวเรียบเนียนขึ้น โดยจะเน้นทำงานกับโครงสร้างผิวชั้นใน ไม่เกี่ยวกับผิวชั้นนอกค่ะ
ส่วนแผลเป็นนูนอย่างคีลอยด์ (keloid) จะใช้เครื่องมือเดียวกับแผลเป็นหลุมไม่ได้เด็ดขาดเลยนะคะ เพราะหากผิวได้รับการกระตุ้น แผลเป็นนูนก็จะยิ่งขยายตัวและนูนหนาขึ้นได้อีก ดังนั้น การรักษาจะเน้นไปที่การทายากลุ่มสเตียรอยด์, แผ่นซิลิโคนเจลแผ่น หรือการฉีดยาลดรอยนูนเฉพาะจุดเป็นอันดับแรกค่ะ

บางครั้ง "เวลา" เป็นยาที่ดีที่สุด รอให้รอยเซ็ตตัวก่อนดีกว่าค่ะ
รอยที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่มักจะค่อยๆ จางลงหรือเริ่มเข้าที่เข้าทางได้เองตามธรรมชาติภายในช่วง 6-12 สัปดาห์ ในระหว่างนี้ เพียงแค่ขยันรับประทานหรือทากันแดดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด, ทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการสครับหรือลอกผิวเองที่บ้าน ก็ช่วยผิวได้เยอะมากๆ แล้วค่ะ
การใจร้อนรีบประโคมเลเซอร์แรงๆ ตั้งแต่แรก อาจยิ่งเป็นการไปซ้ำเติมรอยที่กำลังพยายามฟื้นตัวตามธรรมชาติ ทำให้รอยแดงรอยดำอยู่กับเรานานขึ้นไปอีก ทางที่ดีที่สุดและเคลียร์ผิวได้ละมุนที่สุด คือควรรอให้รอยผ่านไปประมาณ 6-12 สัปดาห์ก่อน แล้วค่อยมาตรวจวิเคราะห์แยกแยะระดับเม็ดสีและโครงสร้างผิวกับคุณหมอ เพื่อจัดแพลนการรักษาในสเต็ปถัดไปค่ะ

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม
ทำไมยิงเลเซอร์ toning รักษาแผ่นกระแดด (solar lentigo) ตั้ง 10 ครั้งแล้วก็ยังไม่หาย
ยิ่งยิงเลเซอร์รักษาฝ้าแรงเท่าไหร่ ยิ่งหายเร็วขึ้นจริงไหม? "ระวังหน้ายิ่งดำไหม้กว่าเดิมนะคะ"
เคล็ดลับรักษาฝ้า: ก่อนจะรีบร้อนเคลียร์เม็ดสี ต้องเริ่มจากการลดการอักเสบใต้ผิวหนังก่อน
เจาะลึกทำไมต้องกิน Tranexamic acid สำหรับรักษาฝ้า แต่ถ้าเป็นรอยดำ PIH ต้องยกให้ Niacinamide

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม? ยาชาช่วยได้แค่ไหน
ฟิลเลอร์สะโพกเจ็บไหม ความเจ็บมาจากไหน ยาชาแบบทาและแบบฉีดช่วยลดความเจ็บได้แค่ไหน มาดูกัน

ยกกระชับ
หลังทำ InMode FX ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่
หลังทำ InMode FX ล้างหน้าและแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ มาดูไทม์ไลน์และวิธีดูแลผิวช่วงที่ผิวยังแดงกันค่ะ

ผิว
หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ดี?
หลัง Secret RF ล้างหน้าแต่งหน้าได้เมื่อไหร่ สรุปตามระยะการฟื้นตัว พร้อมวิธีดูแลกันรอยดำ

ลบรอยสัก
ลบรอยสัก PicoWay สะเก็ดขึ้นและรอยสักจางเป็นขั้นตอนไหน
ลบรอยสัก PicoWay พักฟื้นอย่างไร ตั้งแต่ Frosting สะเก็ด จนรอยสักค่อย ๆ จาง สรุปให้เข้าใจง่ายค่ะ

ผิว
ทำหัตถการแล้วขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่?
หลังทำหัตถการ ขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไหร่ดี บทความนี้รวมระยะที่ควรเว้นก่อนบินตามชนิดหัตถการไว้ให้แล้ว

ยกกระชับ
ถ้าใช้ Sofwave ในการยกหน้าผากและแนวไรผม ผิวที่หย่อนคล้อยจะดูกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ?
Sofwave 이마 리프팅 (รีฟท์หน้าผาก) — เจาะลึกตั้งแต่หลักการทำงานในการยกกระชับหน้าผากและแนวไรผมที่หย่อนคล้อย ไปจนถึงระยะเวลาการฟื้นตัวและช่วงเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์



