แอสไพริน น้ำมันปลา วิตามินอี อาจทำให้ช้ำง่ายหลังทำหัตถการ ควรหยุดก่อนกี่วันและดูแลตัวเองยังไงครับ
Published
Updated

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ปรึกษาฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือร้อยไหมเสร็จแล้วเดินออกมา หลายคนมักนึกขึ้นได้ทีหลังว่า "แล้วโอเมก้า 3 หรือวิตามินอีที่กินอยู่ประจำ ต้องหยุดไหมนะ" ครับ จองคิวทำหัตถการไว้แล้ว แต่ไม่ค่อยมีที่ไหนบอกชัด ๆ ว่าควรเตรียมตัวช่วงก่อนทำอย่างไรถึงจะช้ำน้อยลง
ตอบสั้น ๆ ก่อนว่า ยาแก้อักเสบอย่างแอสไพริน และอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ทำให้เลือดใสขึ้นอย่างโอเมก้า 3 วิตามินอี หรือสารสกัดใบแปะก๊วย ควรหยุดชั่วคราวก่อนทำหัตถการจะช่วยลดโอกาสช้ำได้ครับ แต่ไม่ใช่ว่าต้อง "หยุดทุกอย่างเหมือนกันหมด" แต่ละสารมีจังหวะที่ควรหยุดต่างกัน และยาที่กินเพื่อรักษาโรคประจำตัวห้ามหยุดเองเด็ดขาด จึงต้องแยกให้ชัดเจน
รอยช้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝีมือการทำหัตถการเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าเลือดของเราในวันนั้นแข็งตัวได้ดีแค่ไหนด้วยครับ นี่คือเหตุผลที่ทำหัตถการแบบเดียวกัน บางวันช้ำง่าย บางวันไม่ช้ำเลย การรู้ว่าสารไหนเพิ่มโอกาสเลือดออก และควรหยุดตั้งแต่เมื่อไร จะช่วยให้เตรียมตัวสำหรับครั้งถัดไปได้สบายขึ้น
> บทความนี้เรียบเรียงข้อมูลหัตถการของคลินิก Beautystone ย่านฮับจอง กรุงโซลครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้
อาหารเสริมและยาตัวไหนที่ทำให้ช้ำง่ายขึ้น
แต่ละสารควรหยุดก่อนทำหัตถการกี่วัน
แยกได้ว่ายาไหนห้ามหยุดเอง และอาหารเสริมไหนหยุดชั่วคราวได้
คนที่ช้ำง่ายควรดูแลตัวเองอย่างไรเป็นประจำ
ทำไมถึงเกิดรอยช้ำ พูดถึงหลักการที่เลือดแข็งตัว
รอยช้ำเกิดขึ้นเมื่อเข็มหรือแคนนูล่าผ่านไปโดนเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ ใต้ผิว เลือดที่ซึมออกมาจะคั่งอยู่ใต้ผิวจนมองเห็นเป็นรอยช้ำครับ ในจังหวะนี้ร่างกายจะรวมเกล็ดเลือด* มาที่จุดนั้นเพื่อปิดแผลอย่างรวดเร็ว หากกระบวนการรวมตัวนี้ช้าลงแม้เพียงเล็กน้อย ปริมาณเลือดที่ซึมออกมาก็จะมากขึ้น ทำให้รอยช้ำกว้างและเข้มกว่าปกติ
เกล็ดเลือด*: คือชิ้นส่วนเซลล์เล็ก ๆ ในเลือด เมื่อเส้นเลือดได้รับบาดเจ็บ เกล็ดเลือดจะมารวมตัวกันที่จุดนั้นเพื่อทำหน้าที่ขั้นแรกในการหยุดเลือดครับ
ปัญหาคือ ในสารที่เรากินอยู่เป็นประจำโดยไม่ทันสังเกต มีหลายตัวที่ชะลอการรวมตัวของเกล็ดเลือดนี้ครับ ตัวที่เป็นตัวแทนคือแอสไพริน (อ่านเพิ่มเติม) ซึ่งอธิบายว่าแอสไพรินทำงานโดยยับยั้งการสร้างธรอมบอกเซน เอ 2 ในเกล็ดเลือดแบบที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ ทำให้เกล็ดเลือดไม่รวมตัวกัน เมื่อเข้าใจกลไกนี้แล้วก็จะเห็นภาพชัดว่าทำไมสารนี้ถึงมีผลต่อรอยช้ำและการเลือดออก เกล็ดเลือดที่ถูกยับยั้งไปแล้วจะไม่กลับมาทำงานจนกว่าจะมีเกล็ดเลือดใหม่สร้างขึ้นมาแทน ดังนั้นแอสไพรินจึงเป็นสารที่ควรหยุดล่วงหน้าเป็นพิเศษ
ยาแก้อักเสบทั่วไปอย่างไอบูโพรเฟนก็มีแนวโน้มคล้ายกันครับ (อ่านเพิ่มเติม) อธิบายว่ายาแก้อักเสบกลุ่มที่ไม่เลือกจำเพาะจะยับยั้งเอนไซม์ COX-1 ที่ช่วยให้เกล็ดเลือดรวมตัวกัน ทำให้เกิดฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด ยาที่กินแก้ปวดทั่วไปแบบนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงช้ำได้เล็กน้อยก่อนทำหัตถการ แต่ต่างจากแอสไพรินตรงที่ยากลุ่มนี้ถูกขับออกจากร่างกายเร็วกว่า จึงหยุดในระยะสั้นก็เพียงพอ


อาหารเสริมและยาแบบไหนที่ทำให้ช้ำง่ายขึ้น
ไม่ใช่แค่ยาที่แพทย์สั่งเท่านั้น แต่ในกลุ่มอาหารเสริมที่หาซื้อได้ง่ายก็มีสารที่เพิ่มโอกาสเลือดออกด้วยครับ สรุปตัวหลัก ๆ ในมุมของการเตรียมตัวก่อนทำได้ดังนี้
แอสไพริน/ยาต้านเกล็ดเลือด — ยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือดแบบที่กลับคืนได้ยาก จึงเป็นสารหลักที่ต้องหยุดล่วงหน้า
ไอบูโพรเฟนและยาแก้อักเสบอื่น ๆ — ยับยั้ง COX-1 ทำให้เกล็ดเลือดรวมตัวช้าลงชั่วคราว
โอเมก้า 3/น้ำมันปลา — มีรายงานว่าทำให้เวลาเลือดออกยาวนานขึ้น
วิตามินอี — หากกินในขนาดสูงต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
สารสกัดใบแปะก๊วย — กินเพื่อช่วยการไหลเวียนเลือด จึงเกี่ยวข้องกับแนวโน้มเลือดออกด้วยเช่นกัน
การดื่มแอลกอฮอล์ — ทำให้เส้นเลือดขยายตัว ส่งผลให้ช้ำและบวมมากขึ้น
ในบรรดานี้ โอเมก้า 3 ที่หลายคนกินเป็นอาหารเสริมประจำ เป็นสารที่มักเข้าใจผิดกันมากที่สุดครับ (อ่านเพิ่มเติม) อธิบายว่าโอเมก้า 3 ยับยั้งการสังเคราะห์ธรอมบอกเซน เอ 2 ทำให้การทำงานของเกล็ดเลือดลดลงและเวลาเลือดออกนานขึ้น จึงควรระวังเป็นพิเศษเมื่อกินร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด แม้จะเป็นสารที่รู้กันว่าดีต่อร่างกาย แต่การหยุดชั่วคราวก่อนทำหัตถการก็ช่วยลดโอกาสช้ำได้ครับ อย่างไรก็ตาม กรณีที่นำไปสู่การเลือดออกที่อันตรายทางคลินิกนั้นพบได้น้อย จึงไม่ต้องกังวลมากเกินไป เพียงแค่จับจังหวะหยุดให้ถูกก็เพียงพอแล้ว

แต่ละสารควรหยุดก่อนทำหัตถการกี่วัน
แต่ละสารถูกขับออกจากร่างกายเร็วช้าต่างกัน ระยะเวลาที่ควรหยุดจึงต่างกันไปด้วยครับ ด้านล่างนี้เป็นเกณฑ์คร่าว ๆ ที่มักแนะนำกันทั่วไป แต่ทั้งนี้อาจแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายและวัตถุประสงค์ในการกินของแต่ละคน ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการเพื่อกำหนดช่วงเวลาที่แน่นอนจะปลอดภัยที่สุด
สาร/ยา | แนะนำหยุดกี่วันก่อนทำ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
แอสไพริน/ยาต้านเกล็ดเลือด | 7-10 วันก่อน | หากกินเพื่อรักษาโรค ห้ามหยุดเอง ต้องปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยา |
ไอบูโพรเฟนและยาแก้อักเสบอื่น ๆ | 2-3 วันก่อน | หากปวดสามารถใช้พาราเซตามอลแทนได้ |
โอเมก้า 3/น้ำมันปลา | 3-7 วันก่อน | เป็นอาหารเสริม ส่วนใหญ่หยุดชั่วคราวได้ |
วิตามินอี (ขนาดสูง) | 7 วันก่อน | หากเป็นวิตามินรวมขนาดต่ำ มีผลไม่มาก |
สารสกัดใบแปะก๊วย | 3-7 วันก่อน | เป็นอาหารเสริมเพื่อการไหลเวียนเลือด หยุดชั่วคราวได้ |
การดื่มแอลกอฮอล์ | 1-2 วันก่อน | ควรงดตั้งแต่เย็นวันก่อนทำ |
มีจุดที่ต้องแยกให้ชัดเจนตรงนี้ครับ อาหารเสริมเพื่อสุขภาพทั่วไปอย่างโอเมก้า 3 วิตามินอี หรือแปะก๊วย หยุดชั่วคราวสักไม่กี่วันมักไม่มีปัญหา แต่แอสไพรินหรือยาต้านเกล็ดเลือดที่แพทย์สั่งให้กินเพื่อป้องกันโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมองนั้น ห้ามหยุดเองเด็ดขาด เพราะการหยุดยาเหล่านี้แม้ชั่วคราวอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่ารอยช้ำมากครับ ต้องปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาก่อนเสมอ เพื่อตัดสินใจร่วมกันว่าจะทำหัตถการได้หรือไม่ และควรทำเมื่อไร หากต้องการยาแก้ปวด พาราเซตามอล* มีฤทธิ์ทำให้เลือดใสน้อยกว่า จึงปลอดภัยกว่าในช่วงก่อนและหลังทำหัตถการ
พาราเซตามอล*: เป็นยาแก้ปวดลดไข้ ที่มีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือดน้อย จึงมักถูกเลือกใช้เพื่อควบคุมความปวดในช่วงก่อนและหลังทำหัตถการครับ

ทำไมต้อง Beautystone ย่านฮับจอง
Beautystone ย่านฮับจองมักให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวก่อนทำไม่กี่วัน มากกว่าแค่วันที่ทำหัตถการครับ เราจะสอบถามในช่วงปรึกษาว่าเป็นคนช้ำง่ายหรือไม่ และกินอาหารเสริมหรือยาอะไรอยู่บ้าง เพื่อแนะนำช่วงเวลาทำหัตถการและวิธีเตรียมตัวที่เหมาะกับสภาพแต่ละคน ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดเล็กที่เดินถึงจากสถานีฮับจอง เราจึงดูประวัติของแต่ละคนและวางแผนตารางที่ไม่หักโหมร่วมกันได้ครับ

คนที่ช้ำง่ายควรดูแลตัวเองอย่างไรเป็นประจำ
ทำหัตถการแบบเดียวกัน แต่บางคนช้ำง่ายกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัดครับ อาจเป็นเพราะผิวและผนังเส้นเลือดบางลงตามอายุ กินยาบางชนิดต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือเป็นลักษณะเฉพาะตัว ส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่การเตรียมตัวก่อนทำและดูแลเป็นประจำจะช่วยลดความรุนแรงลงได้
หยุดอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ทำให้เลือดออกง่าย 2-3 วันก่อนทำ — เช่น โอเมก้า 3 วิตามินอี แปะก๊วย
งดแอลกอฮอล์คืนก่อนทำ — เพราะเส้นเลือดขยายตัวอาจทำให้ช้ำมากขึ้น
ทาเซรั่มวิตามินซี/กินอาหารที่มีวิตามินเค — ช่วยเรื่องสุขภาพผนังเส้นเลือดและการแข็งตัวของเลือด
ประคบเย็น 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ — ประคบเบา ๆ โดยไม่กดแรง
หลีกเลี่ยงการถูหรือกดบริเวณที่ทำ — เพื่อไม่ให้เลือดที่ซึมออกมาลามเป็นวงกว้าง
ความง่ายในการช้ำแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่การรู้ล่วงหน้าว่าโดยทั่วไปรอยช้ำจะจางลงตามแนวทางไหน จะช่วยลดความกังวลที่ไม่จำเป็นได้ครับ หลังทำหัตถการ รอยช้ำมักจางลงตามกราฟประมาณนี้

แต่หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำหัตถการจะปลอดภัยกว่าครับ
รอยช้ำไม่จางลงแม้ผ่านไป 2 สัปดาห์
ทำหัตถการเล็กน้อยแต่ช้ำกว้างและเข้มผิดปกติซ้ำ ๆ — ควรตรวจดูแนวโน้มเลือดออกสักครั้ง
ช้ำบ่อยแม้บริเวณที่ไม่เกี่ยวกับการทำหัตถการ
เลือดออกตามไรฟันหรือเลือดกำเดาไหลบ่อยขึ้นร่วมด้วย
การช้ำบ่อยและเป็นวงกว้างผิดปกติ (อ่านเพิ่มเติม) อธิบายว่าจ้ำเลือด* ที่เกิดจากเลือดซึมออกจากเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ จนผิวเปลี่ยนสี บางครั้งอาจเป็นสัญญาณของสาเหตุอื่น เช่น ยา การติดเชื้อ หรือโรคทางระบบต่าง ๆ ได้เช่นกัน การรู้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลได้ทันเมื่อจำเป็น การเตรียมตัวก่อนทำหัตถการ สุดท้ายแล้วก็คือการปรับให้เลือดของเราในวันนั้นแข็งตัวได้ดีที่สุดชั่วคราวเท่านั้นเองครับ การเตรียมตัวไม่กี่วันจะช่วยให้ผ่านช่วงพักฟื้นไปได้อย่างสบายขึ้น หากจองคิวไว้แล้ว ลองตรวจสอบตัวเองเบา ๆ ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้าดูนะครับ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ยาที่กินอยู่และความเหมาะสมในการทำหัตถการของแต่ละคนควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลโดยตรงจะปลอดภัยที่สุด
จ้ำเลือด*: คือภาวะที่เลือดซึมออกจากเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ จนผิวหรือเยื่อบุเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือม่วง จุดเด่นคือกดแล้วสีไม่จางหายไปครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. โอเมก้า 3 ดีต่อร่างกาย จำเป็นต้องหยุดก่อนทำหัตถการด้วยหรือคะ
A. หากกินโอเมก้า 3 เพื่อดูแลสุขภาพทั่วไป การหยุดชั่วคราวประมาณ 3-7 วันก่อนทำจะช่วยลดโอกาสช้ำได้ครับ เพราะโอเมก้า 3 มีแนวโน้มทำให้เวลาเลือดออกยาวนานขึ้น อย่างไรก็ตาม กรณีที่นำไปสู่การเลือดออกอันตรายทางคลินิกพบได้น้อย หากลืมแล้วกินต่ออีกวันสองวันก็ไม่ต้องกังวลมาก หลังทำหัตถการกลับมากินต่อได้ตามปกติครับ
Q. แอสไพรินที่แพทย์สั่งให้กิน หยุดชั่วคราวเพราะจะทำหัตถการได้ไหมคะ
A. ไม่ได้ครับ แอสไพรินหรือยาต้านเกล็ดเลือดที่แพทย์สั่งเพื่อรักษาโรคประจำตัว ห้ามหยุดเองเด็ดขาด การหยุดยาเหล่านี้กะทันหันอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่ารอยช้ำจากหัตถการมากครับ ต้องปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาก่อนเสมอ เพื่อตัดสินใจร่วมกันว่าจะทำหัตถการนี้เลยหรือเตรียมตัวในรูปแบบอื่น
Q. เวลาปวด ควรกินยาแก้ปวดตัวไหนดีคะ
A. หากต้องการควบคุมความปวดช่วงก่อนหรือหลังทำหัตถการ พาราเซตามอลค่อนข้างปลอดภัยกว่าครับ เพราะมีฤทธิ์ทำให้เลือดใสน้อย ในทางกลับกัน แอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนอาจเพิ่มความเสี่ยงช้ำ จึงควรเลี่ยงในช่วง 1-2 วันก่อนทำ หากกินยาประจำอยู่แล้ว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเปลี่ยนเองนะครับ
Q. เป็นคนช้ำง่าย ทำหัตถการได้ไหมคะ
A. ส่วนใหญ่ทำได้ตามปกติครับ หากหยุดอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ทำให้เลือดออกง่ายก่อนทำไม่กี่วัน งดแอลกอฮอล์คืนก่อนหน้า และประคบเย็นทันทีหลังทำ จะช่วยลดความรุนแรงของรอยช้ำได้ แต่หากมีรอยช้ำกว้างผิดปกติซ้ำ ๆ แม้จากการกระตุ้นเพียงเล็กน้อย หรือช้ำบ่อยในบริเวณอื่นด้วย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจแนวโน้มเลือดออกก่อนทำหัตถการจะอุ่นใจกว่าครับ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ยกกระชับ
다이어트로 체중은 줄었는데 아랫배만 그대로일 때 온다 복부 시술이 답이 될 수 있을까요?
아랫배만 남아 보이는 이유를 피하지방과 내장지방으로 나눠 보고, 온다 복부 시술이 닿는 층과 한계를 정리했어요.

ผิว
울퉁불퉁 패인 여드름 흉터, 시크릿RF 마이크로니들이 잘 닿는 모양은 따로 있을까요?
여드름 흉터 시술 결과가 갈리는 이유를 흉터 모양에서 찾고, 거울 앞에서 스스로 가늠하는 방법을 함께 담았어요.

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ



