• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เรเดียส คืออะไร? สกินบูสเตอร์เจือจาง ฉีดแล้วหน้าอูมไหม

เรเดียส คืออะไร? สกินบูสเตอร์เจือจาง ฉีดแล้วหน้าอูมไหม

เรเดียส คืออะไร? สกินบูสเตอร์เจือจาง ฉีดแล้วหน้าอูมไหม

เรเดียส (Radiesse) แบบเจือจางคือการเกลี่ย CaHA เป็นชั้นบางใต้ผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเติมวอลุ่ม ดูวิธีแยกปัญหา ความเสี่ยง และช่วงเวลาดูผล

เผยแพร่

อัปเดต

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

→

เรเดียส (Radiesse) คือฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมหลักเป็นอนุภาค CaHA* แต่เมื่อนำมาเจือจางเป็นสกินบูสเตอร์ (Liquid Radiesse) แล้วเกลี่ยเป็นชั้นบาง ๆ กว้าง ๆ ใต้ผิว เป้าหมายจะไม่ใช่การดันจุดใดจุดหนึ่งให้นูนขึ้นเหมือนฟิลเลอร์ แต่คือการค่อย ๆ กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนจนผิวหนาแน่นและกระชับขึ้นภายในเวลาหลายเดือน ดังนั้นคำตอบของคำถามที่หลายคนกังวลก่อนจองคิวว่า "ฉีดแล้วหน้าจะอูมเหมือนเติมฟิลเลอร์ไหม" คือ โดยหลักการแล้วไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนรูปหน้า ความอิ่มที่เห็นในวันแรกมักมาจากน้ำเกลือที่ผสมเข้าไปและอาการบวม ซึ่งยุบลงภายในไม่กี่วัน ส่วนผลจริงต้องดูกันหลังผ่านไปประมาณ 2-3 เดือน และขึ้นกับสัดส่วนการเจือจาง ความหนาของผิว และบริเวณที่ฉีดของแต่ละคน

 

หากคุณเพิ่งได้ยินคำแนะนำว่า "ลองใช้เรเดียสแบบเจือจางฉีดกระจายทั่วผิว" แล้วกลับมาค้นคำว่า "เรเดียส คือ" หรือ "ฟิลเลอร์เรเดียส" สิ่งที่ค้างใจอยู่ก็น่าจะเป็นเรื่องเดียว คือกลัวว่าแก้มจะดูบวมผิดธรรมชาติ ความกังวลนี้คลายได้ง่ายขึ้นเมื่อเข้าใจเรื่อง "ความเข้มข้น" และ "ความลึกที่ฉีด" มากกว่าการดูแค่ชื่อผลิตภัณฑ์

 

สรุปสั้นสำหรับคนรีบ

  • Liquid Radiesse คือการนำ CaHA มาเจือจางแล้วเกลี่ยเป็นชั้นบางใต้ผิว เป้าหมายหลักจึงมักเป็นความยืดหยุ่นและคุณภาพผิว มากกว่าการเติมวอลุ่ม

  • งานวิจัยนำร่องขนาดเล็กบริเวณลำคอและเนินอกรายงานว่า หลังฉีด CaHA แบบเจือจาง มีการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้น และคุณสมบัติเชิงกลของผิวดีขึ้น

  • ความอิ่มหลังฉีดทันที มักมาจากปริมาตรของน้ำยาและอาการบวม ความเปลี่ยนแปลงของผิวจริงควรเทียบจากรูปถ่ายจุดเดิมหลังผ่านไปหลายเดือน

  • ผลข้างเคียงที่มีรายงานบ่อยที่สุดคือก้อนเล็ก ๆ ที่คลำได้ใต้ผิว ส่วนภาวะที่สารเข้าไปในหลอดเลือดจนเกิดเนื้อตายหรือกระทบการมองเห็นนั้นพบน้อย แต่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ

แนวคิดการทำสกินบูสเตอร์เรดิเอสส์แบบลิควิดเรดิเอสส์

 

 

เรเดียส คืออะไร และ Liquid Radiesse ต่างจากฟิลเลอร์ตรงไหน?

เรเดียสในรูปแบบฟิลเลอร์ทั่วไปมีอนุภาค CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ขนาดเล็กรวมตัวกันอย่างหนาแน่นอยู่ในเจล CMC เมื่อฉีดแบบเข้มข้นลงไปรวมไว้ในจุดที่ยุบตัว ตัวยาจะทำหน้าที่เหมือนโครงค้ำที่ช่วยเติมเต็มจุดนั้นให้ดูมีมิติขึ้น นี่คือการใช้งานในแบบ "ฟิลเลอร์"

CaHA*: แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ เป็นอนุภาคทรงกลมขนาดเล็กในกลุ่มเดียวกับแร่ธาตุที่พบในกระดูกและฟัน และเป็นส่วนผสมหลักของเรเดียส

 

ส่วน Liquid Radiesse ใช้ตัวยาเดียวกัน แต่นำไปผสมกับน้ำเกลือปลอดเชื้อหรือยาชาในอัตราส่วนที่กำหนดก่อนฉีด อนุภาคชนิดเดิมจึงกระจายตัวห่างกันออกไปเป็นวงกว้าง แทนที่จะรวมกันอยู่ในจุดเดียว และจัดเป็นหัตถการกลุ่ม Biostimulating skin booster หรือสกินบูสเตอร์ที่เน้นกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง

 

แนวทางการเจือจางนี้มีการสรุปไว้ในฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ (Goldie และคณะ, Dermatologic Surgery 2018) โดยแบ่งการผสมแบบ 1:1 ว่าเป็น "การเจือจาง" และการผสมตั้งแต่ 1:2 ขึ้นไปว่าเป็น "การเจือจางสูง" และอธิบายการใช้งานด้วยการฉีดในชั้นใต้หนังแท้* (subdermal) เพื่อช่วยเรื่องผิวหย่อนและคุณภาพผิว ในทางปฏิบัติ สัดส่วนที่ใช้มักอยู่ในช่วงประมาณ 1:1 ถึง 1:4 ตามปัญหาและบริเวณของแต่ละเคส

ชั้นใต้หนังแท้*(subdermal): ชั้นที่อยู่ถัดลงไปจากหนังแท้ Liquid Radiesse มักถูกเกลี่ยเป็นชั้นบาง ๆ ในลักษณะรูปพัดที่ชั้นนี้

 

บริเวณที่ฉันทามติกล่าวถึงก็ไม่ได้มีแค่ใบหน้า แต่รวมถึงลำคอ เนินอกส่วนบน ต้นแขน หน้าท้อง ต้นขา และสะโพก ซึ่งสะท้อนว่าวิธีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อดูแล "พื้นผิวเป็นวงกว้าง" มากกว่าการเติมจุดใดจุดหนึ่ง ในการใช้งานจริงจึงมักเลือกบริเวณที่ริ้วรอยเล็ก ๆ เกิดง่าย เช่น หลังมือ ลำคอ และรอบปาก รวมถึงบริเวณที่ผิวบางจนเห็นเส้นเลือดใต้ผิวได้ชัด

หัวข้อ

เรเดียสแบบเข้มข้น (ฟิลเลอร์)

เรเดียสแบบเจือจาง (สกินบูสเตอร์)

ความเข้มข้น

ใช้ตัวยาตามเดิม ไม่เจือจาง

เจือจาง 1:1 หรือเจือจางสูงตั้งแต่ 1:2 ขึ้นไป

วิธีฉีด

ฉีดรวมไว้ในจุดที่ยุบตัว

เกลี่ยเป็นชั้นบางและกว้างใต้ผิว

เป้าหมาย

รูปหน้าและวอลุ่ม

ความยืดหยุ่นและผิวสัมผัส

ช่วงเวลาที่ดูผล

ดูรูปทรงได้ตั้งแต่หลังฉีด

เทียบสภาพผิวหลังผ่านไปหลายเดือน

 

ทำไมฉีดเรเดียสแบบเจือจางแล้วไม่ควรทำให้หน้าอูม?

หลักการพื้นฐานของ Liquid Radiesse คือ อนุภาค CaHA ที่กระจายตัวอยู่จะไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์* (fibroblast) ในชั้นหนังแท้ให้สร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ เจลที่ห่อหุ้มอนุภาคจะค่อย ๆ ถูกดูดซึมไปตามเวลา แล้วสิ่งที่เหลืออยู่คือเนื้อเยื่อที่ผิวสร้างขึ้นเอง ความเปลี่ยนแปลงจึงไม่ได้เกิดในวันที่ฉีด แต่ค่อย ๆ ปรากฏในช่วงหลายเดือน

ไฟโบรบลาสต์*: เซลล์ในชั้นหนังแท้ที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน มีส่วนช่วยรักษาความยืดหยุ่นและความหนาของผิว

 

สรุปให้จำง่าย ๆ คือ ฟิลเลอร์ = รวมอนุภาคไว้เพื่อเติมวอลุ่ม ส่วน Liquid = กระจายอนุภาคเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ถึงจะเป็นตัวยาเดียวกัน แต่เมื่อความเข้มข้นและรูปแบบการกระจายตัวเปลี่ยนไป กลไกที่ผิวตอบสนองก็เปลี่ยนไปด้วย

เปรียบเทียบหลักการฟิลเลอร์เรดิเอสส์กับสกินบูสเตอร์ลิควิดเรดิเอสส์

มีงานวิจัยที่ติดตามกระบวนการนี้ในคนด้วย Yutskovskaya และ Kogan (J Drugs Dermatol, 2017) รายงานว่าหลังฉีด CaHA แบบเจือจางบริเวณลำคอและเนินอกส่วนบน การสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้น และคุณสมบัติเชิงกลของผิวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นี่เป็นงานวิจัยนำร่องขนาดเล็ก และศึกษาในบริเวณลำคอกับเนินอก จึงไม่ควรตีความว่าใบหน้าจะได้ผลในระดับเดียวกันเสมอไป

 

แล้วความกังวลเรื่องหน้าบวมมาจากไหน? ในวันที่ฉีด น้ำเกลือที่ผสมเข้าไปและอาการบวมทำให้ผิวดูอิ่มขึ้นเล็กน้อย ปริมาตรส่วนนี้จะยุบลงภายในไม่กี่วัน สิ่งที่เหลืออยู่หลังจากนั้นไม่ใช่ก้อนที่กองรวมอยู่จุดเดียว แต่เป็นชั้นบาง ๆ ที่กระจายอยู่บนพื้นที่กว้าง ซึ่งต่างจากลักษณะแก้มที่นูนขึ้นตรงกลางแบบการเติมฟิลเลอร์

 

เพราะ CaHA เป็นส่วนประกอบแร่ธาตุที่แข็งแรง ระดับการกระตุ้นคอลลาเจนจึงค่อนข้างเข้มข้น หลังฉีดไปประมาณ 2-3 เดือน หลายเคสพบว่าชั้นผิวหนาและแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ผลจะมากหรือน้อยแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและสัดส่วนการผสมของแต่ละคน

ความเปลี่ยนแปลงความยืดหยุ่นผิวหลังทำลิควิดเรดิเอสส์

 

 

ร่องที่ยุบ หรือผิวที่บางลง? แยกปัญหาก่อนเลือก

ลองแยกปัญหาที่เห็นในกระจกออกเป็นชั้น ๆ แล้วการเลือกจะง่ายขึ้น ถ้าบริเวณใดบริเวณหนึ่ง เช่น แก้มหรือขมับ ยุบลงจนเกิดเงา นั่นคือปัญหาเรื่องวอลุ่ม ในกรณีนี้ฟิลเลอร์แบบเข้มข้นหรือวิธีเติมวอลุ่มอื่น ๆ มักถูกพิจารณาก่อน Liquid Radiesse

 

แต่ถ้าเวลาจับผิวแล้วรู้สึกว่าบางกว่าเดิม มีริ้วรอยเล็ก ๆ ที่ลำคอหรือใต้คางเพิ่มขึ้น หรือรองพื้นเริ่มลอยไม่เกาะผิว ปัญหาแบบนี้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ Liquid Radiesse มุ่งดูแล คนที่ใบหน้าค่อนข้างตอบและไม่อยากเติมฟิลเลอร์ก็มักถามถึงวิธีนี้เช่นกัน

 

ถ้าเรื่องที่กังวลที่สุดคือความเรียบเนียนและความชุ่มชื้นของผิว ควรเทียบกับสกินบูสเตอร์ที่ใช้ส่วนผสมต่างออกไป เช่น กลุ่ม PN หรือ PDLLA ชื่อ "สกินบูสเตอร์" เหมือนกัน ไม่ได้แปลว่าทำงานด้วยหลักการเดียวกัน ส่วนผสมหลักต่างกัน ชั้นผิวที่ออกฤทธิ์และผลลัพธ์ก็ต่างกัน

เปรียบเทียบ

Liquid Radiesse

จูวีลุค (PDLLA)

รีจูรัน (PN)

สารสำคัญหลัก

CaHA (Calcium Hydroxylapatite)

PDLLA (Poly-D, L-lactic acid)

PN (Polynucleotide)

ผลลัพธ์หลัก

กระตุ้นคอลลาเจน Type I & III + ความยืดหยุ่น

กระตุ้นคอลลาเจน + เติมวอลุ่มแบบเป็นธรรมชาติ

ฟื้นฟูผิว + เพิ่มความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิว

ระดับความลึกที่ออกฤทธิ์

หนังแท้ชั้นกลางถึงชั้นลึก (Mid to Deep dermis)

หนังแท้ชั้นกลาง (Mid dermis)

หนังแท้ชั้นตื้น (Upper dermis)

ระยะเวลาของผลลัพธ์

12~18 เดือน

12~24 เดือน

3~6 เดือน

ความรู้สึกที่มักได้

ผิวแน่นและเฟิร์มขึ้น

ผิวยืดหยุ่น + ดูอิ่มเป็นธรรมชาติ

ผิวโกลว์ฉ่ำ + ผิวสัมผัสเรียบเนียนขึ้น

ข้อจำกัด

ต้องอาศัยทักษะในการกำหนดสัดส่วนเจือจาง / เสี่ยงเป็นก้อนหากฉีดไม่เหมาะสม

อาจเกิดตุ่มนูนเล็ก ๆ ได้ / ผลขึ้นกับเทคนิคของแพทย์

ผลอยู่ได้สั้นกว่า / ต้องทำซ้ำบ่อยกว่า

ระยะเวลาในตารางเป็นช่วงโดยประมาณ ผลจริงแตกต่างกันไปตามสภาพผิว อายุ และการดูแลของแต่ละคน

 

กลุ่มที่มักเข้ากับ Liquid Radiesse:

  • คนที่รู้สึกว่าผิวโดยรวมเริ่มสูญเสียความหนาแน่น และเริ่มหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม หน้าผาก หรือแนวกราม โดยเฉพาะช่วงอายุปลาย 30 ถึงต้น 50 ซึ่งเป็นวัยที่คอลลาเจนลดลงเร็ว

  • คนที่เคยทำรีจูรันหรือจูวีลุคมาหลายครั้ง และรู้สึกว่าผลดีแต่ยังอยากให้ผิวแน่นขึ้นอีก

  • คนที่ไม่ชอบความรู้สึกตึงหรือรูปหน้าเปลี่ยนจากการเติมฟิลเลอร์ แต่อยากให้ผิวแข็งแรงขึ้นจากภายใน

  • คนที่อยากดูแลบริเวณที่มักบอกอายุชัด เช่น ลำคอ เนินอก (décolletage) และหลังมือ

กลุ่มที่อาจมีตัวเลือกอื่นที่เหมาะกว่า:

  • คนที่ผิวบางและแพ้ง่ายมาก หรืออยากเน้นผิวฉ่ำน้ำมากกว่าริ้วรอยเล็ก ๆ ซึ่งรีจูรันอาจตอบโจทย์กว่า

  • คนที่ต้องการเติมแก้มตอบหรือขมับบุ๋มให้เห็นมิติทันที

  • คนที่เพิ่งเริ่มทำสกินบูสเตอร์ครั้งแรก และยังกังวลเรื่องเข็มฉีดมาก

ถ้าปัญหาคือผิวขาดความยืดหยุ่นพร้อมกับแก้มตอบ จูวีลุคก็อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่าในบางเคส การเลือกจึงควรเริ่มจากปัญหาที่คุณมี ไม่ใช่จากชื่อผลิตภัณฑ์

บริเวณที่ทำและกลุ่มที่เหมาะกับสกินบูสเตอร์เรดิเอสส์

 

 

ข้อจำกัดและความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนฉีด

ผลของ Liquid Radiesse ต่างกันมากตามสัดส่วนการผสม ถ้าผสมเข้มเกินไปอาจเสี่ยงเกิดก้อนนูนใต้ผิว แต่ถ้าเจือจางมากเกินไป การกระตุ้นคอลลาเจนก็อาจไม่ชัดเท่าที่คาดหวัง ประสบการณ์ของแพทย์ในการกำหนดสัดส่วนให้เหมาะกับแต่ละบริเวณและความหนาของผิวจึงสำคัญมาก

 

ผลข้างเคียงของ CaHA ที่มีรายงานมากที่สุดคือก้อนเล็ก ๆ ที่คลำได้ใต้ผิว ในการทบทวนงานวิจัยของ Kadouch (J Cosmet Dermatol, 2017) ซึ่งรวบรวมงานวิจัย 21 ชิ้นระหว่างปี 2004-2015 ครอบคลุมผู้ป่วย 2,779 คน และการฉีด 5,081 ครั้ง พบอาการไม่พึงประสงค์ 173 ครั้ง (ประมาณ 3% ของการฉีด) ในจำนวนนี้ 166 ครั้งเป็นก้อน* เกือบครึ่งหนึ่งเกิดในบริเวณที่เคลื่อนไหวมาก เช่น ริมฝีปาก และส่วนใหญ่มองไม่เห็นด้วยตาและหายไปเองโดยไม่ต้องรักษา ทั้งนี้รายงานดังกล่าวไม่ได้แยกเฉพาะเรเดียสแบบเจือจาง จึงไม่สามารถใช้ตัวเลขนี้แทนความถี่ของแบบเจือจางได้โดยตรง

ก้อน*(nodule): ก้อนเล็ก ๆ ขนาดประมาณเมล็ดถั่วที่คลำได้ใต้ผิว อาจเกิดจากสารที่รวมตัวกันในจุดเดียว หรือจากปฏิกิริยาการอักเสบ

 

ถ้าคลำเจอก้อนแต่ไม่เจ็บและสีผิวไม่เปลี่ยน สามารถติดตามอาการไปก่อนแล้วแจ้งแพทย์ในการนัดครั้งถัดไป แต่ถ้าบริเวณนั้นเจ็บ แดง ก้อนโตขึ้นเรื่อย ๆ หรือเพิ่งเกิดขึ้นใหม่หลังผ่านไปหลายสัปดาห์ ควรติดต่อคลินิกทันทีโดยไม่ต้องรอ เพราะก้อนที่เกิดจากการอักเสบมีวิธีจัดการต่างจากอนุภาคที่จับตัวกันธรรมดา และในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังฉีด ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดแรง ๆ

 

ยังมีความเสี่ยงที่รุนแรงกว่าแต่พบน้อย ฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญกล่าวถึงกรณีที่สารถูกฉีดเข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังตาย เกิดแผลเป็น การมองเห็นลดลง หรือถึงขั้นตาบอดได้ หากระหว่างหรือหลังฉีดทันทีรู้สึกเจ็บมาก ผิวซีดขาว หรือเปลี่ยนเป็นสีม่วงเป็นจ้ำ ๆ หรือตาพร่ามัว ต้องแจ้งทีมแพทย์ทันทีในตอนนั้น อีกเรื่องที่ควรรู้คือ CaHA ไม่สามารถใช้เอนไซม์สลายได้เหมือนฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิก (HA) การรู้ความต่างข้อนี้ช่วยให้ตัดสินใจเลือกเรเดียสได้รอบคอบขึ้น

 

เดือนแรกยังไม่ต้องตัดสิน ให้เทียบรูปถ่ายจุดเดิม

หลังฉีดเสร็จใหม่ ๆ หลายคนอาจสงสัยว่า "ทำไมยังไม่ค่อยเห็นอะไรเปลี่ยน" เพราะตัวยาไม่ได้เติมให้ฟูขึ้นทันทีแบบฟิลเลอร์ HA แต่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเองภายในช่วง 2-3 เดือน ใครที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดตั้งแต่เดินออกจากคลินิกจึงอาจรู้สึกว่าผลมาช้า แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปนี้ก็ทำให้ผลดูเป็นธรรมชาติ

 

ความอิ่มที่เห็นหลังฉีดจะยุบลงเร็ว ถ้าใช้กระจกตัดสินผลในไม่กี่สัปดาห์แรกก็ง่ายที่จะผิดหวัง ให้เทียบระหว่างรูปที่ถ่ายไว้ก่อนทำกับรูปหลังผ่านไปหลายเดือนแทน เลือกจุดที่เห็นริ้วรอยเล็ก ๆ ชัด เช่น ลำคอหรือใต้คาง ถ่ายด้วยแสงธรรมชาติข้างหน้าต่างในมุมเดียวกัน จะแม่นยำกว่าการอาศัยความจำ

 

สิ่งแรกที่ควรตกลงกันในการปรึกษาคือ ปัญหาของคุณเป็นร่องที่ยุบ หรือผิวที่บางลง คำตอบนี้จะกำหนดว่าควรใช้เรเดียสแบบเข้มข้น แบบเจือจาง หรือส่วนผสมอื่น เมื่อติดต่อ Beautystone เพื่อปรึกษา ควรแจ้งบริเวณและช่วงเวลาที่เคยฉีดฟิลเลอร์หรือเรเดียสมาก่อน และถ้ามีรูปบริเวณที่กังวลก็ส่งมาด้วยได้ สัดส่วนการเจือจางและบริเวณที่จะฉีดจะกำหนดหลังแพทย์ได้ตรวจดูความหนาของผิวจริงในการพบแพทย์

 

คำถามที่พบบ่อย

Q1. เคยฉีดฟิลเลอร์เรเดียสมาก่อน ฉีด Liquid Radiesse ที่บริเวณเดิมได้ไหม?

A. ทำได้ แต่ถ้ายังมีฟิลเลอร์เดิมหลงเหลืออยู่ใต้ผิว แพทย์จำเป็นต้องประเมินเพื่อปรับสัดส่วนการผสมหรือความลึกในการฉีดให้เหมาะสม ตอนเข้ามาปรึกษาจึงควรแจ้งประวัติการทำหัตถการก่อนหน้าให้ครบ

Q2. ราคาประมาณเท่าไหร่ และต้องทำกี่ครั้ง?

A. ราคาเฉลี่ยโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 300,000 ถึง 500,000 วอนต่อครั้ง ในช่วงเริ่มต้นมักแนะนำประมาณ 2-3 ครั้ง เว้นระยะทุก 4-6 สัปดาห์ หลังจากนั้นอาจทำเพื่อคงสภาพผิวทุก 6 เดือนหรือปีละครั้ง จำนวนครั้งและโปรแกรมจะปรับตามสภาพผิวของแต่ละคน และประเมินอีกครั้งตอนปรึกษา

Q3. กังวลเรื่องก้อนหรือผลข้างเคียง ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?

A. ถ้าสัดส่วนการเจือจางไม่เหมาะสม อาจคลำเจอเม็ดหรือก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวได้ ช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังฉีดควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดแรง ๆ หากรู้สึกเจ็บ แดง ก้อนโตขึ้น หรือมีความผิดปกติอื่น ให้ติดต่อคลินิกทันที เมื่อแพทย์ที่มีประสบการณ์ใช้สัดส่วนที่เหมาะสม โอกาสเกิดก้อนหรือผลข้างเคียงมักลดลง แต่ไม่ได้เป็นศูนย์

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Meditox Bangkok Cadaver workshop 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1