• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

รีจูรัน HB vs Belotero Revive — หนังแท้/วอลลุ่ม

รีจูรัน HB vs Belotero Revive — หนังแท้/วอลลุ่ม

รีจูรัน HB vs Belotero Revive — หนังแท้/วอลลุ่ม

ฉีด Merz Belotero Revive ใต้ผิวสะสมอาจทำให้หน้าใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เทียบรีจูรัน HB ว่าตัวไหนเหมาะกับคุณ

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

สรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ก่อนเลยนะครับ ทั้งสองโปรแกรมนี้จัดอยู่ในหมวดหมู่ "เติมความชุ่มชื้น·ปรับผิวเรียบเนียน·ผิวโกลว์" เหมือนกัน แต่มี ระดับความลึกในการฉีดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ครับ โดย รีจูรัน HB จะถูกฉีดลงไปในชั้น dermis* (ผิวแท้) ระดับกลางตอนบนไปจนถึงระดับลึก เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์ผิวพร้อมเติมความชุ่มชื้นทันที ส่วน Belotero Revive จะเน้นฉีดลึกลงไปจนถึงชั้น subdermal* (ใต้ผิวแท้) เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวเนียนละเอียด และมอบมิติความอิ่มฟูแบบเบาๆ หากฉีดซ้ำๆ ในบริเวณเดิม ผลลัพธ์ที่ได้จะต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ Belotero Revive ที่อาจทำให้ใบหน้าดูมีมิติอิ่มเอิบขึ้นเล็กน้อยครับ

dermis*: คือชั้นผิวหนังแท้ที่อยู่ใต้ผิวหนังกำพร้า อุดมไปด้วยคอลลาเจนและอีลาสติน ความหนาและความยืดหยุ่นของผิวเกือบทั้งหมดขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของผิวชั้นนี้ครับ

subdermal*: เป็นชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและไขมันที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังแท้ มีหน้าที่สร้างรูปหน้าและโวลุ่มของใบหน้า เมื่อฉีดสารที่มีคุณสมบัติหนืดยืดหยุ่น (viscoelastic) เข้าไปในชั้นนี้ นอกจากได้ความชุ่มชื้นแล้ว จะตามมาด้วยเอฟเฟกต์ผิวดูอิ่มฟูขึ้นเล็กน้อยครับ

 

จุดเปลี่ยนสำคัญของทั้ง 2 หัตถการ — ระดับความลึกในการฉีด

รีจูรัน HB จะกระจายตัวอยู่ในชั้น dermis ส่วนกลางบนไปจนถึงส่วนลึก โดยตัวสาร PN (Polynucleotide)* จะเข้าไปฝังตัวอยู่ในชั้นหนังแท้ระดับลึกเพื่อกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ในขณะที่ Hyaluronic Acid (HA) และยาชา Lidocaine ที่ผสมอยู่ด้วยกัน จะทำงานอยู่ในชั้นหนังแท้ส่วนกลางไปจนถึงส่วนบน เพื่อเน้นเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวโกลว์สวย และช่วยบรรเทาความเจ็บขณะฉีด จุดสำคัญคือเน้นทำงานในชั้น dermis เป็นหลัก และแทบจะไม่ลงลึกไปถึงชั้น subdermal เลยครับ

PN*(Polynucleotide): คือชิ้นส่วน DNA ที่สกัดจากอสุจิปลาแซลมอน ช่วยซึมเข้าสู่เซลล์ผิวและเข้าไปกระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพรวมถึงการสังเคราะห์คอลลาเจนโดยตรง ถือเป็นส่วนผสมหลักของไลน์ รีจูรัน เลยครับ

ส่วน Belotero Revive นั้นแตกต่างกันไปคนละ ทิศทาง เลยครับ ตามคู่มืออย่างเป็นทางการของ Merz Aesthetics ระบุว่าเป็นการฉีดเข้าสู่ชั้น dermis ระดับกลางถึงลึก (mid-to-deep dermis) แต่สำหรับเทคนิคทางการแพทย์ของเกาหลีใต้ที่เป็นมาตรฐาน จะใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษ 33G ฉีดลงลึกไปจนถึงระดับใต้ผิวหนังแท้ทันที (immediate subdermal layer) ตัวผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบโดยนำ HA แบบประสานพันธะระดับอ่อน (lightly cross-linked HA) มาผสานเข้ากับกลีเซอรอล (Glycerol) เพื่อช่วยล็อกและกักเก็บน้ำในผิวได้ยาวนานยิ่งขึ้น ตัวกลีเซอรอลนี่เองที่ทำหน้าที่เหมือนระบบ moisture lock ส่งผลให้ประสิทธิภาพการเติมความชุ่มชื้นอยู่ได้นานกว่า skin booster ที่มีแค่ HA ทั่วไปครับ

แม้จะอยู่ในประเภทเดียวกัน (skin booster·เติมความชุ่มชื้น·ผิวโกลว์) แต่การที่โปรแกรมหนึ่งเน้น ฉีดในชั้น dermis (ผิวแท้) ส่วนอีกโปรแกรมเน้น ฉีดในชั้น subdermal (ใต้ผิวแท้) จึงเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์หลังทำนั้นแตกต่างกันครับ

จุดเปลี่ยนสำคัญของทั้ง 2 หัตถการ — ระดับความลึกในการฉีด

 

 

การฉีด Belotero Revive ลงชั้นใต้ผิวแท้ (subdermal) ส่งผลต่อใบหน้าอย่างไร?

นี่เป็นประเด็นที่มักจะถูกมองข้ามบ่อยที่สุดเมื่อนำทั้งสองโปรแกรมมาเปรียบเทียบกัน ในคู่มือการใช้งานอย่างเป็นทางการ (IFU) ของ Merz ได้ระบุคุณสมบัติของ Belotero Revive ไว้ชัดเจนว่าให้ "subtle volume-filling effect" (เอฟเฟกต์การเติมเต็มปริมาตรผิวอย่างเป็นธรรมชาติ) พร้อมแจ้งเตือนว่าอาจเกิด "potential unwanted volume changes in unintended areas" หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงของความอิ่มฟูในบริเวณที่ไม่ต้องการได้เช่นกันครับ

หลักการนั้นง่ายมากครับ ชั้น subdermal จะมีช่องว่างมากกว่าชั้น dermis และเมื่อตัวครอสลิงก์ HA เข้าไปจับตัวอยู่ ตัวมันเองก็จะทำหน้าที่แทนที่และสร้างปริมาตรขึ้นมา แม้การฉีดเพียงครั้งเดียวจะแทบมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน แต่หากทำสะสมครบตาม โปรแกรมคอนทินิว 3 ครั้ง บริเวณที่ฉีดก็อาจจะดูอิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยบริเวณที่ได้รับผลกระทบง่ายคือช่วงโหนกแก้มแก้มส้ม แก้มตอบตัวกลาง และแนวกรอบหน้าครับ จาก แนวทางไกด์ไลน์ร่วม PDLLA + HA เกี่ยวกับการทำงานของฟิลเลอร์ HA ในแต่ละระดับชั้นผิว ก็สรุปไว้เช่นกันว่าการฉีด HA ในระดับ subdermal นั้น นอกจากช่วยเรื่องความอุ้มน้ำชุ่มชื้นแล้ว ยังให้ผลลัพธ์เรื่องความเต่งตึงอิ่มฟูเบาๆ ร่วมด้วย

เรื่องนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นข้อเสียนะครับ แต่มันคือ จุดที่คุณต้องเลือก ตามความต้องการมากกว่าครับ

ความต้องการของคุณ

คำแนะนำ

อยากได้เฉพาะความชุ่มชื้น ผิวละเอียด โกลว์สวยใส แต่ไม่อยากให้รูปหน้าหรือขนาดหน้าเปลี่ยนไปเลย

รีจูรัน HB (หรือ รีจูรัน Healer)

ต้องการความชุ่มชื้น ผิวเนียนละเอียด และอยากได้ความอิ่มฟูดูหน้าเด็กขึ้นเล็กน้อย

Belotero Revive

ต้องการเพิ่มโวลุ่ม เติมเต็มแก้มตอบ ขมับตอบ หรือปรับรูปหน้าอย่างเห็นได้ชัด

ลำพังแค่ Belotero Revive อาจไม่พอ แนะนำกลุ่มโพลีเมอร์กระตุ้นคอลลาเจนอย่าง จูวีลุค Volume (PDLLA) ฉีดชั้นใต้ผิวแท้จะเหมาะสมกว่าครับ

โดยเฉพาะใครที่เซนซิทีฟเรื่องหน้าดูกลมหรือกลัวหน้าบวมง่าย ต้องพิจารณาอย่างพิถีพิถันก่อนตัดสินใจฉีด Belotero Revive ซ้ำๆ สะสมบริเวณโหนกแก้มหรือแก้มส้มนะครับ ขั้นตอนแรกที่ดีที่สุดคือการให้คำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อระบุให้ชัดเจนว่า "ต้องการเน้นแค่ความชุ่มชื้น หรือโอเคกับการได้ความอิ่มฟูเพิ่มขึ้นด้วย" ครับ

การฉีด Belotero Revive ลงชั้นใต้ผิวแท้ (subdermal) ส่งผลต่อใบหน้าอย่างไร?

 

 

จุดเด่นของ รีจูรัน HB — การฟื้นฟูผิวและลดความเจ็บขณะทำ

สิ่งที่ทำให้ รีจูรัน HB แตกต่างจาก รีจูรัน รุ่นออริจินัล (Healer) มีอยู่ 2 ข้อหลักๆ ครับ ข้อแรกคือ มีการผสม Hyaluronic Acid เข้าไปด้วย ทำให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นเปล่งปลั่งและดูโกลว์ขึ้นทันตา ข้อสองคือ มีการผสมยาชา Lidocaine ช่วยลดความเจ็บได้ถึงประมาณ 50% เนื่องจาก รีจูรัน รุ่นปกติจะมีเพียงตัวยา PN เพียวๆ ทำให้ตอนฉีดค่อนข้างเจ็บพอสมควรเลยครับ

จาก การศึกษาเชิงสังเกตการณ์เกี่ยวกับการฉีด Polynucleotide เพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา พบว่าสาร PN จะช่วยกระตุ้นเซลล์สร้างคอลลาเจน (Fibroblast) ให้ฟื้นฟู สังเคราะห์คอลลาเจนใหม่ พร้อมทั้งเปิดสัญญาณช่วยต้านการอักเสบและเร่งการฟื้นตัวของผิว และใน รีจูรัน HB ก็คือการนำคุณสมบัตินี้มารวมเข้ากับผลลัพธ์ความชุ่มชื้นฉ่ำน้ำแบบเร่งด่วนของ HA นั่นเองครับ

เนื่องจาก รีจูรัน HB ทำงานอยู่ในชั้น dermis (ผิวแท้) เท่านั้น จึงแทบไม่ส่งผลต่อโวลุ่มหรือขนาดของใบหน้า หลังฉีดอาจมีตุ่มนูนเล็กๆ (embossing) ปรากฏอยู่ประมาณ 1-2 วันแล้วจะค่อยๆ ยุบหายไปเอง จุดยืนที่เด่นชัดของตัวนี้คือ "เน้นความชุ่มฉ่ำ โกลว์ใส โดยที่รูปหน้าคงเดิม" ครับ

อย่างไรก็ตาม มีความเห็นทางคลินิกบางส่วนระบุว่า แม้ รีจูรัน HB จะเจ็บน้อยลงมาก แต่ ผลลัพธ์ในเรื่องการฟื้นฟูผิวระดับลึกอาจจะซอฟต์กว่ารุ่น รีจูรัน Healer ดั้งเดิมเล็กน้อย เนื่องจากในขนาดโมเลกุลที่เท่ากัน ความเข้มข้นของ PN จะต้องถูกเฉลี่ยแบ่งพื้นที่ให้กับ HA และยาชาร่วมด้วย หากคุณให้ความสำคัญกับงานกู้ผิวฟื้นฟูเร่งด่วนเป็นอันดับ 1 รุ่น Healer ออริจินัลจะตอบโจทย์ที่สุด แต่หากต้องการความสบายตอนทำ เจ็บน้อย และได้ชุ่มชื้นฉ่ำวาวทันใจ HB คือตัวเลือกอันดับ 1 ครับ

จุดเด่นของ รีจูรัน HB — การฟื้นฟูผิวและลดความเจ็บขณะทำ

 

 

สรุปแล้วคุณเหมาะกับโปรแกรมไหนมากที่สุด?

คำกล่าวที่ว่า ปัญหาผิวที่เป็นกังวลที่สุดอันดับแรก จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการตัดสินใจครับ สรุปสรวบยอดได้ดังนี้ครับ

  • เติมน้ำผิวฉ่ำทันที + ผิวโกลว์ + หน้าไม่เปลี่ยนมิติรีจูรัน HB

  • ความชุ่มชื้นยาวนาน + ผิวเนียนละเอียดปรับสีผิว + ชอบความอิ่มฟูเบาๆ ดูหน้าเด็กBelotero Revive

  • เน้นกู้ผิวเสีย ฟื้นฟูเร่งด่วน + ลดการอักเสบ → รีจูรัน รุ่นปกติ (Healer)

  • ต้องการความอิ่มฟู เติมเต็มโวลุ่มอย่างชัดเจน → กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนอย่าง จูวีลุค Volume (เขยิบไปอีกหมวดหมู่)

  • กังวลเรื่องใบหน้าดูอวบอิ่มเกินไป หรือบวมง่าย → ให้ระมัดระวังในการฉีด Belotero Revive ซ้ำๆ ในตำแหน่งเดิม

ถึงแม้จะอยู่ในหมวดงานผิวเหมือนกัน แต่ระดับความลึกของการฉีดและสูตรผสมเฉพาะตัวทำให้ผลลัพธ์ออกมาแตกต่างกันครับ ในบทความ [เปรียบเทียบ รีจูรัน HB vs จูวีลุค แบบฉีดระดับใต้ผิวแท้] ของเรา ก็เคยมีการคุยกันในเรื่องระดับความลึกของผิวที่คล้ายกันนี้ แต่อันนั้นจะเป็นการเปรียบเทียบกับ การกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว (PDLLA) ส่วนบทความนี้จะเป็น การประชันกันในกลุ่มสกินบูสเตอร์เน้นงานผิวฉ่ำน้ำโดยเฉพาะ ครับ แม้จะใช้คำค้นหาว่าฉีดชั้นใต้ผิวแท้เหมือนกัน แต่สเกลระยะเวลาและเป้าหมายของผลลัพธ์ด้านในก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่ดีครับ

ก่อนจะเข้าไปคุยกับคุณหมอ แนะนำให้จดโน้ตสั้นๆ 1-2 บรรทัดเกี่ยวกับความกังวลของตัวเองติดมือไปด้วยนะครับ เช่น "เน้นแก้ปัญหาผิวแห้งขาดน้ำเป็นหลัก หรือเน้นเรื่องผิวไม่เรียบเนียน และหากหน้าจะดูอิ่มฟูขึ้นนิดหน่อยโอเคไหม" — เพียงระบุสามข้อนี้ให้ชัดเจน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็จะสามารถเลือกโปรแกรมที่ถูกต้องที่สุดให้กับคุณได้อย่างแม่นยำแน่นอนครับ

สรุปแล้วคุณเหมาะกับโปรแกรมไหนมากที่สุด?

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ถ้าฉีด Belotero Revive ครบ 3 ครั้ง หน้าจะดูใหญ่ขึ้นจริงไหมคะ?

ใช้คำว่า หน้าดูอวบอิ่ม สุขภาพดีขึ้นเล็กน้อย จะตรงกับความเป็นจริงมากกว่าคำว่าหน้าใหญ่ขึ้นครับ ซึ่งข้อมูลของแบรนด์ Merz เองก็ระบุถึงเอฟเฟกต์การสร้างวอลลุ่มแบบดูเป็นธรรมชาตินี้ไว้ชัดเจน หากฉีดบริเวณแก้มส้มหรือแก้มตอบ ใบหน้าบริเวณนั้นก็จะดูอิ่มเต็มขึ้นอย่างละมุน หากคุณต้องการเลี่ยงความหนาอิ่มฟูนี้ สามารถแจ้งคุณหมอก่อนเริ่มทำเพื่อปรับเทคนิคการฉีดให้ตื้นขึ้นหรือลดปริมาณยาลงได้ครับ

Q. สามารถฉีด รีจูรัน HB ร่วมกับ Belotero Revive พร้อมกันได้ไหม?

สามารถทำได้หากแยกฉีดคนละบริเวณครับ ตัวอย่างเช่น ฉีด รีจูรัน HB บริเวณโหนกแก้ม (เพื่อเลี่ยงไม่ให้โหนกแก้มหนาขึ้น) และฉีด Belotero Revive บริเวณหน้าแก้มหรือข้างแก้มที่ผิวค่อนข้างแห้งกร้าน แต่อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ฉีดผสมหรือฉีดซ้ำซ้อนในตำแหน่งเดียวกันในวันเดียวกันนะครับ เพราะจะทำให้ประเมินผลลัพธ์ของแต่ละตัวได้ยาก และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงโดยไม่จำเป็นครับ

Q. เห็นบอกว่าระยะเวลาผลลัพธ์พอๆ กัน แล้วราคาต่างกันเยอะไหมคะ?

ราคาต่อครั้งอาจต่างกันไปตามแต่ละคลินิกและปริมาณซีซีที่ใช้ แต่โดยทั่วไปตามมาตรฐานแล้ว Belotero Revive มักจะมีราคาต่อครั้งสูงกว่า รีจูรัน HB เล็กน้อยครับ ทว่าทั้งสองหลักสูตรมักแนะนำให้ทำต่อเนื่องเป็นชุดซีรีส์ 3 ครั้งเหมือนกัน เมื่อเทียบงบประมาณรวมทั้งหมดแล้วจึงไม่ได้หนีกันมากนัก แนะนำให้ตัดสินใจเลือกจากปัญหาผิวหลักที่ต้องการแก้ไขที่สุดจะคุ้มค่าที่สุดครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ทำ Sofwave ผ่านไปไม่กี่วันแล้ว แต่พอจับบริเวณที่ทำแล้วรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ ใต้ผิวหนัง แบบนี้จะเป็นอะไรไหมคะ?

ยกกระชับ

หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?

คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิวคล้ำเสียสะสมจากแดดตลอดทั้งฤดูร้อนแบบนี้ ควรเริ่มทำเลเซอร์รักษาฝ้า กระ และจุดด่างดำตอนไหนดีคะ?

ผิว

ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?

ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

กำลังลบรอยสักด้วย Pico Laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

ลบรอยสัก

กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?

อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?

ผิว

หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?

เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ติดต่อขนตาปลอมอยู่ จะสามารถทำเลเซอร์ยกกระชับรอบดวงตาหรือฉีด skin booster ได้เลยไหมคะ?

ผิว

ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี

ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?

หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1