ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ทำไมผิวแห้งกับผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัยดูคล้ายกัน แต่ต้องการการดูแลที่ต่างกัน? พร้อมเช็กพอยท์ในการดูแลผิว

ทำไมผิวแห้งกับผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัยดูคล้ายกัน แต่ต้องการการดูแลที่ต่างกัน? พร้อมเช็กพอยท์ในการดูแลผิว

ทำไมผิวแห้งกับผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัยดูคล้ายกัน แต่ต้องการการดูแลที่ต่างกัน? พร้อมเช็กพอยท์ในการดูแลผิว

เราจะมาช่วยเช็กด้วยตัวเองกันค่ะว่าผิวที่แห้งกร้านสะสมนี้เกิดจากผิวแห้ง (dry skin) หรือเป็นเพราะผิวเริ่มร่วงโรยตามวัย พร้อมแนะนำสัดส่วนการเติมความชุ่มชื้นและการทำ skin booster/หัตถการอย่างละเอียด สำหรับทั้งผู้ที่มีผิวเฉพาะจุดและผิวผสมอย่างเป็นขั้นตอนค่ะ

เวลาส่องกระจกแล้วเห็นเครื่องสำอางไม่ติดทน หรือผิวดูหยาบกร้านเป็นขุย หลายคนมักจะคิดขึ้นมาพร้อมกันเลยว่า "ผิวเราเป็นผิวแห้ง หรือเพราะแก่ขึ้นกันนะ?" ด้วยความที่อาการภายนอกดูคล้ายกันมาก ต่อให้โหมทาครีมบำรุงหนาๆ ก็มักจะไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเท่าไหร่ค่ะ

สรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะ หัวใจสำคัญของผิวแห้งคือการขาด น้ำมันและสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ (NMF) ที่ผิวชั้นนอก (Epidermis) ส่วนผิวที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งวัย (Aging Skin) หัวใจหลักคือ คอลลาเจนและอีลาสตินที่ลดลง ในผิวชั้นแท้ (Dermis) ดังนั้น การบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถแก้ได้ทั้งสองปัญหาค่ะ เราต้องมาลองเช็กตัวเองด้วย 5 ข้อนี้ก่อน เพื่อจะได้รับการดูแลผิวในแต่ละวันได้อย่างตรงจุดที่สุด







ผิวแห้งกับผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัย เกิดขึ้นคนละชั้นผิวกันค่ะ

ผิวหนังของเราแบ่งออกเป็นสองชั้นใหญ่ๆ คือ ผิวชั้นนอก (Epidermis): ชั้นนอกสุด ทำหน้าที่ดูแลเรื่องเคราติน น้ำมัน และเกราะป้องกันความชุ่มชื้น และ ผิวชั้นแท้ (Dermis): ชั้นใต้ผิวชั้นนอก เป็นที่รวมของคอลลาเจน อีลาสติน และไฮยาลูโรนิกแอซิด ที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นและความหนาให้ผิว ซึ่งปัญหาผิวแห้งและริ้วรอยแห่งวัยนั้นเกิดขึ้นคนละชั้นผิวกันค่ะ

ผิวแห้ง เป็นสภาวะที่ผิวชั้นนอกมีการหลั่งน้ำมันน้อย หรือขาดสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ทำให้น้ำระเหยออกจากผิวได้เร็ว บางคนอาจมีแนวโน้มแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก หรือบางคนอาจจะเป็นหนักขึ้นชั่วคราวในช่วงที่อากาศเปลี่ยนหรืออยู่ในห้องแอร์ ส่วนผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัย จะเป็นภาวะที่ผิวบางลงและความยืดหยุ่นลดลงเนื่องจากคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวชั้นแท้ลดลง แม้ผลลัพธ์บนผิวภายนอกจะดู "หยาบกร้าน" เหมือนกัน แต่จุดเริ่มต้นของปัญหานั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ

건성 피부와 노화 피부는 다른 층에서 일어나요







ลองเช็กผิวตัวเองด้วย 5 ข้อนี้กันเลยค่ะ

แม้จะดูหยาบกร้านเหมือนกัน แต่เราสามารถประเมินได้ว่าปัญหาไหนกวนใจเรามากกว่ากัน จากสัญญาณทั้ง 5 ข้อนี้ค่ะ

  • ระดับความตึงผิวภายใน 30 วินาทีหลังล้างหน้า — ถ้าตึงผิวมากๆ → ผิวแห้ง แต่ถ้าเป็นความรู้สึกหนักๆ หน่วงๆ มากกว่าตึง → ผิวมีริ้วรอยแห่งวัย

  • ความลึกของริ้วรอยบริเวณโหนกแก้มและหน้าผาก — ถ้าเห็นเฉพาะเวลาแสดงสีหน้า → ผิวแห้ง แต่ถ้าเห็นอยู่ตลอดเวลาแม้ทำหน้าเฉยๆ → ผิวมีริ้วรอยแห่งวัย

  • วัดความหนาของผิวด้วยตัวเอง — ลองดึงผิวบริเวณหลังมือแล้วปล่อย ถ้าผิวคืนตัวทันที → ผิวแห้ง แต่ถ้าใช้เวลามากกว่า 1 วินาทีกว่าจะคืนตัว → ผิวมีริ้วรอยแห่งวัย

  • บริเวณที่เครื่องสำอางหลุดหรือตกร่อง — ถ้าหลุดบริเวณที่น้ำมันหลั่งน้อย เช่น จมูกหรือคาง → ผิวแห้ง แต่ถ้าเริ่มตกร่องตามบริเวณที่เริ่มหย่อนคล้อย เช่น โหนกแก้มหรือหน้าผาก → ผิวมีริ้วรอยแห่งวัย

  • ระดับความเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล — ถ้าผิวแย่ลงอย่างชัดเจนตอนเปลี่ยนฤดู → ผิวแห้ง แต่ถ้าแย่ลงเรื่อยๆ โดยไม่เกี่ยวกับสภาพอากาศ → ผิวมีริ้วรอยแห่งวัย

เมื่อลองเช็กดูแล้วว่าใกล้เคียงกับฝั่งไหนมากกว่ากัน ก็จะเริ่มมองเห็นว่าผิวของเราเอนเอียงไปทางไหน หรือเป็นแบบผสมผสาน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเจอแบบผสมผสานปนๆ กัน 2-3 ข้อ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมชาติมากๆ ค่ะ

자가 점검 5가지로 본인 타입을 가려보세요







ผิวแห้งต้องการน้ำและน้ำมัน ส่วนผิวมีริ้วรอยต้องการกระตุ้นผิวชั้นแท้

หัวใจสำคัญของการดูแลผิวแห้งคือการเติม เซราไมด์ (Ceramide): ส่วนประกอบไขมันในชั้นเคราตินของผิวชั้นนอก ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออก และการทาครีมบำรุงบ่อยๆ โดยสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า การทามอยส์เจอไรเซอร์ทันทีภายใน 3 นาทีหลังอาบน้ำเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นนั้นได้ผลดีที่สุด และเน้นย้ำว่านิสัยการทาซ้ำระหว่างวันบ่อยๆ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ นอกจากนี้ การล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ล้างหน้าให้เร็ว และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำหอม ก็จะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นอย่างมั่นคงค่ะ

ส่วนผิวที่มีริ้วรอยแห่งวัย ลำพังแค่การทาครีมบำรุงอย่างเดียวไม่สามารถหยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงในผิวชั้นแท้ได้ค่ะ จำเป็นต้องใช้สารกลุ่ม เรตินอยด์ (Retinoid): อนุพันธ์วิตามินเอ ซึ่งเป็นส่วนผสมที่มีหลักฐานทางการแพทย์แน่นหนาที่สุดในการช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในผิวชั้นแท้ หรือต้องทำหัตถการทางการแพทย์ที่ลงลึกไปถึงชั้นผิวแท้ เช่น การทำคลื่นวิทยุ (RF) อัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง (HIFU) หรือกลุ่มคอลลาเจนบูสเตอร์ (เช่น Juvelook) ควบคู่กันไปด้วยจึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสารกระตุ้นผิวชั้นแท้อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ หากคุณเป็นคนผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย แนะนำให้เริ่มจากความเข้มข้นต่ำๆ แล้วค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นช้าๆ เพื่อความปลอดภัยค่ะ

건성에는 수분·유분, 노화에는 진피 자극이 필요해요







หากเป็นผิวผสมผสาน ลำดับขั้นตอนและสัดส่วนการดูแลต้องต่างกัน

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า ผิวแบบผสมผสานนั้นพบได้บ่อยที่สุดค่ะ สำหรับใครที่มีปัญหาผิวแห้งเป็นหลัก แนะนำเน้นการบำรุงชุ่มชื้นเป็นเบส แล้วค่อยเริ่มใช้สารกระตุ้นผิวชั้นแท้เพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเพื่อความปลอดภัย ส่วนใครที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยแห่งวัยเป็นหลัก แม้จะยังต้องทาครีมบำรุงและครีมกันแดดเป็นพื้นฐาน แต่สามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้สารกระตุ้นผิวชั้นแท้หรือทำหัตถการเพิ่มขึ้นได้ค่ะ

ผลการเช็กผิว

ความถี่ในการบำรุงผิว

ความถี่ในการกระตุ้นผิวชั้นแท้

การป้องกันแสงแดด

เน้นผิวแห้งเป็นหลัก

3-4 ครั้งต่อวัน

1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ (ความเข้มข้นต่ำ)

ทาทุกวัน SPF 30 ขึ้นไป

เน้นริ้วรอยแห่งวัยเป็นหลัก

2 ครั้งต่อวัน

ทุกวัน (เริ่มจากสูตรอ่อนโยน)

ทาทุกวัน SPF 50 ขึ้นไป

ผิวผสมผสาน

3 ครั้งต่อวัน

2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ (ค่อยๆ เพิ่มปริมาณ)

ทาทุกวัน SPF 50 ขึ้นไป

ตารางนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นทั่วไปนะคะ คุณต้องคอยสังเกตว่าผิวของตัวเองตอบสนองต่อการกระตุ้นอย่างไรแล้วค่อยปรับความถี่ตามความเหมาะสม หากเริ่มมีสัญญาณระคายเคือง เช่น อาการคัน แดง หรือแสบร้อน ควรลดความถี่ลงและกลับไปเน้นขั้นตอนการปลอบประโลมผิว (soothing) เป็นอันดับแรกค่ะ

복합형이면 순서와 비중이 달라야 해요







หากมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังนะคะ

  • ทามอยส์เจอไรเซอร์อย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังมีอาการคันหรือรอยแดงติดต่อกันเกิน 1 สัปดาห์

  • ผิวลอกเป็นขุยหนาหรือแตกเป็นร่อง

  • การหลั่งน้ำมันลดลงอย่างกะทันหัน และมีสะเก็ดสีขาวขึ้นรอบๆ รูขุมขน

  • รู้สึกแสบร้อนนานเกิน 5 นาทีหลังใช้สารกระตุ้นผิวชั้นแท้

  • ผิวแห้งเสียรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่เกี่ยวกับสภาพอากาศหรือช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล

หากมีสัญญาณตรงกับข้างต้นตั้งแต่ 1 ข้อขึ้นไป อาจไม่ใช่แค่ปัญหาผิวแห้งหรือริ้วรอยแห่งวัยธรรมดา แต่อาจมีโรคผิวหนังหรือปัญหาอื่นแอบแฝงอยู่ (เช่น ผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส, การเปลี่ยนแปลงของผิวในวัยทอง หรือผิวแห้งจากโรคไทรอยด์เป็นต้น) หากเริ่มเกินขอบเขตที่คุณจะดูแลได้ด้วยตัวเอง การไปให้แพทย์ผิวหนังช่วยตรวจเช็กที่คลินิกจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ







คำถามที่พบบ่อย

Q. การทานคอลลาเจนช่วยเรื่องผิวที่มีริ้วรอยได้จริงไหมคะ?

A. ผลลัพธ์ของคอลลาเจนแบบรับประทานต่อผิวยังคงมีข้อถกเถียงกันในงานวิจัยต่างๆ และยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าร่างกายดูดซึมแล้วจะไปกระจายตัวที่ผิวหนังอย่างไร ปัจจุบันการทาเรตินอยด์ การทากันแดด และการทำหัตถการทางการแพทย์ ยังคงเป็นวิธีที่มีหลักฐานทางการแพทย์ยอมรับแน่นหนาที่สุดสำหรับผิวที่มีริ้วรอยค่ะ จึงแนะนำให้มองอาหารเสริมเป็นเพียงตัวช่วยเสริมจะสมเหตุสมผลกว่าค่ะ

Q. มีทั้งปัญหาผิวแห้งและริ้วรอยพร้อมกัน ควรเริ่มจากสกินแคร์ตัวไหนก่อนดีคะ?

A. แนะนำให้ใช้สกินแคร์เบสิกเติมความชุ่มชื้นที่เน้นส่วนผสมเซราไมด์หรือไฮยาลูโรนิกแอซิดเป็นหลัก ส่วนสารกระตุ้นผิวชั้นแท้ (เช่น เรตินอยด์ หรือเปปไทด์) แนะนำให้ใช้เฉพาะช่วงเย็น โดยเริ่มจากความเข้มข้นต่ำๆ ก่อน วิธีการแบ่งเวลาใช้ (เช้า = เน้นชุ่มชื้น / เย็น = กระตุ้นผิว + มอยส์เจอไรเซอร์) จะเป็นรูทีนที่แพทย์ผิวหนังแนะนำมากที่สุดค่ะ

Q. อยู่ดีๆ ผิวก็แห้งกร้านสะสมขึ้นมาทันที ไปปรึกษาเรื่องทำหัตถการเลยดีไหมคะ?

A. ก่อนจะทำหัตถการ แนะนำให้ประเมินก่อนว่าผิวของเราเป็นแบบไหน เพื่อจะได้เลือกการรักษาที่ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุดค่ะ หากเป็นแค่ผิวแห้งธรรมดา การปรับเปลี่ยนสกินแคร์และพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็ช่วยให้ผิวดีขึ้นได้มากแล้ว แต่หากเป็นปัญหาจากริ้วรอยแห่งวัยเป็นหลัก การทำหัตถการจำพวก skin booster หรือกลุ่มเครื่องยกกระชับก็จะช่วยตอบโจทย์และเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนกว่าค่ะ แนะนำให้ลองเช็กผิวตัวเองเบื้องต้นก่อน แล้วเข้าไปปรึกษาคุณหมอที่คลินิกเพื่อวางแผนร่วมกันนะคะ







บทความที่น่าสนใจ

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลัดเซลล์ผิวและทํา 딥클렌징 (Deep Cleansing) บ่อยแค่ไหนตามสภาพผิวของตัวเอง ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคะ

ผิว

ผลัดเซลล์ผิวและทำ 딥클렌징 (deep cleansing) บ่อยแค่ไหนตามสภาพผิวของแต่ละคน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคะ

เวลาผิวเป็นขุยหลายคนมักคิดว่าต้องยิ่งขัดออก แต่จริงๆ แล้วมักมีสาเหตุมาจากการขาดความชุ่มชื้นค่ะ เราได้รวบรวมสัญญาณเตือนและพฤติกรรมของผิวแต่ละประเภทมาให้แล้วค่ะ

ทำ Potenza ครั้งเดียว vs ทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ผลลัพธ์สะสมในการรักษาแผลเป็นและรูขุมขนกว้างจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

ผิว

Potenza ทำครั้งเดียว VS ทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ผลลัพธ์ในการลดรอยแผลเป็นและกระชับรูขุมขนจะแตกต่างกันแค่ไหน

สำหรับหัตถการกลุ่ม RF Microneedling ปกติแล้วแนะนำให้ทำเดือนละ 1 ครั้งอย่างต่อเนื่องค่ะ วันนี้เราได้รวบรวมการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้ง พร้อมเกณฑ์การเลือกสูตรที่เหมาะกับผิวคุณมาให้แล้วค่ะ

ก่อนทำหัตถการ ควรหยุดดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนล่วงหน้าสักกี่วันดีคะ?

ผิว

ก่อนทำหัตถการ ควรเลิกดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนล่วงหน้ากี่วันดีนะวันไหนดีนะ

แอลกอฮอล์ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดและรอยช้ำ ส่วนคาเฟอีนจะส่งผลต่อการเต้นของหัวใจและความตึงเครียดของร่างกายค่ะ ยิ่งเป็นหัตถการที่มีการลุกล้ำผิว (invasive procedure) มากเท่าไหร่ แนะนำให้งดเว้นให้รวดเร็วและยาวนานขึ้นเพื่อให้ปลอดภัยที่สุดค่ะ

หลังทำ Oligio X ผ่านไป 1 เดือน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ตอนไหนและเป็นอย่างไรบ้างคะ

ผิว

หลังทำ Oligio X ได้ 1 เดือน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เมื่อไหร่และเป็นอย่างไรคะและเป็นอย่างไรบ้าง

การทำทรีตเมนต์ด้วย Monopolar RF จะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ และนี่คือสรุปการเปลี่ยนแปลงที่จะสังเกตเห็นได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 1, สัปดาห์ที่ 2, 1 เดือน และ 3 เดือนค่ะ

Thermage FLX กับ 3 เกณฑ์ในการประเมินว่าเหมาะกับสภาพผิวของคุณหรือไม่

ผิว

3 เกณฑ์ในการพิจารณาว่า Thermage FLX เหมาะกับผิวของคุณหรือไม่ มีอะไรบ้าง

ไม่มีโปรแกรมการรักษาไหนที่เหมาะกับทุกคนหรอกค่ะ! มาลองทำเช็กลิสต์ด้วยตัวเองกันดีกว่าว่าคุณเหมาะกับ Thermage FLX หรือไม่ โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ บริเวณที่ต้องการทำ, ตารางเวลาของคุณ และสภาพร่างกายค่ะ

แผ่นแปะไฮโดรคอลลอยด (DuoDERM / Medifoam) ควรเปลี่ยนตอนไหน — ต้องแปะทิ้งไว้กี่วันถึงจะดี

ผิว

ระยะเวลาเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ Duoderm และ Medifoam — ควรเปลี่ยนทุกๆ กี่วันดีนะ

ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ (습윤밴드) ทุกๆ กี่วันดี? เจาะลึกเวลาที่ควรเปลี่ยน Duoderm (Hydrocolloid) และ Medifoam (Foam), 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้องเปลี่ยนได้แล้ว, พร้อมวิธีรับมือเมื่อสีของน้ำเหลืองดูผิดปกติ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1