• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

สกินแคร์สิวกับยาทา ใช้พร้อมกันได้ไหม? ข้อควรรู้

สกินแคร์สิวกับยาทา ใช้พร้อมกันได้ไหม? ข้อควรรู้

สกินแคร์สิวกับยาทา ใช้พร้อมกันได้ไหม? ข้อควรรู้

สำหรับคนใช้ยาทาคู่สกินแคร์สิว แนะนำลำดับ ความถี่ และการปลอบประโลมผิวเพื่อลดการระคายเคือง

ในช่วงที่สิวบุก หลายคนมักจะอยากใช้ยาทาภายนอกที่ซื้อจากร้านขายยาควบคู่ไปกับสกินแคร์รักษาสิวที่เค้าว่าดีกันใช่ไหมคะ? แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะแอบกังวลว่า "ถ้าทั้งสองอย่างมีส่วนผสมที่คล้ายกัน จะยิ่งทำให้ผิวระคายเคืองหนักกว่าเดิมหรือเปล่านะ"

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยค่ะว่า เราสามารถใช้ยาทาสิวควบคู่กับสกินแคร์ได้ค่ะ แต่ถ้าส่วนผสมซ้ำซ้อนกัน อาจทำให้ผิวระคายเคืองคูณสองได้เลย แทนที่จะทาทั้งสองอย่างทับกันในบริเวณเดียวกันและเวลาเดียวกัน หลักการง่ายๆ คือการแยกช่วงเวลาทา ตรวจสอบส่วนผสมที่ซ้ำซ้อน และคอยสังเกตสัญญาณผิวระคายเคืองค่ะ

 

เมื่อส่วนผสมในยาทาและสกินแคร์ซ้ำซ้อนกัน ความระคายเคืองอาจเพิ่มเป็นสองเท่า

จากข้อมูลของ DermNet NZ เว็บไซต์ข้อมูลโรคผิวหนังระดับสากล ระบุว่าการรักษาภาวะสิวอุดตันหรือสิวอักเสบระยะเริ่มต้น มักจะใช้ส่วนผสมอย่าง Benzoyl Peroxide, Azelaic Acid, Tretinoin, และ Adapalene เป็นหลัก รวมถึงแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid ช่วยผลัดเซลล์ผิวร่วมด้วย แต่บ่อยครั้งที่โทนเนอร์ แผ่นโทนเนอร์ (Pad) หรือเซรั่มรักษาสิวตามท้องตลาดก็มักจะมีส่วนผสมอย่าง Salicylic Acid (BHA), Niacinamide, Tea Tree Oil หรือ Retinol อยู่ด้วย ทำให้หลายคนเผลอใช้ส่วนผสมที่ออกฤทธิ์ซ้ำซ้อนกันโดยไม่รู้ตัวค่ะ

การทาส่วนผสมที่คล้ายกันซ้ำๆ ในบริเวณเดียวกันและเวลาเดียวกัน จะยิ่งไปเร่งการผลัดเซลล์ผิวและยับยั้งซีบัม (น้ำมันผิว) มากเกินไป จนทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง หากเริ่มมีอาการคัน ยิบๆ แดง หรือลอกเป็นขุย นั่นคือสัญญาณเตือนว่าต้องลดตัวใดตัวหนึ่งลง หรือแยกช่วงเวลาในการใช้ค่ะ

외용약과 화장품 성분이 겹칠 때 자극이 두 배가 돼요

 

 

การแยกช่วงเวลาทา คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผิว

ช่วงเวลา

แนะนำ

คู่ที่ไม่ควรใช้ร่วมกัน

เช้า

ล้างหน้า → สกินแคร์บำรุงผิว (Moisturizer) → ครีมกันแดด

ทายาแต้มสิว + โทนเนอร์ BHA พร้อมกันในตอนเช้า

เย็น

ล้างหน้า → ทายาเฉพาะจุด (บริเวณที่เป็นสิว)

ทายาสิว + เซรั่ม Retinol พร้อมกัน

เช้าวันถัดไป

เน้นบำรุงเพื่อปลอบประโลมผิว (Calming)

ใช้ BHA ซ้ำในบริเวณที่ผิวเพิ่งระคายเคือง

โดยทั่วไปแล้ว ควรให้ความสำคัญกับความเข้มข้นและความถี่ของยาทาที่แพทย์สั่งเป็นอันดับแรก ส่วนสกินแคร์ให้ใช้เป็นตัวเสริมโดยลดความถี่ในการใช้ลง หากเราแยกช่วงเวลาทาได้อย่างเหมาะสม ผลิตภัณฑ์ทั้งสองก็ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำร้ายผิวค่ะ

시간대 분리가 가장 안전한 흐름이에요

 

 

ถ้าผิวเริ่มส่งสัญญาณเตือน ให้ลดความถี่ในการใช้ลงก่อน

หากระว่างที่ใช้ยาทาควบคู่กับสกินแคร์ แล้วผิวของคุณส่งสัญญาณเตือนเหล่านี้ ควรลดความถี่ในการใช้ตัวใดตัวหนึ่งลงทันทีค่ะ

  • รู้สึกยิบๆ หรือแสบร้อนบนผิวหน้านานเกิน 5 นาทีหลังทา

  • เช้าวันถัดมา ผิวบริเวณที่ทามีรอยแดงหรือลอกเป็นขุย

  • มีอาการคันยิบๆ จนเผลอเอามือไปจับหรือเกาบ่อยๆ

  • ผิวบริเวณที่บอบบาง เช่น รอบริมฝีปาก หรือร่องจมูก แห้งลอกเป็นขุยขาวๆ

  • แต่งหน้าไม่ค่อยติด เมคอัพตกร่องหรือดูเป็นคราบมากกว่าปกติ

หากมีอาการข้างต้นตั้งแต่ 1 ข้อขึ้นไป แนะนำให้ลดตัวที่ทำให้ระคายเคืองมากกว่า (โดยทั่วไปคือยาทาหรือ Retinol ความเข้มข้นสูง) เหลือแค่วันเว้นวัน หรือสัปดาห์ละ 3 ครั้ง แล้วกลับไปเน้นขั้นตอนบำรุงและปลอบประโลมผิว (moisturizer & soothing) สัก 2-3 วัน เมื่อผิวเริ่มแข็งแรงขึ้นค่อยๆ เพิ่มความถี่กลับมา วิธีนี้จะช่วยให้ผิวค่อยๆ ปรับตัวได้ดีกว่าการหยุดใช้ไปเลยทันทีค่ะ

자극 신호가 보이면 빈도부터 낮추세요

 

 

การล้างหน้าและการบำรุงผิว คือหัวใจสำคัญของการใช้ร่วมกัน

สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน (AAD) ระบุว่า การล้างหน้าบ่อยเกินไปอาจส่งผลเสียทำให้สิวเห่อหนักกว่าเดิมได้ โดยแนะนำว่าความถี่ที่เหมาะสมคือ ล้างหน้าเช้าและเย็นวันละ 2 ครั้ง และล้างเพิ่มได้อีก 1 ครั้งหลังทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก ยิ่งถ้าจำเป็นต้องทายาสิวหรือใช้สกินแคร์กลุ่ม BHA บ่อยขึ้น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยน เจลล้างหน้าสูตรไม่มีน้ำหอม, มีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ (mild acidic) และใส่นารีแอกทีฟชนิดอ่อนโยน จะช่วยลดโอกาสที่ผิวจะเกิดการระคายเคืองสะสมได้ดีที่สุดค่ะ

พ้อยท์สำคัญในการใช้ยาทาควบคู่กับสกินแคร์คือ "การป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคืองสะสม" หากเราทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิวให้หนาแน่นพอ ผิวก็จะสามารถทนทานต่อสารออกฤทธิ์รักษาสิวได้ดียิ่งขึ้น ขั้นตอนแนะนำคือ ล้างหน้า -> บำรุงผิว (Moisturizer) -> ลงยาทาหรือสกินแคร์รักษาสิว -> ตบท้ายด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบาอีกชั้น ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยกระจายและลดแรงระคายเคืองต่อผิวได้ดีมากๆ ค่ะ

세안과 보습이 동시 사용의 기본이에요

 

 

อาการแบบนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันที

  • ใช้ยาทาต่อเนื่องกัน 2-3 สัปดาห์แล้ว แต่สิวยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นเลย

  • ระหว่างใช้สกินแคร์หรือยาทา จู่ๆ ก็มีผื่นขึ้นเห่อหรือหน้าบวมแดงทั่วทั้งใบหน้า

  • ผิวบริเวณรอบปาก ร่องจมูก แห้งลอกตกสะเก็ดหนาๆ ติดต่อกันนานกว่า 1 สัปดาห์

  • รอยดำรอยแดงจากสิวดูเข้มขึ้นเรื่อยๆ และมีสิวใหม่ขึ้นซ้ำๆ ที่จุดเดิมไม่หาย

  • ได้ยาทาจากโรงพยาบาลมา แต่ไม่แน่ใจว่าต้องปรับใช้ร่วมกับสกินแคร์ที่มีอยู่อย่างไร

หากพบอาการเหล่านี้ตั้งแต่ 1 ข้อขึ้นไป แนะนำให้รวบรวมรายชื่อสกินแคร์ ยาทา และยาที่รับประทานอยู่ทั้งหมด แล้วไปเข้าพบแพทย์ผิวหนังเพื่อความปลอดภัยค่ะ คุณหมอจะช่วยประเมินและคัดกรองสารเคมีที่ซ้ำซ้อน รวมถึงหาสาเหตุของการระคายเคืองได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. มีรอยแดงและรอยดำหลังจากสิวหาย สามารถใช้สกินแคร์ Whitening พร้อมกันกับยารักษาสิวได้ไหมคะ?

A. สำหรับรอยแผลเป็นจากสิว (PIH*: Post-Inflammatory Hyperpigmentation) แนะนำให้แยกเวลาการใช้สกินแคร์ Whitening และยารักษาสิวออกจากกันจะดีที่สุดค่ะ เพราะการทาสารไวท์เทนนิ่งทับลงไปบริเวณผิวที่กำลังระคายเคืองจากยาสิว อาจกระตุ้นให้เม็ดสีเข้มขึ้นกว่าเดิมได้ แนะนำให้แยกช่วงเวลาเป็น เช้า = Whitening / เย็น = ยารักษาสิว ค่ะ

Q. Salicylic Acid ในสกินแคร์ กับยาทา Salicylic Acid เหมือนกันไหม?

A. เป็นส่วนผสมตัวเดียวกันค่ะ แต่ "ความเข้มข้น" ต่างกัน โดยส่วนใหญ่สาร BHA ในสกินแคร์ทั่วไปจะมีระดับความเข้มข้นอยู่ที่ 0.5 - 2% เพื่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ขณะที่ยาทาภายนอกมักจะมีความเข้มข้นที่สูงกว่าตามที่แพทย์สั่ง หากใช้ร่วมกันอาจทำให้ปริมาณความเข้มข้นสะสมสูงเกินไปจนผิวลอกแห้งได้ ดังนั้นแนะนำให้ปรับลดการใช้ตัวใดตัวหนึ่งลงเพื่อความปลอดภัยค่ะ

Q. ก่อนเข้ารับการทำหัตถการผิวหนัง ควรหยุดใช้ยาทาและสกินแคร์รักษาสิวเมื่อไหร่ดี?

A. ขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการค่ะ แต่โดยทั่วไปสำหรับเลเซอร์หรือการผลัดเซลล์ผิว (Peeling) แนะนำให้อยู่งดใช้ส่วนผสมกลุ่มกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เช่น BHA, Retinol และยาทาสิวล่วงหน้าประมาณ 7 วัน สำหรับยาทาที่แพทย์สั่ง ควรปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลรักษาเพื่อกำหนดวันที่ควรหยุดใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุดค่ะ

 

บทความเด็ดที่แนะนำให้อ่านต่อ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

소프웨이브와 온다 리프팅, 얼굴 처짐과 지방 중에서 무엇을 먼저 잡아야 좋을까요?

ยกกระชับ

Sofwave กับ Onda เลือกจัดการผิวหย่อนหรือไขมันก่อนดี?

Sofwave เน้นกระชับชั้นผิว Onda เน้นลดไขมัน มาดูกันว่าหน้าหย่อนกับไขมันควรจัดการอันไหนก่อน

올리지오 X 눈가 시술, 잔주름과 탄력 저하 중에서 어디에 먼저 집중하면 좋을까요?

ผิว

รอบดวงตาริ้วรอยเล็ก ๆ หรือความหย่อน ควรดูแลอะไรก่อนดี

รอบดวงตาริ้วรอยเล็ก ๆ กับความหย่อนควรเริ่มดูแลตรงไหนก่อน Oligio X ช่วยด้านไหน มาดูกันค่ะ

얼굴 솜털을 제모하면 화장이 덜 들뜬다고 하는데 젠틀맥스로 정리해도 피부에 괜찮을까요?

กำจัดขน

ขนอ่อนบนหน้าทำเมคอัพลอย กำจัดด้วย GentleMax ช่วยไหม?

ขนอ่อนบนใบหน้าทำให้เมคอัพดูลอยเป็นขุย GentleMax ช่วยจัดการได้แค่ไหน และต่างจากขนหนายังไง มาดูกันค่ะ

레이저 시술 후에 자외선 차단을 소홀히 하면 왜 색소침착이 생기고 어떻게 막을 수 있을까요?

ผู้ชาย

ทำเลเซอร์แล้วเกิดรอยดำ เพราะละเลยกันแดดจริงไหม?

หลังทำเลเซอร์ผิวไวต่อแสง ทำไมการกันแดดถึงช่วยลดรอยดำ (PIH) มาดูกลไกและวิธีดูแลช่วงแรกกัน

표정을 지을 때 생기는 주름과 나이 들며 자리 잡는 주름은 어떻게 다르고 관리도 달라질까요?

ผิว

ริ้วรอยตอนยิ้มกับริ้วรอยที่ฝังตามวัย ดูแลต่างกันไหม

ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้ากับริ้วรอยที่ฝังตัวตามวัย เกิดจากคนละสาเหตุ แนวทางดูแลจึงต่างกัน มาดูกันค่ะ

레이저나 리프팅 시술 후 붓기가 밤보다 아침에 더 심하게 느껴지는 이유는 무엇일까요?

ยกกระชับ

ทำไมหลังทำหัตถการ อาการบวมตอนเช้าดูหนักกว่าตอนกลางคืน?

ทำไมตื่นเช้ามาหน้าบวมกว่าตอนกลางคืนหลังทำหัตถการ พร้อมวิธีดูแลและสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1