ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ใช้เครื่องสำอางรักษาสิวร่วมกับยาทาภายนอกได้ไหม? ส่องขั้นตอนการใช้พร้อมกันและข้อควรระวัง

ใช้เครื่องสำอางรักษาสิวร่วมกับยาทาภายนอกได้ไหม? ส่องขั้นตอนการใช้พร้อมกันและข้อควรระวัง

ใช้เครื่องสำอางรักษาสิวร่วมกับยาทาภายนอกได้ไหม? ส่องขั้นตอนการใช้พร้อมกันและข้อควรระวัง

สำหรับใครที่ใช้ยาทาภายนอกควบคู่กับสกินแคร์รักษาสิว เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอน ความถี่ และการปลอบประโลมผิวเพื่อช่วยลดการระคายเคืองอย่างเป็นขั้นตอน โดยอิงตามหลักการแพทย์ค่ะ

ในช่วงที่สิวบุก หลายคนมักอยากใช้ยาทาภายนอกที่ซื้อจากร้านขายยาควบคู่ไปกับสกินแคร์รักษาสิวที่เขาว่าดีกันใช่ไหมคะ แต่ในขณะเดียวกันก็แอบกังวลว่า "ถ้าทั้งสองอย่างมีส่วนผสมที่คล้ายกัน จะยิ่งทำให้ผิวระคายเคืองหนักกว่าเดิมหรือเปล่า"

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยค่ะว่า ยาทาสิวและสกินแคร์สามารถใช้ร่วมกันได้ แต่หากมีส่วนผสมซ้ำซ้อนกัน อาจทำให้ผิวระคายเคืองเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แทนที่จะทาทั้งสองอย่างทับกันในบริเวณเดียวกันและเวลาเดียวกัน หลักการพื้นฐานที่ควรจำมีอยู่ 3 ข้อ คือ การแยกเวลาทา, การตรวจสอบส่วนผสมที่ซ้ำซ้อน และการเฝ้าระวังสัญญาณผิวระคายเคืองค่ะ







ระคายเคืองคูณสอง เมื่อส่วนผสมในยาทาภายนอกและสกินแคร์ซ้ำซ้อนกัน

จากข้อมูลของ DermNet NZ เว็บไซต์ข้อมูลโรคผิวหนังระดับสากล ระบุว่าการรักษาภาวะสิวอุดตันถึงสิวอักเสบระดับเริ่มต้น ทั่วไปมักจะใช้ยาทาที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide, Azelaic Acid, Tretinoin และ Adapalene ร่วมกับการแนะนำให้ใช้คลีนเซอร์ผลัดเซลล์ผิวที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid ร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม โทนเนอร์ แผ่นโทนเนอร์ (pad) หรือเซรั่มรักษาสิวตามท้องตลาดทั่วไป มักมีส่วนผสมของ Salicylic Acid (BHA), Niacinamide, Tea Tree Oil หรือ Retinol อยู่แล้ว ทำให้ผู้ใช้อาจเผลอใช้ส่วนผสมที่ซ้ำซ้อนกันโดยไม่รู้ตัวได้บ่อยๆ ค่ะ

หากทาส่วนผสมที่คล้ายคลึงกันซ้ำๆ ในบริเวณเดียวกันและเวลาเดียวกัน ฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิวและคุมมันจะสะสมตัว จนทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง หากเริ่มเห็นสัญญาณเตือน เช่น อาการคัน, แสบร้อน, แดง หรือผิวลอกเป็นขุย ควรลดการใช้ตัวใดตัวหนึ่งลง หรือแยกเวลาในการใช้ด่วนเลยค่ะ

외용약과 화장품 성분이 겹칠 때 자극이 두 배가 돼요







การแยกเวลาทา คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

ช่วงเวลา

แนะนำ

คู่ที่ไม่ควรใช้ร่วมกัน

เช้า

ล้างหน้า → สกินแคร์เติมความชุ่มชื้น → ครีมกันแดด

ยาทาช่วงเช้า + โทนเนอร์ BHA พร้อมกัน

เย็น

ล้างหน้า → ยาทาเฉพาะจุด

ยาทา + เซรั่ม Retinol พร้อมกัน

เช้าวันถัดไป

เน้นบำรุงเพื่อปลอบประโลมผิว

ทา BHA ซ้ำในจุดที่ระคายเคือง

โดยทั่วไปแล้ว ควรให้ความสำคัญกับความเข้มข้นและความถี่ของยาทาตามแพทย์สั่งมาก่อน ส่วนสกินแคร์ให้ใช้เป็นตัวเสริมโดยลดความถี่ในการใช้ลง หากเราแยกเวลาทาได้อย่างถูกต้อง ทั้งสองตัวก็จะทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองค่ะ

시간대 분리가 가장 안전한 흐름이에요







หากเริ่มมีสัญญาณระคายเคือง ให้ลดความถี่ลงก่อน

หากพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้ระหว่างที่ใช้ยาทาควบคู่กับสกินแคร์ คุณควรลดความถี่ในการใช้ตัวใดตัวหนึ่งลงทันทีค่ะ

  • รู้สึกแสบร้อนนานเกิน 5 นาทีหลังทา

  • เช้าวันรุ่งขึ้นมีรอยแดงหรือผิวลอกในบริเวณที่ทา

  • มีอาการคันร่วมด้วยจนเผลอเอามือไปลูบหรือเกาบ่อยๆ

  • ผิวหนังส่วนที่บอบบาง เช่น รอบริมฝีปาก หรือร่องจมูก แห้งลอกเป็นขุยขุย

  • แต่งหน้าไม่ติด หน้าลอย หรือเห็นขุยผิวชัดเจนกว่าปกติ

หากมีอาการตั้งแต่ 1 ข้อขึ้นไป แนะนำให้ลดความถี่ในการใช้ตัวที่ระคายเคืองง่ายที่สุด (มักจะเป็นยาทาภายนอก หรือ Retinol ความเข้มข้นสูง) ให้เหลือวันเว้นวัน หรือสัปดาห์ละ 3 ครั้ง แล้วหันไปเน้นขั้นตอนการบำรุงและปลอบประโลมผิว (moisturizing & soothing) สักระยะ จากนั้นค่อยๆ เพิ่มความถี่กลับมา วิธีปรับลดความถี่นี้จะปลอดภัยต่อผิวและช่วยให้ผิวสร้างความคุ้นชินได้ดีกว่าการหยุดใช้ไปเลยทันทีค่ะ

자극 신호가 보이면 빈도부터 낮추세요







การทำความสะอาดและการเติมความชุ่มชื้น คือหัวใจสำคัญของการใช้ร่วมกัน

สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) แนะนำว่า การล้างหน้าบ่อยเกินไปอาจส่งผลให้สิวแย่ลงได้ ความถี่ที่เหมาะสมคือล้างวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น และเพิ่มอีก 1 ครั้งหลังเสียเหงื่อ ยิ่งเมื่อเราใช้ยาทาหรือสกินแคร์กลุ่ม BHA บ่อยขึ้น การล้างหน้าอย่างอ่อนโยนจะช่วยลดการสะสมของการระคายเคืองได้ดี ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ปราศจากน้ำหอม มีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ และมีสารลดแรงตึงผิวที่อ่อนโยนเพื่อให้ปลอดภัยต่อผิวที่สุดค่ะ

อย่างที่เน้นย้ำไปว่า คีย์เวิร์ดสำคัญของการใช้ยาร่วมกับสกินแคร์คือ "ป้องกันการระคายเคืองสะสม" หากเราลงมอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นหนาแน่นพอ ต่อให้ผิวเจอสารที่ก่อการระคายเคือง ผิวก็จะมีเกราะป้องกันและทนทานได้ดีขึ้น ลำดับขั้นตอนการทาที่ช่วยลดและกระจายการระคายเคืองได้ดีคือ: ล้างหน้าทันที → ลงมอยเจอร์ไรเซอร์ → ลงยาทาหรือสกินแคร์ที่มีสาร active ingredients → แล้วตบทับด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบาอีกครั้ง

세안과 보습이 동시 사용의 기본이에요







อาการแบบนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันที

  • ใช้ยาทาติดต่อกัน 2-3 สัปดาห์แล้วแต่อาการสิวยังไม่ดีขึ้น

  • ระหว่างใช้สกินแคร์หรือยาทา อยู่ๆ ก็มีผื่นลมพิษหรืออาการบวมขึ้นทั่วใบหน้า

  • มีสะเก็ดแผ่นหนาบริเวณรอบปากหรือร่องจมูกนานกว่า 1 สัปดาห์

  • รอยดำคล้ำขึ้น และสิวใหม่ขึ้นซ้ำๆ ที่จุดเดิม

  • ได้รับยาตามใบสั่งแพทย์มา แต่ไม่แน่ใจว่าต้องใช้ร่วมกับสกินแคร์ที่มีอยู่อย่างไร

หากมีอาการตั้งแต่ 1 ข้อขึ้นไป แนะนำให้รวบรวมรายชื่อสกินแคร์ ยาทา และยารับประทานทั้งหมดที่คุณกำลังใช้ แล้วไปพบแพทย์ผิวหนังจะปลอดภัยที่สุดค่ะ แพทย์จะช่วยคัดกรองส่วนผสมที่ซ้ำซ้อนและระบุสาเหตุของการระคายเคืองได้อย่างรวดเร็ว







คำถามที่พบบ่อย

Q. มีรอยแผลเป็นจากสิวหลงเหลืออยู่ สามารถใช้สكينแคร์ Whitening พร้อมกับยาทาสิวในเวลาเดียวกันได้ไหม?

A. สำหรับรอยแผลเป็นสิว (PIH: รอยดำหลังการอักเสบ) แนะนำให้ใช้สกินแคร์กลุ่ม Whitening และยาทาสิวแยกเวลากันจะปลอดภัยกว่าค่ะ เนื่องจากหากทาสาร Whitening ทับซ้ำบนบริเวณที่ยาทาสิวอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองอยู่แล้ว อาจยิ่งไปกระตุ้นให้เม็ดสีเข้มขึ้นได้ จึงแนะนำให้แยกเวลาทา เช่น เช้าทา Whitening และเย็นทายาสิว ดีที่สุดค่ะ

Q. Salicylic Acid ในสกินแคร์ เหมือนกับยาทา Salicylic Acid หรือเปล่า?

A. เป็นส่วนผสมตัวเดียวกันค่ะ แต่ความเข้มข้นต่างกัน BHA ในสกินแคร์โดยทั่วไปจะมีความเข้มข้นอยู่ที่ 0.5~2% สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนยาทา Salicylic Acid มักจะถูกสั่งจ่ายโดยแพทย์ในความเข้มข้นที่สูงกว่า หากใช้ร่วมกันอาจทำให้ความเข้มข้นสะสมเกินเกณฑ์ที่แนะนำ จึงควรปรับลดตัวใดตัวหนึ่งลงเพื่อความปลอดภัยค่ะ

Q. ก่อนเข้ารับการทำหัตถการผิวหนัง ควรหยุดใช้ยาทาและสكينแคร์เมื่อไหร่?

A. ขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการค่ะ แต่โดยทั่วไปก่อนทำเลเซอร์หรือการผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peeling) ประมาณ 7 วัน แนะนำให้หยุดใช้ยาทีมีฤทธิ์ระคายเคือง รวมถึงสกินแคร์กลุ่ม BHA และ Retinol ชั่วคราว สำหรับยาทาที่แพทย์สั่ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดเวลาหยุดยาที่แน่นอนและปลอดภัย แทนที่จะหยุดยาเองโดยพลการค่ะ







บทความที่เกี่ยวข้อง

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลัดเซลล์ผิวและทํา 딥클렌징 (Deep Cleansing) บ่อยแค่ไหนตามสภาพผิวของตัวเอง ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคะ

ผิว

ผลัดเซลล์ผิวและทำ 딥클렌징 (deep cleansing) บ่อยแค่ไหนตามสภาพผิวของแต่ละคน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคะ

เวลาผิวเป็นขุยหลายคนมักคิดว่าต้องยิ่งขัดออก แต่จริงๆ แล้วมักมีสาเหตุมาจากการขาดความชุ่มชื้นค่ะ เราได้รวบรวมสัญญาณเตือนและพฤติกรรมของผิวแต่ละประเภทมาให้แล้วค่ะ

ทำ Potenza ครั้งเดียว vs ทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ผลลัพธ์สะสมในการรักษาแผลเป็นและรูขุมขนกว้างจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

ผิว

Potenza ทำครั้งเดียว VS ทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ผลลัพธ์ในการลดรอยแผลเป็นและกระชับรูขุมขนจะแตกต่างกันแค่ไหน

สำหรับหัตถการกลุ่ม RF Microneedling ปกติแล้วแนะนำให้ทำเดือนละ 1 ครั้งอย่างต่อเนื่องค่ะ วันนี้เราได้รวบรวมการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้ง พร้อมเกณฑ์การเลือกสูตรที่เหมาะกับผิวคุณมาให้แล้วค่ะ

ก่อนทำหัตถการ ควรหยุดดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนล่วงหน้าสักกี่วันดีคะ?

ผิว

ก่อนทำหัตถการ ควรเลิกดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนล่วงหน้ากี่วันดีนะวันไหนดีนะ

แอลกอฮอล์ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดและรอยช้ำ ส่วนคาเฟอีนจะส่งผลต่อการเต้นของหัวใจและความตึงเครียดของร่างกายค่ะ ยิ่งเป็นหัตถการที่มีการลุกล้ำผิว (invasive procedure) มากเท่าไหร่ แนะนำให้งดเว้นให้รวดเร็วและยาวนานขึ้นเพื่อให้ปลอดภัยที่สุดค่ะ

หลังทำ Oligio X ผ่านไป 1 เดือน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ตอนไหนและเป็นอย่างไรบ้างคะ

ผิว

หลังทำ Oligio X ได้ 1 เดือน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เมื่อไหร่และเป็นอย่างไรคะและเป็นอย่างไรบ้าง

การทำทรีตเมนต์ด้วย Monopolar RF จะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ และนี่คือสรุปการเปลี่ยนแปลงที่จะสังเกตเห็นได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 1, สัปดาห์ที่ 2, 1 เดือน และ 3 เดือนค่ะ

Thermage FLX กับ 3 เกณฑ์ในการประเมินว่าเหมาะกับสภาพผิวของคุณหรือไม่

ผิว

3 เกณฑ์ในการพิจารณาว่า Thermage FLX เหมาะกับผิวของคุณหรือไม่ มีอะไรบ้าง

ไม่มีโปรแกรมการรักษาไหนที่เหมาะกับทุกคนหรอกค่ะ! มาลองทำเช็กลิสต์ด้วยตัวเองกันดีกว่าว่าคุณเหมาะกับ Thermage FLX หรือไม่ โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ บริเวณที่ต้องการทำ, ตารางเวลาของคุณ และสภาพร่างกายค่ะ

แผ่นแปะไฮโดรคอลลอยด (DuoDERM / Medifoam) ควรเปลี่ยนตอนไหน — ต้องแปะทิ้งไว้กี่วันถึงจะดี

ผิว

ระยะเวลาเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ Duoderm และ Medifoam — ควรเปลี่ยนทุกๆ กี่วันดีนะ

ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ (습윤밴드) ทุกๆ กี่วันดี? เจาะลึกเวลาที่ควรเปลี่ยน Duoderm (Hydrocolloid) และ Medifoam (Foam), 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้องเปลี่ยนได้แล้ว, พร้อมวิธีรับมือเมื่อสีของน้ำเหลืองดูผิดปกติ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1