ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ทำไมผลลัพธ์ของ Shurink ถึงเห็นผลทันทีหลังทำ และทำไมกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจน (collagen remodeling) ถึงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู

ทำไมผลลัพธ์ของ Shurink ถึงเห็นผลทันทีหลังทำ และทำไมกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจน (collagen remodeling) ถึงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู

ทำไมผลลัพธ์ของ Shurink ถึงเห็นผลทันทีหลังทำ และทำไมกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจน (collagen remodeling) ถึงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู

อธิบายอย่างละเอียดถึงสาเหตุที่อาจยังไม่เห็นผลลัพธ์ทันทีในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำ Shurink พร้อมกับเจาะลึกกลไกการทำงานที่จะเผยผลลัพธ์ที่แท้จริงในช่วงสัปดาห์ที่ 8-12 ให้คุณเข้าใจได้อย่างสบายใจค่ะ

ถ้าคุณเพิ่งทำ Shurink (ชูลิงก์) เสร็จหมาดๆ แล้วส่องกระจก หลายคนมักจะเกิดคำถามในใจทันทีเลยค่ะว่า "ตอนนี้รู้สึกเหมือนผิวหน้ามันตึงกระชับขึ้นมานิดๆ แล้ว แต่ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเริ่มเห็นชัดเจนเมื่อไหร่กันแน่นะ?" บางครั้งก็อาจจะสับสนว่า ความรู้สึก "ผิวที่หย่อนคล้อยดูยกกระชับขึ้นทันที" หลังทำเสร็จ กับความรู้สึก "กรอบหน้าดูเป๊ะเรียบเนียนขึ้น" ในอีก 1-2 เดือนต่อมานั้น มันคือสิ่งเดียวกันหรือเปล่า

> ขอสรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ก่อนเลยนะคะ การทำงานของ Shurink จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา (Timeline) ควบคู่กันไปค่ะ หลังทำเสร็จทันทีจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในช่วงไม่กี่วันแรก จากเอฟเฟกต์การหดตัวของคอลลาเจนในทันที และในช่วงสัปดาห์ที่ 4-12 ผลลัพธ์จากการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Remodeling) จะค่อยๆ สะสมเพิ่มขึ้น ทำให้กรอบหน้าดูเรียบเนียนได้รูปอย่างชัดเจน ซึ่งผลลัพธ์โดยรวมจะประเมินจากทั้งสองส่วนนี้ร่วมกันค่ะ

> บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจริงของ Beautystone Clinic ค่ะ



Shurink คือหนึ่งในนวัตกรรมกลุ่ม HIFU — เน้นส่งพลังงานความร้อนลงลึกถึงชั้นผิวแท้และชั้น SMAS

Shurink จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องมือ HIFU: คลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสความเข้มข้นสูง นวัตกรรมที่ช่วยสร้างจุดความร้อนเล็กๆ (Thermal Coagulation Points) ในชั้นผิวแท้และชั้น SMAS โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอกเลยค่ะ หลักการคือจะปล่อยพลังงานข้ามผ่านชั้นผิวหนังกำพร้าลงไปโฟกัสความร้อนจุดเล็กๆ อย่างแม่นยำที่ความลึก 3.0 มม. และ 4.5 มม. ส่งผลให้คอลลาเจนหดตัวทันทีในจุดนั้น และกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิวเพื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน เกิดเป็นกระบวนการทำงานต่อเนื่อง 2 ขั้นตอนค่ะ

จุดเด่นสำคัญคือการที่ไม่ทำร้ายผิวชั้นนอกเลย ทำให้แทบไม่มี downtime หรือระยะเวลาพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำเสร็จค่ะ แต่อาจจะมีความรู้สึกเจ็บจี้ดๆ ระหว่างทำบ้าง เนื่องจากพลังงานความร้อนที่ส่งลงไปในแต่ละชั้นผิวนั้นค่อนข้างแรง โดยบริเวณความลึก 3.0 มม. จะช่วยดูแลช่วงโหนกแก้ม แก้ม และกรอบหน้า ส่วนความลึก 4.5 มม. จะส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่พยุงผิวไม่ให้หย่อนคล้อยค่ะ)


슈링크는 HIFU 가족 — 진피·SMAS 층에 열을 집중해요



หลังทำทันที จะเห็นผลลัพธ์จากการหดตัวของคอลลาเจนก่อนค่ะ

| ระยะเวลา | การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ | กลไกการทำงาน | |---|---|---| | ทันที~3 วัน | กรอบหน้าดูเข้าที่ขึ้นเล็กน้อย, มีอาการบวมจางๆ | คอลลาเจนหดตัวทันที, อาการบวมน้ำชั่วคราว | | 1~2 สัปดาห์ | ผลลัพธ์หลังทำทันทีลดลง พลางรู้สึกเหมือนกลับไปสู่สภาพปกติ | อาการบวมยุบลง, เอฟเฟกต์การหดตัวหลงเหลืออยู่บางส่วน | | 4~8 สัปดาห์ | กรอบหน้าเริ่มเรียบเนียนขึ้น, ความยืดหยุ่นของผิวเริ่มเพิ่มขึ้น | คอลลาเจนใหม่เริ่มสร้างตัว | | 8~12 สัปดาห์ | ช่วงเวลาที่ประเมินผลลัพธ์ได้อย่างคงที่และชัดเจนที่สุด | เกิดการสะสมของการปรับโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ |

ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำเสร็จ จะเกิดปรากฏการณ์ คอลลาเจนหดตัวทันที: เป็นปรากฏการณ์ที่โปรตีนคอลลาเจนหดตัวกระทันหันจากความร้อน ซึ่งเป็นเอฟเฟกต์ชั่วคราวและจะค่อยๆ คลายตัวลงในไม่กี่วันค่ะ ร่วมกับอาการบวมน้ำเล็กน้อย ทำให้รู้สึกเหมือนกรอบหน้าดูเด่นชัดรัดแกนขึ้นทันที แต่ผลลัพธ์นี้จะค่อยๆ คลายออกบางส่วนภายใน 1-2 สัปดาห์และกลับสู่สภาพปกติก่อน แล้วหลังจากนั้นผลลัพธ์ที่แท้จริงถึงจะค่อยๆ เผยออกมาค่ะ


시술 직후엔 콜라겐 즉시 수축 효과가 보여요



ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะเริ่มเผยให้เห็นในช่วงสัปดาห์ที่ 4-12 ซึ่งเป็นช่วงปรับโครงสร้างคอลลาเจน

ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 เป็นต้นไป จะเป็นช่วงที่ คอลลาเจนใหม่: คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่ในระหว่างที่ผิวฟื้นฟูตัวเองจากความเสียหายของความร้อน ซึ่งขั้นตอนนี้คือกลไกหลักในการช่วยให้กรอบหน้ากระชับขึ้นอย่างแท้จริงค่ะ เริ่มทำกระบวนการสร้างตัวอย่างเต็มที่ ทำให้กรอบหน้าค่อยๆ เรียบเนียนและตึงกระชับขึ้น โดยช่วงสัปดาห์ที่ 8-12 จะเป็นช่วงเวลาที่ประเมินผลลัพธ์ได้เสถียรที่สุด ดังนั้นการมาประเมินผลลัพธ์ในช่วงนี้จึงแม่นยำกว่าการส่องกระจกดูหลังทำทันทีค่ะ

การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่แสดงผลทันทีเหมือนเด้งขึ้นมาในวันเดียว แต่จะเป็นในลักษณะของการสะสมพลังทีละนิดๆ ค่ะ ถ้าสังเกตผิวตัวเองวันต่อวันอาจจะมองไม่ค่อยออก แต่ถ้าลองถ่ายรูปเปรียบเทียบก่อนทำ กับรูปช่วงสัปดาห์ที่ 8 จะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนเลยค่ะ หลายคนมักจะรู้สึกตัวด้วยคำพูดที่ว่า "แปลกใจจัง หมู่นี้แต่งหน้าติดง่ายและเนียนขึ้นมากเลยนะ"


진짜 결과는 4~12주 콜라겐 리모델링 시점에 보여요



จำนวนครั้งและระยะห่างในการทำ คือตัวกำหนดผลลัพธ์ที่จะสะสมในระยะยาว

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่า ผลลัพธ์ที่แท้จริงของ Shurink เกิดจากการปรับโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ แม้การรักษาเพียงครั้งเดียวจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่เนื่องจากความสามารถในการผลิตคอลลาเจนของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามอายุและสภาพผิว การทำซ้ำเพื่อเก็บงานอีกสัก 1-2 ครั้ง จึงเป็นวิธีที่ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่พึงพอใจและอยู่ได้นานขึ้นค่ะ

โดยทั่วไปคำแนะนำจะเป็นไปตามแพทเทิร์นนี้ค่ะ:

  • สำหรับคนที่เพิ่งทำครั้งแรก — หลังทำครั้งที่ 1 รอประเมินผลที่ 8~12 สัปดาห์ → หากจำเป็นสามารถทำเพิ่มอีก 2 ครั้ง

  • ช่วงอายุปลาย 30s~40s — ทำการรักษาเพื่อคงสภาพผิวทุกๆ 6~12 เดือน

  • ช่วงอายุ 50 ขึ้นไป — ทำครั้งเดียวมักจะไม่เพียงพอ แนะนำให้ทำเป็นคอร์สต่อเนื่อง 2 ครั้งบ่อยกว่าค่ะ

  • ทำร่วมกับหัตถการยกกระชับอื่นๆ — แนะนำทำ Shurink แล้วเว้นระยะ 8 สัปดาห์ ค่อยทำโปรแกรมอื่นต่อ (แนะนำให้ทำผสมผสาน/สลับกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นค่ะ)

จำนวนครั้งที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับอัตราการสร้างคอลลาเจนและความหย่อนคล้อยของผิวแต่ละบุคคลนะคะ วิธีที่แม่นยำที่สุดคือหลังจากทำครั้งแรกครบ 8 สัปดาห์แล้ว เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนขั้นตอนต่อไปร่วมกันค่ะ


회차와 간격이 결과 누적 패턴을 결정해요



ในกรณีเหล่านี้ แนะนำให้เลื่อนการทำเลเซอร์ออกไปก่อนนะคะ

  • อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

  • มีอาการอักเสบที่ยังไม่หายดี หรือเป็นเริมบริเวณที่จะทำหัตถการ

  • มีภาวะคีลอยด์ง่าย (เคยมีประวัติแผลเป็นนูนเป่งพองหลังเกิดแผล)

  • มีการใส่โลหะยึดกระดูกในบริเวณที่จะทำ (เช่น พินยึดกระดูก ยกเว้นรากฟันเทียม) หรือมีการฉีดฟิลเลอร์มาไม่เกิน 1 เดือน

  • อยู่ระหว่างรับประทานยาที่ต้านแสงแดด (Photosensitivity drug) หรือยา Isotretinoin (ยาสิว)

  • เพิ่งทำเลเซอร์ประเภทอื่นมาภายใน 1 สัปดาห์

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการทำหัตถการ อย่าลืมปรับตารางเวลาและแจ้งประวัติการรักษา รวมถึงยาที่รับประทานอยู่ให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ทราบอย่างละเอียดในการปรึกษาครั้งแรกนะคะ



คำถามที่พบบ่อย

Q. รู้สึกว่าหลังทำไป 1-2 สัปดาห์แล้วหน้าหายตึง เหมือนเอฟเฟกต์หายไป แบบนี้เรียกว่าทำแล้วไม่ได้ผลหรือเปล่าคะ?

A. ไม่ใช่ทำแล้วไม่ได้ผลเลยค่ะ! เป็นเพราะเอฟเฟกต์การหดตัวทันทีหลังทำเสร็จเริ่มคลายตัวลง จึงอาจจะรู้สึกเหมือนผิวกลับไปดูลดลงเท่าเดิมชั่วคราว แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะเริ่มเผยประสิทธิภาพจากการปรับโครงสร้างคอลลาเจนที่สะสมตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4-12 แนะนำให้รอประเมินผลในช่วงนั้นอีกทีจะเป๊ะที่สุดค่ะ

Q. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนคะ?

A. โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่นานประมาณ 6~12 เดือนค่ะ แต่ทั้งนี้ก็จะขึ้นอยู่กับอัตราการสลายตัวของคอลลาเจน กระบวนการชราตามวัย และพฤติกรรมการเผชิญแสงแดดของแต่ละคนด้วยค่ะ หลังจากเห็นผลชัดช่วงสัปดาห์ที่ 8-12 แล้ว ผิวจะไม่กลับมาหย่อนคล้อยทันทีทันใด แต่จะค่อยๆ ลดลงทีละน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ ระยะเวลาแนะนำสำหรับการทำซ้ำทั่วไปจะอยู่รอบแรกที่ 6-12 เดือน และหลังจากนั้นสามารถเว้นระยะได้ 1-2 ปีค่ะ

Q. สามารถฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ในวันเดียวกันได้ไหมคะ?

A. เนื่องจาก Shurink เป็นหัตถการที่ใช้พลังงานความร้อน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนรูปหรือลดการคงตัวของฟิลเลอร์ได้ จึงไม่ค่อยแนะนำให้ทำในบริเวณเดียวกันในวันเดียวกันค่ะ เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้จัดแพลนเป็น ทำ Shurink → เว้น 4 สัปดาห์ค่อยฉีดฟิลเลอร์ หรือ ฉีดโบท็อกซ์ → เว้น 8 สัปดาห์ค่อยทำ Shurink จะดีกว่า ทั้งนี้ระยะห่างที่เป๊ะๆ จะขึ้นอยู่กับบริเวณผิวและประเภทของหัตถการที่เลือกทำด้วยนะคะ



บทความที่เกี่ยวข้องน่าอ่าน

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ผลัดเซลล์ผิวและทํา 딥클렌징 (Deep Cleansing) บ่อยแค่ไหนตามสภาพผิวของตัวเอง ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคะ

ผิว

ผลัดเซลล์ผิวและทำ 딥클렌징 (deep cleansing) บ่อยแค่ไหนตามสภาพผิวของแต่ละคน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคะ

เวลาผิวเป็นขุยหลายคนมักคิดว่าต้องยิ่งขัดออก แต่จริงๆ แล้วมักมีสาเหตุมาจากการขาดความชุ่มชื้นค่ะ เราได้รวบรวมสัญญาณเตือนและพฤติกรรมของผิวแต่ละประเภทมาให้แล้วค่ะ

ทำ Potenza ครั้งเดียว vs ทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ผลลัพธ์สะสมในการรักษาแผลเป็นและรูขุมขนกว้างจะแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

ผิว

Potenza ทำครั้งเดียว VS ทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ผลลัพธ์ในการลดรอยแผลเป็นและกระชับรูขุมขนจะแตกต่างกันแค่ไหน

สำหรับหัตถการกลุ่ม RF Microneedling ปกติแล้วแนะนำให้ทำเดือนละ 1 ครั้งอย่างต่อเนื่องค่ะ วันนี้เราได้รวบรวมการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้ง พร้อมเกณฑ์การเลือกสูตรที่เหมาะกับผิวคุณมาให้แล้วค่ะ

ก่อนทำหัตถการ ควรหยุดดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนล่วงหน้าสักกี่วันดีคะ?

ผิว

ก่อนทำหัตถการ ควรเลิกดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนล่วงหน้ากี่วันดีนะวันไหนดีนะ

แอลกอฮอล์ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดและรอยช้ำ ส่วนคาเฟอีนจะส่งผลต่อการเต้นของหัวใจและความตึงเครียดของร่างกายค่ะ ยิ่งเป็นหัตถการที่มีการลุกล้ำผิว (invasive procedure) มากเท่าไหร่ แนะนำให้งดเว้นให้รวดเร็วและยาวนานขึ้นเพื่อให้ปลอดภัยที่สุดค่ะ

หลังทำ Oligio X ผ่านไป 1 เดือน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ตอนไหนและเป็นอย่างไรบ้างคะ

ผิว

หลังทำ Oligio X ได้ 1 เดือน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เมื่อไหร่และเป็นอย่างไรคะและเป็นอย่างไรบ้าง

การทำทรีตเมนต์ด้วย Monopolar RF จะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ และนี่คือสรุปการเปลี่ยนแปลงที่จะสังเกตเห็นได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 1, สัปดาห์ที่ 2, 1 เดือน และ 3 เดือนค่ะ

Thermage FLX กับ 3 เกณฑ์ในการประเมินว่าเหมาะกับสภาพผิวของคุณหรือไม่

ผิว

3 เกณฑ์ในการพิจารณาว่า Thermage FLX เหมาะกับผิวของคุณหรือไม่ มีอะไรบ้าง

ไม่มีโปรแกรมการรักษาไหนที่เหมาะกับทุกคนหรอกค่ะ! มาลองทำเช็กลิสต์ด้วยตัวเองกันดีกว่าว่าคุณเหมาะกับ Thermage FLX หรือไม่ โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ บริเวณที่ต้องการทำ, ตารางเวลาของคุณ และสภาพร่างกายค่ะ

แผ่นแปะไฮโดรคอลลอยด (DuoDERM / Medifoam) ควรเปลี่ยนตอนไหน — ต้องแปะทิ้งไว้กี่วันถึงจะดี

ผิว

ระยะเวลาเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ Duoderm และ Medifoam — ควรเปลี่ยนทุกๆ กี่วันดีนะ

ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ (습윤밴드) ทุกๆ กี่วันดี? เจาะลึกเวลาที่ควรเปลี่ยน Duoderm (Hydrocolloid) และ Medifoam (Foam), 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้องเปลี่ยนได้แล้ว, พร้อมวิธีรับมือเมื่อสีของน้ำเหลืองดูผิดปกติ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1