สำหรับท่านที่มีปัญหารอยดำหลังทำ Picoway หมอขอแนะนำกลไกการเกิด PIH การดูแลผิวในแต่ละช่วงเวลา และจังหวะที่ควรเริ่มทำทรีตเมนต์เพื่อผิวกระจ่างใส พร้อมข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์ให้เข้าใจกันง่ายๆ ค่ะ
หนึ่งในผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มลบรอยสักด้วยเลเซอร์ Picosecond เช่น Picoway ซึ่งเป็น เลเซอร์ Picosecond: เลเซอร์ที่ทำลายอนุภาคหมึกด้วยพัลส์ที่สั้นมากๆ เป็นที่ทราบกันดีว่าสามารถบดละเอียดอนุภาคได้ดีกว่าเลเซอร์แบบ ns และมีความเสี่ยงในการเกิดรอยดำต่ำกว่า ก็คือการเกิดรอยดำ (hyperpigmentation) บริเวณที่ทำหัตถการค่ะ หลายคนอาจจะรู้สึกตกใจเพราะรู้สึกเหมือนมีสีอื่นเข้ามาแทนที่ทันทีที่รอยสักสีดำเริ่มจางลง
> หากสรุปให้ฟังก่อน รอยดำหลังลบรอยสักมีสาเหตุหลักมาจาก PIH (รอยดำหลังการอักเสบ) ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาการอักเสบในบริเวณที่ทำการรักษาไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี (melanocytes) โดยทั่วไปรอยดำนี้จะค่อยๆ จางลงเองตามธรรมชาติภายใน 3-6 เดือน ซึ่งเราสามารถลดการเกิดรอยดำนี้ได้ด้วย 3 วิธีหลักๆ คือ การป้องกันแสงแดด, การปลอบประโลมผิว และการปรับระยะห่างระหว่างรอบการทำหัตถการค่ะ
> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone Clinic ค่ะ
รอยดำไม่ใช่หมึกที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่เป็นเม็ดสีเมลานินที่ลอยตัวขึ้นมาค่ะ
หากมีรอยสีน้ำตาลหรือสีเทาอมน้ำตาลปรากฏขึ้นในบริเวณที่ทำหัตถการภายในไม่กี่วันหรือสัปดาห์หลังลบรอยสัก หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าหมึกยังไม่ออก แต่ในความเป็นจริงแล้ว อ้างอิงจากบทความวิชาการเกี่ยวกับรอยดำที่เผยแพร่บน PMC กลไกหลักของรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) คือการสะสมของเม็ดสีเมลานินมากเกินไปในชั้นผิวหนังกำพร้าและผิวหนังแท้เนื่องจากการกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงคนละส่วนกับการหลงเหลือของน้ำหมึกค่ะ ความร้อนจากการกระตุ้นด้วยเลเซอร์จะทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงาน และผลิตเมลานินออกมาในช่วง 1-4 สัปดาห์ถัดมา จากนั้นเม็ดสีจะสะสมในชั้นผิวหนังกำพร้าจนกลายเป็นรอยดำนั่นเองค่ะ
ยิ่งสีผิวเข้มขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิด PIH สูงขึ้นเท่านั้น และความเสี่ยงนี้ก็จะเพิ่มขึ้นด้วยหากทำหัตถการบ่อยเกินไป หรือเริ่มทำรอบถัดไปก่อนที่ผิวจะฟื้นตัวเต็มที่ นอกจากนี้ ทั้งสีของน้ำหมึก, ความลึกในการลงเข็ม และการตอบสนองของเมลานินในแต่ละบุคคล ล้วนส่งผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้นค่ะ

โดยทั่วไปแล้ว รอยดำนี้จะค่อยๆ จางลงภายใน 3-6 เดือนค่ะ
| ระยะเวลา | ความเปลี่ยนแปลงที่มองเห็น | ลำดับความสำคัญในการดูแล | |---|---|---| | ทันทีหลังทำ~2 สัปดาห์ | มีอาการบวมเล็กน้อย, มีสะเก็ด, แดงชั่วคราว | เน้นการปลอบประโลมและเติมความชุ่มชื้น, ปล่อยให้สะเก็ดหลุดออกเองตามธรรมชาติ | | 2~6 สัปดาห์ | อาจเริ่มเกิด PIH (สีน้ำตาลถึงสีเทาอมน้ำตาล) | ป้องกันแสงแดดอย่างเข้มงวด, หลีกเลี่ยงการระคายเคือง | | 6 สัปดาห์~3 เดือน | ช่วงที่รอย PIH จะเห็นชัดและเข้มที่สุด | ใช้ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งช่วยเสริม (ภายใต้คำแนะนำของแพทย์) | | 3~6 เดือน | รอยดำค่อยๆ จางลงทีละน้อย | รักษาการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน, ตัดสินใจเรื่องการทำรอบถัดไป | | หลัง 6 เดือนขึ้นไป | รอยดำส่วนใหญ่จางลงและอยู่ในสถานะคงที่ | ประเมินผลเพื่อตัดสินใจว่าจะทำเพิ่มหรือสิ้นสุดการรักษา |
แม้ว่ารอยดำส่วนใหญ่จะจางลงเองตามธรรมชาติภายใน 6 เดือน แต่หากผิวสัมผัสกับรังสียูวีบ่อยครั้ง หรือระยะห่างระหว่างรอบสั้นเกินไป เม็ดสีอาจจะเกาะตัวแน่นและอยู่ได้นานขึ้น ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องรีบปลอบประโลมผิวและป้องกันแสงแดดทันทีที่เริ่มเห็นรอยดำ เพื่อป้องกันไม่ให้รอยดำเข้มขึ้นค่ะ

การป้องกันแสงแดดคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดค่ะ
ปัจจัยภายนอกที่ใหญ่ที่สุดที่กระตุ้นให้ PIH รุนแรงขึ้นก็คือรังสียูวีค่ะ เมื่อผิวสัมผัสกับแสงแดด เซลล์สร้างเม็ดสีจะทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้รอยสีเข้มขึ้น เนื่องจากผิวบริเวณที่ทำหัตถการจะมีความบอบบางและไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าผิวปกติ เราจึงต้องป้องกันแสงแดดให้เข้มงวดกว่าปกติค่ะ
แนวทางการป้องกันแสงแดดหลังทำหัตถการ:
1 สัปดาห์แรกหลังทำ — หลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ให้เดินในที่ร่มและใช้วิธีป้องกันทางกายภาพเป็นหลัก (สวมหมวก, สวมหน้ากากอนามัย)
1~4 สัปดาห์ — ทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไปทุกวัน และทาซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง
4 สัปดาห์~3 เดือน — คงการใช้ SPF 50 และรักษาความถี่ในการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
หลัง 3 เดือนขึ้นไป — ป้องกันแสงแดดในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง
สำหรับครีมกันแดด ควรเลือกสูตร Physical (Mineral base) ที่ระคายเคืองน้อย เพื่อความปลอดภัยต่อบริเวณผิวที่เพิ่งทำเลเซอร์มาค่ะ และควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์สูงในช่วง 4 สัปดาห์แรกหลังทำหัตถการนะคะ

ลดความเสี่ยงการเกิด PIH ด้วยการปลอบประโลม, เติมความชุ่มชื้น และปรับระยะห่างระหว่างรอบการทำหัตถการ
อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วว่า PIH มีจุดเริ่มต้นมาจากปฏิกิริยาการอักเสบ ยิ่งเราฟื้นฟูผิวบริเวณที่ทำหัตถการได้เร็วเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น ดังนั้น ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังทำเลเซอร์ พื้นฐานสำคัญคือการดูแลผิวอย่างอ่อนโยนโดยเน้นที่การปลอบประโลมและเติมความชุ่มชื้นค่ะ
ระยะห่างระหว่างรอบก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญค่ะ โดยทั่วไป เลเซอร์ Picosecond อย่าง Picoway จะมีระยะห่างมาตรฐานอยู่ที่ 6-10 สัปดาห์ แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหา PIH การยืดระยะห่างออกไปให้ยาวขึ้น (8-12 สัปดาห์) เพื่อรอให้รอยดำจางลงก่อนจะเริ่มทำรอบถัดไปจะปลอดภัยกว่าค่ะ ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินและตัดสินใจตามแพทเทิร์นการฟื้นตัวของผิวคุณจะแม่นยำที่สุดค่ะ
การใช้ส่วนผสมเพื่อผิวขาวกระจ่างใส (เช่น Hydroquinone: ส่วนผสมไวท์เทนนิ่งทางการแพทย์ที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน แนะนำให้ใช้ภายใต้ใบสั่งยาของแพทย์, Azelaic Acid, Tranexamic Acid เป็นต้น) ควรปรึกษาแพทย์และค่อยๆ ทาหลังจากเกิด PIH แล้วจะปลอดภัยที่สุดค่ะ ไม่แนะนำให้ใช้ในช่วง 4 สัปดาห์แรกหลังทำเลเซอร์เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้

หากพบสัญญาณเหล่านี้ โปรดปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาอีกครั้งค่ะ
รอย PIH แทบจะไม่จางลงเลยแม้จะผ่านไป 6 เดือนแล้ว
รอยดำค่อยๆ เข้มขึ้น หรือแผ่ขยายเป็นวงกว้างขึ้น
มีรอยดำในลักษณะคล้ายกันเกิดขึ้นในบริเวณอื่นนอกเหนือจากจุดที่ทำหัตถการ
มีอาการคัน, แสบร้อน หรือรอยแดงร่วมด้วยในบริเวณที่รอยดำเข้มขึ้น
รอย PIH มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากทำหัตถการในรอบต่อๆ ไป
หากมีสัญญาณดังกล่าวข้างต้นตั้งแต่ 1 ข้อขึ้นไป อาจไม่ใช่แค่ PIH ทั่วไป แต่อยู่ในภาวะที่มีโรคเม็ดสีอื่นๆ ร่วมด้วย (เช่น Melasma: ฝ้า ซึ่งเป็นโรคเม็ดสีเรื้อรังที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากฮอร์โมนและรังสียูวี, รอยดำจากการแพ้ยา เป็นต้น) แพทย์จะตรวจวินิจฉัยประเภทของเม็ดสีอย่างแม่นยำ เพื่อวางแผนการรักษาและการใช้ยาทาเฉพาะจุดในขั้นตอนต่อไปค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. หากเกิด PIH แล้ว ต้องเลื่อนการทำเลเซอร์รอบถัดไปออกไปไหมคะ?
A. โดยส่วนใหญ่แล้วควรเลื่อนค่ะ หากเริ่มทำรอบถัดไปก่อนที่รอย PIH จะจางลง เม็ดสีอาจจะเกาะตัวแน่นและอยู่ได้นานขึ้น การยืดระยะห่างจาก 6-8 สัปดาห์ เป็น 8-12 สัปดาห์เพื่อให้ผิวได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่จึงปลอดภัยกว่าค่ะ สำหรับระยะห่างที่แน่นอน แพทย์จะประเมินจากระดับความเข้มของเม็ดสีและอัตราการฟื้นตัวของผิวคุณค่ะ
Q. มีรอยสีขาวเหลืออยู่ แบบนี้เป็นอาการ PIH ด้วยไหมคะ?
A. รอยสีขาวคืออาการ Hypopigmentation: ภาวะเม็ดสีลดลง ซึ่งเป็นสภาวะที่ขาดเมลานินชั่วคราว ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงในทิศทางตรงกันข้ามกับ PIH ค่ะ อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้เมื่อใช้พลังงานเลเซอร์สูงเกินไป หรือเกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงในขั้นตอนการฟื้นตัว โดยปกติแล้วจะฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้เองภายใน 3-6 เดือน แต่หากอาการยังคงอยู่นานกว่า 1 ปี ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ
Q. หลังทำเลเซอร์แล้ว สามารถใช้สกินแคร์ไวท์เทนนิ่งได้ทันทีเลยไหมคะ?
A. โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้ในช่วง 4 สัปดาห์แรกหลังทำเลเซอร์เพราะอาจทำให้ระคายเคืองได้ค่ะ เพื่อความปลอดภัย ควรค่อยๆ เริ่มใช้หลังจากที่เกิด PIH ไปแล้ว (โดยปกติคือช่วงสัปดาห์ที่ 2-6) ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และสำหรับการใช้ส่วนผสมไวท์เทนนิ่งทางการแพทย์ (เช่น Hydroquinone) ควรได้รับใบสั่งยาจากแพทย์เพื่อเริ่มใช้งานอย่างถูกต้องค่ะ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ผิว
ผลัดเซลล์ผิวและทำ 딥클렌징 (deep cleansing) บ่อยแค่ไหนตามสภาพผิวของแต่ละคน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคะ
เวลาผิวเป็นขุยหลายคนมักคิดว่าต้องยิ่งขัดออก แต่จริงๆ แล้วมักมีสาเหตุมาจากการขาดความชุ่มชื้นค่ะ เราได้รวบรวมสัญญาณเตือนและพฤติกรรมของผิวแต่ละประเภทมาให้แล้วค่ะ

ผิว
Potenza ทำครั้งเดียว VS ทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ผลลัพธ์ในการลดรอยแผลเป็นและกระชับรูขุมขนจะแตกต่างกันแค่ไหน
สำหรับหัตถการกลุ่ม RF Microneedling ปกติแล้วแนะนำให้ทำเดือนละ 1 ครั้งอย่างต่อเนื่องค่ะ วันนี้เราได้รวบรวมการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้ง พร้อมเกณฑ์การเลือกสูตรที่เหมาะกับผิวคุณมาให้แล้วค่ะ

ผิว
ก่อนทำหัตถการ ควรเลิกดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนล่วงหน้ากี่วันดีนะวันไหนดีนะ
แอลกอฮอล์ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดและรอยช้ำ ส่วนคาเฟอีนจะส่งผลต่อการเต้นของหัวใจและความตึงเครียดของร่างกายค่ะ ยิ่งเป็นหัตถการที่มีการลุกล้ำผิว (invasive procedure) มากเท่าไหร่ แนะนำให้งดเว้นให้รวดเร็วและยาวนานขึ้นเพื่อให้ปลอดภัยที่สุดค่ะ

ผิว
หลังทำ Oligio X ได้ 1 เดือน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เมื่อไหร่และเป็นอย่างไรคะและเป็นอย่างไรบ้าง
การทำทรีตเมนต์ด้วย Monopolar RF จะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ และนี่คือสรุปการเปลี่ยนแปลงที่จะสังเกตเห็นได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 1, สัปดาห์ที่ 2, 1 เดือน และ 3 เดือนค่ะ

ผิว
3 เกณฑ์ในการพิจารณาว่า Thermage FLX เหมาะกับผิวของคุณหรือไม่ มีอะไรบ้าง
ไม่มีโปรแกรมการรักษาไหนที่เหมาะกับทุกคนหรอกค่ะ! มาลองทำเช็กลิสต์ด้วยตัวเองกันดีกว่าว่าคุณเหมาะกับ Thermage FLX หรือไม่ โดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ บริเวณที่ต้องการทำ, ตารางเวลาของคุณ และสภาพร่างกายค่ะ

ผิว
ระยะเวลาเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ Duoderm และ Medifoam — ควรเปลี่ยนทุกๆ กี่วันดีนะ
ต้องเปลี่ยนแผ่นแปะกันน้ำ (습윤밴드) ทุกๆ กี่วันดี? เจาะลึกเวลาที่ควรเปลี่ยน Duoderm (Hydrocolloid) และ Medifoam (Foam), 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้องเปลี่ยนได้แล้ว, พร้อมวิธีรับมือเมื่อสีของน้ำเหลืองดูผิดปกติ




![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
