รู้ไหมว่าดูแลผิดวิธีทำให้รอยดำอยู่นานขึ้น? รวมเข้าใจผิดที่ทำให้ PIH แย่ลง พร้อมวิธีรับมือที่ได้ผล
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หนึ่งในผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มลบรอยสักด้วย เลเซอร์พิโกวินาที (picosecond laser)* เช่น Picoway: เลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานในช่วงเวลาที่สั้นมากเพื่อทำลายโมเลกุลน้ำหมึกให้แตกตัว โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าสามารถบดละเอียดเม็ดสีได้ดีกว่าเลเซอร์กลุ่ม nanosecond และมีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังทำต่ำกว่า ก็คือการเกิดรอยดำคล้ำขึ้นบริเวณที่ทำเลเซอร์ครับ หลายคนอาจจะรู้สึกตกใจเพราะรอยสักสีดำเพิ่งจะจางไป แต่กลับมีเม็ดสีอื่นเข้มขึ้นมาแทน
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับว่า สาเหตุหลักของการเกิดรอยดำหลังลบรอยสักก็คือ PIH (ภาวะรอยดำหลังการอักเสบ) ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาการอักเสบในบริเวณที่ทำเลเซอร์ไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี (melanocytes) ครับ โดยทั่วไปรอยดำนี้จะค่อยๆ จางลงเองตามธรรมชาติภายใน 3-6 เดือน ซึ่งเราสามารถลดการเกิดรอยดำนี้ได้ด้วย 3 วิธีง่ายๆ คือ การหลบแดด, การปลอบประโลมผิว และการปรับระยะเวลาการทำเลเซอร์ในแต่ละรอบให้เหมาะสมครับ
ข้อมูลในบทความนี้ได้รับการรวบรวมและเรียบเรียงโดย Beautystone Clinic เพื่ออธิบายทีมบริการรักษารอยสักของเราครับ
รอยดำที่เกิดขึ้นไม่ใช่หมึกที่ยังเหลืออยู่ แต่เป็นเม็ดสีเมลานินที่เพิ่มขึ้นต่างหากครับ
หากมีรอยสีน้ำตาลหรือสีเทาปนน้ำตาลเกิดขึ้นบริเวณที่เลเซอร์ภายในไม่กี่วันหรือสัปดาห์หลังลบรอยสัก หลายคนมักเข้าใจผิดว่าสีหมึกยังลบออกไม่หมด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตามรายงานทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับรอยดำหลังการอักเสบที่เผยแพร่บน PMC ระบุว่า กลไกหลักของ PIH คือการกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี ส่งผลให้มีการสะสมเม็ดสีเมลานินมากเกินปกติในชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นแยกจากสีหมึกรอยสักที่ยังหลงเหลืออยู่ครับ การกระตุ้นด้วยพลังงานความร้อนจากเลเซอร์จะส่งผลให้เซลล์สร้างเม็ดสีตื่นตัวและผลิตเมลานินออกมาอย่างต่อเนื่องในอีก 1-4 สัปดาห์ถัดมา เมื่อสะสมในชั้นหนังกำพร้าจึงปรากฏให้เห็นเป็นรอยคล้ำขึ้นนั่นเองครับ
ยิ่งคนไข้มีโทนสีผิวที่เข้มขึ้นเท่าไหร่ ความเสี่ยงในการเกิด PIH ก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย และความเสี่ยงนี้จะเพิ่มขึ้นอีกหากทำเลเซอร์ถี่เกินไปหรือทำซ้ำก่อนที่ผิวจะฟื้นฟูเต็มที่ นอกจากนี้ สีของน้ำหมึก ความลึกของรอยสัก และการตอบสนองของเม็ดสีเมลานินเฉพาะบุคคล ล้วนส่งผลต่อการเกิดรอยดำนี้ทั้งสิ้นครับ

โดยทั่วไปรอยดำนี้จะค่อยๆ จางลงภายใน 3-6 เดือนครับ
ช่วงเวลา | การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็น | สิ่งสำคัญที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ |
|---|---|---|
หลังทำทันที - 2 สัปดาห์ | อาการบวมเล็กน้อย, มีสะเก็ด, รอยแดงชั่วคราว | ปลอบประโลมและเติมความชุ่มชื้น, ปล่อยให้สะเก็ดหลุดลอกเองตามธรรมชาติ |
2 - 6 สัปดาห์ | รอยดำ PIH อาจเริ่มปรากฏ (สีน้ำตาลถึงสีเทาอมน้ำตาล) | ป้องกันแสงแดดอย่างเข้มงวด, หลีกเลี่ยงการระคายเคืองผิว |
6 สัปดาห์ - 3 เดือน | ช่วงเวลาที่รอยดำ PIH จะเด่นชัดและเข้มที่สุด | ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกระจ่างใสเสริม (ภายใต้คำแนะนำของแพทย์) |
3 - 6 เดือน | รอยดำจะค่อยๆ จางลงทีละน้อย | ดูแลผิวตามกิจวัตรปกติต่อไป, ประเมินการทำเลเซอร์รอบถัดไป |
ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป | รอยดำส่วนใหญ่จางลงจนเข้าสู่สภาวะปกติ | ประเมินผิวเพื่อทำเลเซอร์เพิ่มเติมหรือสิ้นสุดการรักษา |
แม้ว่ารอยดำส่วนใหญ่จะจางลงได้เองภายใน 6 เดือน แต่ถ้าหากผิวโดนแดดบ่อยๆ หรือระยะห่างระหว่างการทำเลเซอร์สั้นเกินไป เม็ดสีอาจจับตัวถาวรและเฉยชาจนจางช้ากว่าปกติได้ครับ ดังนั้นเมื่อเริ่มสังเกตเห็นการเกิดรอยดำ การรีบปลอบประโลมผิวและทาครีมกันแดดเพื่อบล็อกการสร้างเม็ดสีทันทีจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก

การทาครีมกันแดดคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดครับ
ปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นให้รอยดำ PIH เข้มขึ้นและขยายตัวได้มากที่สุดคือรังสี UV ครับ เมื่อผิวโดนแสงแดด เซลล์สร้างเม็ดสีจะยิ่งทำงานหนักขึ้นส่งผลให้จุดด่างดำเข้มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์จะมีความบอบบางและไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษกว่าช่วงเวลาปกติครับ
คำแนะนำในการป้องกันแสงแดดหลังทำเลเซอร์:
ภายใน 1 สัปดาห์แรกหลังทำ — หลีกเลี่ยงการออกแดด หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก แนะนำให้เดินในที่ร่มและใช้อุปกรณ์บังแดด (หมวก, หน้ากากอนามัย) เป็นหลัก
1-4 สัปดาห์ — ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน และควรทาซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง
4 สัปดาห์ - 3 เดือน — ทาครีมกันแดด SPF 50 อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำเพื่อป้องกันเม็ดสีเข้มขึ้น
3 เดือนขึ้นไป — ทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวในชีวิตประจำวันตามปกติ
ครีมกันแดดหลอดที่เลือกใช้ ควรเป็นสูตร Physical (Mineral base) ที่อ่อนโยนและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อแผลเลเซอร์ และแนะนำให้หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สูตรที่ผสมน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์เข้มข้นจนถึง 4 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์ครับ

ลดความเสี่ยงต่อการเกิด PIH ด้วยการปลอบประโลมผิว เติมความชุ่มชื้น และปรับระยะห่างแต่ละรอบการเลเซอร์
อย่างที่อธิบายไปในตอนแรกครับว่า รอยดำ PIH มีจุดเริ่มต้นมาจากปฏิกิริยาการอักเสบ ดังนั้นยิ่งทำให้ผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์ฟื้นตัวเร็วขึ้นเท่าไหร่ โอกาสเกิดรอยดำก็น้อยลงเท่านั้น ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังทำเลเซอร์ ควรเน้นการทาสกินแคร์ประเภทปลอบประโลมผิว (soothing) และเติมความชุ่มชื้น (moisturizer) เบาๆ เป็นหลักครับ
นอกจากนี้ ระยะห่างของการทำแต่ละรอบก็เป็นตัวแปรสำคัญครับ โดยทั่วไปแล้วมาตรฐานของการเลเซอร์ด้วยเครื่อง Picoway จะอยู่รอบละ 6-10 สัปดาห์ แต่สำหรับท่านที่มีรอยดำ PIH ขึ้นชัดเจน แนะนำให้ยืดระยะห่างออกไปเป็น 8-12 สัปดาห์ เพื่อให้รอยดำจางลงก่อนแล้วค่อยทำเลเซอร์รอบถัดไปจะปลอดภัยกับผิวมากกว่า ทั้งนี้ควรปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลเพื่อประเมินและปรับรอบตามการฟื้นตัวของผิวเฉพาะบุคคลจะดีที่สุดครับ
สำหรับการใช้ส่วนผสมเพื่อผิวขาวกระจ่างใส (เช่น Hydroquinone*: สารกลุ่มไวท์เทนนิ่งทางการแพทย์ที่ช่วยยับยั้งการผลิตเมลานิน แนะนำให้ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์, Azelaic acid, Tranexamic acid เป็นต้น) ควรปรึกษาแพทย์และเริ่มใช้หลังจากที่รอยดำ PIH ได้ก่อตัวขึ้นแล้วอย่างระมัดระวัง ไม่แนะนำให้ใช้ทันทีในเวลา 4 สัปดาห์แรกหลังทำเลเซอร์อย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะไปกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองผิวเพิ่มขึ้นได้ครับ

หากสังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ แนะนำให้รีบเข้ามาปรึกษาแพทย์โดยด่วนครับ
รอยดำ PIH ไม่จางลงเลยแม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 6 เดือนแล้ว
จุดด่างดำเริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ หรือวงกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
มีรอยดำในลักษณะคล้ายกันเกิดขึ้นในบริเวณอื่นที่ไม่ได้ทำเลเซอร์
บริเวณที่เป็นรอยเข้มมีอาการคัน แสบ หรือมีผื่นแดงเต่งตึงร่วมด้วย
ยิ่งทำเลเซอร์รอบถัดไป รอยดำ PIH ยิ่งทวีความรุนแรงและเข้มขึ้นเรื่อยๆ
หากคุณพบสัญญาณเตือนข้างต้นอย่างน้อย 1 ข้อขึ้นไป อาจไม่ใช่แค่ภาวะ PIH ธรรมดา แต่อาจเกิดปัญหาเม็ดสีอื่นๆ ร่วมด้วย (เช่น Melasma (ฝ้า)*: ฝ้าเรื้อรังที่มีปัจจัยกระตุ้นหลักจากฮอร์โมนและแสงแดด หรือรอยดำจากการตอบสนองของยา เป็นต้น) แพทย์จำเป็นต้องตรวจและวิเคราะห์ขนิดของเม็ดสีอย่างแม่นยำ เพื่อที่จะได้ปรับแผนการเลเซอร์รวมทั้งปรับยาทาเฉพาะที่ได้อย่างถูกต้องครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. รอยดำเข้มขึ้นกว่าเดิม แบบนี้คือทำเลเซอร์ผิดวิธีหรือเปล่าคะ?
A. การที่รอยดำ PIH เข้มที่สุดในช่วง 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือน ถือเป็นกระบวนการปกติของ PIH ไม่ได้แปลว่าการทำเลเซอร์ผิดพลาดครับ ส่วนใหญ่รอยดำจะค่อยๆ จางลงในช่วง 3-6 เดือนถัดมา แต่หากผ่านไปแล้ว 6 เดือนยังไม่จางลงหรือขยายวงกว้างขึ้น ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ครับ
Q. หากเริ่มมีรอยดำ PIH ควรงดหรือเลื่อนการทำเลเซอร์รอบถัดไปออกไปก่อนไหมคะ?
A. โดยส่วนใหญ่แนะนำให้เลื่อนครับ หากดื้อทำเลเซอร์รอบต่อไปในขณะที่รอยดำ PIH ยังไม่จางลง อาจจะยิ่งกระตุ้นให้เม็ดสีนั้นฝังลึกและใช้เวลารักษานานขึ้นไปอีก การเลื่อนระยะห่างจากเดิม 6-10 สัปดาห์ ออกไปเป็น 8-12 สัปดาห์ จะช่วยให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวอย่างเต็มที่และปลอดภัยกว่าครับ โดยระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดแพทย์จะเป็นผู้ช่วยประเมินจากความเข้มของรอยดำและการฟื้นตัวของผิวของคนไข้ในตอนนั้นครับ
Q. มีรอยด่างขาวเล็กๆ ขึ้นหลังจากเลเซอร์ แบบนี้คือรอยดำ PIH หรือเปล่าคะ?
A. รอยด่างขาวคืออาการที่เรียกว่า Hypopigmentation*: ภาวะที่เม็ดสีเมลานินเกิดการสูญเสียชั่วคราว ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตรงข้ามกับการเกิดรอยดำ PIH ครับ มักเกิดจากการใช้ค่าพลังงานที่สูงเกินไปหรือผิวระคายเคืองหนักในช่วงพักฟื้น ปกติแล้วจะค่อยๆ กลับคืนมาเป็นสีผิวปกติภายใน 3-6 เดือน แต่หากไม่ดีขึ้นและเป็นมานานกว่า 1 ปี ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาครับ
Q. หลังจากทำเลเซอร์ลบรอยสัก สามารถใช้สกินแคร์ประเภทไวท์เทนนิ่งได้ทันทีเลยไหมคะ?
A. ไม่แนะนำให้ใช้ภายใน 4 สัปดาห์แรกเนื่องจากอาจเลเซอร์แล้วผิวอาจระคายเคืองได้ง่ายครับ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์และเริ่มทาหลังจากมีรอยดำ PIH ก่อตัวชัดเจนแล้ว (มักเริ่มที่ช่วงสัปดาห์ที่ 2-6) และค่อยๆ ทาเพื่อปรับสภาพผิวอย่างอ่อนโยน ส่วนยารักษาตรงจุดทางการแพทย์ (เช่น Hydroquinone*) ควรใช้ตามใบสั่งยาจากแพทย์ผู้รักษาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ
บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่านเพิ่มเติม
ใครที่คิดจะลบรอยสักสี (Color tattoo) มาฟังเหตุผลจริงๆ ว่าทำไมถึงต้องอาศัยจำนวนครั้งที่มากกว่า
ลบรอยสักมินิมอล/ตัวอักษร ไม่เจ็บแถมง่ายกว่าที่คิด.. ลืมความกลัวไปได้เลยครับ
ลบรอยสักด้วยเลเซอร์ Picoway เฉลี่ยต้องทำกี่ครั้งถึงจะหายเกลี้ยง?
รีวิวลบรอยสักด้วย Picoway กับความจริงเบื้องหลังคำโฆษณาที่ว่า 'ทำ 3 ครั้งก็หมด'

ลบรอยสัก
제모하려는 자리에 점이나 문신, 흉터가 있으면 그 부분만 빼고 진행하게 되는 걸까요?
점과 문신과 흉터가 있는 부위의 레이저 제모 처리 방식을, 멜라닌을 표적으로 삼는 선택적 광열분해 원리와 실제 증례 보고를 근거로 자리별로 나눠 정리했어요.

ผิว
작년 여름에 쓰다 남은 선크림, 올해 다시 꺼내 써도 차단력은 그대로 남아 있을까요?
작년에 쓰다 남은 선크림을 올해 다시 써도 되는지, 유통기한과 개봉 후 사용기간의 차이와 차단 성분이 변하는 이유를 근거로 정리했어요.

ผู้ชาย
ตุ่มเล็ก ๆ หลังทำ Potenza แบบไหนปกติ แบบไหนควรพบแพทย์
หลังทำ Potenza แล้วมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นมา ลองแยกจากจังหวะที่ขึ้น หน้าตาของตุ่ม และอาการร่วม พร้อมสัญญาณที่ควรรีบปรึกษาแพทย์และวิธีดูแลผิวช่วงนั้น

ผิว
ฉีด Sculptra แล้วทำฟันได้ตอนไหน? ระยะห่างที่ควรรู้
ฉีด Sculptra แล้วขูดหินปูนหรือถอนฟันได้ตอนไหน? มาดูเหตุผลที่ควรเว้นระยะ ลำดับที่แนะนำ และสิ่งที่ควรสังเกตหากตารางทับกันไปแล้วค่ะ

ผิว
รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster จะจางหายภายในกี่วัน?
รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster เกิดขึ้นได้จากสองกลไกที่แตกต่างกัน บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์การจางหาย และสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์

ผิว
ล้างหน้าหลังออกกำลังกาย ควรรอให้ผิวเย็นก่อนหรือล้างทันทีดีกว่า?
หลังออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกเยอะ หลายคนสงสัยว่าควรล้างหน้าทันทีหรือรอให้ผิวเย็นลงก่อน บทความนี้จะไขข้อสงสัยพร้อมแนะนำวิธีล้างหน้าที่ถูกต้องค่ะ



