อธิบายความต่างของตุ่มอักเสบและไม่อักเสบ โปรโตคอลนวด 5 วัน และวิธีพิจารณาจำนวนครั้ง อิงหลักการแพทย์
เผยแพร่แล้ว
อัปเดตแล้ว

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
เวลาที่สาวๆ ไปปรึกษาเรื่อง Sculptra มักจะเคยได้ยินคุณหมอเตือนเรื่องผลข้างเคียงอย่าง "การเกิดตุ่มนูน หรือ ก้อนนูน (nodule)" อย่างน้อยสักครั้งใช่ไหมคะ? คำนี้แทบจะไม่ค่อยได้ยินในฟิลเลอร์ตัวอื่นเลย ทำให้ตอนแรกอาจจะนึกภาพไม่ออก และกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ลังเลก่อนตัดสินใจทำ
ขอสรุปให้ฟังสั้นๆ ก่อนเลยครับว่า ตุ่มนูนจาก Sculptra นีก็คือการเกาะตัวกันเป็นก้อนเล็กๆ ของอนุภาค PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ที่กระจายตัวไม่สม่ำเสมอในบริเวณที่ฉีดนั่นเอง ซึ่งหลังทำเสร็จ เราสามารถลดความเสี่ยงนี้ได้ง่ายๆ ด้วย 3 ปัจจัยหลักคือ การนวดหน้า, ระดับความลึกในการฉีด และระยะห่างในแต่ละรอบครับ ถึงแม้จะเกิดตุ่มนูนขึ้นมาจริง ส่วนใหญ่ก็มักจะค่อยๆ หายไปได้เองตามธรรมชาติ หรือสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีทางการแพทย์ครับ
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการรักษาของ Beautystone Clinic ครับ
ตุ่มนูน Sculptra เกิดจากการเกาะตัวกันของอนุภาค PLLA* ครับ
Sculptra ไม่ใช่ฟิลเลอร์ประเภทที่จะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มให้เห็นผลทันทีหลังทำนะครับ แต่เป็นตัวช่วยกระตุ้นคอลลาเจน โดยมี PLLA*: Poly-L-Lactic Acid ซึ่งเป็นพอลิเมอร์สังเคราะห์ที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ทำหน้าที่ช่วยเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวคู่แท้ (Dermis) โดยตัวยาจะค่อยๆ กระจายตัวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนอย่างช้าๆ ผลลัพธ์จึงไม่ได้เห็นปึ๊บปั๊บในครั้งเดียว แต่จะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ภายในเวลา 3-6 เดือนครับ
แต่ปัญหาคือ หากอนุภาค PLLA เข้าไปสะสมในจุดใดจุดหนึ่งเข้มข้นเกินไป หรือกระจายตัวได้ไม่ดีพอ ก็อาจก่อให้เกิดก้อนเล็กๆ (ตุ่มนูน) ในจุดนั้นได้ครับ โดยทั่วไปมักจะไม่สามารถคลำเจอได้ในช่วงแรก แต่จะเริ่มรู้สึกได้หลังผ่านไปหลายเดือนจนถึง 1 ปี โดยส่วนใหญ่ตุ่มนูนจะอยู่ลึกในชั้นผิว ทำให้มองไม่เห็นจากภายนอก แต่ถ้าลองใช้มือลูบและคลำดูจะรู้สึกเหมือนเป็นเม็ดทรายหรือก้อนเล็กๆ ครับ

ตุ่มนูนมี 2 ประเภท — ชนิดไม่มีอาการอักเสบ vs ชนิดอักเสบ
ประเภท | ช่วงเวลาที่เกิด | ลักษณะเด่น | การดูแลเบื้องต้น |
|---|---|---|---|
ตุ่มนูนชนิดไม่อักเสบ | 3~12 เดือนหลังทำ | ไม่เจ็บ รู้สึกได้เมื่อสัมผัสหรือคลำดูเท่านั้น | รอให้ย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติ หรือรักษาด้วยหัตถการหากจำเป็น |
ตุ่มนูนชนิดอักเสบ | เกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้หลังทำ | มีอาการเจ็บ บวม หรือแดงร่วมด้วย | เข้าพบแพทย์ทันที เพื่อพิจารณารับยาปฏิชีวนะหรือสเตียรอยด์ |
ตุ่มนูนชนิดไม่อักเสบ มีสาเหตุหลักมาจากการจับตัวกันของอนุภาค PLLA จะไม่มีอาการเจ็บหรือบวมเลยครับ ต้องลองจับหรือกดคลำดูถึงจะรู้ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป PLLA จะย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติและก้อนจะค่อยๆ ยุบลง ส่วนตุ่มนูนชนิดอักเสบ จะเกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันหรือการติดเชื้อร่วมด้วย จึงมีอาการเจ็บ บวม แดง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาที่ต่างออกไปจากชนิดแรกครับ

การนวดหน้าและระดับความลึกในการฉีด ช่วยลดความเสี่ยงได้มากเลยครับ
เป็นที่ทราบกันดีว่าการนวดหน้าหลังทำหัตถการจะช่วยกระจายอนุภาค PLLA ได้ดีเยี่ยม ช่วยลดโอกาสการเกิดตุ่มก้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้แต่สมาคมผิวหนังอย่าง AAD ก็แนะนำว่าควรนวดหน้าอย่างสม่ำเสมอหลังทำครับ (※ ลิงก์นี้เป็นการแนะนำการดูแลทั่วไป — สำหรับโปรโตคอลการนวดหน้าของ Sculptra แนะนำให้อ้างอิงตามคู่มือของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและคำแนะนำการใช้งาน IFU จากผู้ผลิตเป็นหลักนะครับ)
ขั้นตอนการนวดแบบง่ายๆ ที่แนะนำ:
ทันทีหลังทำ 5 นาที — คุณหมอจะช่วยนวดเพื่อกระจายตัวยาให้ในบริเวณที่ฉีด
5 วันหลังทำ — ให้หมั่นนวดครั้งละ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง (นวดเบาๆ เป็นวงกลม)
สัปดาห์ที่ 1~2 — นวดหน้าเบาๆ เป็นประจำทุกวัน
หากคลำเจอตุ่มก้อน — ให้นวดเน้นเฉพาะบริเวณนั้นเพิ่มเติมได้เลยครับ
การนวดหน้าโดยทั่วไปจะเน้นใช้นิ้วกดและหมุนเป็นวงกลมเบาๆ บริเวณที่ทำครับ ไม่ควรออกแรงกดแรงเกินไปเพราะอาจทำให้ตำแหน่งของ PLLA เคลื่อนที่ได้ เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้นวดตามคำแนะนำของคุณหมอดีที่สุดครับ

การเว้นระยะห่างในการทำและปริมาณยาก็เป็นสิ่งสำคัญครับ
อย่างที่บอกไปข้างต้นนะครับว่า หากใส่ PLLA เข้มข้นในจุดเดียวมากเกินไป จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดตุ่มนูน ดังนั้น การแบ่งมาทำทีละนิดห่างกันรอบละ 6-8 สัปดาห์ จึงเป็นวิธีที่นิยมมากกว่าการอัดฉีดปริมาณมากๆ ในครั้งเดียวครับ เพราะจะช่วยให้ร่างกายมีเวลาสร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่ และคุณหมอจะสามารถเก็บรายละเอียดเฉพาะส่วนที่ยังขาดในรอบถัดไปได้ ทำให้ปลอดภัยจากตุ่มก้อนด้วยครับ
แพลนการเข้ารับบริการทั่วไป:
ครั้งที่ 1 รอผล 8 สัปดาห์ → เพื่อประเมินผิวและฉีดครั้งที่ 2 ในส่วนที่ยังขาด
ครั้งที่ 2 รอผล 8 สัปดาห์ → ประเมินเพื่อดูว่าต้องเก็บรายละเอียดเพิ่มไหม
โดยปกติทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง ผลลัพธ์จะเข้าที่และอยู่ตัวที่สุดครับ
การฉีดกระตุ้นซ้ำ (Maintenance) มักจะทำทุกๆ 1-2 ปีครับ
ทั้งนี้จำนวนครั้งของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปตามอัตราการสร้างคอลลาเจน, บริเวณที่ฉีด และความหย่อนคล้อยของผิวเดิมครับ การร่วมพูดคุยและประเมินผลกับคุณหมอทุกๆ 8 สัปดาห์ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยปังและปลอดภัยห่างไกลตุ่มนูนที่สุดครับ

หากมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ แนะนำรีบปรึกษาคุณหมอทันทีนะครับ
คลำเจอก้อนเนื้อบริเวณที่ฉีด ร่วมกับอาการเจ็บ แดง หรือรู้สึกร้อนๆ (สงสัยว่าอาจเป็นตุ่มนูนชนิดอักเสบ)
ตุ่มก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ หรือเริ่มเปลี่ยนสี
มีอาการบวมแดงหรือเห่อร้อนเฉียบพลันหลังทำไม่กี่วันหรือสัปดาห์
ผิวหนังบริเวณที่เกิดตุ่มมีสีเข้มขึ้นหรือลอกเป็นขุย
ผ่านมาเกิน 1 ปีแล้ว แต่ตุ่มก้อนก็ยังคลำเจอได้ชัดเจนเท่าเดิมไม่มีการยุบตัวลงเลย
หากมีอาการตรงกับข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น อาจไม่ใช่ตุ่มนูนชนิดไม่อักเสบตามปกติทั่วไปแล้วครับ จำเป็นต้องให้คุณหมอช่วยตรวจประเมินอย่างละเอียด สำหรับตุ่มอักเสบนั้น ปกติแล้วคุณหมอจะแนะนำให้รักษาเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การทานยาปฏิชีวนะ, ยาสเตียรอยด์ หรือในเคสที่พบได้น้อยมากอาจต้องใช้วิธีผ่าตัดเล็กออกครับ ส่วนตุ่มนูนธรรมดาก็สามารถรักษาให้ยุบลงได้เช่นกัน (เช่น การฉีดสเตียรอยด์เฉพาะจุด) ดังนั้น อย่าเพิ่งเดาอาการเอาเอง ปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญปลอดภัยที่สุดครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ตุ่มนูนนี้จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตเลยไหมคะ?
A. ส่วนใหญ่ไม่เป็นแบบนั้นครับ เพราะ PLLA เป็นสารพอลิเมอร์สังเคราะห์ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายในระยะเวลา 18-24 เดือน ซึ่งตุ่มนูนก็จะค่อยๆ ยุบและหายไปตามกระบวนการนี้ด้วยครับ แต่หากรู้สึกรำคาญใจ คลำเจอแล้วไม่สบายใจ หรือมีผลต่อรูปลักษณ์ในช่วงปีแรก สามารถปรึกษาคุณหมอเพื่อช่วยทำการรักษาให้ยุบเร็วขึ้นได้ครับ โอกาสที่จะเหลือเป็นก้อนถาวรนั้นพบได้น้อยมากครับ
Q. ถ้าลืมนวดหน้าช่วงแรกๆ ต้องทำยังไงดีครับ?
A. ช่วง 5 วันแรกหลังทำ ถือเป็นช่วง Golden Time ที่สำคัญที่สุดในการนวดหน้าเพื่อป้องกันการเกิดก้อนครับ หากลืมหรือไม่ได้นวดในช่วงนี้ แนะนำให้แจ้งคุณหมอให้ทราบในการติดตามผล เพื่อที่คณหมอจะได้ช่วยแนะนำวิธีนวดกระตุ้นเพิ่มเติม หรือวางแผนนัดหมายเช็กอาการอย่างเหมาะสมครับ หากเวลาผ่านไปนานแล้ว แนะนำให้ไปให้คุณหมอประเมินผิวก่อนนวดเองจะดีกว่านะครับ
Q. สามารถฉีดพร้อมกับฟิลเลอร์ตัวอื่นในบริเวณเดียวกันได้ไหม?
A. โดยทั่วไปไม่แนะนำให้ทำพร้อมกันในจุดเดียวกันครับ เนื่องจาก Sculptra เป็นหัตถการที่ช่วยค่อยๆ กระตุ้นสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ หากฉีดร่วมกับฟิลเลอร์ตัวอื่นในบริเวณเดียวกันและเวลาเดียวกัน จะทำให้ประเมินผลลัพธ์ได้ยาก และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการจับตัวเป็นก้อนได้ด้วยครับ แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ หรือแยกฉีดคนละบริเวณจะปลอดภัยกว่าครับ
บทความที่น่าสนใจ

ลบรอยสัก
제모하려는 자리에 점이나 문신, 흉터가 있으면 그 부분만 빼고 진행하게 되는 걸까요?
점과 문신과 흉터가 있는 부위의 레이저 제모 처리 방식을, 멜라닌을 표적으로 삼는 선택적 광열분해 원리와 실제 증례 보고를 근거로 자리별로 나눠 정리했어요.

ผิว
작년 여름에 쓰다 남은 선크림, 올해 다시 꺼내 써도 차단력은 그대로 남아 있을까요?
작년에 쓰다 남은 선크림을 올해 다시 써도 되는지, 유통기한과 개봉 후 사용기간의 차이와 차단 성분이 변하는 이유를 근거로 정리했어요.

ผู้ชาย
ตุ่มเล็ก ๆ หลังทำ Potenza แบบไหนปกติ แบบไหนควรพบแพทย์
หลังทำ Potenza แล้วมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นมา ลองแยกจากจังหวะที่ขึ้น หน้าตาของตุ่ม และอาการร่วม พร้อมสัญญาณที่ควรรีบปรึกษาแพทย์และวิธีดูแลผิวช่วงนั้น

ผิว
ฉีด Sculptra แล้วทำฟันได้ตอนไหน? ระยะห่างที่ควรรู้
ฉีด Sculptra แล้วขูดหินปูนหรือถอนฟันได้ตอนไหน? มาดูเหตุผลที่ควรเว้นระยะ ลำดับที่แนะนำ และสิ่งที่ควรสังเกตหากตารางทับกันไปแล้วค่ะ

ผิว
รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster จะจางหายภายในกี่วัน?
รอยเข็มและรอยฟกช้ำหลัง Skin Booster เกิดขึ้นได้จากสองกลไกที่แตกต่างกัน บทความนี้อธิบายไทม์ไลน์การจางหาย และสัญญาณที่ควรปรึกษาแพทย์

ผิว
ล้างหน้าหลังออกกำลังกาย ควรรอให้ผิวเย็นก่อนหรือล้างทันทีดีกว่า?
หลังออกกำลังกายแล้วเหงื่อออกเยอะ หลายคนสงสัยว่าควรล้างหน้าทันทีหรือรอให้ผิวเย็นลงก่อน บทความนี้จะไขข้อสงสัยพร้อมแนะนำวิธีล้างหน้าที่ถูกต้องค่ะ



