• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

เริ่มใช้เรตินอลครั้งแรกยังไงให้ไม่แสบไม่ลอก?

เริ่มใช้เรตินอลครั้งแรกยังไงให้ไม่แสบไม่ลอก?

เริ่มใช้เรตินอลครั้งแรกยังไงให้ไม่แสบไม่ลอก?

อาการแสบ ผิวลอกตอนเริ่มใช้เรตินอลมาจากอะไร? สรุปวิธีปรับความเข้มข้นและความถี่ ลดระคายเคือง

หลายคนเริ่มใช้เรตินอลครั้งแรกแล้วรู้สึกแสบหรือผิวลอกเป็นขุย จนคิดไปเองว่า "เอ๊ะ หรือนี่จะไม่เหมาะกับเรานะ" แล้วก็ล้มเลิกไปในเวลาเพียงไม่กี่วัน ทั้งที่เริ่มใช้เพราะได้ยินว่ามีประสิทธิภาพดีมาก แต่พอเจออาการระคายเคืองตั้งแต่แรกเริ่มก็ทำให้ลังเลที่จะใช้ต่อได้ง่ายๆ ค่ะ

ถ้าตอบสั้นๆ ก็คือ อาการระคายเคืองในช่วงแรกของการใช้เรตินอล ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาทั่วไปที่เกิดขึ้นในกระบวนการปรับตัวของผิวค่ะ ดังนั้น หากเราค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นและความถี่ในการใช้อย่างช้าๆ ก็จะช่วยลดอาการเหล่านี้และเริ่มต้นใช้ได้อย่างราบรื่น การเริ่มต้นด้วยความเข้มข้นต่ำๆ และเว้นระยะวันในการทา แทนที่จะโบกแบบเข้มข้นสูงๆ ทุกวันตั้งแต่แรก คือหัวใจสำคัญเลยค่ะ การรู้สาเหตุของอาการระคายเคืองและเคล็ดลับในการลดอาการจะช่วยให้คุณสามารถดูแลผิวได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ถอดใจไปกลางคัน

> บทความนี้จัดทำขึ้นโดยการรวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจองค่ะ

เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว คุณจะได้รับทราบเกี่ยวกับ

  • สาเหตุที่เรตินอลทำให้เกิอาการระคายเคือง

  • เคล็ดลับการลดอาการระคายเคืองเมื่อเริ่มใช้ครั้งแรก

  • สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์ผิวหนัง

  • ข้อดีและสิ่งที่ควรใส่ใจเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ

 

ทำไมเรตินอลถึงทำให้เกิดอาการระคายเคืองกันนะ

เรตินอลจัดอยู่ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid)* ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเร่งวงจรการผลัดเซลล์ผิว (turnover) ให้เร็วขึ้น เมื่อเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไปเร็วกว่าปกติและมีเซลล์ผิวใหม่ดันตัวขึ้นมา จึงอาจทำให้เกิดอาการแสบ แดง หรือผิวลอกเป็นขุยชั่วคราวได้ ซึ่งเรามักเรียกอาการนี้ว่า "ปฏิกิริยาช่วงปรับตัวของผิว" และเมื่อผิวเริ่มคุ้นชินแล้ว อาการเหล่านี้ก็จะค่อยๆ บรรเทาลงไปเองค่ะ

เรตินอยด์*: กลุ่มสารสกัดที่มาจากวิตามินเอ เรตินอลก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการผลัดเซลล์ผิวเพื่อตอบโจทย์การปรับสภาพผิวให้เนียนละเอียดและกระจ่างใสขึ้น

มีข้อมูลอ้างอิงยืนยันด้วยว่าอาการในช่วงเริ่มต้นนี้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากค่ะ จาก เอกสารทางการแพทย์ผิวหนังที่ระบุว่า เรตินอยด์ชนิดทาเฉพาะที่มักก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เช่น แสบ แห้ง ลอก แดง ในช่วงแรกของการใช้งาน แต่จะทุเลาลงได้หากลดความเข้มข้นและลดความถี่ในการทาลง พร้อมทั้งเตือนว่าผิวจะไวต่อแสงแดดมากขึ้น ซึ่งข้อมูลนี้ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนเลยค่ะว่าทำไมการเริ่มใช้อย่างช้าๆ ในตอนแรกจึงสำคัญมาก ดังนั้น แทนที่จะหยุดใช้ทันทีเมื่อมีอาการระคายเคือง แนะนำให้ลองปรับความถี่และความเข้มข้นลงเพื่อใช้ต่อไปจะดีกว่าค่ะ

레티놀이 각질 turnover를 높이는 구조레티놀 자극이 왜 생기는 걸까요

 

 

เคล็ดลับการลดอาการระคายเคืองเมื่อเริ่มใช้ครั้งแรก

ระดับการระคายเคืองของเรตินอลจะแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับว่าคุณเริ่มใช้อย่างไร หัวใจสำคัญคืออย่าเพิ่งใช้แบบแรงสุดโต่งตั้งแต่แรก แต่ให้ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปทีละสเต็ปค่ะ เรามาดูตารางเปรียบเทียบขั้นตอนในแต่ละช่วงกันเลยค่ะ

ระยะเวลา

ความถี่

หมายเหตุ

สัปดาห์ที่ 1~2

สัปดาห์ละ 2 ครั้ง (ความเข้มข้นต่ำ)

เริ่มใช้เพื่อดูการตอบสนองของผิวก่อนค่ะ

สัปดาห์ที่ 3~4

สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

เมื่ออาการแสบลดลง ให้ค่อยๆ เพิ่มความถี่ขึ้นทีละน้อย

หลังจาก 1 เดือน

วันเว้นวัน หรือ ทุกวัน

เมื่อผิวปรับตัวได้แล้ว ให้ค่อยๆ เพิ่มความถี่เต็มที่

วันที่ระคายเคืองมาก

พักผิว 1 วัน

อย่าฝืนทาต่อ และปล่อยให้ผิวมีเวลาฟื้นฟูตัวเองค่ะ

นอกจากนี้ การบีบใช้งทีละน้อยเพียงแค่ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว และทามอยส์เจอไรเซอร์ตามลงไปให้ชุ่มชื้นเพียงพอ จะช่วยลดอาการระคายเคืองได้ดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ และเนื่องจากเรตินอลทำให้ผิวไวต่อแสงแดด จึงควรทาเฉพาะเวลากลางคืน และห้ามลืมทาครีมกันแดดในตอนกลางวันเด็ดขาดนะคะ แม้จะมีอาการระคายเคืองบ้างในช่วงไม่กี่วันแรก แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงการปรับตัวตามปกติของผิวค่ะ ลองปรับลดความถี่ลงแล้วค่อยๆ ใช้ต่อไปอย่างใจเย็นนะคะ

처음 쓸 때 자극을 줄이는 요령

 

 

สัญญาณเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์ผิวหนังดีกว่าค่ะ

แม้ว่าอาการระคายเคืองในช่วงแรกส่วนใหญ่จะค่อยๆ หายไปเองตามกาลเวลา แต่สัญญาณบางอย่างอาจไม่ใช่แค่ปฏิกิริยาการปรับตัวทั่วไป และจำเป็นต้องได้รับการตรวจเช็กจากผู้เชี่ยวชาญค่ะ หากมีอาการดังต่อไปนี้ แนะนำให้หยุดทาและมาพบแพทย์ผิวหนังดีกว่าฝืนใช้ต่อนะคะ

  • มีอาการบวมแดงหรือมีน้ำเหลืองซึม — อาจไม่ใช่แค่ผิวลอกเป็นขุยธรรมดาๆ แล้วค่ะ

  • ผิวแดงจัดอย่างรุนแรงและไม่ทุเลาลง แม้จะพักผิวไปหลายวันแล้ว — อาจเป็นปฏิกิริยาที่เกินกว่าขีดจำกัดการระคายเคืองทั่วไป

  • มีผื่นคันเป็นเม็ดเล็กๆ กระจายวงกว้าง — อาจเป็นปฏิกิริยาแพ้ส่วนผสมอย่างรุนแรง

  • รู้สึกเจ็บแสบผิวมากขึ้นเรื่อยๆ — เป็นสัญญาณเตือนที่แตกต่างจากอาการปรับผิวทั่วไปอย่างสิ้นเชิงค่ะ

หากอาการระคายเคืองรุนแรงเกินไป หรือมีความผิดปกติที่ต่างไปจากเดิมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการดูแลที่เข้ากับผิวคุณจริงๆ จะปลอดภัยและอุ่นใจกว่าการลองปรับความเข้มข้นหรือวิธีใช้ด้วยตัวเองค่ะ

이런 신호는 피부과에 가는 게 좋아요

 

 

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เมื่อเราให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ส่วนผสมโฮมแคร์อย่างเรตินอล เราจะไม่เน้นย้ำให้คนไข้ใช้สารที่รุนแรงทันที แต่เราจะช่วยประเมินผิวเพื่อกำหนดความถี่และความเข้มข้นเริ่มต้นที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ เพราะถึงแม้จะเป็นส่วนผสมเดียวกัน แต่ความเร็วในการปรับตัวของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว (skin barrier) เราจึงช่วยชี้แจงให้คนไข้เข้าใจตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าอาการแค่ไหนคือการปรับตัวปกติ และอาการแบบไหนที่ต้องรีบมาพบแพทย์ ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดกะทัดรัด เดินทางสะดวกใกล้สถานีฮับจอง เราจึงสามารถดูแลเฝ้าติดตามปฏิกิริยาผิวของคนไข้ทุกท่านแบบตัวต่อตัว และร่วมประเมินแนวทางการรักษาไปพร้อมๆ กันได้อย่างใกล้ชิดค่ะ

왜 합정 뷰티스톤일까요

 

 

ข้อดีของการใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

เรตินอลไม่ใช่สกินแคร์ประเภทที่เห็นผลปุ๊บปั๊บในระยะสั้นๆ แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่องเพื่อให้ผิวค่อยๆ ปรับตัวค่ะ หากเราวาดกราฟแสดงการบรรเทาลงของอาการระคายเคืองในช่วงปรับตัว จะเห็นแนวโน้มเป็นประมาณนี้ค่ะ

사용 기간별 자극 정도 변화

นี่คือข้อดีและสิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำค่ะ

  • เติมความชุ่มชื้นให้เต็มที่ — เกราะป้องกันผิวต้องแข็งแรงก่อน อาการระคายเคืองจึงจะลดลงและส่งผลให้เรตินอลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

  • ทากลางคืน และปกป้องผิวด้วยกันแดดในตอนกลางวัน — เรตินอลทำให้ผิวไวต่อแสง ครีมกันแดดจึงเป็นคีย์หลักที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ

  • ใช้ความถี่ที่ผิวรับไหว ไม่ฝืน — วันไหนระคายเคืองมากให้พักผ่อนผิวบ้าง แล้วค่อยๆ เดินหน้าต่อในจังหวะของตัวเองค่ะ

  • หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับสารสกัดอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง — การทาร่วมกับส่วนผสมประเภทกรดผลไม้ (AHA/BHA) ในคราวเดียว อาจยิ่งทำให้ผิวระคายเคืองหนักขึ้นได้

อย่าเพิ่งใจร้อนไปกับอาการระคายเคืองในช่วงแรกนะคะ ค่อยๆ ใช้ไปอย่างเป็นระบบ ผิวจะเริ่มปรับตัวและคุณจะสังเกตเห็นผลลัพธ์ของผิวที่เนียนละเอียดและโทนผิวที่สว่างกระจ่างใสขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลทั่วไป สำหรับการประเมินสภาพผิวส่วนบุคคลและการรับมือกับอาการแพ้ แนะนำให้ปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อความปลอดภัยสูงสุดนะคะ

꾸준히 쓰며 챙기면 좋은 점

 

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. เพิ่งเริ่มใช้เรตินอลครั้งแรกแล้วผิวลอกเป็นขุย ควรใช้ต่อไหมคะ?

A. อาการผิวลอกเป็นขุยเล็กน้อยหรืออาการแสบยิบๆ ในช่วงแรก ส่วนใหญ่มักเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นระหว่างผิวปรับตัวค่ะ แนะนำให้ลองลดความถี่ในการทาลง เน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิวมากๆ อาการเหล่านั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นเองค่ะ แต่หากเริ่มมีอาการบวมแดงหรือมีน้ำเหลืองซึม ซึ่งเป็นอาการที่รุนแรงกว่าปกติ แนะนำให้หยุดใช้และเข้ามาให้แพทย์ผิวหนังตรวจเช็กจะดีที่สุดค่ะ

Q. จำเป็นต้องทาทุกวันถึงจะเห็นผลไหมคะ?

A. ไม่จำเป็นต้องทาทุกวันตั้งแต่เริ่มต้นค่ะ แนะนำให้เริ่มจากความเข้มข้นต่ำๆ สัปดาห์ละ 2 ครั้งก่อน เมื่อผิวเริ่มคุ้นชินแล้วจึงค่อยๆ เพิ่มความถี่ขึ้น การฝืนทาทุกวันตั้งแต่แรกอาจกระตุ้นให้ผิวระคายเคืองรุนแรงขึ้นเฉยๆ ค่ะ ค่อยๆ ปรับเพิ่มตามการตอบสนองของผิวจะปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ที่มั่นคงกว่าค่ะ

Q. ทากลางวันได้ไหมคะ?

A. เนื่องจากเรตินอลมีคุณสมบัติทำให้ผิวไวต่อแสงแดด จึงแนะนำให้ทาเฉพาะช่วงเวลากลางคืนจะดีที่สุดค่ะ และในตอนกลางวันต้องทาครีมกันแดดปกป้องผิวเสมอ หากละเลยการดูแลผิวจากรังสียูวี อาจทำให้ผิวระคายเคืองง่ายขึ้นหรือเกิดปัญหารอยดำตามมาได้ค่ะ

Q. ใช้ร่วมกับสกินแคร์ตัวอื่นได้ไหมคะ?

A. หากใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ระคายเคืองสูง เช่น สารกลุ่มกรด (AHA, BHA, Vitamin C เข้มข้น) พร้อมๆ กัน อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองรุนแรงขึ้นได้ค่ะ ในช่วงแรกแนะนำให้เน้นสกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นหลักแบบเจือจางก่อน เมื่อผิวปรับตัวได้ดีแล้วค่อยๆ ปรับสเต็ปการดูแลผิวเพิ่มเติมค่ะ หากคุณเป็นคนผิวแพ้ง่าย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อจัดคู่สกินแคร์ที่ปลอดภัยกับผิวคุณจะดีที่สุดค่ะ

 

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

울쎄라 프라임이 SMAS 근막층까지 열을 넣는다는 건 무슨 뜻이고 왜 리프팅에 중요할까요?

ยกกระชับ

Ultherapy PRIME ทำไมต้องลงลึกถึงชั้น SMAS ถึงจะยกกระชับได้จริง?

ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล

써마지가 그렇게 뜨거운데 어떻게 표피에는 화상을 남기지 않고 진피만 데울 수 있을까요?

ยกกระชับ

Thermage FLX ร้อนขนาดนั้น ทำไมผิวชั้นบนถึงไม่ไหม้?

หัวทำความเย็นของ Thermage FLX ปกป้องผิวชั้นบนยังไงขณะส่งความร้อนลงชั้นหนังแท้ พร้อมแนวทางดูแลจากโซล

포텐자 팁 종류가 여러 개라는데 각각 무엇이 다르고 내 피부엔 어떤 팁이 맞을까요?

ผิว

Potenza มีหัวทิปหลายแบบ แต่ละหัวต่างกันยังไง แล้วผิวเราเหมาะกับหัวไหน?

หัวทิปแต่ละแบบของ Potenza ต่างกันยังไง เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน ทั้งรูขุมขนและหลุมสิว พร้อมแนวทางดูแล

엘란세와 래디어스가 둘 다 콜라겐을 만든다는데 자극 방식과 유지 기간은 어떻게 다를까요?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Ellanse กับ Radiesse ต่างกันยังไง ทั้งที่ก็กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน?

Ellanse (PCL) กับ Radiesse (CaHA) ต่างกันที่ส่วนประกอบและวิธีกระตุ้นคอลลาเจน รวมถึงระยะเวลาอยู่ได้

레이저 토닝을 받고 나서 색소가 옅어지긴커녕 오히려 더 짙어 보이는 건 왜 그런 걸까요?

ผิว

เลเซอร์โทนนิงแล้วทำไมสีผิวถึงเข้มขึ้นหรือเป็นด่างชั่วคราว?

เลเซอร์โทนนิงหลังทำแล้วเห็นสีผิวเข้มขึ้นหรือเป็นด่าง ทำไมถึงเป็นแบบนี้ พร้อมวิธีดูแลและข้อควรระวัง

여름에 번들거리는데 속은 당기고 모공이 늘어져 보일 때, 스킨부스터는 어떤 걸 골라야 할까요?

ผิว

สกินบูสเตอร์สำหรับผิวมันหน้าร้อน เลือกตัวไหนดี?

หน้าร้อนผิวมันแต่ข้างในแห้ง เลือกสกินบูสเตอร์แบบไหนดี รวมชนิด จังหวะทำ และวิธีดูแลหลังทำ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1