อาการแสบ ผิวลอกตอนเริ่มใช้เรตินอลมาจากอะไร? สรุปวิธีปรับความเข้มข้นและความถี่ ลดระคายเคือง
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
หลายคนเริ่มใช้เรตินอลครั้งแรกแล้วรู้สึกแสบหรือผิวลอกเป็นขุย จนคิดไปเองว่า "เอ๊ะ หรือนี่จะไม่เหมาะกับเรานะ" แล้วก็ล้มเลิกไปในเวลาเพียงไม่กี่วัน ทั้งที่เริ่มใช้เพราะได้ยินว่ามีประสิทธิภาพดีมาก แต่พอเจออาการระคายเคืองตั้งแต่แรกเริ่มก็ทำให้ลังเลที่จะใช้ต่อได้ง่ายๆ ครับ
ถ้าตอบสั้นๆ ก็คือ อาการระคายเคืองในช่วงแรกของการใช้เรตินอล ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาทั่วไปที่เกิดขึ้นในกระบวนการปรับตัวของผิวครับ ดังนั้น หากเราค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นและความถี่ในการใช้อย่างช้าๆ ก็จะช่วยลดอาการเหล่านี้และเริ่มต้นใช้ได้อย่างราบรื่น การเริ่มต้นด้วยความเข้มข้นต่ำๆ และเว้นระยะวันในการทา แทนที่จะโบกแบบเข้มข้นสูงๆ ทุกวันตั้งแต่แรก คือหัวใจสำคัญเลยครับ การรู้สาเหตุของอาการระคายเคืองและเคล็ดลับในการลดอาการจะช่วยให้คุณสามารถดูแลผิวได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ถอดใจไปกลางคัน
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยการรวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจองครับ
เมื่ออ่านบทความนี้แล้ว คุณจะได้รับทราบเกี่ยวกับ
สาเหตุที่เรตินอลทำให้เกิอาการระคายเคือง
เคล็ดลับการลดอาการระคายเคืองเมื่อเริ่มใช้ครั้งแรก
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์ผิวหนัง
ข้อดีและสิ่งที่ควรใส่ใจเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ
ทำไมเรตินอลถึงทำให้เกิดอาการระคายเคืองกันนะ
เรตินอลจัดอยู่ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid)* ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเร่งวงจรการผลัดเซลล์ผิว (turnover) ให้เร็วขึ้น เมื่อเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไปเร็วกว่าปกติและมีเซลล์ผิวใหม่ดันตัวขึ้นมา จึงอาจทำให้เกิดอาการแสบ แดง หรือผิวลอกเป็นขุยชั่วคราวได้ ซึ่งเรามักเรียกอาการนี้ว่า "ปฏิกิริยาช่วงปรับตัวของผิว" และเมื่อผิวเริ่มคุ้นชินแล้ว อาการเหล่านี้ก็จะค่อยๆ บรรเทาลงไปเองครับ
เรตินอยด์*: กลุ่มสารสกัดที่มาจากวิตามินเอ เรตินอลก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการผลัดเซลล์ผิวเพื่อตอบโจทย์การปรับสภาพผิวให้เนียนละเอียดและกระจ่างใสขึ้น
มีข้อมูลอ้างอิงยืนยันด้วยว่าอาการในช่วงเริ่มต้นนี้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากครับ จาก เอกสารทางการแพทย์ผิวหนังที่ระบุว่า เรตินอยด์ชนิดทาเฉพาะที่มักก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เช่น แสบ แห้ง ลอก แดง ในช่วงแรกของการใช้งาน แต่จะทุเลาลงได้หากลดความเข้มข้นและลดความถี่ในการทาลง พร้อมทั้งเตือนว่าผิวจะไวต่อแสงแดดมากขึ้น ซึ่งข้อมูลนี้ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนเลยครับว่าทำไมการเริ่มใช้อย่างช้าๆ ในตอนแรกจึงสำคัญมาก ดังนั้น แทนที่จะหยุดใช้ทันทีเมื่อมีอาการระคายเคือง แนะนำให้ลองปรับความถี่และความเข้มข้นลงเพื่อใช้ต่อไปจะดีกว่าครับ


เคล็ดลับการลดอาการระคายเคืองเมื่อเริ่มใช้ครั้งแรก
ระดับการระคายเคืองของเรตินอลจะแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับว่าคุณเริ่มใช้อย่างไร หัวใจสำคัญคืออย่าเพิ่งใช้แบบแรงสุดโต่งตั้งแต่แรก แต่ให้ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปทีละสเต็ปครับ เรามาดูตารางเปรียบเทียบขั้นตอนในแต่ละช่วงกันเลยครับ
ระยะเวลา | ความถี่ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
สัปดาห์ที่ 1~2 | สัปดาห์ละ 2 ครั้ง (ความเข้มข้นต่ำ) | เริ่มใช้เพื่อดูการตอบสนองของผิวก่อนครับ |
สัปดาห์ที่ 3~4 | สัปดาห์ละ 3 ครั้ง | เมื่ออาการแสบลดลง ให้ค่อยๆ เพิ่มความถี่ขึ้นทีละน้อย |
หลังจาก 1 เดือน | วันเว้นวัน หรือ ทุกวัน | เมื่อผิวปรับตัวได้แล้ว ให้ค่อยๆ เพิ่มความถี่เต็มที่ |
วันที่ระคายเคืองมาก | พักผิว 1 วัน | อย่าฝืนทาต่อ และปล่อยให้ผิวมีเวลาฟื้นฟูตัวเองครับ |
นอกจากนี้ การบีบใช้งทีละน้อยเพียงแค่ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว และทามอยส์เจอไรเซอร์ตามลงไปให้ชุ่มชื้นเพียงพอ จะช่วยลดอาการระคายเคืองได้ดียิ่งขึ้นไปอีกครับ และเนื่องจากเรตินอลทำให้ผิวไวต่อแสงแดด จึงควรทาเฉพาะเวลากลางคืน และห้ามลืมทาครีมกันแดดในตอนกลางวันเด็ดขาดนะครับ แม้จะมีอาการระคายเคืองบ้างในช่วงไม่กี่วันแรก แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงการปรับตัวตามปกติของผิวครับ ลองปรับลดความถี่ลงแล้วค่อยๆ ใช้ต่อไปอย่างใจเย็นนะครับ

สัญญาณเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์ผิวหนังดีกว่าครับ
แม้ว่าอาการระคายเคืองในช่วงแรกส่วนใหญ่จะค่อยๆ หายไปเองตามกาลเวลา แต่สัญญาณบางอย่างอาจไม่ใช่แค่ปฏิกิริยาการปรับตัวทั่วไป และจำเป็นต้องได้รับการตรวจเช็กจากผู้เชี่ยวชาญครับ หากมีอาการดังต่อไปนี้ แนะนำให้หยุดทาและมาพบแพทย์ผิวหนังดีกว่าฝืนใช้ต่อนะครับ
มีอาการบวมแดงหรือมีน้ำเหลืองซึม — อาจไม่ใช่แค่ผิวลอกเป็นขุยธรรมดาๆ แล้วครับ
ผิวแดงจัดอย่างรุนแรงและไม่ทุเลาลง แม้จะพักผิวไปหลายวันแล้ว — อาจเป็นปฏิกิริยาที่เกินกว่าขีดจำกัดการระคายเคืองทั่วไป
มีผื่นคันเป็นเม็ดเล็กๆ กระจายวงกว้าง — อาจเป็นปฏิกิริยาแพ้ส่วนผสมอย่างรุนแรง
รู้สึกเจ็บแสบผิวมากขึ้นเรื่อยๆ — เป็นสัญญาณเตือนที่แตกต่างจากอาการปรับผิวทั่วไปอย่างสิ้นเชิงครับ
หากอาการระคายเคืองรุนแรงเกินไป หรือมีความผิดปกติที่ต่างไปจากเดิมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการดูแลที่เข้ากับผิวคุณจริงๆ จะปลอดภัยและอุ่นใจกว่าการลองปรับความเข้มข้นหรือวิธีใช้ด้วยตัวเองครับ

ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เมื่อเราให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ส่วนผสมโฮมแคร์อย่างเรตินอล เราจะไม่เน้นย้ำให้คนไข้ใช้สารที่รุนแรงทันที แต่เราจะช่วยประเมินผิวเพื่อกำหนดความถี่และความเข้มข้นเริ่มต้นที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ เพราะถึงแม้จะเป็นส่วนผสมเดียวกัน แต่ความเร็วในการปรับตัวของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว (skin barrier) เราจึงช่วยชี้แจงให้คนไข้เข้าใจตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าอาการแค่ไหนคือการปรับตัวปกติ และอาการแบบไหนที่ต้องรีบมาพบแพทย์ ด้วยความที่เป็นคลินิกขนาดกะทัดรัด เดินทางสะดวกใกล้สถานีฮับจอง เราจึงสามารถดูแลเฝ้าติดตามปฏิกิริยาผิวของคนไข้ทุกท่านแบบตัวต่อตัว และร่วมประเมินแนวทางการรักษาไปพร้อมๆ กันได้อย่างใกล้ชิดครับ

ข้อดีของการใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
เรตินอลไม่ใช่สกินแคร์ประเภทที่เห็นผลปุ๊บปั๊บในระยะสั้นๆ แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่องเพื่อให้ผิวค่อยๆ ปรับตัวครับ หากเราวาดกราฟแสดงการบรรเทาลงของอาการระคายเคืองในช่วงปรับตัว จะเห็นแนวโน้มเป็นประมาณนี้ครับ

นี่คือข้อดีและสิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำครับ
เติมความชุ่มชื้นให้เต็มที่ — เกราะป้องกันผิวต้องแข็งแรงก่อน อาการระคายเคืองจึงจะลดลงและส่งผลให้เรตินอลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ทากลางคืน และปกป้องผิวด้วยกันแดดในตอนกลางวัน — เรตินอลทำให้ผิวไวต่อแสง ครีมกันแดดจึงเป็นคีย์หลักที่ขาดไม่ได้เลยครับ
ใช้ความถี่ที่ผิวรับไหว ไม่ฝืน — วันไหนระคายเคืองมากให้พักผ่อนผิวบ้าง แล้วค่อยๆ เดินหน้าต่อในจังหวะของตัวเองครับ
หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับสารสกัดอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง — การทาร่วมกับส่วนผสมประเภทกรดผลไม้ (AHA/BHA) ในคราวเดียว อาจยิ่งทำให้ผิวระคายเคืองหนักขึ้นได้
อย่าเพิ่งใจร้อนไปกับอาการระคายเคืองในช่วงแรกนะครับ ค่อยๆ ใช้ไปอย่างเป็นระบบ ผิวจะเริ่มปรับตัวและคุณจะสังเกตเห็นผลลัพธ์ของผิวที่เนียนละเอียดและโทนผิวที่สว่างกระจ่างใสขึ้นได้อย่างแน่นอนครับ อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลทั่วไป สำหรับการประเมินสภาพผิวส่วนบุคคลและการรับมือกับอาการแพ้ แนะนำให้ปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อความปลอดภัยสูงสุดนะครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. เพิ่งเริ่มใช้เรตินอลครั้งแรกแล้วผิวลอกเป็นขุย ควรใช้ต่อไหมคะ?
A. อาการผิวลอกเป็นขุยเล็กน้อยหรืออาการแสบยิบๆ ในช่วงแรก ส่วนใหญ่มักเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นระหว่างผิวปรับตัวครับ แนะนำให้ลองลดความถี่ในการทาลง เน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิวมากๆ อาการเหล่านั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นเองครับ แต่หากเริ่มมีอาการบวมแดงหรือมีน้ำเหลืองซึม ซึ่งเป็นอาการที่รุนแรงกว่าปกติ แนะนำให้หยุดใช้และเข้ามาให้แพทย์ผิวหนังตรวจเช็กจะดีที่สุดครับ
Q. จำเป็นต้องทาทุกวันถึงจะเห็นผลไหมคะ?
A. ไม่จำเป็นต้องทาทุกวันตั้งแต่เริ่มต้นครับ แนะนำให้เริ่มจากความเข้มข้นต่ำๆ สัปดาห์ละ 2 ครั้งก่อน เมื่อผิวเริ่มคุ้นชินแล้วจึงค่อยๆ เพิ่มความถี่ขึ้น การฝืนทาทุกวันตั้งแต่แรกอาจกระตุ้นให้ผิวระคายเคืองรุนแรงขึ้นเฉยๆ ครับ ค่อยๆ ปรับเพิ่มตามการตอบสนองของผิวจะปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ที่มั่นคงกว่าครับ
Q. ทากลางวันได้ไหมคะ?
A. เนื่องจากเรตินอลมีคุณสมบัติทำให้ผิวไวต่อแสงแดด จึงแนะนำให้ทาเฉพาะช่วงเวลากลางคืนจะดีที่สุดครับ และในตอนกลางวันต้องทาครีมกันแดดปกป้องผิวเสมอ หากละเลยการดูแลผิวจากรังสียูวี อาจทำให้ผิวระคายเคืองง่ายขึ้นหรือเกิดปัญหารอยดำตามมาได้ครับ
Q. ใช้ร่วมกับสกินแคร์ตัวอื่นได้ไหมคะ?
A. หากใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ระคายเคืองสูง เช่น สารกลุ่มกรด (AHA, BHA, Vitamin C เข้มข้น) พร้อมๆ กัน อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองรุนแรงขึ้นได้ครับ ในช่วงแรกแนะนำให้เน้นสกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นหลักแบบเจือจางก่อน เมื่อผิวปรับตัวได้ดีแล้วค่อยๆ ปรับสเต็ปการดูแลผิวเพิ่มเติมครับ หากคุณเป็นคนผิวแพ้ง่าย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อจัดคู่สกินแคร์ที่ปลอดภัยกับผิวคุณจะดีที่สุดครับ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



