Belotero Revive 6 เดือน ทำไมบางคนกลับมาใน 3 เดือน
Belotero Revive 6 เดือน ทำไมบางคนกลับมาใน 3 เดือน
Belotero Revive 6 เดือน ทำไมบางคนกลับมาใน 3 เดือน
Belotero Revive อยู่ได้เฉลี่ย 6-9 เดือน แต่ครึ่งหนึ่งของคนไข้ไม่รู้ว่าผิวโกลว์สุดในเดือนที่ 3

เขาว่า Belotero Revive อยู่ได้นานถึง 6 เดือน
แต่ทำไมหลายคนถึงกลับมาสปาซ้ำตอนเดือนที่ 3?
ช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล ห้องตรวจมักจะคลาคล่ำไปด้วย
ลูกค้าที่กำลังมองกระจกด้วยความกังวลใจเรื่องผิวดูหมองและพัง
"ได้ยินมาว่าฉีดครั้งนึงจะอยู่ได้นานถึง 6 เดือน,
แต่ทำไมพอเข้าเดือนที่ 3 รู้สึกเหมือนความฉ่ำเงาหายไปละคะ?"
คำถามยอดฮิตนี้มีพบบ่อยมากเลยครับ
วันนี้ผมจะมาชี้แจงให้ฟังทีละประเด็นครับ

Belotero Revive แตกต่างจาก
skin booster แบรนด์อื่นอย่างไร?
Belotero Revive เป็นการเติมกรดไฮยาลูโรนิกิกโมเลกุลต่ำ (Low-molecular-weight HA) เข้าสู่
ชั้นผิวแท้ (Dermis) โดยตรง เพื่อเสมือนเป็นการเพิ่ม
กักเก็บน้ำให้ผิวดูชุ่มชื่น อิ่มน้ำอย่างล้ำลึกครับ
ขณะที่ รีจูรัน จะเน้นไปในทางที่ส่งสัญญาณฟื้นฟูซ่อมแซมและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่
แต่ Belotero Revive จะเป็นเสมือน
การเติมเต็มโครงสร้างผิวให้ดูตึงกระชับอย่างรวดเร็ว
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวของคุณดูฉ่ำวาว (Glow) ทันตาเห็น
แต่ในแง่ของความฟื้นฟูผิวแบบระยะยาว รีจูรัน จะกระตุ้นได้ดีกว่า
![[สรุป] ช่วงเวลาที่ผิวเปล่งประกายสูงสุดของรีไวฟ์ และความต่างของระยะเวลาคงผลตามตำแหน่ง](https://framerusercontent.com/images/6BzGi258CrVRZu7Znm8PKMUsYE.jpg)
ถ้าเคลมว่าอยู่ได้นานถึง 6 เดือน
ทำไมเดือนที่ 3 ความฉ่ำเงาถึงดูเลือนหายไปล่ะ?
คำแนะนำที่สำคัญจากหมอวี ยองจิน
เนื่องจาก Belotero Revive เป็นการนำไฮยาลูโรนิก
เข้าไปกักเก็บไว้ที่ชั้นผิวแท้โดยตรงเลย
จึงทำให้ผลลัพธ์ของผิวฉ่ำเงาอยู่ยาวนานกว่า รีจูรัน ครับ
โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่นานถึง 6-9 เดือนก็จริง แต่ความโกลว์ใสจะพีกสุดที่เดือนที่ 3
แล้วจากนั้นจะค่อยๆ ลดระดับลงเรื่อยๆ ครับ
ลองนึกภาพเปรียบเทียบดูนะครับ เหมือนเราการหยดน้ำใส่ฟองน้ำที่แห้งกร่วง
หลักการทำงานของมันค่อนข้างคล้ายกันเลยครับ
แรกเริ่มความฉ่ำเงามันจะเห็นชัดเจน แต่หลังจากเวลาผ่านไป
ส่วนผสมไฮยาเหล่านี้จะค่อยๆ ถูกร่างกายย่อยสลายไปตามธรรมชาติครับ
คำว่า "คงอยู่ได้นานถึง 6 เดือน" หมายถึงเวลาที่
ส่วนผสมต่างๆ นั้นจะค่อยๆ สลายตัวไปจนหมดจด
ส่ว่นความ "ฉ่ำวาวขีดสุด" จะเฉิดฉายและดีเลิศที่สุด
คงอยู่ที่ช่วงราวๆ เดือนที่ 3 ครับ
พีคสุดในช่วงเดือนที่ 3 และจะเริ่มค่อยๆ ดรอปและลดลงในเดือนที่ 4-5
และจะกลับไปสู่สภาพผิวก่อนฉีดเดิมในช่วงอีกประมาณ
6-9 เดือนถัดมาครับ
ซึ่งส่วนต่างๆ ของใบหน้าก็มีระยะแตกต่างกันไป เช่น
บริเวณรอบริมฝีปากและดวงตา จะอยู่ที่ประมาณ 5-6 เดือน
ส่วนบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวน้อย เช่น หน้าผากหรือแก้ม
สามารถคงอยู่ได้นานยาวถึง 8-9 เดือนเลยทีเดียว
หากในเคสที่ปัญหาผิวบางและผิวแห้ง ตัวยาก็ถูกดูดซึมไปค่อนข้างไวครับ
แม้จะใช้วอยุ่มในปริมาณที่เท่ากัน
แต่จะหมดประสิทธิภาพรวดเร็วกว่าเคสผิวปกติประมาณ 1-2 เดือนครับ
อย่างเมื่อเดือนก่อน มีเคสลูกค้าเพศหญิง อายุ 46 ปี ช่วงเดือนที่ 3
เธอบอกว่า "ผิวกำลังสวยมากและพึงพอใจสุดๆ" แต่ช่วงเดือนที่ 5 เธอกลับมาหาหมออีกรอบ
เนื่องจากเริ่มกังวลว่าความฟูและฉ่ำวาวไม่ได้ดีเท่าตอนสามเดือนแรก
ทางเราจึงได้ทำการจองคอร์สเพื่อมาฉีดซ้ำใหม่อีกรอบครับ
ความลึกในการฉีดก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ประมาทไม่ได้เลย
หากฉีดตื้นจนเกินไป ไฮยาก็จะสลายง่ายและเร็วขึ้น
แต่หากฉีดลึกเกินไป ก็จะไม่ได้ความวิ้งค์ ความหน้าเด้งโกลว์ที่พึงพอใจ
การวางตำแหน่งยาไว้ตรงกลางของชั้นผิวแท้อย่างสม่ำเสมอ
จึงเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ช่วยควบคุมความสวยและผลลัพธ์ที่ยาวนานครับ
สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน
ถึงแม้ผลลัพธ์ของ Belotero Revive จะเฉลี่ยคงอยู่ได้ 6-9 เดือน
แต่ช่วงที่ผิวจะฉ่ำเด้ง สุขภาพดีขีดสุดจะอยู่ในช่วงเดือนที่ 3 ครับ
หลังจากนั้นความเด้งใสจะค่อยๆ ลดระดับลง ไม่ได้แปลว่าตัวยาได้สลายหายวับไปทันทีครับ
และจังหวะเวลาที่คุณจะเลือกกลับมาทำซ้ำนี่แหละ
จะเป็นตัวช่วยอัพเกรดสะสมความงามของผิวต่อยอดได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ระยะความสวยของ Belotero Revive
สำหรับตัวคุณเองแล้วจะน่าจะตรงกับข้อไหนกันนะ?
ประเภทผิว | ระยะคงที่เฉลี่ย | ช่วงพีคผิวสวย | แนะนำให้ทำซ้ำ |
ผิวบาง/ผิวแห้ง | 5~6 เดือน | เข้าเดือนที่ 2~3 | เดือนที่ 4~5 |
ผิวธรรมดา | 6~9 เดือน | เข้าเดือนที่ 3 | เดือนที่ 5~6 |
รอบตา/รอบปาก | 5~6 เดือน | เข้าเดือนที่ 2~3 | เดือนที่ 4 |
หน้าผาก/แก้ม | 8~9 เดือน | เข้าเดือนที่ 3~4 | เดือนที่ 6 |
หากคุณต้องการเพิ่มความคงทนให้นานขึ้น ในการรักษา 1-2 ครั้งแรก
ทางหมอแนะนำให้ทุกท่านมาทำในระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตัวยากันนะครับ
เมื่อผิวเริ่มปรับสภาพและกักเก็บยาเข้าสู่ขั้นตอนการดูแลรักษา คุณถึงจะรู้สึกได้ชัดเจนว่า
"ความเด้งใสอยู่กับเราได้ยาวนานขึ้นจริงๆ"
ขอย้ำว่าเหมาะมากกับผู้สบปัญหาผิวหยาบ หมองไร้ความออร่า เมคอัพไม่ติด
และมองหาทางแก้ปัญหาริ้วรอยตื้นๆ บนใบหน้าครับ
อย่างไรก็ตาม หากปัญหาหลักของคุณเป็นเรื่องของความหย่อนคล้อยหรือใบหน้าตอบจนดูไม่มีวอลลุ่ม
การทำร่วมกับโปรแกรมทรีตเม้นต์อื่นๆ ควบคู่กันไปจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีเลศกว่าครับ
3 คำถามขอดฮิต
ที่คุณมักจะสอบถามคุณหมอในคลินิกเป็นประจำ
Q1. ฉีดครั้งเดียวแล้วผลลัพธ์มันจะอยู่ยาวถึง 6 เดือนจริงๆ ไหมคะ?
สำหรับผู้ที่เข้ามาฉีดเดี่ยวๆ ครั้งแรกและคาดหวังผลลัพธ์ที่ยาวนาน 6 เดือนทันที
ในความเป็นจริง อัตราที่ได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งเลยครับ
การปูพื้นฐานผิวในการฉีดครั้งแรกสำคัญมาก แต่ระยะเวลาความนานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
จะเห็นผลชัดเจนหลังจากมีการสะสมของตัวยาในรอบที่ 2-3 เป็นต้นไปครับ
Q2. ควรเว้นระยะเวลากลบัมาฉีดซ้ำตอนไหนดีที่สุดครับ?
ไม่ใช่ช่วงเดือนที่ 3 ที่ผิวโดดเด่นสูงสุดนะครับ แต่ควรเป็นช่วงที่คุณสัมผัสว่าความวิบวับเริ่มหย่อนลง
นั่นก็คือ ช่วงประมาณ
เดือนที่ 5-6 ครับ เป็นจังหวะที่ดีที่สุด
หากมารับการรักษาช้าเกินไป อาจะต้องทำการเริ่มฟื้นฟูสะสมยาใหม่ทั้งหมด ทำให้ประสิทธิภาพความคุ้มค่าลดลง
ดังนั้นอย่าลืมคอยตรวจสุขภาพผิวหน้าของตัวเองกันเป็นระยะๆ นะครับ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือสิ่งท่ควรหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษอย่างไรบ้าง?
ถึงตัวยาเองจะมีความปลอดภัยสูง แต่ถ้าหากแพทย์มีการทำลงลึกไม่พอในระดับที่เหมาะสม
อาจทิ้งรอยนูนเล็กๆ หรือรอยแดงทิ้งไว้บนผิวได้ 2-3 วันครับ
หลังทำเสร็จควรหลีกเลี่ยงการไปร้านซาวน่า สปาร้อน หรือเครื่องดื่มแอกอฮอล์สัก 2-3 วันแรก
และให้พยายามใส่ใจดูแลและบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ให้มากกว่าช่วงเวลาปกติทั่วไปเป็นพิเศษครับ
สิ่งที่หมอหวังอยากให้กลับไปคิดวิเคราะห์ในวันนี้เลยคือ
— การทำ Belotero Revive ตัวเลขอายุ 6 เดือนอาจจะไม่สำคัญเท่ากับ
ความพึงพอใจของช่วงเวลาที่คุณรู้สึกหน้าสวยและเงางามแบบขีดสุดในแต่ละประเภทผิวของแต่ละบุคคลครับ
ในบทความถัดไป
หมอจะชี้ประเด็นสำคัญเรื่อง "วิธีเซ็ตเข็มสะสมสวย แนะนำจังหวะเติม Belotero Revive ให้คุ้มค่า"
โดยจะยกเคสความงามจริงเพื่ออธิบายให้ทุกเข้าใจอย่างอย่างละเอียดยิ่งขึ้นครับ
ดูแลสุขภาพผิวไปด้วยกันนะครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ
บทความอื่นๆ เพิ่มเติม

เขาว่า Belotero Revive อยู่ได้นานถึง 6 เดือน
แต่ทำไมหลายคนถึงกลับมาสปาซ้ำตอนเดือนที่ 3?
ช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล ห้องตรวจมักจะคลาคล่ำไปด้วย
ลูกค้าที่กำลังมองกระจกด้วยความกังวลใจเรื่องผิวดูหมองและพัง
"ได้ยินมาว่าฉีดครั้งนึงจะอยู่ได้นานถึง 6 เดือน,
แต่ทำไมพอเข้าเดือนที่ 3 รู้สึกเหมือนความฉ่ำเงาหายไปละคะ?"
คำถามยอดฮิตนี้มีพบบ่อยมากเลยครับ
วันนี้ผมจะมาชี้แจงให้ฟังทีละประเด็นครับ

Belotero Revive แตกต่างจาก
skin booster แบรนด์อื่นอย่างไร?
Belotero Revive เป็นการเติมกรดไฮยาลูโรนิกิกโมเลกุลต่ำ (Low-molecular-weight HA) เข้าสู่
ชั้นผิวแท้ (Dermis) โดยตรง เพื่อเสมือนเป็นการเพิ่ม
กักเก็บน้ำให้ผิวดูชุ่มชื่น อิ่มน้ำอย่างล้ำลึกครับ
ขณะที่ รีจูรัน จะเน้นไปในทางที่ส่งสัญญาณฟื้นฟูซ่อมแซมและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่
แต่ Belotero Revive จะเป็นเสมือน
การเติมเต็มโครงสร้างผิวให้ดูตึงกระชับอย่างรวดเร็ว
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวของคุณดูฉ่ำวาว (Glow) ทันตาเห็น
แต่ในแง่ของความฟื้นฟูผิวแบบระยะยาว รีจูรัน จะกระตุ้นได้ดีกว่า
![[สรุป] ช่วงเวลาที่ผิวเปล่งประกายสูงสุดของรีไวฟ์ และความต่างของระยะเวลาคงผลตามตำแหน่ง](https://framerusercontent.com/images/6BzGi258CrVRZu7Znm8PKMUsYE.jpg)
ถ้าเคลมว่าอยู่ได้นานถึง 6 เดือน
ทำไมเดือนที่ 3 ความฉ่ำเงาถึงดูเลือนหายไปล่ะ?
คำแนะนำที่สำคัญจากหมอวี ยองจิน
เนื่องจาก Belotero Revive เป็นการนำไฮยาลูโรนิก
เข้าไปกักเก็บไว้ที่ชั้นผิวแท้โดยตรงเลย
จึงทำให้ผลลัพธ์ของผิวฉ่ำเงาอยู่ยาวนานกว่า รีจูรัน ครับ
โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่นานถึง 6-9 เดือนก็จริง แต่ความโกลว์ใสจะพีกสุดที่เดือนที่ 3
แล้วจากนั้นจะค่อยๆ ลดระดับลงเรื่อยๆ ครับ
ลองนึกภาพเปรียบเทียบดูนะครับ เหมือนเราการหยดน้ำใส่ฟองน้ำที่แห้งกร่วง
หลักการทำงานของมันค่อนข้างคล้ายกันเลยครับ
แรกเริ่มความฉ่ำเงามันจะเห็นชัดเจน แต่หลังจากเวลาผ่านไป
ส่วนผสมไฮยาเหล่านี้จะค่อยๆ ถูกร่างกายย่อยสลายไปตามธรรมชาติครับ
คำว่า "คงอยู่ได้นานถึง 6 เดือน" หมายถึงเวลาที่
ส่วนผสมต่างๆ นั้นจะค่อยๆ สลายตัวไปจนหมดจด
ส่ว่นความ "ฉ่ำวาวขีดสุด" จะเฉิดฉายและดีเลิศที่สุด
คงอยู่ที่ช่วงราวๆ เดือนที่ 3 ครับ
พีคสุดในช่วงเดือนที่ 3 และจะเริ่มค่อยๆ ดรอปและลดลงในเดือนที่ 4-5
และจะกลับไปสู่สภาพผิวก่อนฉีดเดิมในช่วงอีกประมาณ
6-9 เดือนถัดมาครับ
ซึ่งส่วนต่างๆ ของใบหน้าก็มีระยะแตกต่างกันไป เช่น
บริเวณรอบริมฝีปากและดวงตา จะอยู่ที่ประมาณ 5-6 เดือน
ส่วนบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวน้อย เช่น หน้าผากหรือแก้ม
สามารถคงอยู่ได้นานยาวถึง 8-9 เดือนเลยทีเดียว
หากในเคสที่ปัญหาผิวบางและผิวแห้ง ตัวยาก็ถูกดูดซึมไปค่อนข้างไวครับ
แม้จะใช้วอยุ่มในปริมาณที่เท่ากัน
แต่จะหมดประสิทธิภาพรวดเร็วกว่าเคสผิวปกติประมาณ 1-2 เดือนครับ
อย่างเมื่อเดือนก่อน มีเคสลูกค้าเพศหญิง อายุ 46 ปี ช่วงเดือนที่ 3
เธอบอกว่า "ผิวกำลังสวยมากและพึงพอใจสุดๆ" แต่ช่วงเดือนที่ 5 เธอกลับมาหาหมออีกรอบ
เนื่องจากเริ่มกังวลว่าความฟูและฉ่ำวาวไม่ได้ดีเท่าตอนสามเดือนแรก
ทางเราจึงได้ทำการจองคอร์สเพื่อมาฉีดซ้ำใหม่อีกรอบครับ
ความลึกในการฉีดก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ประมาทไม่ได้เลย
หากฉีดตื้นจนเกินไป ไฮยาก็จะสลายง่ายและเร็วขึ้น
แต่หากฉีดลึกเกินไป ก็จะไม่ได้ความวิ้งค์ ความหน้าเด้งโกลว์ที่พึงพอใจ
การวางตำแหน่งยาไว้ตรงกลางของชั้นผิวแท้อย่างสม่ำเสมอ
จึงเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ช่วยควบคุมความสวยและผลลัพธ์ที่ยาวนานครับ
สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน
ถึงแม้ผลลัพธ์ของ Belotero Revive จะเฉลี่ยคงอยู่ได้ 6-9 เดือน
แต่ช่วงที่ผิวจะฉ่ำเด้ง สุขภาพดีขีดสุดจะอยู่ในช่วงเดือนที่ 3 ครับ
หลังจากนั้นความเด้งใสจะค่อยๆ ลดระดับลง ไม่ได้แปลว่าตัวยาได้สลายหายวับไปทันทีครับ
และจังหวะเวลาที่คุณจะเลือกกลับมาทำซ้ำนี่แหละ
จะเป็นตัวช่วยอัพเกรดสะสมความงามของผิวต่อยอดได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ระยะความสวยของ Belotero Revive
สำหรับตัวคุณเองแล้วจะน่าจะตรงกับข้อไหนกันนะ?
ประเภทผิว | ระยะคงที่เฉลี่ย | ช่วงพีคผิวสวย | แนะนำให้ทำซ้ำ |
ผิวบาง/ผิวแห้ง | 5~6 เดือน | เข้าเดือนที่ 2~3 | เดือนที่ 4~5 |
ผิวธรรมดา | 6~9 เดือน | เข้าเดือนที่ 3 | เดือนที่ 5~6 |
รอบตา/รอบปาก | 5~6 เดือน | เข้าเดือนที่ 2~3 | เดือนที่ 4 |
หน้าผาก/แก้ม | 8~9 เดือน | เข้าเดือนที่ 3~4 | เดือนที่ 6 |
หากคุณต้องการเพิ่มความคงทนให้นานขึ้น ในการรักษา 1-2 ครั้งแรก
ทางหมอแนะนำให้ทุกท่านมาทำในระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตัวยากันนะครับ
เมื่อผิวเริ่มปรับสภาพและกักเก็บยาเข้าสู่ขั้นตอนการดูแลรักษา คุณถึงจะรู้สึกได้ชัดเจนว่า
"ความเด้งใสอยู่กับเราได้ยาวนานขึ้นจริงๆ"
ขอย้ำว่าเหมาะมากกับผู้สบปัญหาผิวหยาบ หมองไร้ความออร่า เมคอัพไม่ติด
และมองหาทางแก้ปัญหาริ้วรอยตื้นๆ บนใบหน้าครับ
อย่างไรก็ตาม หากปัญหาหลักของคุณเป็นเรื่องของความหย่อนคล้อยหรือใบหน้าตอบจนดูไม่มีวอลลุ่ม
การทำร่วมกับโปรแกรมทรีตเม้นต์อื่นๆ ควบคู่กันไปจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีเลศกว่าครับ
3 คำถามขอดฮิต
ที่คุณมักจะสอบถามคุณหมอในคลินิกเป็นประจำ
Q1. ฉีดครั้งเดียวแล้วผลลัพธ์มันจะอยู่ยาวถึง 6 เดือนจริงๆ ไหมคะ?
สำหรับผู้ที่เข้ามาฉีดเดี่ยวๆ ครั้งแรกและคาดหวังผลลัพธ์ที่ยาวนาน 6 เดือนทันที
ในความเป็นจริง อัตราที่ได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งเลยครับ
การปูพื้นฐานผิวในการฉีดครั้งแรกสำคัญมาก แต่ระยะเวลาความนานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
จะเห็นผลชัดเจนหลังจากมีการสะสมของตัวยาในรอบที่ 2-3 เป็นต้นไปครับ
Q2. ควรเว้นระยะเวลากลบัมาฉีดซ้ำตอนไหนดีที่สุดครับ?
ไม่ใช่ช่วงเดือนที่ 3 ที่ผิวโดดเด่นสูงสุดนะครับ แต่ควรเป็นช่วงที่คุณสัมผัสว่าความวิบวับเริ่มหย่อนลง
นั่นก็คือ ช่วงประมาณ
เดือนที่ 5-6 ครับ เป็นจังหวะที่ดีที่สุด
หากมารับการรักษาช้าเกินไป อาจะต้องทำการเริ่มฟื้นฟูสะสมยาใหม่ทั้งหมด ทำให้ประสิทธิภาพความคุ้มค่าลดลง
ดังนั้นอย่าลืมคอยตรวจสุขภาพผิวหน้าของตัวเองกันเป็นระยะๆ นะครับ
Q3. มีผลข้างเคียงหรือสิ่งท่ควรหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษอย่างไรบ้าง?
ถึงตัวยาเองจะมีความปลอดภัยสูง แต่ถ้าหากแพทย์มีการทำลงลึกไม่พอในระดับที่เหมาะสม
อาจทิ้งรอยนูนเล็กๆ หรือรอยแดงทิ้งไว้บนผิวได้ 2-3 วันครับ
หลังทำเสร็จควรหลีกเลี่ยงการไปร้านซาวน่า สปาร้อน หรือเครื่องดื่มแอกอฮอล์สัก 2-3 วันแรก
และให้พยายามใส่ใจดูแลและบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ให้มากกว่าช่วงเวลาปกติทั่วไปเป็นพิเศษครับ
สิ่งที่หมอหวังอยากให้กลับไปคิดวิเคราะห์ในวันนี้เลยคือ
— การทำ Belotero Revive ตัวเลขอายุ 6 เดือนอาจจะไม่สำคัญเท่ากับ
ความพึงพอใจของช่วงเวลาที่คุณรู้สึกหน้าสวยและเงางามแบบขีดสุดในแต่ละประเภทผิวของแต่ละบุคคลครับ
ในบทความถัดไป
หมอจะชี้ประเด็นสำคัญเรื่อง "วิธีเซ็ตเข็มสะสมสวย แนะนำจังหวะเติม Belotero Revive ให้คุ้มค่า"
โดยจะยกเคสความงามจริงเพื่ออธิบายให้ทุกเข้าใจอย่างอย่างละเอียดยิ่งขึ้นครับ
ดูแลสุขภาพผิวไปด้วยกันนะครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ
บทความอื่นๆ เพิ่มเติม
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
กินยาคุมอยู่ ทำเลเซอร์ฝ้าได้ไหม ต้องวางแผนยังไง
ฝ้าที่มาจากฮอร์โมนกลับมาง่ายกว่าฝ้าทั่วไป มาดูกลไก แนวทางเลเซอร์ที่เหมาะ และข้อควรระวังก่อนเริ่มค่ะ

ผิว
ดูแลรูขุมขนตอนอายุ 20 กว่า เริ่มเลยหรือรอก่อนดี
รูขุมขนกว้างขึ้นตอนอายุ 20 กว่า ควรเริ่มเลยไหม รวมกลไก จังหวะที่เหมาะ จำนวนครั้ง และข้อควรระวังค่ะ

ผู้ชาย
ผิวผู้ชายหนากว่า ตั้งค่า Oligio X เหมือนเดิมได้ไหม
ชั้นหนังแท้ผู้ชายหนากว่าและมันกว่า ความร้อนจึงไปไม่ถึงชั้นลึก มาดูเหตุผลและแนวหนวดเคราที่ต้องแยกดู

ยกกระชับ
หลังทำ InMode FX บวมกี่วันหาย รอยช้ำจางตอนไหน
ไทม์ไลน์หลังทำ InMode FX วันต่อวัน บวมกับรอยช้ำจางตอนไหน ใครช้ำง่าย ควรเผื่อกี่วันก่อนงานสำคัญค่ะ

ผิว
ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?
เทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติ ทั้งความเจ็บ รอยช้ำ และความลึกที่ยาไปถึง

ยกกระชับ
จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?
ช็อตเยอะกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม มาดูกันว่าแต่ละบริเวณบนใบหน้าใช้จำนวนต่างกันเพราะอะไรค่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



