• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Belotero Revive 6 เดือน ทำไมบางคนกลับมาใน 3 เดือน

Belotero Revive 6 เดือน ทำไมบางคนกลับมาใน 3 เดือน

Belotero Revive 6 เดือน ทำไมบางคนกลับมาใน 3 เดือน

Belotero Revive อยู่ได้เฉลี่ย 6-9 เดือน แต่ครึ่งหนึ่งของคนไข้ไม่รู้ว่าผิวโกลว์สุดในเดือนที่ 3

"คุณหมอคะ ผิวแห้งกร้านแล้วค่ะ" ลักษณะของคนที่ต้องฉีดรีไวฟ์ซ้ำทุก 3 เดือน














เขาว่า Belotero Revive อยู่ได้นานถึง 6 เดือน

แต่ทำไมหลายคนถึงกลับมาสปาซ้ำตอนเดือนที่ 3?

ช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล ห้องตรวจมักจะคลาคล่ำไปด้วย

ลูกค้าที่กำลังมองกระจกด้วยความกังวลใจเรื่องผิวดูหมองและพัง

 

"ได้ยินมาว่าฉีดครั้งนึงจะอยู่ได้นานถึง 6 เดือน,

แต่ทำไมพอเข้าเดือนที่ 3 รู้สึกเหมือนความฉ่ำเงาหายไปละคะ?"

 

คำถามยอดฮิตนี้มีพบบ่อยมากเลยครับ

วันนี้ผมจะมาชี้แจงให้ฟังทีละประเด็นครับ

เหตุผลจริงที่ฉีดสกินบูสเตอร์รีไวฟ์แค่ครั้งเดียวถือว่าขาดทุน

 

 














Belotero Revive แตกต่างจาก

skin booster แบรนด์อื่นอย่างไร?

Belotero Revive เป็นการเติมกรดไฮยาลูโรนิกิกโมเลกุลต่ำ (Low-molecular-weight HA) เข้าสู่

ชั้นผิวแท้ (Dermis) โดยตรง เพื่อเสมือนเป็นการเพิ่ม

กักเก็บน้ำให้ผิวดูชุ่มชื่น อิ่มน้ำอย่างล้ำลึกครับ

 

ขณะที่ รีจูรัน จะเน้นไปในทางที่ส่งสัญญาณฟื้นฟูซ่อมแซมและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่

แต่ Belotero Revive จะเป็นเสมือน

การเติมเต็มโครงสร้างผิวให้ดูตึงกระชับอย่างรวดเร็ว

 

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวของคุณดูฉ่ำวาว (Glow) ทันตาเห็น

แต่ในแง่ของความฟื้นฟูผิวแบบระยะยาว รีจูรัน จะกระตุ้นได้ดีกว่า

[สรุป] ช่วงเวลาที่ผิวเปล่งประกายสูงสุดของรีไวฟ์ และความต่างของระยะเวลาคงผลตามตำแหน่ง

 

 














ถ้าเคลมว่าอยู่ได้นานถึง 6 เดือน

ทำไมเดือนที่ 3 ความฉ่ำเงาถึงดูเลือนหายไปล่ะ?

คำแนะนำที่สำคัญจากหมอวี ยองจิน

เนื่องจาก Belotero Revive เป็นการนำไฮยาลูโรนิก

เข้าไปกักเก็บไว้ที่ชั้นผิวแท้โดยตรงเลย

จึงทำให้ผลลัพธ์ของผิวฉ่ำเงาอยู่ยาวนานกว่า รีจูรัน ครับ

 

โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่นานถึง 6-9 เดือนก็จริง แต่ความโกลว์ใสจะพีกสุดที่เดือนที่ 3

แล้วจากนั้นจะค่อยๆ ลดระดับลงเรื่อยๆ ครับ

 

ลองนึกภาพเปรียบเทียบดูนะครับ เหมือนเราการหยดน้ำใส่ฟองน้ำที่แห้งกร่วง

หลักการทำงานของมันค่อนข้างคล้ายกันเลยครับ

 

แรกเริ่มความฉ่ำเงามันจะเห็นชัดเจน แต่หลังจากเวลาผ่านไป

ส่วนผสมไฮยาเหล่านี้จะค่อยๆ ถูกร่างกายย่อยสลายไปตามธรรมชาติครับ

 

คำว่า "คงอยู่ได้นานถึง 6 เดือน" หมายถึงเวลาที่

ส่วนผสมต่างๆ นั้นจะค่อยๆ สลายตัวไปจนหมดจด

ส่ว่นความ "ฉ่ำวาวขีดสุด" จะเฉิดฉายและดีเลิศที่สุด

คงอยู่ที่ช่วงราวๆ เดือนที่ 3 ครับ

 

พีคสุดในช่วงเดือนที่ 3 และจะเริ่มค่อยๆ ดรอปและลดลงในเดือนที่ 4-5

และจะกลับไปสู่สภาพผิวก่อนฉีดเดิมในช่วงอีกประมาณ

6-9 เดือนถัดมาครับ

 

ซึ่งส่วนต่างๆ ของใบหน้าก็มีระยะแตกต่างกันไป เช่น

บริเวณรอบริมฝีปากและดวงตา จะอยู่ที่ประมาณ 5-6 เดือน

ส่วนบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวน้อย เช่น หน้าผากหรือแก้ม

สามารถคงอยู่ได้นานยาวถึง 8-9 เดือนเลยทีเดียว

 

หากในเคสที่ปัญหาผิวบางและผิวแห้ง ตัวยาก็ถูกดูดซึมไปค่อนข้างไวครับ

แม้จะใช้วอยุ่มในปริมาณที่เท่ากัน

แต่จะหมดประสิทธิภาพรวดเร็วกว่าเคสผิวปกติประมาณ 1-2 เดือนครับ

 

อย่างเมื่อเดือนก่อน มีเคสลูกค้าเพศหญิง อายุ 46 ปี ช่วงเดือนที่ 3

เธอบอกว่า "ผิวกำลังสวยมากและพึงพอใจสุดๆ" แต่ช่วงเดือนที่ 5 เธอกลับมาหาหมออีกรอบ

 

เนื่องจากเริ่มกังวลว่าความฟูและฉ่ำวาวไม่ได้ดีเท่าตอนสามเดือนแรก

ทางเราจึงได้ทำการจองคอร์สเพื่อมาฉีดซ้ำใหม่อีกรอบครับ

 

ความลึกในการฉีดก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ประมาทไม่ได้เลย

หากฉีดตื้นจนเกินไป ไฮยาก็จะสลายง่ายและเร็วขึ้น

แต่หากฉีดลึกเกินไป ก็จะไม่ได้ความวิ้งค์ ความหน้าเด้งโกลว์ที่พึงพอใจ

 

การวางตำแหน่งยาไว้ตรงกลางของชั้นผิวแท้อย่างสม่ำเสมอ

จึงเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ช่วยควบคุมความสวยและผลลัพธ์ที่ยาวนานครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

ถึงแม้ผลลัพธ์ของ Belotero Revive จะเฉลี่ยคงอยู่ได้ 6-9 เดือน

แต่ช่วงที่ผิวจะฉ่ำเด้ง สุขภาพดีขีดสุดจะอยู่ในช่วงเดือนที่ 3 ครับ

 

หลังจากนั้นความเด้งใสจะค่อยๆ ลดระดับลง ไม่ได้แปลว่าตัวยาได้สลายหายวับไปทันทีครับ

 

และจังหวะเวลาที่คุณจะเลือกกลับมาทำซ้ำนี่แหละ

จะเป็นตัวช่วยอัพเกรดสะสมความงามของผิวต่อยอดได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

วิธีเพิ่มความคุ้มค่าของสกินบูสเตอร์ พลังของการฉีดรีไวฟ์สะสม

 

 














ระยะความสวยของ Belotero Revive

สำหรับตัวคุณเองแล้วจะน่าจะตรงกับข้อไหนกันนะ?

ประเภทผิว

ระยะคงที่เฉลี่ย

ช่วงพีคผิวสวย

แนะนำให้ทำซ้ำ

ผิวบาง/ผิวแห้ง

5~6 เดือน

เข้าเดือนที่ 2~3

เดือนที่ 4~5

ผิวธรรมดา

6~9 เดือน

เข้าเดือนที่ 3

เดือนที่ 5~6

รอบตา/รอบปาก

5~6 เดือน

เข้าเดือนที่ 2~3

เดือนที่ 4

หน้าผาก/แก้ม

8~9 เดือน

เข้าเดือนที่ 3~4

เดือนที่ 6

หากคุณต้องการเพิ่มความคงทนให้นานขึ้น ในการรักษา 1-2 ครั้งแรก

ทางหมอแนะนำให้ทุกท่านมาทำในระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตัวยากันนะครับ

 

เมื่อผิวเริ่มปรับสภาพและกักเก็บยาเข้าสู่ขั้นตอนการดูแลรักษา คุณถึงจะรู้สึกได้ชัดเจนว่า

"ความเด้งใสอยู่กับเราได้ยาวนานขึ้นจริงๆ"

 

ขอย้ำว่าเหมาะมากกับผู้สบปัญหาผิวหยาบ หมองไร้ความออร่า เมคอัพไม่ติด

และมองหาทางแก้ปัญหาริ้วรอยตื้นๆ บนใบหน้าครับ

 

อย่างไรก็ตาม หากปัญหาหลักของคุณเป็นเรื่องของความหย่อนคล้อยหรือใบหน้าตอบจนดูไม่มีวอลลุ่ม

การทำร่วมกับโปรแกรมทรีตเม้นต์อื่นๆ ควบคู่กันไปจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีเลศกว่าครับ

 

3 คำถามขอดฮิต

ที่คุณมักจะสอบถามคุณหมอในคลินิกเป็นประจำ

 

Q1. ฉีดครั้งเดียวแล้วผลลัพธ์มันจะอยู่ยาวถึง 6 เดือนจริงๆ ไหมคะ?

สำหรับผู้ที่เข้ามาฉีดเดี่ยวๆ ครั้งแรกและคาดหวังผลลัพธ์ที่ยาวนาน 6 เดือนทันที

ในความเป็นจริง อัตราที่ได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งเลยครับ

 

การปูพื้นฐานผิวในการฉีดครั้งแรกสำคัญมาก แต่ระยะเวลาความนานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

จะเห็นผลชัดเจนหลังจากมีการสะสมของตัวยาในรอบที่ 2-3 เป็นต้นไปครับ

 

Q2. ควรเว้นระยะเวลากลบัมาฉีดซ้ำตอนไหนดีที่สุดครับ?

ไม่ใช่ช่วงเดือนที่ 3 ที่ผิวโดดเด่นสูงสุดนะครับ แต่ควรเป็นช่วงที่คุณสัมผัสว่าความวิบวับเริ่มหย่อนลง

นั่นก็คือ ช่วงประมาณ

เดือนที่ 5-6 ครับ เป็นจังหวะที่ดีที่สุด

 

หากมารับการรักษาช้าเกินไป อาจะต้องทำการเริ่มฟื้นฟูสะสมยาใหม่ทั้งหมด ทำให้ประสิทธิภาพความคุ้มค่าลดลง

ดังนั้นอย่าลืมคอยตรวจสุขภาพผิวหน้าของตัวเองกันเป็นระยะๆ นะครับ

 

Q3. มีผลข้างเคียงหรือสิ่งท่ควรหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษอย่างไรบ้าง?

ถึงตัวยาเองจะมีความปลอดภัยสูง แต่ถ้าหากแพทย์มีการทำลงลึกไม่พอในระดับที่เหมาะสม

อาจทิ้งรอยนูนเล็กๆ หรือรอยแดงทิ้งไว้บนผิวได้ 2-3 วันครับ

 

หลังทำเสร็จควรหลีกเลี่ยงการไปร้านซาวน่า สปาร้อน หรือเครื่องดื่มแอกอฮอล์สัก 2-3 วันแรก

และให้พยายามใส่ใจดูแลและบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ให้มากกว่าช่วงเวลาปกติทั่วไปเป็นพิเศษครับ

 

สิ่งที่หมอหวังอยากให้กลับไปคิดวิเคราะห์ในวันนี้เลยคือ

— การทำ Belotero Revive ตัวเลขอายุ 6 เดือนอาจจะไม่สำคัญเท่ากับ

ความพึงพอใจของช่วงเวลาที่คุณรู้สึกหน้าสวยและเงางามแบบขีดสุดในแต่ละประเภทผิวของแต่ละบุคคลครับ

 

ในบทความถัดไป

หมอจะชี้ประเด็นสำคัญเรื่อง "วิธีเซ็ตเข็มสะสมสวย แนะนำจังหวะเติม Belotero Revive ให้คุ้มค่า"

โดยจะยกเคสความงามจริงเพื่ออธิบายให้ทุกเข้าใจอย่างอย่างละเอียดยิ่งขึ้นครับ

 

ดูแลสุขภาพผิวไปด้วยกันนะครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความอื่นๆ เพิ่มเติม

"คุณหมอคะ ผิวแห้งกร้านแล้วค่ะ" ลักษณะของคนที่ต้องฉีดรีไวฟ์ซ้ำทุก 3 เดือน














เขาว่า Belotero Revive อยู่ได้นานถึง 6 เดือน

แต่ทำไมหลายคนถึงกลับมาสปาซ้ำตอนเดือนที่ 3?

ช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล ห้องตรวจมักจะคลาคล่ำไปด้วย

ลูกค้าที่กำลังมองกระจกด้วยความกังวลใจเรื่องผิวดูหมองและพัง

 

"ได้ยินมาว่าฉีดครั้งนึงจะอยู่ได้นานถึง 6 เดือน,

แต่ทำไมพอเข้าเดือนที่ 3 รู้สึกเหมือนความฉ่ำเงาหายไปละคะ?"

 

คำถามยอดฮิตนี้มีพบบ่อยมากเลยครับ

วันนี้ผมจะมาชี้แจงให้ฟังทีละประเด็นครับ

เหตุผลจริงที่ฉีดสกินบูสเตอร์รีไวฟ์แค่ครั้งเดียวถือว่าขาดทุน

 

 














Belotero Revive แตกต่างจาก

skin booster แบรนด์อื่นอย่างไร?

Belotero Revive เป็นการเติมกรดไฮยาลูโรนิกิกโมเลกุลต่ำ (Low-molecular-weight HA) เข้าสู่

ชั้นผิวแท้ (Dermis) โดยตรง เพื่อเสมือนเป็นการเพิ่ม

กักเก็บน้ำให้ผิวดูชุ่มชื่น อิ่มน้ำอย่างล้ำลึกครับ

 

ขณะที่ รีจูรัน จะเน้นไปในทางที่ส่งสัญญาณฟื้นฟูซ่อมแซมและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่

แต่ Belotero Revive จะเป็นเสมือน

การเติมเต็มโครงสร้างผิวให้ดูตึงกระชับอย่างรวดเร็ว

 

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวของคุณดูฉ่ำวาว (Glow) ทันตาเห็น

แต่ในแง่ของความฟื้นฟูผิวแบบระยะยาว รีจูรัน จะกระตุ้นได้ดีกว่า

[สรุป] ช่วงเวลาที่ผิวเปล่งประกายสูงสุดของรีไวฟ์ และความต่างของระยะเวลาคงผลตามตำแหน่ง

 

 














ถ้าเคลมว่าอยู่ได้นานถึง 6 เดือน

ทำไมเดือนที่ 3 ความฉ่ำเงาถึงดูเลือนหายไปล่ะ?

คำแนะนำที่สำคัญจากหมอวี ยองจิน

เนื่องจาก Belotero Revive เป็นการนำไฮยาลูโรนิก

เข้าไปกักเก็บไว้ที่ชั้นผิวแท้โดยตรงเลย

จึงทำให้ผลลัพธ์ของผิวฉ่ำเงาอยู่ยาวนานกว่า รีจูรัน ครับ

 

โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่นานถึง 6-9 เดือนก็จริง แต่ความโกลว์ใสจะพีกสุดที่เดือนที่ 3

แล้วจากนั้นจะค่อยๆ ลดระดับลงเรื่อยๆ ครับ

 

ลองนึกภาพเปรียบเทียบดูนะครับ เหมือนเราการหยดน้ำใส่ฟองน้ำที่แห้งกร่วง

หลักการทำงานของมันค่อนข้างคล้ายกันเลยครับ

 

แรกเริ่มความฉ่ำเงามันจะเห็นชัดเจน แต่หลังจากเวลาผ่านไป

ส่วนผสมไฮยาเหล่านี้จะค่อยๆ ถูกร่างกายย่อยสลายไปตามธรรมชาติครับ

 

คำว่า "คงอยู่ได้นานถึง 6 เดือน" หมายถึงเวลาที่

ส่วนผสมต่างๆ นั้นจะค่อยๆ สลายตัวไปจนหมดจด

ส่ว่นความ "ฉ่ำวาวขีดสุด" จะเฉิดฉายและดีเลิศที่สุด

คงอยู่ที่ช่วงราวๆ เดือนที่ 3 ครับ

 

พีคสุดในช่วงเดือนที่ 3 และจะเริ่มค่อยๆ ดรอปและลดลงในเดือนที่ 4-5

และจะกลับไปสู่สภาพผิวก่อนฉีดเดิมในช่วงอีกประมาณ

6-9 เดือนถัดมาครับ

 

ซึ่งส่วนต่างๆ ของใบหน้าก็มีระยะแตกต่างกันไป เช่น

บริเวณรอบริมฝีปากและดวงตา จะอยู่ที่ประมาณ 5-6 เดือน

ส่วนบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวน้อย เช่น หน้าผากหรือแก้ม

สามารถคงอยู่ได้นานยาวถึง 8-9 เดือนเลยทีเดียว

 

หากในเคสที่ปัญหาผิวบางและผิวแห้ง ตัวยาก็ถูกดูดซึมไปค่อนข้างไวครับ

แม้จะใช้วอยุ่มในปริมาณที่เท่ากัน

แต่จะหมดประสิทธิภาพรวดเร็วกว่าเคสผิวปกติประมาณ 1-2 เดือนครับ

 

อย่างเมื่อเดือนก่อน มีเคสลูกค้าเพศหญิง อายุ 46 ปี ช่วงเดือนที่ 3

เธอบอกว่า "ผิวกำลังสวยมากและพึงพอใจสุดๆ" แต่ช่วงเดือนที่ 5 เธอกลับมาหาหมออีกรอบ

 

เนื่องจากเริ่มกังวลว่าความฟูและฉ่ำวาวไม่ได้ดีเท่าตอนสามเดือนแรก

ทางเราจึงได้ทำการจองคอร์สเพื่อมาฉีดซ้ำใหม่อีกรอบครับ

 

ความลึกในการฉีดก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ประมาทไม่ได้เลย

หากฉีดตื้นจนเกินไป ไฮยาก็จะสลายง่ายและเร็วขึ้น

แต่หากฉีดลึกเกินไป ก็จะไม่ได้ความวิ้งค์ ความหน้าเด้งโกลว์ที่พึงพอใจ

 

การวางตำแหน่งยาไว้ตรงกลางของชั้นผิวแท้อย่างสม่ำเสมอ

จึงเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ช่วยควบคุมความสวยและผลลัพธ์ที่ยาวนานครับ

 

สรุปใจความสำคัญโดยหมอวี ยองจิน

ถึงแม้ผลลัพธ์ของ Belotero Revive จะเฉลี่ยคงอยู่ได้ 6-9 เดือน

แต่ช่วงที่ผิวจะฉ่ำเด้ง สุขภาพดีขีดสุดจะอยู่ในช่วงเดือนที่ 3 ครับ

 

หลังจากนั้นความเด้งใสจะค่อยๆ ลดระดับลง ไม่ได้แปลว่าตัวยาได้สลายหายวับไปทันทีครับ

 

และจังหวะเวลาที่คุณจะเลือกกลับมาทำซ้ำนี่แหละ

จะเป็นตัวช่วยอัพเกรดสะสมความงามของผิวต่อยอดได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

วิธีเพิ่มความคุ้มค่าของสกินบูสเตอร์ พลังของการฉีดรีไวฟ์สะสม

 

 














ระยะความสวยของ Belotero Revive

สำหรับตัวคุณเองแล้วจะน่าจะตรงกับข้อไหนกันนะ?

ประเภทผิว

ระยะคงที่เฉลี่ย

ช่วงพีคผิวสวย

แนะนำให้ทำซ้ำ

ผิวบาง/ผิวแห้ง

5~6 เดือน

เข้าเดือนที่ 2~3

เดือนที่ 4~5

ผิวธรรมดา

6~9 เดือน

เข้าเดือนที่ 3

เดือนที่ 5~6

รอบตา/รอบปาก

5~6 เดือน

เข้าเดือนที่ 2~3

เดือนที่ 4

หน้าผาก/แก้ม

8~9 เดือน

เข้าเดือนที่ 3~4

เดือนที่ 6

หากคุณต้องการเพิ่มความคงทนให้นานขึ้น ในการรักษา 1-2 ครั้งแรก

ทางหมอแนะนำให้ทุกท่านมาทำในระยะห่างทุกๆ 3-4 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตัวยากันนะครับ

 

เมื่อผิวเริ่มปรับสภาพและกักเก็บยาเข้าสู่ขั้นตอนการดูแลรักษา คุณถึงจะรู้สึกได้ชัดเจนว่า

"ความเด้งใสอยู่กับเราได้ยาวนานขึ้นจริงๆ"

 

ขอย้ำว่าเหมาะมากกับผู้สบปัญหาผิวหยาบ หมองไร้ความออร่า เมคอัพไม่ติด

และมองหาทางแก้ปัญหาริ้วรอยตื้นๆ บนใบหน้าครับ

 

อย่างไรก็ตาม หากปัญหาหลักของคุณเป็นเรื่องของความหย่อนคล้อยหรือใบหน้าตอบจนดูไม่มีวอลลุ่ม

การทำร่วมกับโปรแกรมทรีตเม้นต์อื่นๆ ควบคู่กันไปจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีเลศกว่าครับ

 

3 คำถามขอดฮิต

ที่คุณมักจะสอบถามคุณหมอในคลินิกเป็นประจำ

 

Q1. ฉีดครั้งเดียวแล้วผลลัพธ์มันจะอยู่ยาวถึง 6 เดือนจริงๆ ไหมคะ?

สำหรับผู้ที่เข้ามาฉีดเดี่ยวๆ ครั้งแรกและคาดหวังผลลัพธ์ที่ยาวนาน 6 เดือนทันที

ในความเป็นจริง อัตราที่ได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งเลยครับ

 

การปูพื้นฐานผิวในการฉีดครั้งแรกสำคัญมาก แต่ระยะเวลาความนานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

จะเห็นผลชัดเจนหลังจากมีการสะสมของตัวยาในรอบที่ 2-3 เป็นต้นไปครับ

 

Q2. ควรเว้นระยะเวลากลบัมาฉีดซ้ำตอนไหนดีที่สุดครับ?

ไม่ใช่ช่วงเดือนที่ 3 ที่ผิวโดดเด่นสูงสุดนะครับ แต่ควรเป็นช่วงที่คุณสัมผัสว่าความวิบวับเริ่มหย่อนลง

นั่นก็คือ ช่วงประมาณ

เดือนที่ 5-6 ครับ เป็นจังหวะที่ดีที่สุด

 

หากมารับการรักษาช้าเกินไป อาจะต้องทำการเริ่มฟื้นฟูสะสมยาใหม่ทั้งหมด ทำให้ประสิทธิภาพความคุ้มค่าลดลง

ดังนั้นอย่าลืมคอยตรวจสุขภาพผิวหน้าของตัวเองกันเป็นระยะๆ นะครับ

 

Q3. มีผลข้างเคียงหรือสิ่งท่ควรหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษอย่างไรบ้าง?

ถึงตัวยาเองจะมีความปลอดภัยสูง แต่ถ้าหากแพทย์มีการทำลงลึกไม่พอในระดับที่เหมาะสม

อาจทิ้งรอยนูนเล็กๆ หรือรอยแดงทิ้งไว้บนผิวได้ 2-3 วันครับ

 

หลังทำเสร็จควรหลีกเลี่ยงการไปร้านซาวน่า สปาร้อน หรือเครื่องดื่มแอกอฮอล์สัก 2-3 วันแรก

และให้พยายามใส่ใจดูแลและบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ให้มากกว่าช่วงเวลาปกติทั่วไปเป็นพิเศษครับ

 

สิ่งที่หมอหวังอยากให้กลับไปคิดวิเคราะห์ในวันนี้เลยคือ

— การทำ Belotero Revive ตัวเลขอายุ 6 เดือนอาจจะไม่สำคัญเท่ากับ

ความพึงพอใจของช่วงเวลาที่คุณรู้สึกหน้าสวยและเงางามแบบขีดสุดในแต่ละประเภทผิวของแต่ละบุคคลครับ

 

ในบทความถัดไป

หมอจะชี้ประเด็นสำคัญเรื่อง "วิธีเซ็ตเข็มสะสมสวย แนะนำจังหวะเติม Belotero Revive ให้คุ้มค่า"

โดยจะยกเคสความงามจริงเพื่ออธิบายให้ทุกเข้าใจอย่างอย่างละเอียดยิ่งขึ้นครับ

 

ดูแลสุขภาพผิวไปด้วยกันนะครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความอื่นๆ เพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

호르몬성 색소침착, 경구피임약을 복용하는 중에도 레이저 시술을 받아도 괜찮을까요?

ผิว

กินยาคุมอยู่ ทำเลเซอร์ฝ้าได้ไหม ต้องวางแผนยังไง

ฝ้าที่มาจากฮอร์โมนกลับมาง่ายกว่าฝ้าทั่วไป มาดูกลไก แนวทางเลเซอร์ที่เหมาะ และข้อควรระวังก่อนเริ่มค่ะ

20대에 모공 관리를 시작하는 게 좋을까요, 조금 더 기다렸다가 하는 게 나을까요?

ผิว

ดูแลรูขุมขนตอนอายุ 20 กว่า เริ่มเลยหรือรอก่อนดี

รูขุมขนกว้างขึ้นตอนอายุ 20 กว่า ควรเริ่มเลยไหม รวมกลไก จังหวะที่เหมาะ จำนวนครั้ง และข้อควรระวังค่ะ

남성 피부는 더 두껍다는데, 올리지오 X 세팅과 수염 부위는 어떻게 달라져야 할까요?

ผู้ชาย

ผิวผู้ชายหนากว่า ตั้งค่า Oligio X เหมือนเดิมได้ไหม

ชั้นหนังแท้ผู้ชายหนากว่าและมันกว่า ความร้อนจึงไปไม่ถึงชั้นลึก มาดูเหตุผลและแนวหนวดเคราที่ต้องแยกดู

인모드 FX를 받은 뒤 붓기와 멍은 며칠에 걸쳐 빠지고, 중요한 일정은 어떻게 잡을까요?

ยกกระชับ

หลังทำ InMode FX บวมกี่วันหาย รอยช้ำจางตอนไหน

ไทม์ไลน์หลังทำ InMode FX วันต่อวัน บวมกับรอยช้ำจางตอนไหน ใครช้ำง่าย ควรเผื่อกี่วันก่อนงานสำคัญค่ะ

การฉีด skin booster ด้วยมือกับการใช้เครื่องอินเจคเตอร์ (injector) มีความแตกต่างกันอย่างไรในเรื่องของความเจ็บปวดและระยะเวลาในการพักฟื้น?

ผิว

ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?

เทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติ ทั้งความเจ็บ รอยช้ำ และความลึกที่ยาไปถึง

ทำไมจำนวนช็อตของ Sofwave ถึงแตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณ และยิ่งทำจำนวนช็อตเยอะๆ จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจริงไหมคะ?

ยกกระชับ

จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?

ช็อตเยอะกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม มาดูกันว่าแต่ละบริเวณบนใบหน้าใช้จำนวนต่างกันเพราะอะไรค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1