• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Skin booster vs รอบฉีด: ทำไมแยกเป็น 3 กลุ่ม

Skin booster vs รอบฉีด: ทำไมแยกเป็น 3 กลุ่ม

Skin booster vs รอบฉีด: ทำไมแยกเป็น 3 กลุ่ม

รีจูรัน จูวีลุค Belotero Revive ต่างกันตรงส่วนผสม 3 กลุ่ม รอบฉีดจึงต่างกัน 2 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน

รีจูรัน 2 สัปดาห์ จูเวอลุค 1 เดือน? เหตุผลจริงที่รอบการทำสกินบูสเตอร์แต่ละชนิดต่างกัน













ประเภท skin booster vs ความถี่ในการทำ,

เหตุผลที่ทำไมส่วนผสมหลักถึงแบ่งออกเป็น 3 สาย

 

"ทำไม รีจูรัน กับ จูวีลุค แล้วก็ Belotero Revive

มันไม่เหมือนกันหมดเลยเหรอคะ?

เลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าควรฉีดตัวไหนดี"

 

มีหลายคนมากๆ เลยครับที่สงสัยแบบนี้

วันนี้หมอจะมาค่อยๆ อธิบายให้ฟังกันอย่างละเอียดเลยนะครับ

"คุณหมอคะ อะไรคือสิ่งที่เร่งด่วนที่สุดสำหรับผิวหนู" วิธีเลือกสกินบูสเตอร์ตามปัญหาผิวแต่ละแบบ

 

 













skin booster ชื่ออาจจะคล้ายกัน

แต่จริงๆ แล้วแบ่งออกเป็น 3 สายครับ

skin booster คือกลุ่มของการบริการทางแพทย์ผิวหนัง

ที่ฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้โดยตรง เพื่อเติมเต็ม

คอลลาเจน, ความชุ่มชื้น และสารฟื้นฟูผิว (regeneration factors)

 

ไม่ใช่ชื่อบริการตัวใดตัวหนึ่ง แต่เป็นคอนเซปต์ภาพรวมที่ครอบคลุมหลายแบบครับ

 

ต่างจากฟิลเลอร์ที่เน้นเติมเต็มวอลลุ่ม

แต่เป้าหมายของ skin booster คือการเปลี่ยน 'เนื้อสัมผัสของผิว (skin texture)' โดยตรงครับ

 

ดังนั้น ถึงแม้จะเป็น skin booster เหมือนกัน

แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีส่วนผสมของสารตัวไหนเด่น

ผลลัพธ์และความถี่ในการทำจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

[สรุป] คอลลาเจน ฟื้นฟู ให้ความชุ่มชื้น เทียบสกินบูสเตอร์ที่ผิวคุณต้องการได้ในหน้าเดียว

 

 













ทำไมความถี่ถึงมีตั้งแต่ 2 สัปดาห์, 1 เดือน, ไปจนถึง 3 เดือน

แตกต่างกันขนาดนี้ล่ะ?

อินไซต์สำคัญจาก หมอวี ยองจิน

skin booster สามารถแบ่งออกเป็น 3 สายหลักๆ ครับ

 

สายกระตุ้นคอลลาเจน (ทำบ่อยเดือนละครั้ง),

สายฟื้นฟูผิวด้วย PN (ทำบ่อยทุก 2 สัปดาห์) และสายเติมความชุ่มชื้นด้วย HA (ทำบ่อยทุก 3 เดือน)

 

แค่คุณเข้าใจกลุ่มส่วนผสมหลัก

คุณจะรู้ความถี่ในการทำได้เองโดยอัตโนมัติเลยครับ

 

การเข้าใจความแตกต่างของ 3 สายนี้

สำคัญกว่าการท่องจำชื่อโปรแกรมบริการเป็นร้อยๆ ชื่อเสียอีกครับ

 

สายแรกคือ กลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน (เช่น จูวีลุค เป็นต้น)

เป็นวิธีที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองครับ

 

เนื่องจากต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเติมเต็ม

โดยทั่วไปจึงแนะนำให้ทำเป็นเซ็ต

ประมาณ 3-4 ครั้ง ห่างกันทุกๆ 1 เดือนครับ

 

สายที่สองคือ กลุ่มฟื้นฟูผิวด้วย PN (เช่น รีจูรัน HB เป็นต้น)

 

สารสกัดที่ได้จาก DNA ของปลาแซลมอน

ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิว

 

เนื่องจากร่างกายดูดซึมสารตัวนี้ได้เร็ว จึงจำเป็นต้องฉีดถี่ๆ ทุก 2 สัปดาห์

ในช่วงแรก

เพื่อให้เห็นผลลัพธ์สะสมที่ชัดเจนที่สุดครับ

 

สายที่สามคือ กลุ่มเติมความชุ่มชื้นด้วย HA (เช่น Belotero Revive เป็นต้น)

 

เป็นการเติมน้ำเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรง

เพื่อให้ผิวดูฉ่ำวาวอิ่มน้ำทันที

 

ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3 เดือน ดังนั้นหลายๆ คน

จึงมักจะกลับมาเติมความชุ่มชื้นกันซีซั่นละครั้งครับ

 

เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา มีลูกค้าวัย 45 ปีท่านหนึ่งที่เคยทำ รีจูรัน เพื่อปรับสภาพผิว

เพิ่งกลับมาปรึกษาหมออีกครั้งด้วยความกังวลเรื่องแก้มหย่อนคล้อย

 

ในเคสนี้ แทนที่จะใช้สารฟื้นฟูผิว (PN) เหมือนเดิม

หมอประเมินว่าเป็นจังหวะที่ควรเปลี่ยนไปใช้กลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน (collagen stimulator) แทน

จึงได้ปรับแผนการรักษาและให้คำแนะนำใหม่ไปครับ

 

แม้จะเป็นคนคนเดียวกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวในขณะนั้น

ความต้องการสารบำรุงในแต่ละกลุ่ม

ก็อาจจะเปลี่ยนไปได้ภายในเวลาแค่ 6 เดือนครับ

 

สรุปประเด็นสำคัญจาก หมอวี ยองจิน

ไม่ต้องพยายามจำชื่อแบรนด์หรือชื่อโปรแกรมมากมายให้ปวดหัวหรอกครับ

แค่แบ่งแยกตามกลุ่มส่วนผสมหลักทั้ง 3 ข้อนี้ให้ได้ก็พอ

 

กระตุ้นคอลลาเจน (ทุก 1 เดือน) · ฟื้นฟูผิวด้วย PN (ทุก 2 สัปดาห์)

· เติมความชุ่มชื้นด้วย HA (ทุก 3 เดือน)

 

แค่รู้จัก 3 สายนี้ คำถามที่ว่า "ตอนนี้ฉันควรฉีดอะไรดีนะ?"

คุณจะได้คำตอบไปแล้วกว่า 90% แน่นอนครับ

วิธีเพิ่มความคุ้มค่าของสกินบูสเตอร์ แค่จัดลำดับหมวดหมู่ส่วนผสมให้ดี ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนไป

 

 













ผิวของคุณเหมาะกับกลุ่มไหนกันนะ?

กลุ่มส่วนผสม

ผลิตภัณฑ์ตัวแทน

ความถี่

แนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหา

กระตุ้นคอลลาเจน

จูวีลุค, Sculptra

ห่างกัน 1 เดือน (ทำ 3~4 ครั้ง)

ผิวขาดความยืดหยุ่น, แก้มหย่อนคล้อย

ฟื้นฟูผิวด้วย PN

รีจูรัน HB

ห่างกัน 2 สัปดาห์ (ทำ 4 ครั้ง)

รูขุมขนกว้าง, ริ้วรอยเล็กๆ, ผิวหยาบกร้าน

เติมความชุ่มชื้นด้วย HA

Belotero Revive, Skinvive

ทุกๆ 3 เดือน (ทำ 1 ครั้ง)

ผิวแห้งกร้าน, ผิวโทรมดูไม่สดใส

มีอีกหนึ่งเรื่องที่หมออยากจะบอกไว้เลยก็คือ

ทั้ง 3 กลุ่มนี้

ไม่ใช่สารทดแทนกันและกัน แต่เป็นสารที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันครับ

 

เพราะการเลือกทำตามความเหมาะสมของสภาพผิว หรือการทำร่วมกันอย่างเป็นระบบ

จะช่วยสร้าง synergistic effect ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแก่ผิวของคุณครับ

 

คำถามที่หมอบ่อยถามเจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจ

 

Q1. สามารถฉีดทั้งสามตัวไปพร้อมกันในคราวเดียวเลยได้ไหมคะ?

ทำได้ครับ แต่หมอไม่ค่อยแนะนำ

เพราะหากผิวชั้นแท้ได้รับการระคายเคืองหรือกระตุ้นมากเกินไปในครั้งเดียว

อาจเพิ่มโอกาสการเกิดรอยช้ำหรือเกิดเป็นตุ่มนูน (nodule) ใต้ผิวได้ครับ

 

ปกติหมอจะวางแผนการรักษาโดยให้ทำเซ็ตฟื้นฟูผิว (PN) ให้ครบคอร์สก่อน

แล้วค่อยขยับไปทำกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน

เรียงตามขั้นตอนไปจะดีกว่าครับ

 

Q2. ค่าใช้จ่ายจะสูงมากถ้ารักษาพร้อมกันหลายอย่างใช่ไหมคะ?

ไม่จำเป็นต้องเริ่มทำ

ทั้งสามตัวพร้อมกันตั้งแต่แรกหรอกครับ

 

การค่อยๆ ทำทีละกลุ่ม

เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่ากว่ามากครับ

 

วิธีการที่ถูกต้องคือ ให้เริ่มแก้ปัญหาผิวที่มีความสำคัญสูงที่สุดก่อน

แล้วคอยสังเกตการตอบสนองของผิว ก่อนที่จะก้าวไปสู่ขั้นตอนถัดไปครับ

 

Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงอย่างรอยช้ำหรือตุ่มนูนใต้ผิวจังเลยครับ

สำหรับกลุ่ม PN หรือ HA

เนื่องจากต้องใช้เข็มหลายจุด จึงอาจเกิดรอยช้ำได้ง่าย

แต่โดยทั่วไปจะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติภายในหนึ่งสัปดาห์ครับ

 

ส่วนกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน แม้จะเกิดรอยช้ำน้อยกว่า

แต่ก็มีโอกาสเกิดตุ่มนูนใต้ผิวได้ ดังนั้นความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา

รวมถึงคำแนะนำในการนวดดูแลผิวหลังทำจึงมีความสำคัญมากๆ ครับ

 

หากต้องการจำเพียงเรื่องเดียวจากวันนี้ไป

— แทนที่จะจำชื่อบริการ ให้จำ 3 สายย่อยคอลลาเจน·PN·HA

และรอบความถี่ในการทำของแต่ละตัวแทนนะครับ

 

ในบทความหน้า

หมอจะนำเคสจริงมาโชว์ให้ดูในหัวข้อ 'จังหวะเวลาที่ดีที่สุด

ในการเปลี่ยนจากการดูแลฟื้นฟูผิวไปสู่การดูแลความยืดหยุ่น' ครับ

 

ไว้เจอกันใหม่ครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

รีจูรัน 2 สัปดาห์ จูเวอลุค 1 เดือน? เหตุผลจริงที่รอบการทำสกินบูสเตอร์แต่ละชนิดต่างกัน













ประเภท skin booster vs ความถี่ในการทำ,

เหตุผลที่ทำไมส่วนผสมหลักถึงแบ่งออกเป็น 3 สาย

 

"ทำไม รีจูรัน กับ จูวีลุค แล้วก็ Belotero Revive

มันไม่เหมือนกันหมดเลยเหรอคะ?

เลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าควรฉีดตัวไหนดี"

 

มีหลายคนมากๆ เลยครับที่สงสัยแบบนี้

วันนี้หมอจะมาค่อยๆ อธิบายให้ฟังกันอย่างละเอียดเลยนะครับ

"คุณหมอคะ อะไรคือสิ่งที่เร่งด่วนที่สุดสำหรับผิวหนู" วิธีเลือกสกินบูสเตอร์ตามปัญหาผิวแต่ละแบบ

 

 













skin booster ชื่ออาจจะคล้ายกัน

แต่จริงๆ แล้วแบ่งออกเป็น 3 สายครับ

skin booster คือกลุ่มของการบริการทางแพทย์ผิวหนัง

ที่ฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้โดยตรง เพื่อเติมเต็ม

คอลลาเจน, ความชุ่มชื้น และสารฟื้นฟูผิว (regeneration factors)

 

ไม่ใช่ชื่อบริการตัวใดตัวหนึ่ง แต่เป็นคอนเซปต์ภาพรวมที่ครอบคลุมหลายแบบครับ

 

ต่างจากฟิลเลอร์ที่เน้นเติมเต็มวอลลุ่ม

แต่เป้าหมายของ skin booster คือการเปลี่ยน 'เนื้อสัมผัสของผิว (skin texture)' โดยตรงครับ

 

ดังนั้น ถึงแม้จะเป็น skin booster เหมือนกัน

แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีส่วนผสมของสารตัวไหนเด่น

ผลลัพธ์และความถี่ในการทำจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

[สรุป] คอลลาเจน ฟื้นฟู ให้ความชุ่มชื้น เทียบสกินบูสเตอร์ที่ผิวคุณต้องการได้ในหน้าเดียว

 

 













ทำไมความถี่ถึงมีตั้งแต่ 2 สัปดาห์, 1 เดือน, ไปจนถึง 3 เดือน

แตกต่างกันขนาดนี้ล่ะ?

อินไซต์สำคัญจาก หมอวี ยองจิน

skin booster สามารถแบ่งออกเป็น 3 สายหลักๆ ครับ

 

สายกระตุ้นคอลลาเจน (ทำบ่อยเดือนละครั้ง),

สายฟื้นฟูผิวด้วย PN (ทำบ่อยทุก 2 สัปดาห์) และสายเติมความชุ่มชื้นด้วย HA (ทำบ่อยทุก 3 เดือน)

 

แค่คุณเข้าใจกลุ่มส่วนผสมหลัก

คุณจะรู้ความถี่ในการทำได้เองโดยอัตโนมัติเลยครับ

 

การเข้าใจความแตกต่างของ 3 สายนี้

สำคัญกว่าการท่องจำชื่อโปรแกรมบริการเป็นร้อยๆ ชื่อเสียอีกครับ

 

สายแรกคือ กลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน (เช่น จูวีลุค เป็นต้น)

เป็นวิธีที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองครับ

 

เนื่องจากต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเติมเต็ม

โดยทั่วไปจึงแนะนำให้ทำเป็นเซ็ต

ประมาณ 3-4 ครั้ง ห่างกันทุกๆ 1 เดือนครับ

 

สายที่สองคือ กลุ่มฟื้นฟูผิวด้วย PN (เช่น รีจูรัน HB เป็นต้น)

 

สารสกัดที่ได้จาก DNA ของปลาแซลมอน

ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิว

 

เนื่องจากร่างกายดูดซึมสารตัวนี้ได้เร็ว จึงจำเป็นต้องฉีดถี่ๆ ทุก 2 สัปดาห์

ในช่วงแรก

เพื่อให้เห็นผลลัพธ์สะสมที่ชัดเจนที่สุดครับ

 

สายที่สามคือ กลุ่มเติมความชุ่มชื้นด้วย HA (เช่น Belotero Revive เป็นต้น)

 

เป็นการเติมน้ำเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรง

เพื่อให้ผิวดูฉ่ำวาวอิ่มน้ำทันที

 

ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3 เดือน ดังนั้นหลายๆ คน

จึงมักจะกลับมาเติมความชุ่มชื้นกันซีซั่นละครั้งครับ

 

เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา มีลูกค้าวัย 45 ปีท่านหนึ่งที่เคยทำ รีจูรัน เพื่อปรับสภาพผิว

เพิ่งกลับมาปรึกษาหมออีกครั้งด้วยความกังวลเรื่องแก้มหย่อนคล้อย

 

ในเคสนี้ แทนที่จะใช้สารฟื้นฟูผิว (PN) เหมือนเดิม

หมอประเมินว่าเป็นจังหวะที่ควรเปลี่ยนไปใช้กลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน (collagen stimulator) แทน

จึงได้ปรับแผนการรักษาและให้คำแนะนำใหม่ไปครับ

 

แม้จะเป็นคนคนเดียวกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวในขณะนั้น

ความต้องการสารบำรุงในแต่ละกลุ่ม

ก็อาจจะเปลี่ยนไปได้ภายในเวลาแค่ 6 เดือนครับ

 

สรุปประเด็นสำคัญจาก หมอวี ยองจิน

ไม่ต้องพยายามจำชื่อแบรนด์หรือชื่อโปรแกรมมากมายให้ปวดหัวหรอกครับ

แค่แบ่งแยกตามกลุ่มส่วนผสมหลักทั้ง 3 ข้อนี้ให้ได้ก็พอ

 

กระตุ้นคอลลาเจน (ทุก 1 เดือน) · ฟื้นฟูผิวด้วย PN (ทุก 2 สัปดาห์)

· เติมความชุ่มชื้นด้วย HA (ทุก 3 เดือน)

 

แค่รู้จัก 3 สายนี้ คำถามที่ว่า "ตอนนี้ฉันควรฉีดอะไรดีนะ?"

คุณจะได้คำตอบไปแล้วกว่า 90% แน่นอนครับ

วิธีเพิ่มความคุ้มค่าของสกินบูสเตอร์ แค่จัดลำดับหมวดหมู่ส่วนผสมให้ดี ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนไป

 

 













ผิวของคุณเหมาะกับกลุ่มไหนกันนะ?

กลุ่มส่วนผสม

ผลิตภัณฑ์ตัวแทน

ความถี่

แนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหา

กระตุ้นคอลลาเจน

จูวีลุค, Sculptra

ห่างกัน 1 เดือน (ทำ 3~4 ครั้ง)

ผิวขาดความยืดหยุ่น, แก้มหย่อนคล้อย

ฟื้นฟูผิวด้วย PN

รีจูรัน HB

ห่างกัน 2 สัปดาห์ (ทำ 4 ครั้ง)

รูขุมขนกว้าง, ริ้วรอยเล็กๆ, ผิวหยาบกร้าน

เติมความชุ่มชื้นด้วย HA

Belotero Revive, Skinvive

ทุกๆ 3 เดือน (ทำ 1 ครั้ง)

ผิวแห้งกร้าน, ผิวโทรมดูไม่สดใส

มีอีกหนึ่งเรื่องที่หมออยากจะบอกไว้เลยก็คือ

ทั้ง 3 กลุ่มนี้

ไม่ใช่สารทดแทนกันและกัน แต่เป็นสารที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันครับ

 

เพราะการเลือกทำตามความเหมาะสมของสภาพผิว หรือการทำร่วมกันอย่างเป็นระบบ

จะช่วยสร้าง synergistic effect ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแก่ผิวของคุณครับ

 

คำถามที่หมอบ่อยถามเจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจ

 

Q1. สามารถฉีดทั้งสามตัวไปพร้อมกันในคราวเดียวเลยได้ไหมคะ?

ทำได้ครับ แต่หมอไม่ค่อยแนะนำ

เพราะหากผิวชั้นแท้ได้รับการระคายเคืองหรือกระตุ้นมากเกินไปในครั้งเดียว

อาจเพิ่มโอกาสการเกิดรอยช้ำหรือเกิดเป็นตุ่มนูน (nodule) ใต้ผิวได้ครับ

 

ปกติหมอจะวางแผนการรักษาโดยให้ทำเซ็ตฟื้นฟูผิว (PN) ให้ครบคอร์สก่อน

แล้วค่อยขยับไปทำกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน

เรียงตามขั้นตอนไปจะดีกว่าครับ

 

Q2. ค่าใช้จ่ายจะสูงมากถ้ารักษาพร้อมกันหลายอย่างใช่ไหมคะ?

ไม่จำเป็นต้องเริ่มทำ

ทั้งสามตัวพร้อมกันตั้งแต่แรกหรอกครับ

 

การค่อยๆ ทำทีละกลุ่ม

เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่ากว่ามากครับ

 

วิธีการที่ถูกต้องคือ ให้เริ่มแก้ปัญหาผิวที่มีความสำคัญสูงที่สุดก่อน

แล้วคอยสังเกตการตอบสนองของผิว ก่อนที่จะก้าวไปสู่ขั้นตอนถัดไปครับ

 

Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงอย่างรอยช้ำหรือตุ่มนูนใต้ผิวจังเลยครับ

สำหรับกลุ่ม PN หรือ HA

เนื่องจากต้องใช้เข็มหลายจุด จึงอาจเกิดรอยช้ำได้ง่าย

แต่โดยทั่วไปจะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติภายในหนึ่งสัปดาห์ครับ

 

ส่วนกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน แม้จะเกิดรอยช้ำน้อยกว่า

แต่ก็มีโอกาสเกิดตุ่มนูนใต้ผิวได้ ดังนั้นความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา

รวมถึงคำแนะนำในการนวดดูแลผิวหลังทำจึงมีความสำคัญมากๆ ครับ

 

หากต้องการจำเพียงเรื่องเดียวจากวันนี้ไป

— แทนที่จะจำชื่อบริการ ให้จำ 3 สายย่อยคอลลาเจน·PN·HA

และรอบความถี่ในการทำของแต่ละตัวแทนนะครับ

 

ในบทความหน้า

หมอจะนำเคสจริงมาโชว์ให้ดูในหัวข้อ 'จังหวะเวลาที่ดีที่สุด

ในการเปลี่ยนจากการดูแลฟื้นฟูผิวไปสู่การดูแลความยืดหยุ่น' ครับ

 

ไว้เจอกันใหม่ครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

호르몬성 색소침착, 경구피임약을 복용하는 중에도 레이저 시술을 받아도 괜찮을까요?

ผิว

กินยาคุมอยู่ ทำเลเซอร์ฝ้าได้ไหม ต้องวางแผนยังไง

ฝ้าที่มาจากฮอร์โมนกลับมาง่ายกว่าฝ้าทั่วไป มาดูกลไก แนวทางเลเซอร์ที่เหมาะ และข้อควรระวังก่อนเริ่มค่ะ

20대에 모공 관리를 시작하는 게 좋을까요, 조금 더 기다렸다가 하는 게 나을까요?

ผิว

ดูแลรูขุมขนตอนอายุ 20 กว่า เริ่มเลยหรือรอก่อนดี

รูขุมขนกว้างขึ้นตอนอายุ 20 กว่า ควรเริ่มเลยไหม รวมกลไก จังหวะที่เหมาะ จำนวนครั้ง และข้อควรระวังค่ะ

남성 피부는 더 두껍다는데, 올리지오 X 세팅과 수염 부위는 어떻게 달라져야 할까요?

ผู้ชาย

ผิวผู้ชายหนากว่า ตั้งค่า Oligio X เหมือนเดิมได้ไหม

ชั้นหนังแท้ผู้ชายหนากว่าและมันกว่า ความร้อนจึงไปไม่ถึงชั้นลึก มาดูเหตุผลและแนวหนวดเคราที่ต้องแยกดู

인모드 FX를 받은 뒤 붓기와 멍은 며칠에 걸쳐 빠지고, 중요한 일정은 어떻게 잡을까요?

ยกกระชับ

หลังทำ InMode FX บวมกี่วันหาย รอยช้ำจางตอนไหน

ไทม์ไลน์หลังทำ InMode FX วันต่อวัน บวมกับรอยช้ำจางตอนไหน ใครช้ำง่าย ควรเผื่อกี่วันก่อนงานสำคัญค่ะ

การฉีด skin booster ด้วยมือกับการใช้เครื่องอินเจคเตอร์ (injector) มีความแตกต่างกันอย่างไรในเรื่องของความเจ็บปวดและระยะเวลาในการพักฟื้น?

ผิว

ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?

เทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติ ทั้งความเจ็บ รอยช้ำ และความลึกที่ยาไปถึง

ทำไมจำนวนช็อตของ Sofwave ถึงแตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณ และยิ่งทำจำนวนช็อตเยอะๆ จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจริงไหมคะ?

ยกกระชับ

จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?

ช็อตเยอะกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม มาดูกันว่าแต่ละบริเวณบนใบหน้าใช้จำนวนต่างกันเพราะอะไรค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1