• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Skin booster vs รอบฉีด: ทำไมแยกเป็น 3 กลุ่ม

Skin booster vs รอบฉีด: ทำไมแยกเป็น 3 กลุ่ม

Skin booster vs รอบฉีด: ทำไมแยกเป็น 3 กลุ่ม

Rejuran Juvelook Revive ต่างกันตรงส่วนผสม 3 กลุ่ม รอบฉีดจึงต่างกัน 2 สัปดาห์ 1 เดือน 3 เดือน

리쥬란 2주, 쥬베룩 한 달? 스킨부스터마다 주기가 다른 진짜 이유









ประเภท skin booster vs ความถี่ในการทำ,

เหตุผลที่ทำไมส่วนผสมหลักถึงแบ่งออกเป็น 3 สาย

 

"ทำไม Rejuran กับ Juvelook แล้วก็ Revive

มันไม่เหมือนกันหมดเลยเหรอคะ?

เลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าควรฉีดตัวไหนดี"

 

มีหลายคนมากๆ เลยค่ะที่สงสัยแบบนี้

วันนี้หมอจะมาค่อยๆ อธิบายให้ฟังกันอย่างละเอียดเลยนะครับ

"원장님, 저한테는 뭐가 제일 급할까요?" 피부 고민별 스킨부스터 선택법

 

 









skin booster ชื่ออาจจะคล้ายกัน

แต่จริงๆ แล้วแบ่งออกเป็น 3 สายครับ

skin booster คือกลุ่มของการบริการทางแพทย์ผิวหนัง

ที่ฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้โดยตรง เพื่อเติมเต็ม

คอลลาเจน, ความชุ่มชื้น และสารฟื้นฟูผิว (regeneration factors)

 

ไม่ใช่ชื่อบริการตัวใดตัวหนึ่ง แต่เป็นคอนเซปต์ภาพรวมที่ครอบคลุมหลายแบบครับ

 

ต่างจากฟิลเลอร์ที่เน้นเติมเต็มวอลลุ่ม

แต่เป้าหมายของ skin booster คือการเปลี่ยน 'เนื้อสัมผัสของผิว (skin texture)' โดยตรงครับ

 

ดังนั้น ถึงแม้จะเป็น skin booster เหมือนกัน

แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีส่วนผสมของสารตัวไหนเด่น

ผลลัพธ์และความถี่ในการทำจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

[요약] 콜라겐·재생·보습, 내 피부에 필요한 스킨부스터 한눈에 비교하기

 

 









ทำไมความถี่ถึงมีตั้งแต่ 2 สัปดาห์, 1 เดือน, ไปจนถึง 3 เดือน

แตกต่างกันขนาดนี้ล่ะ?

อินไซต์สำคัญจาก หมอวี ยองจิน

skin booster สามารถแบ่งออกเป็น 3 สายหลักๆ ครับ

 

สายกระตุ้นคอลลาเจน (ทำบ่อยเดือนละครั้ง),

สายฟื้นฟูผิวด้วย PN (ทำบ่อยทุก 2 สัปดาห์) และสายเติมความชุ่มชื้นด้วย HA (ทำบ่อยทุก 3 เดือน)

 

แค่คุณเข้าใจกลุ่มส่วนผสมหลัก

คุณจะรู้ความถี่ในการทำได้เองโดยอัตโนมัติเลยครับ

 

การเข้าใจความแตกต่างของ 3 สายนี้

สำคัญกว่าการท่องจำชื่อโปรแกรมบริการเป็นร้อยๆ ชื่อเสียอีกครับ

 

สายแรกคือ กลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน (เช่น Juvelook เป็นต้น)

เป็นวิธีที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองครับ

 

เนื่องจากต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเติมเต็ม

โดยทั่วไปจึงแนะนำให้ทำเป็นเซ็ต

ประมาณ 3-4 ครั้ง ห่างกันทุกๆ 1 เดือนครับ

 

สายที่สองคือ กลุ่มฟื้นฟูผิวด้วย PN (เช่น Rejuran HB เป็นต้น)

 

สารสกัดที่ได้จาก DNA ของปลาแซลมอน

ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิว

 

เนื่องจากร่างกายดูดซึมสารตัวนี้ได้เร็ว จึงจำเป็นต้องฉีดถี่ๆ ทุก 2 สัปดาห์

ในช่วงแรก

เพื่อให้เห็นผลลัพธ์สะสมที่ชัดเจนที่สุดครับ

 

สายที่สามคือ กลุ่มเติมความชุ่มชื้นด้วย HA (เช่น Revive เป็นต้น)

 

เป็นการเติมน้ำเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรง

เพื่อให้ผิวดูฉ่ำวาวอิ่มน้ำทันที

 

ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3 เดือน ดังนั้นหลายๆ คน

จึงมักจะกลับมาเติมความชุ่มชื้นกันซีซั่นละครั้งครับ

 

เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา มีลูกค้าวัย 45 ปีท่านหนึ่งที่เคยทำ Rejuran เพื่อปรับสภาพผิว

เพิ่งกลับมาปรึกษาหมออีกครั้งด้วยความกังวลเรื่องแก้มหย่อนคล้อย

 

ในเคสนี้ แทนที่จะใช้สารฟื้นฟูผิว (PN) เหมือนเดิม

หมอประเมินว่าเป็นจังหวะที่ควรเปลี่ยนไปใช้กลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน (collagen stimulator) แทน

จึงได้ปรับแผนการรักษาและให้คำแนะนำใหม่ไปครับ

 

แม้จะเป็นคนคนเดียวกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวในขณะนั้น

ความต้องการสารบำรุงในแต่ละกลุ่ม

ก็อาจจะเปลี่ยนไปได้ภายในเวลาแค่ 6 เดือนครับ

 

สรุปประเด็นสำคัญจาก หมอวี ยองจิน

ไม่ต้องพยายามจำชื่อแบรนด์หรือชื่อโปรแกรมมากมายให้ปวดหัวหรอกครับ

แค่แบ่งแยกตามกลุ่มส่วนผสมหลักทั้ง 3 ข้อนี้ให้ได้ก็พอ

 

กระตุ้นคอลลาเจน (ทุก 1 เดือน) · ฟื้นฟูผิวด้วย PN (ทุก 2 สัปดาห์)

· เติมความชุ่มชื้นด้วย HA (ทุก 3 เดือน)

 

แค่รู้จัก 3 สายนี้ คำถามที่ว่า "ตอนนี้ฉันควรฉีดอะไรดีนะ?"

คุณจะได้คำตอบไปแล้วกว่า 90% แน่นอนครับ

스킨부스터 가성비 높이는 법: 성분 카테고리 순서만 잘 짜도 결과가 달라집니다

 

 









ผิวของคุณเหมาะกับกลุ่มไหนกันนะ?

กลุ่มส่วนผสม

ผลิตภัณฑ์ตัวแทน

ความถี่

แนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหา

กระตุ้นคอลลาเจน

Juvelook, Sculptra

ห่างกัน 1 เดือน (ทำ 3~4 ครั้ง)

ผิวขาดความยืดหยุ่น, แก้มหย่อนคล้อย

ฟื้นฟูผิวด้วย PN

Rejuran HB

ห่างกัน 2 สัปดาห์ (ทำ 4 ครั้ง)

รูขุมขนกว้าง, ริ้วรอยเล็กๆ, ผิวหยาบกร้าน

เติมความชุ่มชื้นด้วย HA

Revive, Skinvive

ทุกๆ 3 เดือน (ทำ 1 ครั้ง)

ผิวแห้งกร้าน, ผิวโทรมดูไม่สดใส

มีอีกหนึ่งเรื่องที่หมออยากจะบอกไว้เลยก็คือ

ทั้ง 3 กลุ่มนี้

ไม่ใช่สารทดแทนกันและกัน แต่เป็นสารที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันครับ

 

เพราะการเลือกทำตามความเหมาะสมของสภาพผิว หรือการทำร่วมกันอย่างเป็นระบบ

จะช่วยสร้าง synergistic effect ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแก่ผิวของคุณครับ

 

คำถามที่หมอบ่อยถามเจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจ

 

Q1. สามารถฉีดทั้งสามตัวไปพร้อมกันในคราวเดียวเลยได้ไหมคะ?

ทำได้ครับ แต่หมอไม่ค่อยแนะนำ

เพราะหากผิวชั้นแท้ได้รับการระคายเคืองหรือกระตุ้นมากเกินไปในครั้งเดียว

อาจเพิ่มโอกาสการเกิดรอยช้ำหรือเกิดเป็นตุ่มนูน (nodule) ใต้ผิวได้ครับ

 

ปกติหมอจะวางแผนการรักษาโดยให้ทำเซ็ตฟื้นฟูผิว (PN) ให้ครบคอร์สก่อน

แล้วค่อยขยับไปทำกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน

เรียงตามขั้นตอนไปจะดีกว่าครับ

 

Q2. ค่าใช้จ่ายจะสูงมากถ้ารักษาพร้อมกันหลายอย่างใช่ไหมคะ?

ไม่จำเป็นต้องเริ่มทำ

ทั้งสามตัวพร้อมกันตั้งแต่แรกหรอกครับ

 

การค่อยๆ ทำทีละกลุ่ม

เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่ากว่ามากครับ

 

วิธีการที่ถูกต้องคือ ให้เริ่มแก้ปัญหาผิวที่มีความสำคัญสูงที่สุดก่อน

แล้วคอยสังเกตการตอบสนองของผิว ก่อนที่จะก้าวไปสู่ขั้นตอนถัดไปครับ

 

Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงอย่างรอยช้ำหรือตุ่มนูนใต้ผิวจังเลยค่ะ

สำหรับกลุ่ม PN หรือ HA

เนื่องจากต้องใช้เข็มหลายจุด จึงอาจเกิดรอยช้ำได้ง่าย

แต่โดยทั่วไปจะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติภายในหนึ่งสัปดาห์ครับ

 

ส่วนกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน แม้จะเกิดรอยช้ำน้อยกว่า

แต่ก็มีโอกาสเกิดตุ่มนูนใต้ผิวได้ ดังนั้นความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา

รวมถึงคำแนะนำในการนวดดูแลผิวหลังทำจึงมีความสำคัญมากๆ ครับ

 

หากต้องการจำเพียงเรื่องเดียวจากวันนี้ไป

— แทนที่จะจำชื่อบริการ ให้จำ 3 สายย่อยคอลลาเจน·PN·HA

และรอบความถี่ในการทำของแต่ละตัวแทนนะครับ

 

ในบทความหน้า

หมอจะนำเคสจริงมาโชว์ให้ดูในหัวข้อ 'จังหวะเวลาที่ดีที่สุด

ในการเปลี่ยนจากการดูแลฟื้นฟูผิวไปสู่การดูแลความยืดหยุ่น' ครับ

 

ไว้เจอกันใหม่ครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

리쥬란 2주, 쥬베룩 한 달? 스킨부스터마다 주기가 다른 진짜 이유









ประเภท skin booster vs ความถี่ในการทำ,

เหตุผลที่ทำไมส่วนผสมหลักถึงแบ่งออกเป็น 3 สาย

 

"ทำไม Rejuran กับ Juvelook แล้วก็ Revive

มันไม่เหมือนกันหมดเลยเหรอคะ?

เลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าควรฉีดตัวไหนดี"

 

มีหลายคนมากๆ เลยค่ะที่สงสัยแบบนี้

วันนี้หมอจะมาค่อยๆ อธิบายให้ฟังกันอย่างละเอียดเลยนะครับ

"원장님, 저한테는 뭐가 제일 급할까요?" 피부 고민별 스킨부스터 선택법

 

 









skin booster ชื่ออาจจะคล้ายกัน

แต่จริงๆ แล้วแบ่งออกเป็น 3 สายครับ

skin booster คือกลุ่มของการบริการทางแพทย์ผิวหนัง

ที่ฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้โดยตรง เพื่อเติมเต็ม

คอลลาเจน, ความชุ่มชื้น และสารฟื้นฟูผิว (regeneration factors)

 

ไม่ใช่ชื่อบริการตัวใดตัวหนึ่ง แต่เป็นคอนเซปต์ภาพรวมที่ครอบคลุมหลายแบบครับ

 

ต่างจากฟิลเลอร์ที่เน้นเติมเต็มวอลลุ่ม

แต่เป้าหมายของ skin booster คือการเปลี่ยน 'เนื้อสัมผัสของผิว (skin texture)' โดยตรงครับ

 

ดังนั้น ถึงแม้จะเป็น skin booster เหมือนกัน

แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีส่วนผสมของสารตัวไหนเด่น

ผลลัพธ์และความถี่ในการทำจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

[요약] 콜라겐·재생·보습, 내 피부에 필요한 스킨부스터 한눈에 비교하기

 

 









ทำไมความถี่ถึงมีตั้งแต่ 2 สัปดาห์, 1 เดือน, ไปจนถึง 3 เดือน

แตกต่างกันขนาดนี้ล่ะ?

อินไซต์สำคัญจาก หมอวี ยองจิน

skin booster สามารถแบ่งออกเป็น 3 สายหลักๆ ครับ

 

สายกระตุ้นคอลลาเจน (ทำบ่อยเดือนละครั้ง),

สายฟื้นฟูผิวด้วย PN (ทำบ่อยทุก 2 สัปดาห์) และสายเติมความชุ่มชื้นด้วย HA (ทำบ่อยทุก 3 เดือน)

 

แค่คุณเข้าใจกลุ่มส่วนผสมหลัก

คุณจะรู้ความถี่ในการทำได้เองโดยอัตโนมัติเลยครับ

 

การเข้าใจความแตกต่างของ 3 สายนี้

สำคัญกว่าการท่องจำชื่อโปรแกรมบริการเป็นร้อยๆ ชื่อเสียอีกครับ

 

สายแรกคือ กลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน (เช่น Juvelook เป็นต้น)

เป็นวิธีที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองครับ

 

เนื่องจากต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเติมเต็ม

โดยทั่วไปจึงแนะนำให้ทำเป็นเซ็ต

ประมาณ 3-4 ครั้ง ห่างกันทุกๆ 1 เดือนครับ

 

สายที่สองคือ กลุ่มฟื้นฟูผิวด้วย PN (เช่น Rejuran HB เป็นต้น)

 

สารสกัดที่ได้จาก DNA ของปลาแซลมอน

ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิว

 

เนื่องจากร่างกายดูดซึมสารตัวนี้ได้เร็ว จึงจำเป็นต้องฉีดถี่ๆ ทุก 2 สัปดาห์

ในช่วงแรก

เพื่อให้เห็นผลลัพธ์สะสมที่ชัดเจนที่สุดครับ

 

สายที่สามคือ กลุ่มเติมความชุ่มชื้นด้วย HA (เช่น Revive เป็นต้น)

 

เป็นการเติมน้ำเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้โดยตรง

เพื่อให้ผิวดูฉ่ำวาวอิ่มน้ำทันที

 

ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3 เดือน ดังนั้นหลายๆ คน

จึงมักจะกลับมาเติมความชุ่มชื้นกันซีซั่นละครั้งครับ

 

เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา มีลูกค้าวัย 45 ปีท่านหนึ่งที่เคยทำ Rejuran เพื่อปรับสภาพผิว

เพิ่งกลับมาปรึกษาหมออีกครั้งด้วยความกังวลเรื่องแก้มหย่อนคล้อย

 

ในเคสนี้ แทนที่จะใช้สารฟื้นฟูผิว (PN) เหมือนเดิม

หมอประเมินว่าเป็นจังหวะที่ควรเปลี่ยนไปใช้กลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน (collagen stimulator) แทน

จึงได้ปรับแผนการรักษาและให้คำแนะนำใหม่ไปครับ

 

แม้จะเป็นคนคนเดียวกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวในขณะนั้น

ความต้องการสารบำรุงในแต่ละกลุ่ม

ก็อาจจะเปลี่ยนไปได้ภายในเวลาแค่ 6 เดือนครับ

 

สรุปประเด็นสำคัญจาก หมอวี ยองจิน

ไม่ต้องพยายามจำชื่อแบรนด์หรือชื่อโปรแกรมมากมายให้ปวดหัวหรอกครับ

แค่แบ่งแยกตามกลุ่มส่วนผสมหลักทั้ง 3 ข้อนี้ให้ได้ก็พอ

 

กระตุ้นคอลลาเจน (ทุก 1 เดือน) · ฟื้นฟูผิวด้วย PN (ทุก 2 สัปดาห์)

· เติมความชุ่มชื้นด้วย HA (ทุก 3 เดือน)

 

แค่รู้จัก 3 สายนี้ คำถามที่ว่า "ตอนนี้ฉันควรฉีดอะไรดีนะ?"

คุณจะได้คำตอบไปแล้วกว่า 90% แน่นอนครับ

스킨부스터 가성비 높이는 법: 성분 카테고리 순서만 잘 짜도 결과가 달라집니다

 

 









ผิวของคุณเหมาะกับกลุ่มไหนกันนะ?

กลุ่มส่วนผสม

ผลิตภัณฑ์ตัวแทน

ความถี่

แนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหา

กระตุ้นคอลลาเจน

Juvelook, Sculptra

ห่างกัน 1 เดือน (ทำ 3~4 ครั้ง)

ผิวขาดความยืดหยุ่น, แก้มหย่อนคล้อย

ฟื้นฟูผิวด้วย PN

Rejuran HB

ห่างกัน 2 สัปดาห์ (ทำ 4 ครั้ง)

รูขุมขนกว้าง, ริ้วรอยเล็กๆ, ผิวหยาบกร้าน

เติมความชุ่มชื้นด้วย HA

Revive, Skinvive

ทุกๆ 3 เดือน (ทำ 1 ครั้ง)

ผิวแห้งกร้าน, ผิวโทรมดูไม่สดใส

มีอีกหนึ่งเรื่องที่หมออยากจะบอกไว้เลยก็คือ

ทั้ง 3 กลุ่มนี้

ไม่ใช่สารทดแทนกันและกัน แต่เป็นสารที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันครับ

 

เพราะการเลือกทำตามความเหมาะสมของสภาพผิว หรือการทำร่วมกันอย่างเป็นระบบ

จะช่วยสร้าง synergistic effect ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแก่ผิวของคุณครับ

 

คำถามที่หมอบ่อยถามเจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจ

 

Q1. สามารถฉีดทั้งสามตัวไปพร้อมกันในคราวเดียวเลยได้ไหมคะ?

ทำได้ครับ แต่หมอไม่ค่อยแนะนำ

เพราะหากผิวชั้นแท้ได้รับการระคายเคืองหรือกระตุ้นมากเกินไปในครั้งเดียว

อาจเพิ่มโอกาสการเกิดรอยช้ำหรือเกิดเป็นตุ่มนูน (nodule) ใต้ผิวได้ครับ

 

ปกติหมอจะวางแผนการรักษาโดยให้ทำเซ็ตฟื้นฟูผิว (PN) ให้ครบคอร์สก่อน

แล้วค่อยขยับไปทำกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน

เรียงตามขั้นตอนไปจะดีกว่าครับ

 

Q2. ค่าใช้จ่ายจะสูงมากถ้ารักษาพร้อมกันหลายอย่างใช่ไหมคะ?

ไม่จำเป็นต้องเริ่มทำ

ทั้งสามตัวพร้อมกันตั้งแต่แรกหรอกครับ

 

การค่อยๆ ทำทีละกลุ่ม

เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่ากว่ามากครับ

 

วิธีการที่ถูกต้องคือ ให้เริ่มแก้ปัญหาผิวที่มีความสำคัญสูงที่สุดก่อน

แล้วคอยสังเกตการตอบสนองของผิว ก่อนที่จะก้าวไปสู่ขั้นตอนถัดไปครับ

 

Q3. กังวลเรื่องผลข้างเคียงอย่างรอยช้ำหรือตุ่มนูนใต้ผิวจังเลยค่ะ

สำหรับกลุ่ม PN หรือ HA

เนื่องจากต้องใช้เข็มหลายจุด จึงอาจเกิดรอยช้ำได้ง่าย

แต่โดยทั่วไปจะค่อยๆ หายไปเองตามธรรมชาติภายในหนึ่งสัปดาห์ครับ

 

ส่วนกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจน แม้จะเกิดรอยช้ำน้อยกว่า

แต่ก็มีโอกาสเกิดตุ่มนูนใต้ผิวได้ ดังนั้นความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา

รวมถึงคำแนะนำในการนวดดูแลผิวหลังทำจึงมีความสำคัญมากๆ ครับ

 

หากต้องการจำเพียงเรื่องเดียวจากวันนี้ไป

— แทนที่จะจำชื่อบริการ ให้จำ 3 สายย่อยคอลลาเจน·PN·HA

และรอบความถี่ในการทำของแต่ละตัวแทนนะครับ

 

ในบทความหน้า

หมอจะนำเคสจริงมาโชว์ให้ดูในหัวข้อ 'จังหวะเวลาที่ดีที่สุด

ในการเปลี่ยนจากการดูแลฟื้นฟูผิวไปสู่การดูแลความยืดหยุ่น' ครับ

 

ไว้เจอกันใหม่ครับ ผมหมอวี ยองจิน ครับ

 

บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หลังทำ Thermage แล้วใบหน้าชาและซ่าอยู่หลายวัน เป็นปฏิกิริยาปกติไหม

ผิว

หลัง Thermage หน้าชาซ่าหลายวัน ปกติไหม

อาการชาซ่าหลัง Thermage มักเป็นความรู้สึกเปลี่ยนชั่วคราว สรุปว่าแค่ไหนปกติ เมื่อไรควรแจ้งคลินิก

หลังฉีด Sculptra ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นเมื่อไร และคงอยู่นานแค่ไหน

ผิว

ฉีด Sculptra ผลเริ่มเห็นเมื่อไร อยู่นานแค่ไหน

Sculptra กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง ผลค่อย ๆ ขึ้นใน 2-3 เดือน สรุปแนวเปลี่ยนและระยะคงอยู่

วอลุ่มจากฟิลเลอร์สะโพกมักคงอยู่นานแค่ไหน และเมื่อไรควรคิดเรื่องเติมเสริม

โครงหน้า&วอลลุ่ม

วอลุ่มฟิลเลอร์สะโพกอยู่นานแค่ไหน เมื่อไรควรเติม

ฟิลเลอร์สะโพกมีระยะคงอยู่ต่างกันตามปริมาณและไลฟ์สไตล์ สรุปแนววอลุ่มจางลงและจังหวะเติมเสริม

หลังลบฝ้า·กระด้วย PicoWay ดูแลสะเก็ดอย่างไรจึงกันรอยดำคล้ำ

ผิว

หลัง PicoWay ลบฝ้ากระ ดูแลสะเก็ดยังไงกันรอยคล้ำ

หลัง PicoWay ลบเม็ดสี การไม่แตะสะเก็ดและกันแดดคือหัวใจกันรอยดำคล้ำ สรุปปฏิกิริยาปกติและวิธีดูแล

หลังทำหัตถการผิว แต่งหน้าได้อีกครั้งเมื่อไรจึงจะปลอดภัยจริง ๆ

ผิว

หลังทำหัตถการผิว แต่งหน้าได้เมื่อไรจึงปลอดภัย

จังหวะแต่งหน้าหลังหัตถการต่างกันตั้งแต่วันเดียวถึง 2 สัปดาห์ ตามระดับกระตุ้นพื้นผิว สรุปเส้นประเมิน

Sofwave เหมาะกับผิวและรูปหน้าแบบไหน และเมื่อไหร่ที่ตัวเลือกอื่นจะดีกว่า

ผิว

Sofwave เหมาะผิว-รูปหน้าแบบไหน เมื่อไหร่เลือกอื่น

Sofwave ร้อนกว้างชั้นกลางหนังแท้ เหมาะผิวกระชับลดลง ส่วนหย่อนใหญ่ควรเลือกอื่น เช็กว่าเหมาะคุณไหม

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1