ระยะ Xeomin ไม่เท่ากันทุกจุด กรามเหลี่ยม 6 เดือน หว่างคิ้วแค่ 3 เดือน เพิ่มยูนิตไม่ยืดเวลา

ก่อนอื่นขอสรุปให้ฟังแบบเคลียร์ๆ กันก่อนเลยนะครับ/ครับ
Xeomin ไม่ได้อยู่ได้นาน 4 เดือนเท่ากันทุกเคส ทุกบริเวณหรอกนะครับ
แต่จะอยู่ได้ตั้งแต่ 3 เดือนไปจนถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดครับ
ในบทความนี้จะมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดครับว่าเพราะอะไร

Xeomin ต่างจาก
โบท็อกซ์แบรนด์อื่นยังไงนะ?
Xeomin เป็นท็อกซินประเภท Botulinum Toxin Type A
ที่ผ่านการขจัดสิ่งเจือปนอย่างคอมเพล็กซิ่งโปรตีนออกไป
จนเหลือเพียงสารนิวโรท็อกซินบริสุทธิ์เท่านั้น (Pure Toxin)
จุดเด่นคือเมื่อไม่มีโปรตีนส่วนเกิน ร่างกายก็แทบจะไม่กระตุ้นการสร้างสารต้านทาน
หรือสรุปง่ายๆ คือช่วยลดความเสี่ยงในการ "ดื้อยา" ลงได้เยอะมากครับ
ทว่า ในแง่ของระยะเวลาการออกฤทธิ์นั้น
ไม่ได้แตกต่างไปจากโบท็อกซ์เกรดพรีเมียมตัวอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ
โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 3.5 ถึง 4.5 เดือน
แต่จุดต่างที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับ "บริเวณที่ฉีด" ครับ

ทำไมฉีด Xeomin เหมือนกัน
แต่แต่ละบริเวณกลับอยู่ได้นานไม่เท่ากัน?
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
แม้ค่าเฉลี่ยของ Xeomin จะอยู่ที่ 4 เดือน
แต่สำหรับบริเวณที่กล้ามเนื้อหนามากๆ อย่างกล้ามเนื้อกราม (Masseter)
ตัวยาอาจอยู่ได้นานยาวถึง 5-6 เดือนเลยครับ
ในทางกลับกัน บริเวณที่กล้ามเนื้อค่อนข้างบางอย่างเช่นระหว่างคิ้ว อาจจะคลายตัวเร็วหน่อยในเวลาประมาณ 3 เดือนครับ
ซึ่งถึงแม้เราจะเพิ่มจำนวนยูนิต (Units) ในบริเวณนั้นๆ
ก็ไม่ได้ช่วยยืดเวลาให้ยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
คนที่เสิร์ชหาข้อมูลเรื่องระยะเวลาการออกฤทธิ์ของ Xeomin
แล้วกดเข้ามาอ่านบทความนี้ ส่วนใหญ่น่าจะกำลังสงสัยว่า
"เอ๊ะ ทำไมรอบนี้โบที่ฉันฉีดมาถึงหมดฤทธิ์ ไวผิดปกติจัง?"
ใช่ไหมละครับ
ความแตกต่างระหว่างคนที่สัญญากล้ามเนื้อระหว่างคิ้วกลับมาทำงานอีกคราวในเวลาแค่ 2 เดือน กับคนที่ฉีดกรามแล้วเรียวสวยได้นานเกือบครึ่งปี
คีย์หลักสำคัญที่สุดอยู่ที่ "ความหนาของมัดกล้ามเนื้อ" ครับ
เหตุผลคือกล้ามเนื้อมัดเล็กและบาง จะมีพื้นที่ให้ตัวยาออกฤทธิ์ค่อนข้างน้อย
บวกกับวงจรการฟื้นตัวของปลายประสาทนั้นสั้นกว่า
ทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณนั้นกลับมาทำงานส่งสัญญาณได้เร็วขึ้น
กลับกัน กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างบริเวณกราม
ตัวยาจะค่อยๆ ถูกดูดซึมและออกฤทธิ์อย่างช้าๆ
และต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าที่ระบบประสาทจะเริ่มกลับมาสั่งการได้อีกครั้ง
เมื่อดูจากเคสรีวิวจริง บริเวณระหว่างคิ้วและหน้าผากจะคลายตัวใน 3-3.5 เดือน
ในขณะที่บริเวณกรามจะอยู่ได้ยาวนาน 5-6 เดือน ถือว่าต่างกันค่อนข้างชัดเจนครับ
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่า แม้จะเป็นคนสรีระเดียวกัน แต่เจอสถานการณ์
"หางตาโบเริ่มหมดฤทธิ์แล้วต้องกลับมาซ้ำ แต่ช่วงกรามยังเป๊ะเรียวอยู่เลย"
เกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติครับ
และความเชื่อผิดๆ อีกข้อที่หลายคนมักจะถามบ่อยๆ คือ
"ถ้าอัดยูนิตเพิ่มเข้าไปเยอะๆ ตัวยาจะอยู่ได้นานขึ้นไหม?"
ในทางการแพทย์ ถึงแม้เราจะอัดยาเพิ่มขึ้นถึง 1.5 เท่า
แต่ผลลัพธ์อาจจะอยู่ยาวนานขึ้นได้เพียงแค่ 20% เท่านั้นครับ
นั่นเป็นเพราะจำนวนตัวรับสัญญาณประสาท (Receptors) ของเรามีจำกัด
ดังนั้น การฉีดอัดยาในปริมาณที่มากเกินไปจึงไม่ใช่หนทางที่จะทำให้โบอยู่ได้นานขึ้น
แต่กลับกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์แทน
จึงต้องระวังในจุดนี้ให้ดีๆ นะครับ
สรุปประเด็นสำคัญจาก หมอวี ยองจิน
ความคงทนของ Xeomin ขึ้นอยู่กับ "ความหนาของกล้ามเนื้อ" เป็นสำคัญครับ
บริเวณกรามอยู่ได้นาน 5-6 เดือน ส่วนระหว่างคิ้วอยู่ที่ 3 เดือน ซึ่งแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
การแก้ปัญหาด้วยการโหมอัดจำนวนยูนิตไม่ได้ช่วยอะไร
แนะนำให้วางแผนจองคิวเข้ามาฉีดซ้ำ
แยกตามจังหวะเวลาของแต่ละโซนใบหน้าจะดีที่สุดครับ

มาเช็กกันดีกว่าว่า
จุดที่เราฉีด Xeomin จัดอยู่ในกลุ่มไหน
เมื่อสัปดาห์ก่อน มีลูกค้าวัย 33 ปีเข้ามาปรึกษาเรื่องการฉีดลดกรามร่วมกับริ้วรอยระหว่างคิ้วครับ
คุณลูกค้าบอกว่า "อยากขอแบบที่ตึงเป๊ะทั้งสองจุดไปยาวๆ 6 เดือนเลยได้ไหมคะ"
แต่ความจริงแล้ว การจะดึงให้ริ้วรอยระหว่างคิ้วตรึงอยู่แน่นถึง 6 เดือน
จำเป็นต้องใช้ปริมาณยูนิตที่เยอะเกินขนาดไปมาก
หากทำเช่นนั้น โอกาสที่คนไข้จะเกิดเอฟเฟกต์คิ้วตก ตาแข็งตึง หน้าดุก็จะพุ่งสูงขึ้นทันทีครับ
แทนที่จะต้องมาเสี่ยงกับผลข้างเคียง
การแยกเซสชันตามความเหมาะสมของวงจรกล้ามเนื้อแต่ละจุดจึงเป็นทางเลือกเซฟและดีที่สุดครับ
บริเวณ | ระยะเวลาเฉลี่ย | ช่วงแนะนำให้ฉีดเพิ่ม/ซ้ำ |
ระหว่างคิ้ว / หน้าผาก | 3 - 3.5 เดือน | เข้าเดือนที่ 3 |
รอบดวงตา (ถุงใต้ตา / ริ้วรอยเล็กๆ) | 3 - 4 เดือน | เข้าเดือนที่ 3.5 |
คาง / มุมปาก | 4 เดือน | เข้าเดือนที่ 4 |
ลดกราม | 5 - 6 เดือน | เข้าเดือนที่ 5 |
กล้ามเนื้อบ่า (Trapezius) | 4 - 5 เดือน | เข้าเดือนที่ 4.5 |
สำหรับสายสปอร์ตที่รักการออกกำลังกายเป็นประจำ ระบบเผาผลาญในร่างกายจะทำงานเร็วขึ้น
ทำให้ตัวยาอาจสลายเร็วกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ได้ครับ
และอีกหนึ่งสิ่งที่หมออยากจะเน้นย้ำและให้ความสำคัญมากๆ คือ
ต้องมั่นใจว่าเป็นของแท้ผ่าน อ.ย. แน่นอน 100% เท่านั้นนะครับ
ตัวยา Xeomin แท้นำเข้าโดยบริษัท Merz Aesthetics จะต้องมีกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ถูกต้อง
มีสติกเกอร์โฮโลแกรมสามมิติป้องกันการปลอมแปลงและรหัสซีเรียลนัมเบอร์อย่างชัดเจน
เพราะการใช้ของหิ้ว ของปลอม หรือผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บไม่ได้มาตรฐานความเย็นที่ถูกต้อง
อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพต่ำลง และระยะเวลาการออกฤทธิ์สั้นลงครึ่งต่อครึ่งเลยครับ
3 คำถามยอดฮิต
ที่คนไข้มักถามบ่อยที่สุด
Q1. ถ้าฉีดที่เดิมซ้ำๆ บ่อยๆ
จะยิ่งทำให้ยาหมดฤทธิ์เร็วขึ้นไหมคะ?
คนไข้ที่เกิดการสร้างแอนติบอดีดื้อยาจนโบอยู่ได้สั้นลงจริงๆ
มีสัดส่วนน้อยมากเพียงแค่ 1-2% เท่านั้นครับ
เคสส่วนใหญ่เกิดจากการที่กล้ามเนื้อมีปริมาตรเล็กลงจากการฉีดสม่ำเสมอ
ทำให้เวลาโบเริ่มคลายตัว คนไข้จะสังเกตเห็นการขยับได้ไวกว่าเดิมครับ
อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้เข้ามาฉีดซ้ำถี่เกินไปในระยะเวลาต่ำกว่า 3 เดือน
เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงสะสมในการดื้อยาในอนาคต
ควรเว้นระยะเวลาตามรอบที่เหมาะสมจะปลอดภัยที่สุดครับ
Q2. ถ้าฉีดหลายๆ บริเวณพร้อมกันทีเดียว
ยาจะหมดฤทธิ์พร้อมกันหมดเลยไหมคะ?
ต่อให้คุณคนไข้จะฉีดปังวันเดียวกัน
แต่พอเวลาผ่านไป แต่ละส่วนก็จะทยอยคลายตัวต่างเวลากันออกไปอยู่ดีครับ
อย่างจุดฉีดริ้วรอยระหว่างคิ้วป่านไป 3 เดือนอาจจะเริ่มขยับได้แล้ว
แต่ช่วงกรอบหน้าลดกรามยังเป๊ะเรียวไม่มีตกอยู่เลย
ดังนั้นเวลาคนไข้แวะมาเก็บงานริ้วรอยระหว่างคิ้ว
หมอก็มักจะแนะนำตรงๆ ว่าให้เว้นช่วงกรามเอาไว้ก่อน
ไม่ต้องรีบฉีดเพิ่มครับ
Q3. ฉีดดักไว้ก่อนที่โบเก่าจะสลายหมด
จะทำให้ตึงได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิมไหมคะ?
หมอไม่แนะนำให้ฉีดตัวยาเพิ่มลงไป
ในขณะที่ยาเก่ายังทำงานค้างอยู่ในมัดกล้ามเนื้อครับ
พฤติกรรมการเติมยาบ่อยเกินควรแบบนี้จะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาต้านยาได้ง่ายขึ้น
ตามไกด์ไลน์ความปลอดภัย ควรล้างระยะห่างอย่างน้อยที่สุด 3 เดือน
และรอให้ผลลัพธ์ของโบเดิมสลายตัวไปสัก 70% ก่อน
ค่อยตัดสินใจเข้ามารับการรักษาซ้ำอีกครั้งจะดีที่สุดครับ
หากวันนี้คนไข้อยากจำคีย์เวิร์ดสำคัญกลับไปเพียงข้อเดียว
— นั่นคือระยะเวลาคงตัวของ Xeomin
หมออยากแนะนำให้คิดคำนวณและวางเซดิวล์แยกตามสัดส่วนของใบหน้าครับ
สำหรับบทความหน้า
หมอจะมาแชร์เรื่อง 'Golden Time' จังหวะเวลาที่ดีที่สุดในการฉีด Xeomin ซ้ำกันต่อนะครับ
พบกันใหม่ครั้งหน้า กับ หมอวี ยองจิน ครับ/ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ผิว
กินยาคุมอยู่ ทำเลเซอร์ฝ้าได้ไหม ต้องวางแผนยังไง
ฝ้าที่มาจากฮอร์โมนกลับมาง่ายกว่าฝ้าทั่วไป มาดูกลไก แนวทางเลเซอร์ที่เหมาะ และข้อควรระวังก่อนเริ่มค่ะ

ผิว
ดูแลรูขุมขนตอนอายุ 20 กว่า เริ่มเลยหรือรอก่อนดี
รูขุมขนกว้างขึ้นตอนอายุ 20 กว่า ควรเริ่มเลยไหม รวมกลไก จังหวะที่เหมาะ จำนวนครั้ง และข้อควรระวังค่ะ

ผู้ชาย
ผิวผู้ชายหนากว่า ตั้งค่า Oligio X เหมือนเดิมได้ไหม
ชั้นหนังแท้ผู้ชายหนากว่าและมันกว่า ความร้อนจึงไปไม่ถึงชั้นลึก มาดูเหตุผลและแนวหนวดเคราที่ต้องแยกดู

ยกกระชับ
หลังทำ InMode FX บวมกี่วันหาย รอยช้ำจางตอนไหน
ไทม์ไลน์หลังทำ InMode FX วันต่อวัน บวมกับรอยช้ำจางตอนไหน ใครช้ำง่าย ควรเผื่อกี่วันก่อนงานสำคัญค่ะ

ผิว
ฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับใช้หัวฉีด ต่างกันตรงไหน เจ็บกว่ากันไหม?
เทียบการฉีดสกินบูสเตอร์ด้วยมือกับหัวฉีดอัตโนมัติ ทั้งความเจ็บ รอยช้ำ และความลึกที่ยาไปถึง

ยกกระชับ
จำนวนช็อต Sofwave ต้องเท่าไหร่ถึงพอดีกับแต่ละบริเวณ?
ช็อตเยอะกว่าแปลว่าดีกว่าจริงไหม มาดูกันว่าแต่ละบริเวณบนใบหน้าใช้จำนวนต่างกันเพราะอะไรค่ะ



