
ระยะเวลาคงอยู่ของ Xeomin: ทำไมบริเวณกรามเหลี่ยมกับหว่างคิ้วถึงต่างกัน 2 เท่า?
ระยะเวลาคงอยู่ของ Xeomin: ทำไมบริเวณกรามเหลี่ยมกับหว่างคิ้วถึงต่างกัน 2 เท่า?
ระยะเวลาคงอยู่ของ Xeomin: ทำไมบริเวณกรามเหลี่ยมกับหว่างคิ้วถึงต่างกัน 2 เท่า?
ระยะเวลาออกฤทธิ์ของ Xeomin คุณคงคิดว่าทุกจุดจะอยู่ได้ 4 เดือนเท่ากันใช่ไหม? แต่กรามเหลี่ยมอยู่ได้ถึง 6 เดือน ส่วนหว่างคิ้วกลับคลายตัวใน 3 เดือน แม้เพิ่มยูนิต ก็ไม่ได้ทำให้อายุการออกฤทธิ์ยืดขึ้นแบบเป็นสัดส่วนเสมอไป

ระยะอยู่ของ Xeomin,
ทำไมกรามเหลี่ยมกับระหว่างคิ้วถึงต่างกัน 2 เท่า
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะ/ครับ
Xeomin ไม่ได้อยู่ได้เท่ากันหมดที่ 4 เดือนนะคะ/ครับ
แต่จะต่างกันตั้งแต่ 3 เดือนถึง 6 เดือนตามตำแหน่งที่ฉีด
ในบทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นค่ะ/ครับ

Xeomin ต่างจาก
โบทูลินัมท็อกซินตัวอื่นยังไง
Xeomin เป็นโบทูลินัมท็อกซินชนิด A
ที่กำจัดโปรตีนเชิงซ้อนออกไปแล้ว
เหลือเฉพาะสารพิษต่อเส้นประสาทบริสุทธิ์ค่ะ/ครับ
เพราะไม่มีโปรตีนเสริม จึงเชื่อว่ามีโอกาสเกิดแอนติบอดี
หรือความดื้อยาต่ำกว่า
แต่ในเรื่องระยะเวลาอยู่ของยาเอง
ไม่ได้ต่างจากท็อกซินตัวอื่นมากนัก
โดยเฉลี่ยประมาณ 3.5~4.5 เดือน
ความต่างจริงๆ อยู่ที่ "ฉีดตรงไหน" มากกว่าค่ะ/ครับ

ทำไม Xeomin ตัวเดียวกัน
แต่ระยะอยู่ถึงต่างกันตามตำแหน่ง
อินไซต์สำคัญจากหมอวี ยองจิน
Xeomin โดยเฉลี่ยอยู่ได้ 4 เดือน
แต่บริเวณที่กล้ามเนื้อหนา เช่น กรามเหลี่ยม
อาจอยู่ได้ถึง 5~6 เดือนค่ะ/ครับ
ส่วนบริเวณที่กล้ามเนื้อบาง เช่น ระหว่างคิ้ว
จะอยู่ได้ราว 3 เดือนกว่าๆ
ต่อให้เพิ่มยูนิตในแต่ละตำแหน่ง
ระยะอยู่ก็ไม่ได้ยาวขึ้นมาก
หลายคนที่ค้นหาเรื่องระยะอยู่ของ Xeomin แล้วเข้ามาอ่าน
น่าจะกำลังสงสัยว่า "ทำไมที่ฉีดไปถึงหมดฤทธิ์เร็วแบบนี้?"
อยู่ใช่ไหมคะ/ครับ
คนที่ฉีดระหว่างคิ้วแล้ว 2 เดือนหน้ากลับมาแสดงสีหน้าได้อีก
กับคนที่ฉีดกรามเหลี่ยมแล้วอยู่ได้เกือบครึ่งปี
ต่างกันที่ความหนาของกล้ามเนื้อค่ะ/ครับ
ถ้ากล้ามเนื้อบาง พื้นที่ที่ยาออกฤทธิ์จะน้อย
และรอบการฟื้นตัวก็สั้นกว่า
ทำให้เส้นประสาทกลับมาทำงานได้เร็วขึ้น
ในทางกลับกัน กล้ามเนื้อหนาอย่างกรามเหลี่ยม
ยาจะถูกดูดซึมช้ากว่า
และกว่าระบบประสาทจะรับสัญญาณกลับมาก็ใช้เวลานานกว่า
ดูจากข้อมูลจริง ระหว่างคิ้ว·หน้าผากอยู่ได้ 3~3.5 เดือน
ส่วนกรามเหลี่ยมอยู่ได้ 5~6 เดือนค่ะ/ครับ
จึงเป็นเหตุผลที่คนไข้บางคนในคนเดียวกัน
จะเจอว่า "ระหว่างคิ้วยังต้องฉีดใหม่ แต่กรามเหลี่ยมยังดีอยู่"
ค่ะ/ครับ
มีความเข้าใจผิดที่พบบ่อยอยู่หนึ่งอย่างคือ
"ถ้าเพิ่มยูนิตเข้าไปอีก จะอยู่ได้นานขึ้นไหม?"
ค่ะ/ครับ
จากประสบการณ์ทางคลินิก แม้เพิ่ม 1.5 เท่า
ระยะอยู่ก็เพิ่มขึ้นแค่ 20% เท่านั้น
เพราะจำนวนตัวรับถูกกำหนดไว้แล้ว
การฉีดเกินขนาดไม่ใช่วิธีทำให้อยู่ได้นานขึ้น
แต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงเท่านั้น
ต้องระวังนะคะ/ครับ
สรุปสำคัญจากหมอวี ยองจิน
ระยะอยู่ของ Xeomin ขึ้นอยู่กับ "ความหนาของกล้ามเนื้อ"
กรามเหลี่ยม 5~6 เดือน ส่วนระหว่างคิ้ว 3 เดือน ความต่างชัดเจนมากค่ะ/ครับ
ไม่ใช่แค่เพิ่มยูนิตแล้วจะแก้ได้
จึงควรวางแผนเวลาทำซ้ำแยกตามแต่ละตำแหน่ง
ค่ะ/ครับ

ระยะอยู่ของ Xeomin,
เช็กว่าคุณอยู่กลุ่มไหน
สัปดาห์ที่แล้วมีลูกค้าอายุ 33 ปีที่มาปรึกษาพร้อมกันเรื่องกรามเหลี่ยมและระหว่างคิ้ว
คุณลูกค้าบอกว่า "ขอให้ทั้งสองตำแหน่งอยู่ได้ 6 เดือนเลย"
แต่ถ้าจะให้ระหว่างคิ้วอยู่ได้ 6 เดือน
ต้องใส่ยูนิตค่อนข้างเยอะมาก
ซึ่งจะทำให้ความเสี่ยงอย่างคิ้วตกเพิ่มขึ้นมากค่ะ/ครับ
แทนที่จะยอมเสี่ยงผลข้างเคียง
ควรแยกรอบการฉีดตามตำแหน่งจะเหมาะกว่าค่ะ/ครับ
ตำแหน่ง | ระยะอยู่เฉลี่ย | ช่วงเวลาที่แนะนำให้ฉีดซ้ำ |
ระหว่างคิ้ว·หน้าผาก | 3~3.5 เดือน | เดือนที่ 3 |
รอบดวงตา(หางตา·ริ้วรอยเล็กๆ) | 3~4 เดือน | เดือนที่ 3.5 |
ปลายคาง·มุมปาก | 4 เดือน | เดือนที่ 4 |
กรามเหลี่ยม | 5~6 เดือน | เดือนที่ 5 |
บ่า | 4~5 เดือน | เดือนที่ 4.5 |
คนที่ชอบออกกำลังกายมักมีเมตาบอลิซึมเร็ว
บางรายอาจหมดฤทธิ์เร็วกว่าค่าเฉลี่ย 2~3 สัปดาห์
มีอีกเรื่องที่อยากย้ำมากๆ คือ
ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นของแท้ค่ะ/ครับ
Xeomin ของแท้จาก Merz จะอยู่ในกล่องแท้
ที่มีสติกเกอร์โฮโลแกรมและหมายเลขระบุไว้
เพราะถ้าเป็นของปลอมหรือยาที่เก็บไม่ถูกต้อง
ระยะอยู่บางครั้งอาจสั้นกว่าครึ่งหนึ่ง
ได้เลยค่ะ/ครับ
คำถามที่ลูกค้า
ถามกันบ่อยที่สุด 3 ข้อ
Q1. ฉีดตำแหน่งเดิมซ้ำบ่อยๆ แล้ว
ผลจะสั้นลงไหม?
กรณีที่มีแอนติบอดีจริงๆ แล้วทำให้ฤทธิ์สั้นลง
มีเพียงประมาณ 1~2% เท่านั้น
ส่วนใหญ่เป็นเพราะกล้ามเนื้ออ่อนลงแล้ว
เราจะรู้สึกว่ามันกลับมาไวขึ้นมากกว่า
แต่ถ้าทำซ้ำถี่เกินไปภายใน 3 เดือน
ความเสี่ยงสะสมจะมีมากขึ้น
จึงควรเว้นตามรอบที่แนะนำค่ะ/ครับ
Q2. ถ้าฉีดหลายตำแหน่งในครั้งเดียว
จะหมดพร้อมกันไหม?
แม้จะฉีดในวันเดียวกัน
แต่แต่ละตำแหน่งก็หมดฤทธิ์ไม่พร้อมกันค่ะ/ครับ
ระหว่างคิ้วอาจหมดฤทธิ์ใน 3 เดือน
แต่กรามเหลี่ยมยังอยู่ในช่วงดีมากอยู่เลย
ดังนั้นเวลามาฉีดระหว่างคิ้ว
ฉัน/ผมมักจะแนะนำให้ปล่อยกรามเหลี่ยมไว้ก่อน
ค่ะ/ครับ
Q3. ถ้าฉีดก่อนที่ผลจะหมด
จะอยู่ได้นานขึ้นไหม?
ไม่แนะนำให้ฉีดซ้ำก่อนที่ยาจะหมด
ค่ะ/ครับ
เพราะจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแอนติบอดี
ตามแนวทาง ควรเว้นอย่างน้อย 3 เดือน
และฉีดซ้ำเมื่อฤทธิ์เริ่มคลายลงประมาณ 70%
จะเหมาะกว่าค่ะ/ครับ
ถ้าวันนี้จะจำไปเพียงอย่างเดียว
— ระยะอยู่ของ Xeomin คือ
ต้องนับแยกตามแต่ละตำแหน่งค่ะ/ครับ
ในบทความถัดไป
เราจะอธิบาย 'ช่วงเวลาทองของการฉีด Xeomin ซ้ำ'
หมอวี ยองจินค่ะ/ครับ
อ่านต่อเพิ่มเติม

ระยะอยู่ของ Xeomin,
ทำไมกรามเหลี่ยมกับระหว่างคิ้วถึงต่างกัน 2 เท่า
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะ/ครับ
Xeomin ไม่ได้อยู่ได้เท่ากันหมดที่ 4 เดือนนะคะ/ครับ
แต่จะต่างกันตั้งแต่ 3 เดือนถึง 6 เดือนตามตำแหน่งที่ฉีด
ในบทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นค่ะ/ครับ

Xeomin ต่างจาก
โบทูลินัมท็อกซินตัวอื่นยังไง
Xeomin เป็นโบทูลินัมท็อกซินชนิด A
ที่กำจัดโปรตีนเชิงซ้อนออกไปแล้ว
เหลือเฉพาะสารพิษต่อเส้นประสาทบริสุทธิ์ค่ะ/ครับ
เพราะไม่มีโปรตีนเสริม จึงเชื่อว่ามีโอกาสเกิดแอนติบอดี
หรือความดื้อยาต่ำกว่า
แต่ในเรื่องระยะเวลาอยู่ของยาเอง
ไม่ได้ต่างจากท็อกซินตัวอื่นมากนัก
โดยเฉลี่ยประมาณ 3.5~4.5 เดือน
ความต่างจริงๆ อยู่ที่ "ฉีดตรงไหน" มากกว่าค่ะ/ครับ

ทำไม Xeomin ตัวเดียวกัน
แต่ระยะอยู่ถึงต่างกันตามตำแหน่ง
อินไซต์สำคัญจากหมอวี ยองจิน
Xeomin โดยเฉลี่ยอยู่ได้ 4 เดือน
แต่บริเวณที่กล้ามเนื้อหนา เช่น กรามเหลี่ยม
อาจอยู่ได้ถึง 5~6 เดือนค่ะ/ครับ
ส่วนบริเวณที่กล้ามเนื้อบาง เช่น ระหว่างคิ้ว
จะอยู่ได้ราว 3 เดือนกว่าๆ
ต่อให้เพิ่มยูนิตในแต่ละตำแหน่ง
ระยะอยู่ก็ไม่ได้ยาวขึ้นมาก
หลายคนที่ค้นหาเรื่องระยะอยู่ของ Xeomin แล้วเข้ามาอ่าน
น่าจะกำลังสงสัยว่า "ทำไมที่ฉีดไปถึงหมดฤทธิ์เร็วแบบนี้?"
อยู่ใช่ไหมคะ/ครับ
คนที่ฉีดระหว่างคิ้วแล้ว 2 เดือนหน้ากลับมาแสดงสีหน้าได้อีก
กับคนที่ฉีดกรามเหลี่ยมแล้วอยู่ได้เกือบครึ่งปี
ต่างกันที่ความหนาของกล้ามเนื้อค่ะ/ครับ
ถ้ากล้ามเนื้อบาง พื้นที่ที่ยาออกฤทธิ์จะน้อย
และรอบการฟื้นตัวก็สั้นกว่า
ทำให้เส้นประสาทกลับมาทำงานได้เร็วขึ้น
ในทางกลับกัน กล้ามเนื้อหนาอย่างกรามเหลี่ยม
ยาจะถูกดูดซึมช้ากว่า
และกว่าระบบประสาทจะรับสัญญาณกลับมาก็ใช้เวลานานกว่า
ดูจากข้อมูลจริง ระหว่างคิ้ว·หน้าผากอยู่ได้ 3~3.5 เดือน
ส่วนกรามเหลี่ยมอยู่ได้ 5~6 เดือนค่ะ/ครับ
จึงเป็นเหตุผลที่คนไข้บางคนในคนเดียวกัน
จะเจอว่า "ระหว่างคิ้วยังต้องฉีดใหม่ แต่กรามเหลี่ยมยังดีอยู่"
ค่ะ/ครับ
มีความเข้าใจผิดที่พบบ่อยอยู่หนึ่งอย่างคือ
"ถ้าเพิ่มยูนิตเข้าไปอีก จะอยู่ได้นานขึ้นไหม?"
ค่ะ/ครับ
จากประสบการณ์ทางคลินิก แม้เพิ่ม 1.5 เท่า
ระยะอยู่ก็เพิ่มขึ้นแค่ 20% เท่านั้น
เพราะจำนวนตัวรับถูกกำหนดไว้แล้ว
การฉีดเกินขนาดไม่ใช่วิธีทำให้อยู่ได้นานขึ้น
แต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงเท่านั้น
ต้องระวังนะคะ/ครับ
สรุปสำคัญจากหมอวี ยองจิน
ระยะอยู่ของ Xeomin ขึ้นอยู่กับ "ความหนาของกล้ามเนื้อ"
กรามเหลี่ยม 5~6 เดือน ส่วนระหว่างคิ้ว 3 เดือน ความต่างชัดเจนมากค่ะ/ครับ
ไม่ใช่แค่เพิ่มยูนิตแล้วจะแก้ได้
จึงควรวางแผนเวลาทำซ้ำแยกตามแต่ละตำแหน่ง
ค่ะ/ครับ

ระยะอยู่ของ Xeomin,
เช็กว่าคุณอยู่กลุ่มไหน
สัปดาห์ที่แล้วมีลูกค้าอายุ 33 ปีที่มาปรึกษาพร้อมกันเรื่องกรามเหลี่ยมและระหว่างคิ้ว
คุณลูกค้าบอกว่า "ขอให้ทั้งสองตำแหน่งอยู่ได้ 6 เดือนเลย"
แต่ถ้าจะให้ระหว่างคิ้วอยู่ได้ 6 เดือน
ต้องใส่ยูนิตค่อนข้างเยอะมาก
ซึ่งจะทำให้ความเสี่ยงอย่างคิ้วตกเพิ่มขึ้นมากค่ะ/ครับ
แทนที่จะยอมเสี่ยงผลข้างเคียง
ควรแยกรอบการฉีดตามตำแหน่งจะเหมาะกว่าค่ะ/ครับ
ตำแหน่ง | ระยะอยู่เฉลี่ย | ช่วงเวลาที่แนะนำให้ฉีดซ้ำ |
ระหว่างคิ้ว·หน้าผาก | 3~3.5 เดือน | เดือนที่ 3 |
รอบดวงตา(หางตา·ริ้วรอยเล็กๆ) | 3~4 เดือน | เดือนที่ 3.5 |
ปลายคาง·มุมปาก | 4 เดือน | เดือนที่ 4 |
กรามเหลี่ยม | 5~6 เดือน | เดือนที่ 5 |
บ่า | 4~5 เดือน | เดือนที่ 4.5 |
คนที่ชอบออกกำลังกายมักมีเมตาบอลิซึมเร็ว
บางรายอาจหมดฤทธิ์เร็วกว่าค่าเฉลี่ย 2~3 สัปดาห์
มีอีกเรื่องที่อยากย้ำมากๆ คือ
ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นของแท้ค่ะ/ครับ
Xeomin ของแท้จาก Merz จะอยู่ในกล่องแท้
ที่มีสติกเกอร์โฮโลแกรมและหมายเลขระบุไว้
เพราะถ้าเป็นของปลอมหรือยาที่เก็บไม่ถูกต้อง
ระยะอยู่บางครั้งอาจสั้นกว่าครึ่งหนึ่ง
ได้เลยค่ะ/ครับ
คำถามที่ลูกค้า
ถามกันบ่อยที่สุด 3 ข้อ
Q1. ฉีดตำแหน่งเดิมซ้ำบ่อยๆ แล้ว
ผลจะสั้นลงไหม?
กรณีที่มีแอนติบอดีจริงๆ แล้วทำให้ฤทธิ์สั้นลง
มีเพียงประมาณ 1~2% เท่านั้น
ส่วนใหญ่เป็นเพราะกล้ามเนื้ออ่อนลงแล้ว
เราจะรู้สึกว่ามันกลับมาไวขึ้นมากกว่า
แต่ถ้าทำซ้ำถี่เกินไปภายใน 3 เดือน
ความเสี่ยงสะสมจะมีมากขึ้น
จึงควรเว้นตามรอบที่แนะนำค่ะ/ครับ
Q2. ถ้าฉีดหลายตำแหน่งในครั้งเดียว
จะหมดพร้อมกันไหม?
แม้จะฉีดในวันเดียวกัน
แต่แต่ละตำแหน่งก็หมดฤทธิ์ไม่พร้อมกันค่ะ/ครับ
ระหว่างคิ้วอาจหมดฤทธิ์ใน 3 เดือน
แต่กรามเหลี่ยมยังอยู่ในช่วงดีมากอยู่เลย
ดังนั้นเวลามาฉีดระหว่างคิ้ว
ฉัน/ผมมักจะแนะนำให้ปล่อยกรามเหลี่ยมไว้ก่อน
ค่ะ/ครับ
Q3. ถ้าฉีดก่อนที่ผลจะหมด
จะอยู่ได้นานขึ้นไหม?
ไม่แนะนำให้ฉีดซ้ำก่อนที่ยาจะหมด
ค่ะ/ครับ
เพราะจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแอนติบอดี
ตามแนวทาง ควรเว้นอย่างน้อย 3 เดือน
และฉีดซ้ำเมื่อฤทธิ์เริ่มคลายลงประมาณ 70%
จะเหมาะกว่าค่ะ/ครับ
ถ้าวันนี้จะจำไปเพียงอย่างเดียว
— ระยะอยู่ของ Xeomin คือ
ต้องนับแยกตามแต่ละตำแหน่งค่ะ/ครับ
ในบทความถัดไป
เราจะอธิบาย 'ช่วงเวลาทองของการฉีด Xeomin ซ้ำ'
หมอวี ยองจินค่ะ/ครับ
อ่านต่อเพิ่มเติม
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ผิว
ผลข้างเคียงของเลเซอร์โทนนิ่ง: ทำไมต้องหยุดทันทีหากผิวแดงขึ้นทันที
ผิวแดงทันทีหลังเลเซอร์โทนนิ่ง เป็นสัญญาณว่าใช้พลังงานมากเกินไป ระดับที่เหมาะสมคือมีรอยแดงจางๆ หลังประมาณ 5–10 นาที และถ้าแดงทันที ความเสี่ยงของภาวะเม็ดสีคล้ำกลับมา (rebound hyperpigmentation) จะสูงขึ้น

ผิว
ราคาค่ารักษาฝ้าด้วยเลเซอร์: ทำไมการทำโทนนิ่ง 50,000 วอนถึงอาจไม่คุ้ม
ราคาเลเซอร์ฝ้า 1 ครั้งประมาณ 50,000~150,000 วอน เหตุผลที่ 600 ช็อตราคา 120,000 วอนให้ผลลัพธ์ดีกว่า 1500 ช็อตราคา 50,000 วอน รวมถึงกับดักของการทำ toning ราคาถูกแบบไม่จำกัดครั้ง สรุปให้แบบมุมมองในห้องตรวจค่ะ

ผิว
การรักษาฝ้า ก่อนจะลบเม็ดสี ต้องควบคุมการอักเสบให้ได้ก่อน
วิธีรักษาฝ้า ถ้าทำแต่เลเซอร์โทนนิ่งซ้ำ ๆ แล้วยังไม่จาง อาจต้องจัดการเรื่องการอักเสบก่อน ไม่ใช่แค่เม็ดสี โดยดูตามเกณฑ์สะสมทุก 4 สัปดาห์

ผิว
รอบการทำเลเซอร์โทนนิ่ง: ความเข้าใจผิดว่าการทำทุกสัปดาห์จะเห็นผลเร็วกว่า
เลเซอร์โทนนิ่งทำทุกสัปดาห์จะถี่ไปไหมคะ? การเว้นระยะ 2–3 สัปดาห์จะเหมาะกับการผลัดเปลี่ยนของเมลานินมากกว่า และถ้ายิงทุกสัปดาห์ ความเสี่ยงของภาวะเม็ดสีเข้มสะสมจะเพิ่มขึ้น

ผิว
พูดตรงๆ นะครับ เมื่อ 5 ปีก่อนผมเองก็ไม่ได้ทำเลเซอร์โทนนิ่งฝ้าลักษณะนี้
ผลลัพธ์ของการทำ toning รักษาฝ้า ไม่ได้แปลว่าทำสัปดาห์ละครั้งแล้วจะดีที่สุด ระยะห่าง 2–3 สัปดาห์ และการลดพลังงานลงอีกหนึ่งระดับ คือเหตุผลที่ช่วยให้เม็ดสีคงตัวและนิ่งขึ้นมากกว่า

ผิว
Pico Toning vs Laser Toning: ทำไมดูแค่จำนวนช็อตถึงอาจเสียเปรียบ
พิโกโทนนิ่ง vs เลเซอร์โทนนิ่ง ถ้าเทียบกันแค่จำนวนช็อต คุณอาจเสียเปรียบได้ จุดด่างดำตื้น ๆ เหมาะกับพิโก ส่วนฝ้าเข้มลึกเหมาะกับ Q-switch — เราสรุปให้แล้วว่ามีเกณฑ์อะไรข้อเดียวที่ทำให้เลือกต่างกัน
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
