จุดต่างของ Revive คือมี glycerol ผสมกับ HA คนผิวแดงรู้สึกผิวสงบได้นานกว่า 6 เดือน

ขอสรุปสั้นๆ ให้ฟังก่อนเลยนะคะ
Revive ไม่ใช่ทรีตเมนต์ที่กระตุ้นคอลลาเจน
แล้วค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างช้าๆ ค่ะ
แต่เป็นการเติม HA และกลีเซอโรลลงในชั้นผิวแท้ (dermis) โดยตรง
ผิวก็เลยจะเริ่มดูโกลว์ใสขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ทำเลยค่ะ วันนี้เราจะมาบอกเล่าถึงเหตุผลกันค่ะ

Revive ต่างจาก skin booster
ตัวอื่นๆ ยังไงบ้างนะ?
Revive คือ skin booster สำหรับชั้นผิวแท้
ที่ผสานโพลิเมอร์ HA (กรดไฮยาลูโรนิก) เข้ากับกลีเซอโรลค่ะ
ต่างจาก Rejuran ที่ใช้ PN ในการกระตุ้น
ให้เซลล์ผิวฟื้นฟูตัวเอง
ตรงที่ Revive จะเติมสารที่ให้ความชุ่มชื้น
เข้าไปในชั้นผิวแท้โดยตรงเลยค่ะ
ดังนั้น ระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์จึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ
ขณะที่ Rejuran จะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนในสัปดาห์ที่ 4
แต่สำหรับ Revive หลายคนแค่ส่องกระจกในวันนั้นเลย
ก็อุทานว่า "อุ๊ย ผิวฉ่ำโกลว์ขึ้นเลย" กันเยอะมากค่ะ

ไหนบอกว่าอยู่ได้นาน 6 เดือน
แต่ทำไมผ่านไป 3 เดือน ความฉ่ำเงาก็เริ่มหายไปแล้วล่ะ?
เจาะลึกข้อมูลสำคัญจากหมอวี ยองจิน
ด้วยความที่ Revive เป็นการเติม HA + กลีเซอโรลลงในชั้นผิวแท้โดยตรง
ผิวจึงได้รับสารอาหารอย่างตรงจุด
ทำให้เห็นความฉ่ำวาวโกลว์สไตล์ดิวอี้ได้ทันทีหลังทำเสร็จค่ะ
โดยเฉพาะกับคนที่มีปัญหารอยแดง ตัวยาจะช่วยปลอบประโลมเส้นเลือดฝอย
ทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานถึง 6~9 เดือนเลยทีเดียว
เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่ส่วนผสมของ Revive ค่ะ
ผลิตภัณฑ์ที่มีแค่ HA เพียงอย่างเดียว
จะถูกเอนไซม์ในร่างกายสลายตัวไปค่อนข้างเร็ว
แต่สำหรับ Revive
จะใส่กลีเซอโรลร่วมด้วยค่ะ
กลีเซอโรลมีหน้าที่คอยกักเก็บความชุ่มชื้น
และช่วยชะลอการสลายตัวของ HA ไปพร้อมๆ กัน
ผลลัพธ์ก็เลยอยู่ได้นานเฉลี่ยถึง 6~9 เดือน
ยาวนานกว่า HA booster ทั่วไปถึงเกือบสองเท่าเลยค่ะ
และอีกหนึ่งอย่างนะคะ มีเหตุผลเฉพาะตัวที่ทำให้ Revive
เหมาะกับคนที่มีปัญหารอยแดงเป็นพิเศษค่ะ
เมื่อกลีเซอโรลเข้าไปอยู่ในชั้นผิวแท้แล้ว
จะช่วยประโลมสภาพผิวรอบๆ เส้นเลือดฝอยให้สงบลง
คนไข้ที่หน้ามักจะแดงง่ายจากความร้อน
หลังผ่านไป 2~3 สัปดาห์มักจะบอกว่า
"รู้สึกหน้าร้อนวูน้อยลงเยอะเลย"
นี่แหละค่ะคือกลไกการทำงานของมัน
เมื่อเดือนก่อนมีคนไข้ท่านหนึ่งอายุ 43 ปี
มาใช้บริการเป็นครั้งที่สองค่ะ
เธอทำครั้งแรกไปเมื่อฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว แล้วกลับมาอีกครั้งในอีก 9 เดือนต่อมา
ตอนที่ทำครั้งแรก สิ่งที่เธอประทับใจที่สุดคือ
"สีผิวหน้าสดดูสม่ำเสมอขึ้น"
แต่พอครบ 9 เดือน ผิวก็ค่อยๆ คืนสภาพเดิมจนรู้สึกได้ เธอจึงกลับมาทำซ้ำค่ะ
คนไข้ท่านนี้เดิมทีมีรอยแดงบริเวณแก้ม
แต่หลังจากทำครั้งแรกไปได้หนึ่งเดือน
รอยแดงบริเวณนั้นก็ดูจางลงและสงบขึ้นมากค่ะ
สรุปประเด็นสำคัญโดยหมอวี ยองจิน
Revive ไม่ใช่ทรีตเมนต์กระตุ้นคอลลาเจน
แต่เป็นทรีตเมนต์ที่เติม HA + กลีเซอโรล
เข้าไปในชั้นผิวแท้โดยตรงค่ะ
ผลลัพธ์คือ ผิวโกลว์ใสทันทีในวันแรก, รอยแดงจางลงใน 2~3 สัปดาห์,
และคงอยู่ได้นาน 6~9 เดือน
ประสิทธิผลทั้ง 3 อย่างนี้เองค่ะ
ที่เป็นจุดต่างจาก skin booster อื่นๆ

รอบการทำซ้ำของ Revive
เลือกตามสภาพผิวแบบนี้ได้เลยค่ะ
คำถามยอดฮิตก็คือ "แล้วแบบฉันต้องทำกี่ครั้ง
เว้นระยะห่างเท่าไหร่ดีคะ?"
เราสรุปมาเป็นตารางให้อ่านเข้าใจง่ายๆ แล้วค่ะ
ประเภทคนไข้ | แนะนำในระยะแรก | รอบการทำซ้ำ |
เน้นความฉ่ำโกลว์ ผิวดิวอี้ | ทำ 2 ครั้ง ห่างกันทุก 4 สัปดาห์ | ทำซ้ำ 1 ครั้ง หลังผ่านไป 6~9 เดือน |
มีปัญหารอยแดงร่วมด้วย | ทำ 3 ครั้ง ห่างกันทุก 4 สัปดาห์ | ทำซ้ำ 1 ครั้ง หลังผ่านไป 5~6 เดือน |
มีผิวแห้งและริ้วรอยเล็กๆ ร่วมด้วย | ทำ 3 ครั้ง ห่างกันทุก 3~4 สัปดาห์ | ทำซ้ำ 1 ครั้ง หลังผ่านไป 6 เดือน |
วัย 50+ ที่ชั้นผิวแท้เริ่มฝ่อตัว | ทำ 3 ครั้ง ห่างกันทุก 3 สัปดาห์ | ทำซ้ำ 1 ครั้ง หลังผ่านไป 4~5 เดือน |
มีอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องแจ้งให้ทราบให้ชัดเจนนะคะ
Revive ไม่ใช่ทรีตเมนต์เพื่อการยกกระชับหน้า (lifting) ค่ะ
หากกังวลเรื่องความหย่อนคล้อย ควรทำหัตถการยกกระชับเป็นหลัก
แล้วเสริมด้วย Revive จะเป็นคู่หูที่ลงตัวที่สุดค่ะ
อย่างคนไข้อายุ 51 ปีท่านหนึ่ง เธอทำโปรแกรมยกกระชับแยกต่างหากอยู่แล้ว
และเลือกทำ Revive เพื่อเน้นเรื่องผิวโกลว์ใสใสค่ะ
หลังจากทำไป 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3 สัปดาห์ เธอทึ่งมากที่ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอขึ้น
จนแทบไม่ต้องแต่งหน้าเลยค่ะ
ตอนนี้เธอลงตัวกับแพทเทิร์นการทำซ้ำ
เพื่อบูสต์ผิวทุกๆ 4 เดือนเรียบร้อยแล้วค่ะ
3 คำถามยอดฮิต
ที่คนไข้ถามเข้ามาบ่อยที่สุด
Q1. ทำ Revive แค่ครั้งเดียวจะเห็นผลไหมคะ?
ความฉ่ำโกลว์จะสังเกตเห็นได้ตั้งแต่วันแรกที่ทำเลยค่ะ
แต่มันจะยังไม่ใช่ "ความโกลว์ที่อยู่ยาวนาน" ค่ะ
ความโกลว์จากการทำเพียงครั้งเดียวจะอยู่ได้ประมาณ 6~8 สัปดาห์
แล้วค่อยๆ จางไปค่ะ
หากต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน 6~9 เดือน
ในช่วงแรกควรเข้ามาทำติดต่อกันสัก 2~3 ครั้งเพื่อสะสมตัวยาในผิวค่ะ
Q2. เทียบกับราคาแล้ว ทำแค่ครั้งเดียว
จะคุ้มค่าไหมคะ?
ราคาต่อครั้งอาจจะดูสูงหน่อย แต่ถ้าหารเฉลี่ยตามระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่
คอสต่อเดือนจริงๆ แล้วถือว่าถูกกว่าค่ะ
อย่างไรก็ตาม ถ้าทำแค่ครั้งเดียวอาจจะยังรู้สึกไม่คุ้มค่าเท่าที่ควรนะคะ
วิธีที่คุ้มค่าที่สุดคือทำเป็นแพ็กเกจ 2 ครั้งในช่วงแรก
แล้วเว้นไปสัก 6 เดือนค่อยกลับมาบูสต์ซ้ำอีกรอบค่ะ
Q3. หลังทำมีรอยช้ำ บวม
หรือมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้างคะ?
เนื่องจากการรฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวแท้โดยตรง รอยช้ำขนาดเล็ก
และอาการบวมเล็กน้อยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปกับแทบทุกคนค่ะ
โดยปกติแล้วจะยุบตัวลงภายใน 3~5 วันค่ะ
อาการปูดนูนหนาขึ้นหลังทำเสร็จใหม่ๆ
เป็นกระบวนการที่ตัวยากำลังเซ็ตตัวเข้าที่ ไม่ต้องกังวลไปนะคะ
แต่หากคลำเจอเป็นไตแข็งๆ
กรุณารีบแจ้งให้ทางคลินิกทราบทันทีค่ะ
สรุปสั้นๆ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณควรรู้ในวันนี้ก็คือ
— Revive เติมสารให้ความชุ่มชื้น
ลงในชั้นผิวแท้โดยตรง
ทำให้ผิวโกลว์ตั้งแต่วันแรก และบรรเทารอยแดง
ให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานกว่า 6 เดือนค่ะ
ในบทความหน้า
เราจะมาเจาะลึกเรื่อง 'สูตรจับคู่ผสานระหว่าง Revive และ Rejuran ที่ดีที่สุด'
ให้ฟังกันต่อนะคะ
วันนี้หมอวี ยองจิน ขอลาไปก่อนค่ะ
บทความน่ารู้อื่นๆ

ผิว
หลัง Thermage หน้าชาซ่าหลายวัน ปกติไหม
อาการชาซ่าหลัง Thermage มักเป็นความรู้สึกเปลี่ยนชั่วคราว สรุปว่าแค่ไหนปกติ เมื่อไรควรแจ้งคลินิก

ผิว
ฉีด Sculptra ผลเริ่มเห็นเมื่อไร อยู่นานแค่ไหน
Sculptra กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเอง ผลค่อย ๆ ขึ้นใน 2-3 เดือน สรุปแนวเปลี่ยนและระยะคงอยู่

โครงหน้า&วอลลุ่ม
วอลุ่มฟิลเลอร์สะโพกอยู่นานแค่ไหน เมื่อไรควรเติม
ฟิลเลอร์สะโพกมีระยะคงอยู่ต่างกันตามปริมาณและไลฟ์สไตล์ สรุปแนววอลุ่มจางลงและจังหวะเติมเสริม

ผิว
หลัง PicoWay ลบฝ้ากระ ดูแลสะเก็ดยังไงกันรอยคล้ำ
หลัง PicoWay ลบเม็ดสี การไม่แตะสะเก็ดและกันแดดคือหัวใจกันรอยดำคล้ำ สรุปปฏิกิริยาปกติและวิธีดูแล

ผิว
หลังทำหัตถการผิว แต่งหน้าได้เมื่อไรจึงปลอดภัย
จังหวะแต่งหน้าหลังหัตถการต่างกันตั้งแต่วันเดียวถึง 2 สัปดาห์ ตามระดับกระตุ้นพื้นผิว สรุปเส้นประเมิน

ผิว
Sofwave เหมาะผิว-รูปหน้าแบบไหน เมื่อไหร่เลือกอื่น
Sofwave ร้อนกว้างชั้นกลางหนังแท้ เหมาะผิวกระชับลดลง ส่วนหย่อนใหญ่ควรเลือกอื่น เช็กว่าเหมาะคุณไหม



