ราคา Sculptra ขึ้นอยู่กับจำนวนขวด เรต 3 ขวดไม่ควรเกิน 2 ล้านวอน และต้องดูจำนวนครั้งที่ฉีดควบคู่กัน

สวัสดีครับ ผมหมอวี ยองจิน จาก Beautystone สาขาฮงแดครับ
💡 เช็กตรงนี้ก่อนอ่านสักนิดนะครับ
Q. ราคาสปูลทรา (Sculptra)
แต่ละคลินิกแตกต่างกันเฉยๆ หรือเปล่าครับ/ครับ?
A. จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่เรื่องส่วนต่างกำไรของแต่ละคลินิกหรอกครับ
แต่ราคาจะแตกต่างกันได้ถึง 2-3 เท่า
ขึ้นอยู่กับว่าใช้จำนวนกี่ขวด (vial)
ดังนั้น เราต้องเข้าใจเกณฑ์ตรงนี้ก่อนครับ
Q. แล้วอย่างผมนี่ต้องใช้ทั้งหมดกี่ขวด (vial) ครับ/ครับ?
A. ขึ้นอยู่กับระดับความตอบของใบหน้าและอายุของแต่ละบุคคลครับ
โดยส่วนใหญ่จำนวนที่เหมาะจะอยู่ที่ประมาณ 3 ขวด (vial)
ซึ่งราคาจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 2 ล้านวอนครับ
"สำหรับค่าบริการโปรแกรม Sculptra แนะนำให้เช็กก่อนครับว่า
ใบหน้าของเราจำเป็นต้องใช้กี่ขวด (vial)
หากใช้ 3 ขวด ราคาก็จะอยู่ที่ไม่เกินประมาณ 2 ล้านวอนครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic สาขาฮงแด)

เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ราคา Sculptra
ของแต่ละคลินิกแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
เวลาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับราคาของ Sculptra
บางที่ก็บอกเริ่มต้นที่ "ขวดละ 4 แสนวอน"
ไปจนถึง "แพ็กเกจรวม 6 ล้านวอน" ราคาดูแกว่งไปแกว่งมาใช่ไหมครับ
ถ้าให้พูดกันตรงๆ เหตุผลก็คือ
จำนวนขวด (vial) ทั้งหมดที่ใช้ฉีดนั้นไม่เท่ากันนั่นเองครับ
Sculptra เป็นตัวช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ
ซึ่งมีส่วนผสมหลักจาก PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ครับ
มันจะไม่เหมือนฟิลเลอร์กลุ่ม HA ที่เน้นการเติมเต็มในปริมาณมากๆ ทีเดียว
แต่จะเป็นการกระจายตัวยาในปริมาณน้อยๆ ไปทั่วบริเวณที่มีปัญหาครับ
ดังนั้น เพื่อที่จะฟื้นฟูวอลลุ่มให้ทั่วทั้งใบหน้า
การใช้แค่เพียง 1-2 ขวดจึงมักจะไม่ค่อยเพียงพอในความเป็นจริงครับ
แต่มันมีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องรู้นะครับ
การระบุจำนวนขวด ไม่ใช่แค่เรื่องที่ว่า
"ยิ่งใช้เยอะ ยิ่งเห็นผลดี" แบบทื่อๆ หรอกครับ
แต่มันเป็นตัวเลขที่ต้องผ่านการคำนวณอย่างแม่นยำ
โดยประเมินจากระดับความหย่อนคล้อยและจุดที่จำเป็นต้องแก้ไขครับ
สําหรับผู้ที่อยู่ในวัย 40 ต้นๆ ที่เริ่มมีปัญหาแก้มตอบ
จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมและเห็นผลเวิร์กสุดๆ จะอยู่ที่ประมาณ 3 ขวดครับ
ในเคสนี้ ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดจะอยู่ที่ไม่เกิน 2 ล้านวอนครับ
แต่หากอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือในรายที่มีปัญหาแก้มตอบค่อนข้างมาก
ก็อาจจะต้องขยับขึ้นไปใช้ถึง 4-5 ขวดครับ
เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะเอ่ยปากถามว่า "Sculptra ราคาเท่าไหร่ครับ?"
การเริ่มต้นถามว่า "อย่างใบหน้าของฉัน ควรต้องใช้กี่ขวดดีคะ?"
จะเป็นแนวทางที่ช่วยให้เราได้ข้อมูลที่ตรงจุดและแม่นยำกว่าเยอะเลยครับ
👨⚕️ สรุปประเด็นสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
หัวใจสำคัญของราคา Sculptra ไม่ใช่ราคาต่อขวดเดี่ยวๆ
แต่คือจำนวนขวดรวมทั้งหมดที่ใช้ครับ
สำหรับท่านที่เพิ่งเริ่มมีปัญหาแก้มตอบ จำนวน 3 ขวดในราคาไม่เกิน 2 ล้านวอน
ถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่เหมาะสมในการเริ่มต้นครับ
ก่อนเข้ารับการปรึกษา การให้คุณหมอช่วยประเมินว่า "หน้าของเราต้องใช้กี่ขวด"
จึงเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดที่จะช่วยเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นครับ

สำหรับเคสเหล่านี้
ถ้ากะจำนวนขวดของ Sculptra ผิด
อาจจะรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า และเสียเงินไปเปล่าๆ ได้ครับ
เรื่องนี้อาจจะดูเข้าใจยากนิดนึงนะครับ
เพราะ Sculptra เป็นหัตถการที่ไม่ได้เห็นผลลัพธ์ทันตาในทันที
เนื่องจากตัวยาต้องใช้เวลาทำงานร่วมกับร่างกาย
ในการกระตุ้นคอลลาเจนซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนเลยครับ
ปกติแล้วเราจะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของชั้นผิวหลังทำไปแล้ว 2-3 เดือน
และจะเห็นผลลัพธ์อย่างเต็มที่ที่สุดเมื่อผ่านไปประมาณ 6 เดือนครับ
ดังนั้น หากตอนปรึกษาครั้งแรก
เลือกกะจำนวนขวดให้น้อยจนเกินไป
พอกลับไปแล้วรู้สึกว่าผลลัพธ์ดูเบาบาง ไม่ค่อยเห็นความเปลี่ยนแปลง
ก็มีหลายคนเลยครับที่ถอดใจแล้วคิดไปเองว่า "หรือ Sculptra จะไม่เหมาะกับเรานะ?"
แต่ในทางกลับกัน การสาดอัดเข้าไปเยอะๆ ก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไปนะครับ
เพราะหากจิ้มในปริมาณที่มากเกินพอดี
อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงอย่างการเป็นก้อนแข็ง (nodule) ใต้ผิวหนังได้ครับ
แต่สิ่งที่สำคัญจริงๆ อยู่ตรงนี้ครับ
อาการเป็นปุ่มก้อนใต้ผิวส่วนใหญ่ มักจะเกิดจากขั้นตอนการผสมตัวยาในสัดส่วนที่ไม่ถูกต้อง
หรือเกิดจากการที่คนไข้ไม่ได้นวดหน้าดูแลตัวเองตามคำแนะนำหลังทำหัตถการครับ
ดังนั้น หากทำตามขั้นตอนมาตรฐานอย่างถูกต้อง
ก็เป็นเรื่องที่ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนครับ
ถึงแม้จะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน
แต่โดยส่วนตัวแล้ว หมอจะดูแลประมาณนี้ครับ
สำหรับคนไข้ที่เพิ่งเคยมาใช้บริการครั้งแรก
หมอจะประเมินสภาพความหย่อนคล้อยและจุดตอบทั่วใบหน้าอย่างละเอียดก่อน
จากนั้นจะเริ่มเปิดตัวยาที่ 3 ขวดเป็นหลักเกณฑ์ตั้งต้น
แล้วค่อยมาดูผลลัพธ์ร่วมกันหลังผ่านไป 2-3 เดือน
เพื่อประเมินอีกทีว่าจำเป็นต้องทำเพิ่มไหม
การค่อยเป็นค่อยไปแบบเป็นสเต็ป ดีกว่าการอัดเข้าไปเยอะๆ ในครั้งเดียว
นอกจากจะให้ผลลัพธ์ที่สวยละมุนเป็นธรรมชาติกว่าแล้ว ยังคุ้มค่าและเซฟเงินในกระเป๋าได้มากกว่าด้วยครับ
จากประสบการณ์ที่เคยเจอคนไข้ที่บ่นว่าเคยทำมาแล้ว 2 ครั้งที่อื่นแต่ไม่เห็นผล
ส่วนใหญ่พบว่าปัญหาเกิดจากปริมาณขวดที่ได้รับนั้นน้อยเกินไปจริงๆ ค่อนข้างเยอะเลยครับ
แต่หลังจากที่มาวางแผนคำนวณสัดส่วนกันใหม่ที่คลินิกเรา
แล้วเริ่มทำด้วยปริมาณ 3 ขวด
หมอก็ได้รับฟีดแบ็กที่ดีมากๆ ว่าผลลัพธ์และระดับความพึงพอใจนั้นแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิงครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q1. ฉีด Sculptra แค่ครั้งเดียวก็พอเลยไหมครับ/ครับ หรือว่าต้องทำซ้ำหลายๆ รอบ?
A. เป็นเรื่องที่หลายคนยังเข้าใจผิดกันเยอะเลยครับ
โดยปกติแล้ว Sculptra จะเป็นการสลายและกระจายตัวยาให้ทั่วถึง
ซึ่งต้องใช้จำนวนหลายขวดในการทำต่อครั้งครับ
การต้องมาทำซ้ำหลายๆ รอบนั้น มักจะแนะนำเฉพาะในเคสที่
ใบหน้ามีการสูญเสียความตึงกระชับไปมากๆ หรือเพื่อการคงสภาพผิวเป็นหลักครับ
หากเพิ่งเริ่มต้นทำครั้งแรก สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้จำนวนขวดที่เหมาะสมภายในครั้งเดียวก่อน
หลังจากนั้นค่อยกลับมาทำเพื่อรักษาผลลัพธ์ทุกๆ 1-2 ปี
ซึ่งนี่คือขั้นตอนปกติทั่วไปที่หมอแนะนำครับ
Q2. เห็นรีวิวหลายคนบอกว่าทำ Sculptra แล้วไม่เห็นผลเลย เป็นเพราะอะไรหรอครับ/ครับ?
A. ถ้าตอบตามตรงเลยนะครับ ส่วนใหญ่เป็นเพราะจำนวนขวดน้อยเกินไป
หรือไม่ก็อาจเกิดจากการตั้งความคาดหวัง
ที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงตั้งแต่แรกครับ
เนื่องจาก Sculptra ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปปุ๊บแล้วหน้าจะฟูเต็มปั๊บ
แต่กลไกของมันคือการเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เอง
เพื่อค่อยๆ ฟื้นฟูระดับวอลลุ่มผิวอย่างเป็นธรรมชาติต่างหากครับ
ดังนั้น ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะไม่ได้วัดกันที่หลังทำทันที
แต่วัดกันที่ความเปลี่ยนแปลงในช่วง 3-6 เดือนต่อมาครับ
สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการอธิบายข้อมูลข้อดีอย่างละเอียดก่อนทำ
จึงมักจะไปรีวิวต่อๆ กันว่า "ไม่ค่อยเห็นผลเลย" นั่นเองครับ
ปรึกษาผ่านช่องทาง LINE
หากอยากรู้ว่าหัตถการนี้เหมาะกับใบหน้าของเราไหม คุณหมอพร้อมเข้ามาให้คำปรึกษาและประเมินด้วยตัวเองโดยตรงเลยครับ
▶ คลิกเพื่อปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน LINE
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลดีๆ จากหมอวี ยองจิน ครับ
บทความน่ารู้อ่านเพิ่มเติม
▶แชร์ผลลัพธ์และข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์บ่า พร้อมเผย 3 กฎเหล็กสู่การมีหัวไหล่มุมฉากสวยได้รูป
▶ทำไมคุณหมอผิวหนังถึงแนะนำให้ทำ LDM ควบคู่ไปกับเลเซอร์ตัวอื่นๆ
▶เลเซอร์กำจัดหนวดเครา ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเรียบเนียนถาวรจริงๆ?
▶โรคเซ็บเดิร์ม (Rosacea) มีเคล็ดลับการรักษาอย่างไรในคลินิกผิวหนัง?

ยกกระชับ
Secret RF ลิฟติ้ง แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหมครับ
มาดูกันครับว่า Secret RF ใช้ไมโครนีดเดิลกับ RF อย่างไร และช่วยแผลเป็น รูขุมขน ความกระชับได้อย่างไร

โครงหน้า&วอลลุ่ม
จูเวลุค โวลุ่ม เติมแก้มตอบ-ร่องแก้มด้วยคอลลาเจนไหม
มาดูกันครับว่าจูเวลุค โวลุ่มต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร และคอลลาเจนช่วยแก้มตอบ-ร่องแก้มอย่างไร

ผิว
RE2O สกินบูสเตอร์ใต้ตา แก้ร่องลึก-คล้ำ-ริ้วรอยครับ
มาดูกันครับว่าใต้ตาคล้ำมีสาเหตุอะไรบ้าง และ RE2O ช่วยเสริมผิวใต้ตาให้หนาขึ้นอย่างไร

ผิว
ฝ้า-จุดด่างดำผสมกัน โทนิ่ง,พิโค,IPL ต่างกันยังไงคะ
มาดูกันครับว่าเลเซอร์โทนนิ่ง พิโค IPL จัดการเม็ดสีต่างกันอย่างไร เหมาะกับฝ้า-จุดด่างดำแบบไหน

ยกกระชับ
อายุ 40 ยกกระชับครั้งแรก เริ่ม HIFU หรือ RF ครับ
มาดูความต่างของ HIFU กับ RF ทั้งความลึก ความรู้สึก และการฟื้นตัว สำหรับวัย 40 ที่เริ่มยกกระชับครับ

ยกกระชับ
Ultherapy PRIME ทำไมลงถึงชั้น SMAS ยกกระชับได้?
ทำไมความลึกระดับชั้น SMAS ถึงสำคัญกับการยกกระชับด้วย Ultherapy PRIME พร้อมแนวทางดูแลจากคลินิกโซล



