จูวีลุค vs จูวีลุค Volume PDLLA เดียวกัน แต่ฉีดต่างชั้น ผลต่าง: ชั้นหนังแท้/ไขมัน คิวเจ็ทยิ่งต่าง
มาเริ่มกันที่บทสรุปกันก่อนเลยนะครับ
จูวีลุค และ จูวีลุค Volume นั้น
ไม่ใช่เรื่องของ 'ความแตกต่างด้านความเข้มข้นของส่วนผสม'
แต่เป็น 'การฉีดเข้าไปในชั้นผิวที่แตกต่างกัน' ครับ
ในบทความนี้ ผมจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้ฟังกันครับ

คิดว่าเป็น PDLLA เหมือนกันหมดใช่ไหมครับ? แต่ความจริงก็คือ
จูวีลุค คือ skin booster ในกลุ่มสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ที่มีส่วนผสมของ PDLLA (Poly-D, L-lactic acid)
ส่วน จูวีลุค Volume แม้จะเป็นกลุ่ม PDLLA เหมือนกัน
แต่มีขนาดโมเลกุลและความหนืดที่แตกต่างกัน
จึงถูกออกแบบมาเพื่อฉีดเข้าไปในชั้นไขมัน ไม่ใช่ชั้นหนังแท้
เพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้าง 'วอลลุ่ม' (Volume) นั่นเองครับ
ทำไมถึงเป็น PDLLA เหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถึงต่างกันขนาดนี้
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
โดยหลักการแล้ว จูวีลุค SB จะฉีดเข้าที่ชั้นผิวชั้นนอก (ชั้นหนังแท้)
ส่วน จูวีลุค Volume จะฉีดเข้าที่ชั้นไขมัน — แต่
หากใช้เครื่องพ่นยาอย่าง คิวร์เจ็ท ก็จะสามารถพ่นตัว Volume เข้าสู่ชั้นผิวตื้นๆ ได้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกันกลายเป็นการรักษาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ
คุณเคยได้ยินคำพูดที่ว่า "ถ้าฉีด จูวีลุค บ่อยๆ
จะทำให้หน้าใหญ่ขึ้น" บ้างไหมครับ?
จริงๆ แล้วตรงกันข้ามเลยครับ
หากพูดให้ถูกต้อง — ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับว่าใช้ จูวีลุค รุ่นไหน
และฉีดเข้าไปที่บริเวณใดต่างหาก
ตัวผลิตภัณฑ์เองไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยครับ
หัวใจสำคัญตรงนี้อยู่ที่กลไกการทำงานของ PDLLA ครับ
หลังจากฉีดเข้าไปแล้ว ในช่วง 6-8 สัปดาห์
PDLLA จะค่อยๆ สลายตัวด้วยน้ำ (Hydrolysis)
และเข้าไปกระตุ้นเซลล์สร้างเส้นใย (Fibroblasts) โดยรอบ
ให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
เนื่องจากวงจรการดูดซึมนั้นยาวนานและเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
หลังจากฉีดไปแล้ว ผลลัพธ์จะค่อยๆ แสดงให้เห็น
ในช่วงระหว่าง 3 ถึง 6 เดือนครับ
แต่มีสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องทราบครับ
ต่อให้เป็น PDLLA เหมือนกัน แต่ถ้าฉีดเข้าไปใน ชั้นหนังแท้ (Dermis)
จะช่วยเพิ่มความหนาแน่นของตาข่ายคอลลาเจนในชั้นตื้น
ทำให้ได้ผลลัพธ์ในเรื่องของเนื้อสัมผัสผิว, ริ้วรอยเล็กๆ และความยืดหยุ่นของผิวครับ
ในทางกลับกัน ถ้าฉีดเข้าไปใน ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous fat)
จะเกิดเสาคอลลาเจนขึ้นระหว่างชั้นไขมัน
ส่งผลลัพธ์ให้ออกมาเป็น 'ความอิ่มฟู' หรือการมี 'วอลลุ่ม' ครับ
ความลึกที่ต่างกันเพียง 1-3 มม. นี้นำไปสู่
ผลลัพธ์ที่คนไข้จะได้รับอย่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

และยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่
หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบครับ
โดยหลักการทั่วไปแล้ว สำหรับ จูวีลุค Volume
จะต้องใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) ฉีดเข้าไปในชั้นไขมัน
แต่หากใช้เครื่องพ่นพลังงานเจ็ท เช่น คิวร์เจ็ท
เราจะสามารถพ่นตัว Volume ละอองละเอียด
เข้าไปในชั้นหนังแท้ส่วนตื้นได้ครับ
ซึ่งหากทำเช่นนั้น แม้จะเป็น 'จูวีลุค Volume' เหมือนกัน
แต่จะออกฤทธิ์ในชั้นตื้นเหมือนกับรุ่น SB
ขณะเดียวกัน ด้วยคุณสมบัติของโมเลกุลที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้แรงกว่า
จึงส่งผลให้กลายเป็นการรักษาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงไปเลยครับ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมถึงเจาะจงมาฉีดผลิตภัณฑ์ชื่อเดียวกัน
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับแตกต่างกันไปตามคลินิกและระดับความลึกที่ฉีดครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือเรื่อง 'ตุ่มนูน' (Nodule) ครับ
เวลาที่คุณค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับซีรีส์ จูวีลุค
คุณมักจะเห็นเรื่องการเกิดตุ่มนูน (nodule) อยู่บ่อยๆ
ตุ่มนูนคือปรากฏการณ์ที่ตัวยาจับตัวกันเป็นก้อนในจุดเดียว
ทำให้คลำเจอเป็นก้อนไตเล็กๆ
ซึ่งสาเหตุมักเกิดจากสองกรณีหลักๆ นี้ครับ
กรณีแรกคือ ฉีดตื้นเกินไป
ทำให้ตัวยาไปกระจุกตัวกันอยู่ที่ผิวชั้นบน
และอีกกรณีหนึ่งคือ การกระจายตัวยา
ในจุดเดียวมากเกินไปครับ

ดังนั้น โดยเฉพาะ จูวีลุค Volume
จึงจำเป็นต้องใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) ค่อยๆ กระจายตัวยาให้ทั่วเป็นบริเวณกว้าง
และเมื่อต้องการพ่นเข้าชั้นหนังแท้ด้วย คิวร์เจ็ท
ก็ต้องปรับแรงดันและปริมาณในการพ่นอย่างละเอียดถี่ถ้วน
เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดตุ่มไตหรือตุ่มนูนให้น้อยที่สุดครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
จูวีลุค SB ฉีดเข้าชั้นหนังแท้, จูวีลุค Volume ฉีดเข้าชั้นไขมัน — นี่คือหลักการพื้นฐานครับ
อย่างไรก็ตาม หากใช้เครื่องมืออย่าง คิวร์เจ็ท ก็จะสามารถพ่นตัว Volume เข้าสู่ชั้นตื้นได้เช่นกัน
และทำให้ผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกัน กลายเป็นการรักษาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงได้เลยครับ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่ควรเปรียบเทียบแค่ที่ชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวครับ
แล้วตัวคุณเองเหมาะกับ จูวีลุค แบบไหนกันแน่?
เคสแบบนี้มีเยอะมากจริงๆ ครับ ผมเลยขอเขียนแยกไว้ต่างหาก
เมื่อเดือนที่แล้ว มีคนไข้วัย 35 ปี เดินทางมาเพื่อขอรับการรักษาซ้ำ
ช่วงใบไม้ร่วงปีที่แล้ว เธอเคยฉีด จูวีลุค SB
เข้าชั้นหนังแท้ไปทั้งหมด 4 ครั้ง
แล้วบอกกับผมว่า "ผิวดีขึ้นจริงค่ะ
แต่แก้มที่ตอบก็ยังดูตอบเหมือนเดิมเลย"
ซึ่งผลลัพธ์ก็น่าจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้วครับ
เพราะ SB เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องเนื้อสัมผัสผิวชั้นนอก
ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่สร้างวอลลุ่มเติมเต็มส่วนที่ตอบครับ
ในครั้งนี้ ผมเลยเลือกใช้ จูวีลุค Volume
ฉีดเข้าไปที่บริเวณชั้นไขมันแก้มส้มและแก้มตอบด้วยเข็มปลายทู่ (Cannula) ให้ครับ
พอถึงวันนัดตรวจติดตามผลในอีกหนึ่งเดือนต่อมา
เธอบอกว่า "ตอนนี้รู้สึกว่าหน้าแก้มอิ่มฟูขึ้นแล้วค่ะ"
และก็มีอีกเคสหนึ่งเป็นคนไข้ช่วงวัย 27 ปี
คนไข้ท่านนี้กังวลเรื่องผิวหยาบกร้านและรูขุมขนกว้างเท่านั้น
ผมเลยแนะนำเฉพาะรุ่น SB ตั้งแต่แรกครับ
เพราะยังไม่ถึงวัยที่จำเป็นต้องเติมวอลลุ่ม
และโครงหน้าเดิมก็มีแก้มที่อิ่มกำลังดีอยู่แล้ว
หากไปเติมด้วยรุ่น Volume โดยไม่จำเป็น
อาจจะทำให้ใบหน้าดูแน่นหรือดูล้นเกินไปจนอึดอัดได้ครับ
พอเห็นภาพเปรียบเทียบแบบนี้แล้ว น่าจะเข้าใจความแตกต่างชัดเจนขึ้นนะครับ
ประเภท | จูวีลุค (SB) | จูวีลุค Volume |
|---|---|---|
ชั้นผิวที่ฉีด | ชั้นหนังแท้ (1~2 มม.) | ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (3~5 มม.) |
อุปกรณ์ที่ใช้ฉีด | เข็ม หรือ คิวร์เจ็ท | เข็มปลายทู่ (Cannula) (สามารถใช้ คิวร์เจ็ท ได้เช่นกัน) |
ผลลัพธ์หลัก | เนื้อสัมผัสผิว, ริ้วรอยเล็กๆ, ความยืดหยุ่น | วอลลุ่ม, เติมแก้มตอบ/ร่องลึก |
จำนวนครั้งที่แนะนำ | ห่างกัน 3~4 สัปดาห์, ทำ 3~4 ครั้ง | ทำ 1~2 ครั้ง แล้วคอยสังเกตผล |
กลุ่มลูกค้าแนะนำ | อายุ 20~30 ปี ที่กังวลเรื่องผิวและขนาดรูขุมขน/ความยืดหยุ่น | อายุ 30 ปีขึ้นไป ที่มีปัญหาใบหน้าตอบและหย่อยคล้อย |
ถึงแม้จะอยู่ในช่วงวัย 30 เหมือนกัน แต่หากโครงหน้าอิ่มดีอยู่แล้ว
และมีปัญหาแค่ผิวสัมผัสภายนอกหยาบกราน การฉีด SB ก็ถือว่าตอบโจทย์ครับ
ในขณะที่คนวัย 20 แต่อาจมีปัญหาแก้มตอบเร็วกว่าวัย
การใช้รุ่น Volume ก็อาจจะเหมาะสมมากกว่าครับ
นี่แหละครับคือเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องประเมินและตัดสินใจร่วมกัน
ผ่านการตรวจเช็กเสมอก่อนเริ่มทำหัตถการจริง

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ คุณน่าจะกำลังสงสัยสิ่งนี้อยู่ใช่ไหมครับ
Q1. สามารถฉีด จูวีลุค และ จูวีลุค Volume พร้อมกันเลยได้ไหมคะ?
A. จริงๆ คำถามนี้ถูกถามบ่อยมากเลยครับ
สามารถทำได้ครับ แต่หมอไม่ค่อยแนะนำให้ทำพร้อมกันในวันเดียวเนื่องจากการดูแลเรื่องอาการบวมหลังทำครับ
โดยทั่วไป หมอมักแนะนำให้ฉีดตัว Volume เข้าที่ชั้นไขมันก่อน จากนั้นค่อยเว้นระยะ 2~3 สัปดาห์ แล้วตามด้วย SB เพื่อดูแลผิวชั้นนอกครับ
วิธีนี้จะช่วยในเรื่องความคงตัวและผลลัพธ์ที่ได้ประสิทธิภาพดีกว่าครับ
พอตอบคำถามนี้เสร็จ คำถามต่อไปมักตามมาเสมอครับ
Q2. จูวีลุค Volume ฉีดครั้งหนึ่งใช้ปริมาณเท่าไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. เรื่องนี้ต้องพิจารณาเป็นรายขวดไปครับ
ปริมาณโมเลกุลของ จูวีลุค นั้นมีความสำคัญมาก
หากฉีดในครั้งเดียวแล้วใบหน้าขาดวอลลุ่มค่อนข้างเยอะ การใช้ประมาณ 1 ขวดถือว่ากำลังดีและเหมาะสมครับ
ระยะเวลาคงสภาพโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 12~18 เดือน แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ PDLLA กำลังถูกดูดซึมไป มันจะทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น ถึงแม้ตัวยากระตุ้นจะสลายหายไปหมดแล้ว แต่คอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นเองบางส่วนก็ยังคงหลงเหลืออยู่ครับ
ก่อนจะจบบทความนี้ มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากๆ เลยครับ
Q3. ถ้าเกิดตุ่มไตหรือตุ่มนูนขึ้นมา ต้องทำอย่างไรดีครับ?
A. บอกตรงๆ นะครับ ตุ่มนูนขนาดเล็กส่วนใหญ่จะค่อยๆ ยุบและสลายไปเองตามธรรมชาติภายใน 2-3 เดือนครับ
แต่ถ้าคลำเจอเป็นก้อนตุ่มไตขนาดใหญ่ขึ้นมา นั่นอาจจะเริ่มเป็นปัญหาแล้วล่ะครับ
แนะนำว่าควรเข้ามาพบนายแพทย์เพื่อสแกนและทำการประเมินทันทีครับ
ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการฉีดสเตียรอยด์เจือจางปริมาณน้อยเข้าไปรักษา
หรือในกรณีที่พบได้น้อยมาก อาจจำเป็นต้องใช้วิธีทางศัลยกรรมร่วมด้วย ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ครับ
สิ่งเดียวที่หมออยากให้จดจำไปในวันนี้คือ — แม้จะเป็น จูวีลุค เหมือนกัน แต่การฉีดเข้าไปที่ผิวชั้นไหนด้วยอุปกรณ์อะไร คือหัวใจสำคัญในการกำหนดผลลัพธ์ครับ
ในบทความหน้า หมอจะมาขยายความเรื่อง 'การใช้ คิวร์เจ็ท พ่นตัว จูวีลุค Volume เข้าสู่ชั้นหนังแท้ จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากการใช้ SB ทั่วไปอย่างไร' โดยหมอจะนำเคสเปรียบเทียบการรักษาทั้งสองแบบในคนไข้รายเดียวกันมาให้รับชมกันครับ สำหรับวันนี้ หมอวี ยองจิน ขอลาไปก่อนนะครับ
บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ยกกระชับ
หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ
อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ
สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม
ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน



