• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

รอยสักเล็กๆ หนึ่งรอย จะลบให้สะอาดได้ในกี่วัน?

รอยสักเล็กๆ หนึ่งรอย จะลบให้สะอาดได้ในกี่วัน?

รอยสักเล็กๆ หนึ่งรอย จะลบให้สะอาดได้ในกี่วัน?

รอยสักเล็ก ๆ ไม่จบในไม่กี่วัน สรุปสิ่งควรรู้ก่อนปรึกษา ทั้งจำนวนครั้ง ข้อควรระวัง และการดูแลพักฟื้น

รอยสักขนาดเล็ก ลบกี่วันถึงจะหายเกลี้ยง?

작은 타투 하나, 며칠이면 깨끗하게 지워질까?

เมื่อช่วงเวลาสำคัญอย่างการสัมภาษณ์งาน ถ่ายรูปแต่งงาน หรือตรวจร่างกายเกณฑ์ทหารมาถึงอย่างกะทันหัน จนรู้สึกอยากให้ "รอยสักนี้หายไปจัง" ตัวอักษรขนาดเล็กที่ข้อมือด้านในหรือหลังใบหูก็จะเริ่มกวนใจเราเป็นอย่างแรก พอลองค้นหาข้อมูลดูก็จะเจอรีวิวประเภท "ใช้ Pico แค่ไม่กี่วันก็เกลี้ยง" แต่ในขณะเดียวกันก็มีโพสต์ที่บอกว่า "รอยสักแบบเส้น (line tattoo) ก็ใช้เวลานานกว่าที่คิด" สรุปแล้วแบบไหนคือความจริงกันแน่

 

สรุปในบรรทัดเดียว: รอยสักขนาดเล็กก็ไม่สามารถลบเสร็จได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน แม้แต่รอยสักเส้นสีดำที่ดูง่ายที่สุด ก็ยังต้องใช้การเลเซอร์เฉลี่ยถึง 5-10 ครั้ง และเนื่องจากต้องเว้นระยะเวลาให้ผิวได้ฟื้นฟูระหว่างการทำแต่ละครั้ง โดยทั่วไปจึงต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี หากคุณมาด้วยความตั้งใจว่า "จะลบให้เสร็จทันวันหยุดหน้า" อาจจะผิดหวังตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษาครั้งแรกได้ค่ะ

ก่อนที่จะเข้าไปปรึกษาคุณหมอ เรามาทำความเข้าใจและแก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดกันก่อนดีกว่าค่ะ

 

ลบความคาดหวังที่ว่า "ลายเล็กนิดเดียว ครั้งสองครั้งก็น่าจะหาย" ออกไปก่อนนะคะ

แม้จะเป็นรอยสักขนาดเล็ก แต่เม็ดสีของหมึกนั้นฝังลึกเข้าไปถึง ชั้นผิวหนังแท้ (dermis) ซึ่งเป็นชั้นหนาที่อยู่ลึกกว่าผิวชั้นนอก (epidermis) เม็ดสีที่เคยฝังเข้าไปแล้ว ร่างกายจะต้องค่อยๆ ดูดซึมและขับออกไปเองอย่างช้าๆ ตัวเลเซอร์ทำหน้าที่เพียงแค่ทำลายเม็ดสีให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ เท่านั้น หลังจากนั้นกระบวนการกำจัดจะเป็นหน้าที่ของเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายเราค่ะ

ด้วยเหตุนี้ จึงต้องเว้นระยะเวลาฟื้นฟูผิวประมาณ 4-6 สัปดาห์ระหว่างการเลเซอร์แต่ละครั้ง แม้แต่ตัวอักษรขนาด 1 ซม. ก็ต้องสลายเม็ดสีสะสมถึง 6-10 ครั้ง สีถึงจะจางลงจนแทบมองไม่เห็น เมื่อรวมเวลาทั้งหมดแล้ว จึงเป็นการเดินทางที่ยาวนานเกือบ 6 เดือนถึง 1 ปีเต็ม ความคิดที่ว่า "อยากลบให้เสร็จในครั้งเดียว" จึงมักจะเป็นเรื่องแรกที่ขัดกับความเป็นจริงในการปรึกษาครั้งแรกค่ะ

ผิวหนังแท้*: ชั้นผิวที่หนาอยู่ใต้ผิวชั้นนอกโดยตรง เป็นสาเหตุที่ทำให้เม็ดสีที่ฝังเข้าไปแล้วลบออกยากค่ะ

작은데 한두 번이면 되겠지라는 기대부터 풀어주세요

 

 

ทำไมรอยสักสีดำเหมือนกัน แต่จำนวนครั้งในการลบถึงไม่เท่ากัน

แม้ว่าหมึกสีดำจะเป็นสีที่ลบออกง่ายที่สุด แต่ก็มีความแตกต่างกันมากตามชนิดของหมึกและระยะเวลาที่สักมา รอยสักสีดำที่สักมาแล้ว 5-10 ปี เม็ดสีจะเริ่มจางลงไปบ้างแล้วตามธรรมชาติ ทำให้ใช้จำนวนครั้งในการลบน้อยลง ส่วนรอยสักสีดำเข้มที่เพิ่งสักมาไม่นาน จะต้องอาศัยการเลเซอร์ซ้ำหลายครั้งมากกว่า

โดยเฉพาะ Pico laser ที่ใช้พลังงานช่วงคลื่นสั้นสลายเม็ดสีซ้ำๆ เม็ดสีดำเหมือนกันแต่อาจให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันขึ้นอยู่กับขนาดของโมเลกุลหมึก โมเลกุลขนาดใหญ่จะแตกตัวได้ง่ายในครั้งเดียว ส่วนโมเลกุลขนาดเล็กจิ๋วต้องเลเซอร์หลายครั้งกว่าจะจางลง แม้จะเป็นตัวอักษรแบบเดียวกัน แต่การเลือกใช้หมึกแบบไหนในการสักก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้จำนวนครั้งในการลบแตกต่างกันค่ะ

같은 검정이라도 시술 횟수가 다른 이유가 있어요

 

 

ผิวบริเวณที่บอบบางอย่าง ข้อมือ ข้อเท้า หรือลำคอ ต้องดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ

แม้ว่ารอยสักจะมีขนาดเท่ากัน แต่การลบบริเวณข้อมือ ข้อเท้า ลำคอ หรือหลังใบหู จะมีความยากและซับซ้อนกว่าบริเวณหลังหรือต้นแขนด้านใน เนื่องจากบริเวณเหล่านี้ผิวหนังจะค่อนข้างบางและอยู่ใกล้เส้นเลือด แม้ความเร็วในการจางลงของสีจะใกล้เคียงกัน แต่โอกาสที่จะเกิดรอยดำหลังการอักเสบ* หรือแผลเป็นในระหว่างการพักฟื้นจะสูงกว่าเล็กน้อย

โดยเฉพาะบริเวณข้อมือด้านในที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดบ่อยๆ หากหลังเลเซอร์แล้วไม่ป้องกันแสงแดดให้ดี บริเวณที่ลบไปอาจกลายเป็นรอยดำที่เข้มขึ้นได้ ยิ่งผิวคนเอเชียด้วยแล้วจะเกิดรอยดำประเภทนี้ได้ง่ายกว่าปกติ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจำนวนครั้งในการทำเท่ากัน แต่ผลลัพธ์ในแต่ละจุดถึงต่างกันค่ะ

รอยดำหลังการอักเสบ* (PIH): รอยคล้ำเข้มขึ้นชั่วคราวบริเวณผิวที่ได้รับความระคายเคืองหรือบาดเจ็บ พบได้บ่อยในผิวคนเอเชียค่ะ

손목·발목·목처럼 얇은 피부는 더 조심스러워요

 

 

24 ชั่วโมงแรกหลังเลเซอร์ คือช่วงเวลาชี้ชะตาว่าจะเกิดแผลเป็นหรือไม่

การดูแลผิวในช่วง 24 ชั่วโมงแรกมีความสำคัญต่อการเกิดแผลเป็นมากกว่าตัวเลเซอร์เองเสียอีกค่ะ ทันทีหลังทำเลเซอร์ อาจมีตุ่มน้ำพองขนาดเล็กหรือจุดเลือดออกใต้ผิวหนังเกิดขึ้น หากไปจงใจเจาะหรือบีบเล่น โอกาสที่จะเกิดแผลเป็นจะเพิ่มสูงขึ้นทันที

หากมีสะเก็ดแผลเกิดขึ้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือปล่อยให้สะเก็ดหลุดลอกออกเองตามธรรมชาติ โดยทั่วไปจะหลุดไปเองใน 7-14 วัน ผิวบริเวณนั้นจะดูเป็นสีชมพูอ่อนๆ ก่อนจะค่อยๆ ปรับโทนสีให้กลับมากลมกลืนกับผิวรอบข้างในช่วงเวลาไม่กี่เดือน ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ แนะนำให้ประคบเย็น และตลอดช่วงพักฟื้นห้ามละเลยการทาครีมกันแดดและครีมบำรุงเพื่อการฟื้นฟูผิว (regenerative cream) เด็ดขาดนะคะ เพราะสิ่งที่จะตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นหรือไม่ ไม่ใช่ในห้องเลเซอร์ แต่คือการดูแลตัวเองในช่วง 1 สัปดาห์หลังทำต่างหากค่ะ

시술 후 24시간이 흉터를 가르는 분기점이에요

 

 

3 สิ่งที่ต้องเช็กให้ชัวร์ตอนปรึกษาคุณหมอ

อย่างแรกคือ ลองถามดูว่าทางคลินิกใช้เครื่องมือและคลื่นความยาวเท่าไหร่บ้าง เพราะ ความยาวคลื่นที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามสีของรอยสัก เช่น สีดำและสีน้ำเงินเข้มจะใช้คลื่น 1064nm ส่วนสีแดงและสีส้มจะใช้คลื่น 532nm หากคลินิกมีคลื่นความยาวเพียงแบบเดียว รอยสักบางสีอาจจะลบออกไปได้ไม่หมดค่ะ

ข้อที่สอง เช็กดูว่าคุณหมอมีประสบการณ์ในการลบรอยสักขนาดเล็กมาก่อนหรือไม่ คลินิกที่เชี่ยวชาญรอยสักขนาดใหญ่กับคลินิกที่ทำเคสละเอียดงานประณีตต่ำกว่า 1 ซม. บ่อยๆ จะมีแนวทางการประเมินที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง และสุดท้ายคือ ลองดูว่าคุณหมอช่วยวางแผนการรักษาระยะยาว 6 เดือน ถึง 1 ปีหรือไม่ แทนที่จะเป็นการประเมินราคาแค่ครั้งสองครั้ง เพราะการลบรอยสักขนาดเล็กก็เหมือนการวิ่งมาราธอน ต้องมีทีมแพทย์ที่คอยติดตามผลและปรับสเต็ปการรักษาระหว่างทางไปร่วมกัน ถึงจะประสบความสำเร็จได้ค่ะ

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลการรักษาทั่วไป เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ปรึกษาและวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะประเมินสภาพผิวจริงและความลึกของรอยสักโดยตรงนะคะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ทำแค่ครั้งสองครั้งจะพอมองเห็นสีจางลงบ้างไหมคะ?

A. หากสีรอยสักค่อนข้างอ่อนและมีขนาดเล็กมากๆ ก็อาจจะพอเห็นผลได้ค่ะ แต่สำหรับรอยสักเส้นสีดำเข้ม การทำเพียง 1-2 ครั้งอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน โดยปกติแล้วจะต้องทำต่อเนื่องสะสมอย่างน้อย 3-4 ครั้งขึ้นไปจึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งแรกค่ะ

Q. มีโอกาสเกิดแผลเป็นมากน้อยแค่ไหนคะ?

A. เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังการรักษามากกว่าตัวเลเซอร์เองค่ะ หากไปแกะสะเก็ดแผลหรือปล่อยให้ผิวโดนแดดตรงๆ โอกาสที่จะเกิดรอยดำหลังการอักเสบและแผลเป็นก็จะสูงขึ้น ยิ่งโดยเฉพาะผิวคนไทยหรือคนเอเชียก็จะมีโอกาสเกิดรอยดำได้ง่ายกว่าปกติอยู่แล้วค่ะ

Q. ระหว่างคอร์สลบรอยสัก สามารถย้ายไปทำที่โรงพยาบาลหรือคลินิกอื่นได้ไหมคะ?

A. สามารถทำได้ค่ะ แต่แนะนำให้ออกใบประวัติการรักษาที่ระบุเครื่องเลเซอร์ ความยาวคลื่น และระดับพลังงานที่เคยใช้จากที่เก่าไปด้วย เพื่อให้ทีมแพทย์ที่ใหม่สามารถดูแลรักษาต่อด้วยมาตรฐานเดียวกัน สีของรอยสักจะได้ไม่จางลงแบบด่างหรือดูไม่สม่ำเสมอค่ะ

 


บทความน่ารู้อื่นๆ

รอยสักขนาดเล็ก ลบกี่วันถึงจะหายเกลี้ยง?

작은 타투 하나, 며칠이면 깨끗하게 지워질까?

เมื่อช่วงเวลาสำคัญอย่างการสัมภาษณ์งาน ถ่ายรูปแต่งงาน หรือตรวจร่างกายเกณฑ์ทหารมาถึงอย่างกะทันหัน จนรู้สึกอยากให้ "รอยสักนี้หายไปจัง" ตัวอักษรขนาดเล็กที่ข้อมือด้านในหรือหลังใบหูก็จะเริ่มกวนใจเราเป็นอย่างแรก พอลองค้นหาข้อมูลดูก็จะเจอรีวิวประเภท "ใช้ Pico แค่ไม่กี่วันก็เกลี้ยง" แต่ในขณะเดียวกันก็มีโพสต์ที่บอกว่า "รอยสักแบบเส้น (line tattoo) ก็ใช้เวลานานกว่าที่คิด" สรุปแล้วแบบไหนคือความจริงกันแน่

 

สรุปในบรรทัดเดียว: รอยสักขนาดเล็กก็ไม่สามารถลบเสร็จได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน แม้แต่รอยสักเส้นสีดำที่ดูง่ายที่สุด ก็ยังต้องใช้การเลเซอร์เฉลี่ยถึง 5-10 ครั้ง และเนื่องจากต้องเว้นระยะเวลาให้ผิวได้ฟื้นฟูระหว่างการทำแต่ละครั้ง โดยทั่วไปจึงต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี หากคุณมาด้วยความตั้งใจว่า "จะลบให้เสร็จทันวันหยุดหน้า" อาจจะผิดหวังตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษาครั้งแรกได้ค่ะ

ก่อนที่จะเข้าไปปรึกษาคุณหมอ เรามาทำความเข้าใจและแก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดกันก่อนดีกว่าค่ะ

 

ลบความคาดหวังที่ว่า "ลายเล็กนิดเดียว ครั้งสองครั้งก็น่าจะหาย" ออกไปก่อนนะคะ

แม้จะเป็นรอยสักขนาดเล็ก แต่เม็ดสีของหมึกนั้นฝังลึกเข้าไปถึง ชั้นผิวหนังแท้ (dermis) ซึ่งเป็นชั้นหนาที่อยู่ลึกกว่าผิวชั้นนอก (epidermis) เม็ดสีที่เคยฝังเข้าไปแล้ว ร่างกายจะต้องค่อยๆ ดูดซึมและขับออกไปเองอย่างช้าๆ ตัวเลเซอร์ทำหน้าที่เพียงแค่ทำลายเม็ดสีให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ เท่านั้น หลังจากนั้นกระบวนการกำจัดจะเป็นหน้าที่ของเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายเราค่ะ

ด้วยเหตุนี้ จึงต้องเว้นระยะเวลาฟื้นฟูผิวประมาณ 4-6 สัปดาห์ระหว่างการเลเซอร์แต่ละครั้ง แม้แต่ตัวอักษรขนาด 1 ซม. ก็ต้องสลายเม็ดสีสะสมถึง 6-10 ครั้ง สีถึงจะจางลงจนแทบมองไม่เห็น เมื่อรวมเวลาทั้งหมดแล้ว จึงเป็นการเดินทางที่ยาวนานเกือบ 6 เดือนถึง 1 ปีเต็ม ความคิดที่ว่า "อยากลบให้เสร็จในครั้งเดียว" จึงมักจะเป็นเรื่องแรกที่ขัดกับความเป็นจริงในการปรึกษาครั้งแรกค่ะ

ผิวหนังแท้*: ชั้นผิวที่หนาอยู่ใต้ผิวชั้นนอกโดยตรง เป็นสาเหตุที่ทำให้เม็ดสีที่ฝังเข้าไปแล้วลบออกยากค่ะ

작은데 한두 번이면 되겠지라는 기대부터 풀어주세요

 

 

ทำไมรอยสักสีดำเหมือนกัน แต่จำนวนครั้งในการลบถึงไม่เท่ากัน

แม้ว่าหมึกสีดำจะเป็นสีที่ลบออกง่ายที่สุด แต่ก็มีความแตกต่างกันมากตามชนิดของหมึกและระยะเวลาที่สักมา รอยสักสีดำที่สักมาแล้ว 5-10 ปี เม็ดสีจะเริ่มจางลงไปบ้างแล้วตามธรรมชาติ ทำให้ใช้จำนวนครั้งในการลบน้อยลง ส่วนรอยสักสีดำเข้มที่เพิ่งสักมาไม่นาน จะต้องอาศัยการเลเซอร์ซ้ำหลายครั้งมากกว่า

โดยเฉพาะ Pico laser ที่ใช้พลังงานช่วงคลื่นสั้นสลายเม็ดสีซ้ำๆ เม็ดสีดำเหมือนกันแต่อาจให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันขึ้นอยู่กับขนาดของโมเลกุลหมึก โมเลกุลขนาดใหญ่จะแตกตัวได้ง่ายในครั้งเดียว ส่วนโมเลกุลขนาดเล็กจิ๋วต้องเลเซอร์หลายครั้งกว่าจะจางลง แม้จะเป็นตัวอักษรแบบเดียวกัน แต่การเลือกใช้หมึกแบบไหนในการสักก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้จำนวนครั้งในการลบแตกต่างกันค่ะ

같은 검정이라도 시술 횟수가 다른 이유가 있어요

 

 

ผิวบริเวณที่บอบบางอย่าง ข้อมือ ข้อเท้า หรือลำคอ ต้องดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ

แม้ว่ารอยสักจะมีขนาดเท่ากัน แต่การลบบริเวณข้อมือ ข้อเท้า ลำคอ หรือหลังใบหู จะมีความยากและซับซ้อนกว่าบริเวณหลังหรือต้นแขนด้านใน เนื่องจากบริเวณเหล่านี้ผิวหนังจะค่อนข้างบางและอยู่ใกล้เส้นเลือด แม้ความเร็วในการจางลงของสีจะใกล้เคียงกัน แต่โอกาสที่จะเกิดรอยดำหลังการอักเสบ* หรือแผลเป็นในระหว่างการพักฟื้นจะสูงกว่าเล็กน้อย

โดยเฉพาะบริเวณข้อมือด้านในที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดบ่อยๆ หากหลังเลเซอร์แล้วไม่ป้องกันแสงแดดให้ดี บริเวณที่ลบไปอาจกลายเป็นรอยดำที่เข้มขึ้นได้ ยิ่งผิวคนเอเชียด้วยแล้วจะเกิดรอยดำประเภทนี้ได้ง่ายกว่าปกติ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจำนวนครั้งในการทำเท่ากัน แต่ผลลัพธ์ในแต่ละจุดถึงต่างกันค่ะ

รอยดำหลังการอักเสบ* (PIH): รอยคล้ำเข้มขึ้นชั่วคราวบริเวณผิวที่ได้รับความระคายเคืองหรือบาดเจ็บ พบได้บ่อยในผิวคนเอเชียค่ะ

손목·발목·목처럼 얇은 피부는 더 조심스러워요

 

 

24 ชั่วโมงแรกหลังเลเซอร์ คือช่วงเวลาชี้ชะตาว่าจะเกิดแผลเป็นหรือไม่

การดูแลผิวในช่วง 24 ชั่วโมงแรกมีความสำคัญต่อการเกิดแผลเป็นมากกว่าตัวเลเซอร์เองเสียอีกค่ะ ทันทีหลังทำเลเซอร์ อาจมีตุ่มน้ำพองขนาดเล็กหรือจุดเลือดออกใต้ผิวหนังเกิดขึ้น หากไปจงใจเจาะหรือบีบเล่น โอกาสที่จะเกิดแผลเป็นจะเพิ่มสูงขึ้นทันที

หากมีสะเก็ดแผลเกิดขึ้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือปล่อยให้สะเก็ดหลุดลอกออกเองตามธรรมชาติ โดยทั่วไปจะหลุดไปเองใน 7-14 วัน ผิวบริเวณนั้นจะดูเป็นสีชมพูอ่อนๆ ก่อนจะค่อยๆ ปรับโทนสีให้กลับมากลมกลืนกับผิวรอบข้างในช่วงเวลาไม่กี่เดือน ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ แนะนำให้ประคบเย็น และตลอดช่วงพักฟื้นห้ามละเลยการทาครีมกันแดดและครีมบำรุงเพื่อการฟื้นฟูผิว (regenerative cream) เด็ดขาดนะคะ เพราะสิ่งที่จะตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นหรือไม่ ไม่ใช่ในห้องเลเซอร์ แต่คือการดูแลตัวเองในช่วง 1 สัปดาห์หลังทำต่างหากค่ะ

시술 후 24시간이 흉터를 가르는 분기점이에요

 

 

3 สิ่งที่ต้องเช็กให้ชัวร์ตอนปรึกษาคุณหมอ

อย่างแรกคือ ลองถามดูว่าทางคลินิกใช้เครื่องมือและคลื่นความยาวเท่าไหร่บ้าง เพราะ ความยาวคลื่นที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามสีของรอยสัก เช่น สีดำและสีน้ำเงินเข้มจะใช้คลื่น 1064nm ส่วนสีแดงและสีส้มจะใช้คลื่น 532nm หากคลินิกมีคลื่นความยาวเพียงแบบเดียว รอยสักบางสีอาจจะลบออกไปได้ไม่หมดค่ะ

ข้อที่สอง เช็กดูว่าคุณหมอมีประสบการณ์ในการลบรอยสักขนาดเล็กมาก่อนหรือไม่ คลินิกที่เชี่ยวชาญรอยสักขนาดใหญ่กับคลินิกที่ทำเคสละเอียดงานประณีตต่ำกว่า 1 ซม. บ่อยๆ จะมีแนวทางการประเมินที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง และสุดท้ายคือ ลองดูว่าคุณหมอช่วยวางแผนการรักษาระยะยาว 6 เดือน ถึง 1 ปีหรือไม่ แทนที่จะเป็นการประเมินราคาแค่ครั้งสองครั้ง เพราะการลบรอยสักขนาดเล็กก็เหมือนการวิ่งมาราธอน ต้องมีทีมแพทย์ที่คอยติดตามผลและปรับสเต็ปการรักษาระหว่างทางไปร่วมกัน ถึงจะประสบความสำเร็จได้ค่ะ

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลการรักษาทั่วไป เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ปรึกษาและวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะประเมินสภาพผิวจริงและความลึกของรอยสักโดยตรงนะคะ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ทำแค่ครั้งสองครั้งจะพอมองเห็นสีจางลงบ้างไหมคะ?

A. หากสีรอยสักค่อนข้างอ่อนและมีขนาดเล็กมากๆ ก็อาจจะพอเห็นผลได้ค่ะ แต่สำหรับรอยสักเส้นสีดำเข้ม การทำเพียง 1-2 ครั้งอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน โดยปกติแล้วจะต้องทำต่อเนื่องสะสมอย่างน้อย 3-4 ครั้งขึ้นไปจึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งแรกค่ะ

Q. มีโอกาสเกิดแผลเป็นมากน้อยแค่ไหนคะ?

A. เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังการรักษามากกว่าตัวเลเซอร์เองค่ะ หากไปแกะสะเก็ดแผลหรือปล่อยให้ผิวโดนแดดตรงๆ โอกาสที่จะเกิดรอยดำหลังการอักเสบและแผลเป็นก็จะสูงขึ้น ยิ่งโดยเฉพาะผิวคนไทยหรือคนเอเชียก็จะมีโอกาสเกิดรอยดำได้ง่ายกว่าปกติอยู่แล้วค่ะ

Q. ระหว่างคอร์สลบรอยสัก สามารถย้ายไปทำที่โรงพยาบาลหรือคลินิกอื่นได้ไหมคะ?

A. สามารถทำได้ค่ะ แต่แนะนำให้ออกใบประวัติการรักษาที่ระบุเครื่องเลเซอร์ ความยาวคลื่น และระดับพลังงานที่เคยใช้จากที่เก่าไปด้วย เพื่อให้ทีมแพทย์ที่ใหม่สามารถดูแลรักษาต่อด้วยมาตรฐานเดียวกัน สีของรอยสักจะได้ไม่จางลงแบบด่างหรือดูไม่สม่ำเสมอค่ะ

 


บทความน่ารู้อื่นๆ

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

ตั้งแต่อายุ 20 ถึง 50 ปี เราควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และควรเริ่มจากตัวไหนดีในแต่ละช่วงวัย?

ยกกระชับ

ตั้งแต่วัย 20 ไปจนถึง 50 ปี ควรเริ่มทำโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ตอนไหน และเริ่มจากตัวไหนดีนะ?

จุดเริ่มต้นของการทำ Lifting นั้น ขึ้นอยู่กับสัญญาณเตือนของผิวมากกว่าเลขอายุนะคะ วันนี้เรามาเช็กโรดแมปในแต่ละช่วงวัย พร้อมเกณฑ์ในการเลือกวิธีที่ใช่ และไขข้อข้องใจยอดฮิตกันค่ะ

เมื่อรู้สึกหนังตาหนักและคิ้วดูตก การทำอัลตราซาวนด์ลิฟติ้งบริเวณหน้าผากและคิ้ว (forehead and eyebrow lifting) จะช่วยได้ไหมคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อรู้สึกหนักหนังตาและคิ้วดูตก การทำอัลตร้าซาวด์ 리프팅 (lifting) บริเวณหน้าผากและคิ้วจะช่วยได้ไหมคะ?

สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาดูหนักและล้าซึ่งมีสาเหตุมาจากคิ้วและหน้าผากหย่อนคล้อย นี่คือข้อมูลสรุปเกี่ยวกับหลักการทำงานของการทำอัลตราซาวด์ยกกระชับ (Ultrasonic Lifting) เคสที่เหมาะกับการทำทรีตเมนต์นี้ รวมถึงสัญญาณการฟื้นฟูของผิวและระยะเวลาที่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ค่ะ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์คอที่ดูหย่อนคล้อยไม่ชัดเจน การทำ 고주파 리프팅 (High-frequency lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างนะ?

ยกกระชับ

เมื่อกังวลเรื่องริ้วรอยที่คอและไลน์กรอบคอที่เริ่มหย่อนคล้อย การทำกิ๊ฟติ้งด้วยคลื่นวิทยุ (High-Frequency Lifting) จะช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือนี้รวบรวมตั้งแต่สาเหตุของรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอและกรอบคอที่ดูหย่อนคล้อย ไปจนถึงหลักการทำงานของคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) สำหรับการยกกระชับ รวมถึงการดูแลรักษาตามลักษณะริ้วรอยแต่ละประเภท และสัญญาณแห่งการฟื้นฟูผิวค่ะ

เมื่อขมับและหน้าผากเริ่มดูตอบลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยได้อย่างไรบ้างคะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าบริเวณขมับและหน้าผากดูยุบตัวลง Juvelook Volume จะสามารถช่วยเติมเต็มได้อย่างไรบ้างคะ?

คู่มือสรุปสาเหตุของปัญหาขมับและหน้าผากตอบ พร้อมอธิบายหลักการทำงานของ Juvelook Volume ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ค่อยๆ เติมเต็มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงเกณฑ์ในการพิจารณาว่าเหมาะกับเคสแบบไหน และสัญญาณการฟื้นฟูผิวหลังทำค่ะ

Onda microwave จะช่วยเรื่องเซลลูไลท์ด้วยไหมนะ? แล้วเครื่องนี้จะทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไรบ้าง?

ร่างกาย

ออนดาช่วยเรื่องเซลลูไลท์ได้ไหม ทำงานกับไขมันอย่างไร

ออนดา (ไมโครเวฟ) ทำงานกับไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างไร เกี่ยวข้องกับเซลลูไลท์แค่ไหนค่ะ

ขนคุดหรือรูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนด้วย GentleMax Pro เกิดจากอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไรดี?

กำจัดขน

รูขุมขนอักเสบหลังกำจัดขนเกิดจากอะไร ดูแลอย่างไร

รูขุมขนอักเสบหลังเลเซอร์กำจัดขนเกิดจากอะไร อาการทั่วไป สัญญาณที่ควรพบแพทย์ และวิธีดูแลค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1