รอยสักเล็ก ๆ ไม่จบในไม่กี่วัน สรุปสิ่งควรรู้ก่อนปรึกษา ทั้งจำนวนครั้ง ข้อควรระวัง และการดูแลพักฟื้น
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
รอยสักขนาดเล็ก ลบกี่วันถึงจะหายเกลี้ยง?

เมื่อช่วงเวลาสำคัญอย่างการสัมภาษณ์งาน ถ่ายรูปแต่งงาน หรือตรวจร่างกายเกณฑ์ทหารมาถึงอย่างกะทันหัน จนรู้สึกอยากให้ "รอยสักนี้หายไปจัง" ตัวอักษรขนาดเล็กที่ข้อมือด้านในหรือหลังใบหูก็จะเริ่มกวนใจเราเป็นอย่างแรก พอลองค้นหาข้อมูลดูก็จะเจอรีวิวประเภท "ใช้ Pico แค่ไม่กี่วันก็เกลี้ยง" แต่ในขณะเดียวกันก็มีโพสต์ที่บอกว่า "รอยสักแบบเส้น (line tattoo) ก็ใช้เวลานานกว่าที่คิด" สรุปแล้วแบบไหนคือความจริงกันแน่
สรุปในบรรทัดเดียว: รอยสักขนาดเล็กก็ไม่สามารถลบเสร็จได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน แม้แต่รอยสักเส้นสีดำที่ดูง่ายที่สุด ก็ยังต้องใช้การเลเซอร์เฉลี่ยถึง 5-10 ครั้ง และเนื่องจากต้องเว้นระยะเวลาให้ผิวได้ฟื้นฟูระหว่างการทำแต่ละครั้ง โดยทั่วไปจึงต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี หากคุณมาด้วยความตั้งใจว่า "จะลบให้เสร็จทันวันหยุดหน้า" อาจจะผิดหวังตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษาครั้งแรกได้ครับ
ก่อนที่จะเข้าไปปรึกษาคุณหมอ เรามาทำความเข้าใจและแก้ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดกันก่อนดีกว่าครับ
ลบความคาดหวังที่ว่า "ลายเล็กนิดเดียว ครั้งสองครั้งก็น่าจะหาย" ออกไปก่อนนะครับ
แม้จะเป็นรอยสักขนาดเล็ก แต่เม็ดสีของหมึกนั้นฝังลึกเข้าไปถึง ชั้นผิวหนังแท้ (dermis) ซึ่งเป็นชั้นหนาที่อยู่ลึกกว่าผิวชั้นนอก (epidermis) เม็ดสีที่เคยฝังเข้าไปแล้ว ร่างกายจะต้องค่อยๆ ดูดซึมและขับออกไปเองอย่างช้าๆ ตัวเลเซอร์ทำหน้าที่เพียงแค่ทำลายเม็ดสีให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ เท่านั้น หลังจากนั้นกระบวนการกำจัดจะเป็นหน้าที่ของเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายเราครับ
ด้วยเหตุนี้ จึงต้องเว้นระยะเวลาฟื้นฟูผิวประมาณ 4-6 สัปดาห์ระหว่างการเลเซอร์แต่ละครั้ง แม้แต่ตัวอักษรขนาด 1 ซม. ก็ต้องสลายเม็ดสีสะสมถึง 6-10 ครั้ง สีถึงจะจางลงจนแทบมองไม่เห็น เมื่อรวมเวลาทั้งหมดแล้ว จึงเป็นการเดินทางที่ยาวนานเกือบ 6 เดือนถึง 1 ปีเต็ม ความคิดที่ว่า "อยากลบให้เสร็จในครั้งเดียว" จึงมักจะเป็นเรื่องแรกที่ขัดกับความเป็นจริงในการปรึกษาครั้งแรกครับ
ผิวหนังแท้*: ชั้นผิวที่หนาอยู่ใต้ผิวชั้นนอกโดยตรง เป็นสาเหตุที่ทำให้เม็ดสีที่ฝังเข้าไปแล้วลบออกยากครับ

ทำไมรอยสักสีดำเหมือนกัน แต่จำนวนครั้งในการลบถึงไม่เท่ากัน
แม้ว่าหมึกสีดำจะเป็นสีที่ลบออกง่ายที่สุด แต่ก็มีความแตกต่างกันมากตามชนิดของหมึกและระยะเวลาที่สักมา รอยสักสีดำที่สักมาแล้ว 5-10 ปี เม็ดสีจะเริ่มจางลงไปบ้างแล้วตามธรรมชาติ ทำให้ใช้จำนวนครั้งในการลบน้อยลง ส่วนรอยสักสีดำเข้มที่เพิ่งสักมาไม่นาน จะต้องอาศัยการเลเซอร์ซ้ำหลายครั้งมากกว่า
โดยเฉพาะ Pico laser ที่ใช้พัลส์สั้นระดับพิโควินาทีสลายเม็ดสีให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ เม็ดสีดำเหมือนกันแต่อาจให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันขึ้นอยู่กับขนาดของโมเลกุลหมึก โมเลกุลขนาดใหญ่จะแตกตัวได้ง่ายในครั้งเดียว ส่วนโมเลกุลขนาดเล็กจิ๋วต้องเลเซอร์หลายครั้งกว่าจะจางลง แม้จะเป็นตัวอักษรแบบเดียวกัน แต่การเลือกใช้หมึกแบบไหนในการสักก็เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้จำนวนครั้งในการลบแตกต่างกันครับ

ผิวบริเวณที่บอบบางอย่าง ข้อมือ ข้อเท้า หรือลำคอ ต้องดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ
แม้ว่ารอยสักจะมีขนาดเท่ากัน แต่การลบบริเวณข้อมือ ข้อเท้า ลำคอ หรือหลังใบหู จะมีความยากและซับซ้อนกว่าบริเวณหลังหรือต้นแขนด้านใน เนื่องจากบริเวณเหล่านี้ผิวหนังจะค่อนข้างบางและอยู่ใกล้เส้นเลือด แม้ความเร็วในการจางลงของสีจะใกล้เคียงกัน แต่โอกาสที่จะเกิดรอยดำหลังการอักเสบ* หรือแผลเป็นในระหว่างการพักฟื้นจะสูงกว่าเล็กน้อย
โดยเฉพาะบริเวณข้อมือด้านในที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดบ่อยๆ หากหลังเลเซอร์แล้วไม่ป้องกันแสงแดดให้ดี บริเวณที่ลบไปอาจกลายเป็นรอยดำที่เข้มขึ้นได้ ยิ่งผิวคนเอเชียด้วยแล้วจะเกิดรอยดำประเภทนี้ได้ง่ายกว่าปกติ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจำนวนครั้งในการทำเท่ากัน แต่ผลลัพธ์ในแต่ละจุดถึงต่างกันครับ
รอยดำหลังการอักเสบ* (PIH): รอยคล้ำเข้มขึ้นชั่วคราวบริเวณผิวที่ได้รับความระคายเคืองหรือบาดเจ็บ พบได้บ่อยในผิวคนเอเชียครับ

24 ชั่วโมงแรกหลังเลเซอร์ คือช่วงเวลาชี้ชะตาว่าจะเกิดแผลเป็นหรือไม่
การดูแลผิวในช่วง 24 ชั่วโมงแรกมีความสำคัญต่อการเกิดแผลเป็นมากกว่าตัวเลเซอร์เองเสียอีกครับ ทันทีหลังทำเลเซอร์ อาจมีตุ่มน้ำพองขนาดเล็กหรือจุดเลือดออกใต้ผิวหนังเกิดขึ้น หากไปจงใจเจาะหรือบีบเล่น โอกาสที่จะเกิดแผลเป็นจะเพิ่มสูงขึ้นทันที
หากมีสะเก็ดแผลเกิดขึ้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือปล่อยให้สะเก็ดหลุดลอกออกเองตามธรรมชาติ โดยทั่วไปจะหลุดไปเองใน 7-14 วัน ผิวบริเวณนั้นจะดูเป็นสีชมพูอ่อนๆ ก่อนจะค่อยๆ ปรับโทนสีให้กลับมากลมกลืนกับผิวรอบข้างในช่วงเวลาไม่กี่เดือน ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังทำ แนะนำให้ประคบเย็น และตลอดช่วงพักฟื้นห้ามละเลยการทาครีมกันแดดและครีมบำรุงเพื่อการฟื้นฟูผิว (regenerative cream) เด็ดขาดนะครับ เพราะสิ่งที่จะตัดสินว่าจะเกิดแผลเป็นหรือไม่ ไม่ใช่ในห้องเลเซอร์ แต่คือการดูแลตัวเองในช่วง 1 สัปดาห์หลังทำต่างหากครับ

3 สิ่งที่ต้องเช็กให้ชัวร์ตอนปรึกษาคุณหมอ
อย่างแรกคือ ลองถามดูว่าทางคลินิกใช้เครื่องมือและคลื่นความยาวเท่าไหร่บ้าง เพราะ ความยาวคลื่นที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามสีของรอยสัก เช่น สีดำและสีน้ำเงินเข้มจะใช้คลื่น 1064nm ส่วนสีแดงและสีส้มจะใช้คลื่น 532nm หากคลินิกมีคลื่นความยาวเพียงแบบเดียว รอยสักบางสีอาจจะลบออกไปได้ไม่หมดครับ
ข้อที่สอง เช็กดูว่าคุณหมอมีประสบการณ์ในการลบรอยสักขนาดเล็กมาก่อนหรือไม่ คลินิกที่เชี่ยวชาญรอยสักขนาดใหญ่กับคลินิกที่ทำเคสละเอียดงานประณีตต่ำกว่า 1 ซม. บ่อยๆ จะมีแนวทางการประเมินที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง และสุดท้ายคือ ลองดูว่าคุณหมอช่วยวางแผนการรักษาระยะยาว 6 เดือน ถึง 1 ปีหรือไม่ แทนที่จะเป็นการประเมินราคาแค่ครั้งสองครั้ง เพราะการลบรอยสักขนาดเล็กก็เหมือนการวิ่งมาราธอน ต้องมีทีมแพทย์ที่คอยติดตามผลและปรับสเต็ปการรักษาระหว่างทางไปร่วมกัน ถึงจะประสบความสำเร็จได้ครับ
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลการรักษาทั่วไป เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ปรึกษาและวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะประเมินสภาพผิวจริงและความลึกของรอยสักโดยตรงนะครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ทำแค่ครั้งสองครั้งจะพอมองเห็นสีจางลงบ้างไหมคะ?
A. หากสีรอยสักค่อนข้างอ่อนและมีขนาดเล็กมากๆ ก็อาจจะพอเห็นผลได้ครับ แต่สำหรับรอยสักเส้นสีดำเข้ม การทำเพียง 1-2 ครั้งอาจจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน โดยปกติแล้วจะต้องทำต่อเนื่องสะสมอย่างน้อย 3-4 ครั้งขึ้นไปจึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งแรกครับ
Q. มีโอกาสเกิดแผลเป็นมากน้อยแค่ไหนคะ?
A. เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลหลังการรักษามากกว่าตัวเลเซอร์เองครับ หากไปแกะสะเก็ดแผลหรือปล่อยให้ผิวโดนแดดตรงๆ โอกาสที่จะเกิดรอยดำหลังการอักเสบและแผลเป็นก็จะสูงขึ้น ยิ่งโดยเฉพาะผิวคนไทยหรือคนเอเชียก็จะมีโอกาสเกิดรอยดำได้ง่ายกว่าปกติอยู่แล้วครับ
Q. ระหว่างคอร์สลบรอยสัก สามารถย้ายไปทำที่โรงพยาบาลหรือคลินิกอื่นได้ไหมคะ?
A. สามารถทำได้ครับ แต่แนะนำให้ออกใบประวัติการรักษาที่ระบุเครื่องเลเซอร์ ความยาวคลื่น และระดับพลังงานที่เคยใช้จากที่เก่าไปด้วย เพื่อให้ทีมแพทย์ที่ใหม่สามารถดูแลรักษาต่อด้วยมาตรฐานเดียวกัน สีของรอยสักจะได้ไม่จางลงแบบด่างหรือดูไม่สม่ำเสมอครับ
ที่บิวตี้สโตนคลินิก แพทย์ใช้แบบประเมิน Kirby–Desai ในการปรึกษาจริง เพื่อดูชนิดผิว ตำแหน่ง ปริมาณหมึก การสักทับ แผลเป็นหรือการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ และสี แล้วกะจำนวนครั้งโดยประมาณ แบบประเมินนี้เป็นเพียงเครื่องมือกะจำนวนครั้งเท่านั้น ส่วนการประเมินความปลอดภัย เช่น โอกาสเกิดรอยดำหรือแผลเป็นในบริเวณผิวบางอย่างข้อมือหรือลำคอ แพทย์จะตรวจสภาพผิวจริงและประเมินแยกต่างหากครับ จำนวนครั้งโดยประมาณอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการตอบสนองของผิวและความแตกต่างของแต่ละบุคคลด้วยครับ
เช็กแนวทางประเมินจำนวนครั้งแบบ Kirby–Desai
บทความน่ารู้อื่นๆ
คอนเทนต์

ผิว
CO2 Fractional ทำไมพักหน้านานกว่าเลเซอร์แบบไม่ลอกผิว? เลือกยังไงดี

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์หน้าผากต้องใช้กี่ซีซี ทำไมราคาต่อซีซีถึงบอกราคารวมไม่ได้?

ผิว
หน้ามันแต่ยังตึง ช่วงเปลี่ยนฤดูควรแก้อะไรก่อนดี?

กำจัดขน
เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ ราคาต่อครั้งถูก แต่รวมทั้งคอร์สต้องจ่ายเท่าไหร่?

ลบรอยสัก
จะสักทับ (Cover-up) ต้องเลเซอร์ให้รอยสักเดิมจางก่อนกี่ครั้ง?

ผิว
큐어젯 다운타임, 다음 날 출근과 화장은 언제부터 될까요?






