แผลเป็นจากสิว ป้องกันได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นหรือไม่?
แผลเป็นจากสิว ป้องกันได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นหรือไม่?
แผลเป็นจากสิว ป้องกันได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นหรือไม่?
ป้องกันรอยแผลเป็นจากสิวต้องเริ่มที่ระยะรอยแดง ไม่ใช่หลังเกิดแผล สรุปหลักการถึงวิธีใช้ยาฟื้นฟู
💡 เช็กก่อนอ่านสักนิด
Q. รอยแดงถ้าทิ้งไว้เฉยๆ จะหายไปเองตามธรรมชาติไหมคะ?
A. แม้ว่าบางรายจะหายไปเองตามธรรมชาติได้ แต่การดูแลรอยแดงในระยะนี้ด้วยครีมฟื้นฟูผิว (regenerative ointment) จะช่วยป้องกันไม่ให้มันกลายเป็นแผลเป็นหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
Q. แผลเป็นหลุมสิว ต้องรอให้เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยรักษาด้วยเลเซอร์ถึงจะถูกวิธีไม่ใช่เหรอคะ?
A. การป้องกันไว้ก่อนตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นรอยแดง จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการมารักษาหลังจากที่แผลเป็นเกิดขึ้นแล้วอย่างมากเลยครับ
"หากเราจัดการรอยแดงที่กำลังฟื้นตัวด้วยครีมฟื้นฟูผิว (regenerative ointment) ก็จะสามารถป้องกันการเกิดแผลเป็นหลุมสิวได้ครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic ฮงแด)

แผลเป็นหลุมสิวคืออะไร?
แผลเป็นหลุมสิว (Acne Scar) คือสภาพที่
เนื้อเยื่อผิวหนังได้รับการเสียหายจากสิว แล้วฟื้นตัวกลับมาแบบไม่สม่ำเสมอ
จนทำให้เกิดรอยบุ๋ม รอยดำ หรือผิวที่ขรุขระไม่เรียบเนียน
ซึ่งจะแตกต่างจากรอยดำรอยแดงทั่วไป (รอยแดงสิว)
เพราะแผลเป็นที่แท้จริงนั้น โครงสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ (Dermis)
ได้เกิดการบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปไปแล้ว ทำให้รักษายากขึ้นกว่าเดิมมากครับ
ทำไมช่วงเวลาที่เป็น 'รอยแดง' ถึงสำคัญที่สุด?
หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ
เวลาพูดถึงการ 'ป้องกัน' แผลเป็นหลุมสิว
คนส่วนใหญ่จะนึกถึง "ห้ามบีบสิวเด็ดขาด" เป็นอันดับแรกก่อนเลย
แน่นอนว่าคำพูดนั้นถูกต้องครับ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากและอยากให้รู้ไว้ครับ
หลังจากที่สิวหายอักเสบหรือหัวสิวหลุดออกไปแล้ว
ช่วงระยะรอยแดง ที่ยังคงเหลืออยู่บนผิว
นั่นแหละคือ Golden Time (ช่วงเวลานาทีทอง) ของการป้องกันหลุมสิวที่แท้จริงครับ
ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ?
ทันทีที่สิวยุบลง ผิวจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูตัวเองทันที
ในตอนนี้ ผิวชั้นแท้จะเริ่มสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
กระบวนการสร้างนี้ดำเนินไปอย่าง 'เป็นระเบียบ' แค่ไหน
จะเป็นตัวตัดสินว่า ผิวจะฟื้นตัวกลับมาราบเรียบเนียนสวย หรือจะกลายเป็นแผลเป็นหลุมสิวบุ๋มลงไป
รอยแดงคือสัญญาณว่าผิวกำลังอยู่ในขั้นตอนของการฟื้นฟู
เป็นช่วงระยะที่คอลลาเจนยังไม่จัดเรียงตัวเสร็จสมบูรณ์ และยังสามารถปรับเปลี่ยนได้อยู่ครับ
การทาครีมฟื้นฟูผิว (regenerative ointment) ในช่วงเวลานี้
จะช่วยเคลือบปกป้องเกราะป้องกันผิว
ลดการสูญเสียความชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองจากการอักเสบในระหว่างกระบวนการฟื้นตัวได้
ผลลัพธ์ที่ได้คือ คอลลาเจนจะถูกเติมเต็มได้อย่างสม่ำเสมอ
ทำให้มีโอกาสสูงมากที่ผิวจะฟื้นตัวกลับมาเรียบเนียนโดยไม่เกิดรอยบุ๋มลงไปครับ
ในทางกลับกัน หากปล่อยรอยแดงนี้ทิ้งไว้เฉยๆ
เมื่อผิวโดนสิ่งกระตุ้นภายนอก (รังสียูวี, การเสียดสี, ความแห้งกร้าน) ซ้ำเติม
ความเสียหายในชั้นผิวแท้ก็จะยิ่งลึกขึ้น
และสุดท้ายโครงสร้างคอลลาเจนก็จะพังทลายลงแล้วคงตัวอยู่แบบนั้น
นั่นก็คือแผลเป็นหลุมสิวที่เกิดขึ้นนั่นเองครับ

บอกตามตรงนะครับ
เราไม่สามารถป้องกันแผลเป็นทั้งหมดได้ด้วยยาหรือครีมฟื้นฟูผิวเพียงหลอดเดียว
ในรายที่ผิวเสียหายลึกมาก ไม่ว่าจะดูแลดีแค่ไหน
ก็ยังอาจจะหลงเหลือร่องรอยไว้ได้ในระดับหนึ่งครับ
อย่างไรก็ตาม จากการเปรียบเทียบระหว่างคนที่เริ่มดูแลผิวตั้งแต่ช่วงที่ยังมีรอยแดง
กับคนที่ปล่อยผ่านไปเฉยๆ
อัตราการเกิดแผลเป็นหลุมสิวนั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
จากเคสของคนไข้ที่เข้ามาพบเรา
คนไข้ที่เริ่มดูแลรักษาตั้งแต่ระยะรอยแดง
มีสัดส่วนของการพัฒนากลายเป็นหลุมสิวลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
รอยแดงไม่ใช่ 'ร่องรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นถาวรแล้ว'
แต่คือ 'สภาพผิวที่กำลังเสร็จสิ้นการฟื้นฟูอยู่'
ในระยะนี้ หากใช้ครีมฟื้นฟูผิว (regenerative ointment) เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นและลดการอักเสบ
คอลลาเจนจะเติมเต็มได้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยป้องกันไม่ให้กลายเป็นแผลเป็นหลุมสิวได้ครับ
การป้องกันแผลเป็นตั้งแต่ช่วงระยะรอยแดงนั้นง่ายกว่า
และได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการปล่อยให้เกิดหลุมสิวแล้วค่อยมารักษาทีหลังอย่างแน่นอนครับ
ผลลัพธ์ของการดูแลแต่ละวิธี แตกต่างกันอย่างไร?
วิธีที่คุณสามารถเลือกได้ในระยะที่ผิวเป็นรอยแดง
มีหลักๆ อยู่ 3 วิธีด้วยกันครับ
ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย, ใช้เฉพาะครีมฟื้นฟูผิว หรือ
การใช้ครีมฟื้นฟูผิวควบคู่ไปกับการรักษาที่คลินิก
เรื่องนี้อาจจะดูตัดสินใจยากสักหน่อย
เพราะวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกันออกไปครับ
ความหนาของผิว, ความลึกของอาการอักเสบ และประเภทของสิว
ทำให้วิธีการดูแลรักษาต้องปรับเปลี่ยนไปให้เหมาะสมครับ
วิธีการดูแล | กรณีที่เหมาะสม | ประสิทธิภาพการป้องกันแผลเป็น | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
ปล่อยทิ้งไว้ (ไม่ทำอะไรเลย) | กรณีที่การอักเสบตื้นมากๆ | ต่ำ | หากโดนรังสียูวีหรือปล่อยให้ผิวแห้ง มีความเสี่ยงที่จะลุกลามเป็นแผลเป็น |
ใช้ครีมฟื้นฟูผิว เดี่ยวๆ | สิวอักเสบตื้น, รอยแดงที่ไม่ลึก | ปานกลาง ~ สูง | ระวังการอุดตันรูขุมขนในช่วงที่สิวยังแอคทีฟอยู่ |
ครีมฟื้นฟูผิว + ครีมกันแดด | ระยะรอยแดงสิวส่วนใหญ่ | สูง | ครีมกันแดดยจำเป็นต้องทาทุกวันจนกว่าผิวจะฟื้นตัวเสร็จสมบูรณ์ |
ครีมฟื้นฟูผิว + การรักษาที่คลินิก | แผลอักเสบลึก, เคสที่เป็นซ้ำบ่อยๆ | สูงที่สุด | ตรวจสอบสภาพผิวหลังการทำหัตถการก่อน แล้วค่อยทาครีมฟื้นฟูผิว |
แม้ว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส
แต่ปกติแล้วผมจะแนะนำแนวทางแบบนี้ครับ
สำหรับระยะที่หลงเหลือไว้แต่รอยแดง
ผมแนะนำสูตรผสมผสาน ครีมฟื้นฟูผิว + ครีมกันแดด เป็นอันดับแรก
เพียงแค่ใช้สองสิ่งนี้ให้ดีและสม่ำเสมอ
ก็สามารถช่วยยับยั้งการเกิดหลุมสิวได้มากพอสมควรเลยครับ
แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่สิวขึ้นซ้ำๆ ที่จุดเดิมบ่อยๆ
หรือในรายที่มีการอักเสบค่อนข้างลึก
การใช้เพียงแค่ครีมฟื้นฟูผิวเพียงอย่างเดียวก็อาจจะมีข้อจำกัดครับ
คนไข้กลุ่มนี้ หากได้รับการรักษาที่คลินิก
เช่น การทำ PDT หรือ Laser Toning ร่วมด้วย
จะได้ผลลัพธ์ที่ดีและชัดเจนขึ้นมากครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. ควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวหรือครีมฟื้นฟูผิวแบบไหนดีครับ?
A. ตามผลงานวิจัยทางการแพทย์ หากคุณเป็นคนที่มีแนวโน้มผิวจะกลายเป็นแผลเป็นนูนหนา (Hypertrophic Scar)
เราแนะนำให้ใช้ยาทาสเตียรอยด์ในการทาดูแลรักษาครับ
การใช้สเตียรอยด์เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนหนาจากรอยโรคสิว
แนบเอกสารงานวิจัยวิชาการไว้เรียบร้อยแล้วครับ
Q2. ต้องทาครีมฟื้นฟูผิวนานแค่ไหนครับ?
A. ทาจนกว่ารอยแดงจะจางหายไปจนหมด ซึ่งโดยทั่วไปจะยึดเกณฑ์ที่ 4-8 สัปดาห์หลังจากการบีบเอาหนองสิวออกหมดแล้วครับ
Q3. ใช้ครีมฟื้นฟูผิวแล้วมีตุ่มแดงขึ้นเพิ่มอีก สามารถใช้ต่อได้ไหมคะ?
A. มีบางกรณีที่เนื้อครีมไปอุดตันรูขุมขนทำให้สิวเห่อลุกลามมากขึ้นครับ
ในกรณีแบบนี้แนะนำให้หยุดใช้ทันที
แล้วรีบเข้ามาพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการตรวจประเมินดีที่สุดครับ
เพราะถึงแม้จะได้ผลลัพธ์เหมือนกัน แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนไปใช้เนื้อสัมผัส (Texture) ที่เบาสบายผิวขึ้น
หรือเลือกวิธีการเข้าถึงแบบอื่นๆ ได้ครับ
ก่อนเข้ามาใช้บริการสามารถปรึกษาผ่านช่องทาง LINE ได้นะครับ หวังว่าข้อความนี้จะเป็นประโยชน์ ผมหมอวี ยองจินครับ
▶ คอนเทนต์น่าอ่านเพิ่มเติม
💡 เช็กก่อนอ่านสักนิด
Q. รอยแดงถ้าทิ้งไว้เฉยๆ จะหายไปเองตามธรรมชาติไหมคะ?
A. แม้ว่าบางรายจะหายไปเองตามธรรมชาติได้ แต่การดูแลรอยแดงในระยะนี้ด้วยครีมฟื้นฟูผิว (regenerative ointment) จะช่วยป้องกันไม่ให้มันกลายเป็นแผลเป็นหลุมสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
Q. แผลเป็นหลุมสิว ต้องรอให้เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยรักษาด้วยเลเซอร์ถึงจะถูกวิธีไม่ใช่เหรอคะ?
A. การป้องกันไว้ก่อนตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นรอยแดง จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการมารักษาหลังจากที่แผลเป็นเกิดขึ้นแล้วอย่างมากเลยครับ
"หากเราจัดการรอยแดงที่กำลังฟื้นตัวด้วยครีมฟื้นฟูผิว (regenerative ointment) ก็จะสามารถป้องกันการเกิดแผลเป็นหลุมสิวได้ครับ"
— หมอวี ยองจิน (Beautystone Clinic ฮงแด)

แผลเป็นหลุมสิวคืออะไร?
แผลเป็นหลุมสิว (Acne Scar) คือสภาพที่
เนื้อเยื่อผิวหนังได้รับการเสียหายจากสิว แล้วฟื้นตัวกลับมาแบบไม่สม่ำเสมอ
จนทำให้เกิดรอยบุ๋ม รอยดำ หรือผิวที่ขรุขระไม่เรียบเนียน
ซึ่งจะแตกต่างจากรอยดำรอยแดงทั่วไป (รอยแดงสิว)
เพราะแผลเป็นที่แท้จริงนั้น โครงสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวแท้ (Dermis)
ได้เกิดการบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปไปแล้ว ทำให้รักษายากขึ้นกว่าเดิมมากครับ
ทำไมช่วงเวลาที่เป็น 'รอยแดง' ถึงสำคัญที่สุด?
หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ
เวลาพูดถึงการ 'ป้องกัน' แผลเป็นหลุมสิว
คนส่วนใหญ่จะนึกถึง "ห้ามบีบสิวเด็ดขาด" เป็นอันดับแรกก่อนเลย
แน่นอนว่าคำพูดนั้นถูกต้องครับ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากและอยากให้รู้ไว้ครับ
หลังจากที่สิวหายอักเสบหรือหัวสิวหลุดออกไปแล้ว
ช่วงระยะรอยแดง ที่ยังคงเหลืออยู่บนผิว
นั่นแหละคือ Golden Time (ช่วงเวลานาทีทอง) ของการป้องกันหลุมสิวที่แท้จริงครับ
ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ?
ทันทีที่สิวยุบลง ผิวจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูตัวเองทันที
ในตอนนี้ ผิวชั้นแท้จะเริ่มสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่
กระบวนการสร้างนี้ดำเนินไปอย่าง 'เป็นระเบียบ' แค่ไหน
จะเป็นตัวตัดสินว่า ผิวจะฟื้นตัวกลับมาราบเรียบเนียนสวย หรือจะกลายเป็นแผลเป็นหลุมสิวบุ๋มลงไป
รอยแดงคือสัญญาณว่าผิวกำลังอยู่ในขั้นตอนของการฟื้นฟู
เป็นช่วงระยะที่คอลลาเจนยังไม่จัดเรียงตัวเสร็จสมบูรณ์ และยังสามารถปรับเปลี่ยนได้อยู่ครับ
การทาครีมฟื้นฟูผิว (regenerative ointment) ในช่วงเวลานี้
จะช่วยเคลือบปกป้องเกราะป้องกันผิว
ลดการสูญเสียความชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองจากการอักเสบในระหว่างกระบวนการฟื้นตัวได้
ผลลัพธ์ที่ได้คือ คอลลาเจนจะถูกเติมเต็มได้อย่างสม่ำเสมอ
ทำให้มีโอกาสสูงมากที่ผิวจะฟื้นตัวกลับมาเรียบเนียนโดยไม่เกิดรอยบุ๋มลงไปครับ
ในทางกลับกัน หากปล่อยรอยแดงนี้ทิ้งไว้เฉยๆ
เมื่อผิวโดนสิ่งกระตุ้นภายนอก (รังสียูวี, การเสียดสี, ความแห้งกร้าน) ซ้ำเติม
ความเสียหายในชั้นผิวแท้ก็จะยิ่งลึกขึ้น
และสุดท้ายโครงสร้างคอลลาเจนก็จะพังทลายลงแล้วคงตัวอยู่แบบนั้น
นั่นก็คือแผลเป็นหลุมสิวที่เกิดขึ้นนั่นเองครับ

บอกตามตรงนะครับ
เราไม่สามารถป้องกันแผลเป็นทั้งหมดได้ด้วยยาหรือครีมฟื้นฟูผิวเพียงหลอดเดียว
ในรายที่ผิวเสียหายลึกมาก ไม่ว่าจะดูแลดีแค่ไหน
ก็ยังอาจจะหลงเหลือร่องรอยไว้ได้ในระดับหนึ่งครับ
อย่างไรก็ตาม จากการเปรียบเทียบระหว่างคนที่เริ่มดูแลผิวตั้งแต่ช่วงที่ยังมีรอยแดง
กับคนที่ปล่อยผ่านไปเฉยๆ
อัตราการเกิดแผลเป็นหลุมสิวนั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
จากเคสของคนไข้ที่เข้ามาพบเรา
คนไข้ที่เริ่มดูแลรักษาตั้งแต่ระยะรอยแดง
มีสัดส่วนของการพัฒนากลายเป็นหลุมสิวลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

👨⚕️ สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน:
รอยแดงไม่ใช่ 'ร่องรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นถาวรแล้ว'
แต่คือ 'สภาพผิวที่กำลังเสร็จสิ้นการฟื้นฟูอยู่'
ในระยะนี้ หากใช้ครีมฟื้นฟูผิว (regenerative ointment) เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นและลดการอักเสบ
คอลลาเจนจะเติมเต็มได้อย่างสม่ำเสมอ ช่วยป้องกันไม่ให้กลายเป็นแผลเป็นหลุมสิวได้ครับ
การป้องกันแผลเป็นตั้งแต่ช่วงระยะรอยแดงนั้นง่ายกว่า
และได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการปล่อยให้เกิดหลุมสิวแล้วค่อยมารักษาทีหลังอย่างแน่นอนครับ
ผลลัพธ์ของการดูแลแต่ละวิธี แตกต่างกันอย่างไร?
วิธีที่คุณสามารถเลือกได้ในระยะที่ผิวเป็นรอยแดง
มีหลักๆ อยู่ 3 วิธีด้วยกันครับ
ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย, ใช้เฉพาะครีมฟื้นฟูผิว หรือ
การใช้ครีมฟื้นฟูผิวควบคู่ไปกับการรักษาที่คลินิก
เรื่องนี้อาจจะดูตัดสินใจยากสักหน่อย
เพราะวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกันออกไปครับ
ความหนาของผิว, ความลึกของอาการอักเสบ และประเภทของสิว
ทำให้วิธีการดูแลรักษาต้องปรับเปลี่ยนไปให้เหมาะสมครับ
วิธีการดูแล | กรณีที่เหมาะสม | ประสิทธิภาพการป้องกันแผลเป็น | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
ปล่อยทิ้งไว้ (ไม่ทำอะไรเลย) | กรณีที่การอักเสบตื้นมากๆ | ต่ำ | หากโดนรังสียูวีหรือปล่อยให้ผิวแห้ง มีความเสี่ยงที่จะลุกลามเป็นแผลเป็น |
ใช้ครีมฟื้นฟูผิว เดี่ยวๆ | สิวอักเสบตื้น, รอยแดงที่ไม่ลึก | ปานกลาง ~ สูง | ระวังการอุดตันรูขุมขนในช่วงที่สิวยังแอคทีฟอยู่ |
ครีมฟื้นฟูผิว + ครีมกันแดด | ระยะรอยแดงสิวส่วนใหญ่ | สูง | ครีมกันแดดยจำเป็นต้องทาทุกวันจนกว่าผิวจะฟื้นตัวเสร็จสมบูรณ์ |
ครีมฟื้นฟูผิว + การรักษาที่คลินิก | แผลอักเสบลึก, เคสที่เป็นซ้ำบ่อยๆ | สูงที่สุด | ตรวจสอบสภาพผิวหลังการทำหัตถการก่อน แล้วค่อยทาครีมฟื้นฟูผิว |
แม้ว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส
แต่ปกติแล้วผมจะแนะนำแนวทางแบบนี้ครับ
สำหรับระยะที่หลงเหลือไว้แต่รอยแดง
ผมแนะนำสูตรผสมผสาน ครีมฟื้นฟูผิว + ครีมกันแดด เป็นอันดับแรก
เพียงแค่ใช้สองสิ่งนี้ให้ดีและสม่ำเสมอ
ก็สามารถช่วยยับยั้งการเกิดหลุมสิวได้มากพอสมควรเลยครับ
แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่สิวขึ้นซ้ำๆ ที่จุดเดิมบ่อยๆ
หรือในรายที่มีการอักเสบค่อนข้างลึก
การใช้เพียงแค่ครีมฟื้นฟูผิวเพียงอย่างเดียวก็อาจจะมีข้อจำกัดครับ
คนไข้กลุ่มนี้ หากได้รับการรักษาที่คลินิก
เช่น การทำ PDT หรือ Laser Toning ร่วมด้วย
จะได้ผลลัพธ์ที่ดีและชัดเจนขึ้นมากครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q1. ควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวหรือครีมฟื้นฟูผิวแบบไหนดีครับ?
A. ตามผลงานวิจัยทางการแพทย์ หากคุณเป็นคนที่มีแนวโน้มผิวจะกลายเป็นแผลเป็นนูนหนา (Hypertrophic Scar)
เราแนะนำให้ใช้ยาทาสเตียรอยด์ในการทาดูแลรักษาครับ
การใช้สเตียรอยด์เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนหนาจากรอยโรคสิว
แนบเอกสารงานวิจัยวิชาการไว้เรียบร้อยแล้วครับ
Q2. ต้องทาครีมฟื้นฟูผิวนานแค่ไหนครับ?
A. ทาจนกว่ารอยแดงจะจางหายไปจนหมด ซึ่งโดยทั่วไปจะยึดเกณฑ์ที่ 4-8 สัปดาห์หลังจากการบีบเอาหนองสิวออกหมดแล้วครับ
Q3. ใช้ครีมฟื้นฟูผิวแล้วมีตุ่มแดงขึ้นเพิ่มอีก สามารถใช้ต่อได้ไหมคะ?
A. มีบางกรณีที่เนื้อครีมไปอุดตันรูขุมขนทำให้สิวเห่อลุกลามมากขึ้นครับ
ในกรณีแบบนี้แนะนำให้หยุดใช้ทันที
แล้วรีบเข้ามาพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการตรวจประเมินดีที่สุดครับ
เพราะถึงแม้จะได้ผลลัพธ์เหมือนกัน แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนไปใช้เนื้อสัมผัส (Texture) ที่เบาสบายผิวขึ้น
หรือเลือกวิธีการเข้าถึงแบบอื่นๆ ได้ครับ
ก่อนเข้ามาใช้บริการสามารถปรึกษาผ่านช่องทาง LINE ได้นะครับ หวังว่าข้อความนี้จะเป็นประโยชน์ ผมหมอวี ยองจินครับ
▶ คอนเทนต์น่าอ่านเพิ่มเติม
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

ยกกระชับ
หลังคลอดหน้าหย่อน ทำ Ultherapy ตอนให้นมได้ไหม?
หลังคลอดหน้าหย่อน อยากทำ Ultherapy (HIFU) แต่ยังให้นม ควรเริ่มเมื่อไหร่ดี ดูแนวทางและความปลอดภัยกัน

ผิว
ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติมด้วย Juvelook Volume ได้ไหม
ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

ผิว
สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?
คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

ยกกระชับ
ผิวหย่อนเพราะความเครียดเรื้อรัง RF Lifting ช่วยได้จริงไหม?
ความเครียดเรื้อรังทำให้ผิวหย่อนได้อย่างไร และ RF Lifting อย่าง Thermage ช่วยดูแลได้แค่ไหน มาดูกัน

ผิว
มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?
เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ยกกระชับ
Secret RF ลิฟติ้ง แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหมครับ
มาดูกันครับว่า Secret RF ใช้ไมโครนีดเดิลกับ RF อย่างไร และช่วยแผลเป็น รูขุมขน ความกระชับได้อย่างไร
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 ปรึกษาผ่าน Line
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



