
แผลเป็นจากสิว ป้องกันได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นหรือไม่?
แผลเป็นจากสิว ป้องกันได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นหรือไม่?
แผลเป็นจากสิว ป้องกันได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นหรือไม่?
หัวใจสำคัญของการป้องกันรอยแผลเป็นจากสิว ไม่ใช่การดูแลหลังจากเกิดแผลเป็นแล้ว แต่คือการใช้ยาทาฟื้นฟูผิวในช่วงรอยแดง เราสรุปตั้งแต่หลักการไปจนถึงวิธีปฏิบัติไว้ให้ครบ
แผลเป็นจากสิว ป้องกันก่อนเกิดได้ไหม?
💡 ก่อนอ่าน โปรดตรวจสอบก่อน
Q. ถ้าปล่อยรอยแดงไว้ มันจะหายไปเองตามธรรมชาติไม่ใช่หรือ?
A. บางกรณีหายไปได้เอง แต่ถ้าดูแลในช่วงนี้ด้วยยาฟื้นฟู จะช่วยป้องกันไม่ให้กลายเป็นแผลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q. แผลเป็นจากสิวควรรอให้เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยรักษาด้วยเลเซอร์ไม่ใช่หรือ?
A. การป้องกันในช่วงรอยแดงให้ผลดีกว่าการรักษาหลังเกิดขึ้นแล้วมาก
"ถ้าดูแลรอยแดงที่กำลังฟื้นตัวด้วยยาฟื้นฟู ก็สามารถป้องกันแผลเป็นได้"
— ผู้อำนวยการวียองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)

แผลเป็นจากสิวคืออะไร?
แผลเป็นจากสิว (Acne Scar) เกิดจากสิว
หลังจากเนื้อเยื่อผิวหนังได้รับความเสียหาย
และฟื้นตัวอย่างไม่สม่ำเสมอ
จึงเหลือรอยยุบ รอยคล้ำ และความขรุขระ
ต่างจากรอยคล้ำสีธรรมดา (รอยแดง)
แผลเป็นจริงๆ คือโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้
ที่เปลี่ยนรูปไป ทำให้การรักษายากกว่ามาก
เหตุผลที่ช่วงรอยแดงสำคัญที่สุดจริงๆ
หลายคนมักเข้าใจผิดในจุดนี้ว่า
ถ้าพูดถึงการ 'ป้องกัน' แผลเป็นจากสิว
ส่วนใหญ่จะนึกถึงแค่ "อย่าบีบสิว" ก่อนเลย
แน่นอนว่านั่นก็ถูกต้องค่ะ
แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก
หลังสิวแตกแล้ว
ช่วงรอยแดงที่เหลืออยู่บนผิว
จริงๆ แล้วคือช่วงเวลาทองของการป้องกันแผลเป็น
ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ?
หลังสิวแตก ผิวจะเข้าสู่โหมดฟื้นตัว
ในช่วงนี้ชั้นหนังแท้จะสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา
และขึ้นอยู่กับว่ากระบวนการนี้ดำเนินไปอย่าง 'เป็นระเบียบ' แค่ไหน
ก็จะเป็นตัวตัดสินว่าจะฟื้นตัวเรียบเนียนหรือทิ้งแผลเป็นยุบไว้
รอยแดงยังคงเป็นภาวะที่กำลังฟื้นตัวอยู่
เป็นช่วงที่การเรียงตัวของคอลลาเจนยังไม่เสร็จ และยังเปลี่ยนแปลงได้
ถ้าทายาฟื้นฟูในช่วงนี้
จะช่วยปิดกั้นเกราะผิว
ลดการสูญเสียน้ำและการระคายเคืองจากการอักเสบในระหว่างฟื้นตัวได้
ผลที่ตามมาคือคอลลาเจนจะเติมเต็มอย่างสม่ำเสมอ
ทำให้หลายกรณีฟื้นตัวได้โดยไม่ยุบ
ในทางกลับกัน ถ้าปล่อยช่วงนี้ไว้เฉยๆ
เมื่อมีสิ่งกระตุ้นจากภายนอกเข้ามาเพิ่ม เช่น รังสียูวี การเสียดสี และความแห้ง
ความเสียหายของชั้นหนังแท้จะรุนแรงขึ้น
และท้ายที่สุดโครงสร้างคอลลาเจนจะพังแล้วแข็งตัวค้างไว้
นั่นแหละคือแผลเป็นแบบยุบ

พูดตรงๆ ก็คือ
ยาฟื้นฟูเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันแผลเป็นได้ทุกชนิด
กรณีที่เสียหายลึกไปแล้ว ต่อให้ดูแลอย่างไรก็
อาจยังเหลือร่องรอยอยู่บ้าง
แต่ถ้าเปรียบเทียบคนที่เริ่มดูแลตั้งแต่ช่วงรอยแดง
กับคนที่ปล่อยผ่านไป
ความถี่ของการพัฒนาเป็นแผลยุบจะแตกต่างกันพอสมควร
จากเคสที่คนไข้มาพบคุณหมอของเรา
กลุ่มที่เริ่มดูแลตั้งแต่ช่วงรอยแดง
มีสัดส่วนที่พัฒนาเป็นแผลเป็นยุบต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด

👨⚕️ สรุปสำคัญจากผู้อำนวยการวียองจิน:
รอยแดงไม่ใช่ 'ร่องรอยที่ทิ้งไว้แล้ว' แต่เป็น
'ภาวะที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว' ครับ
ในช่วงนี้ หากใช้ยาฟื้นฟูล็อกความชื้นและลดการอักเสบ
คอลลาเจนจะเติมเต็มอย่างสม่ำเสมอ จึงช่วยป้องกันไม่ให้แข็งตัวเป็นแผลเป็นยุบได้
การป้องกันแผลเป็นตั้งแต่ช่วงรอยแดงนั้น
ง่ายกว่าการรักษาหลังแผลเกิดขึ้นแล้ว และผลลัพธ์ก็ดีกว่ามาก
ประสิทธิภาพของวิธีดูแล แตกต่างกันแบบนี้
วิธีที่เลือกได้ในช่วงรอยแดง
มีหลักๆ สามแบบ
คือไม่ทำอะไรเลย ใช้ยาฟื้นฟูอย่างเดียว หรือ
ใช้ยาฟื้นฟูร่วมกับหัตถการที่คลินิก
ประเด็นคือค่อนข้างซับซ้อนนิดหน่อย
เพราะวิธีที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน
ต้องปรับแนวทางตามความหนาของผิว ความลึกของการอักเสบ
และประเภทของสิวด้วย
วิธีดูแล | กรณีที่เหมาะสม | ประสิทธิภาพในการป้องกันแผลเป็น | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
ปล่อยไว้ (ไม่ทำอะไรเลย) | กรณีที่การอักเสบตื้นมาก | ต่ำ | หากโดนรังสียูวีหรือความแห้ง เสี่ยงที่แผลเป็นจะพัฒนา |
ใช้ยาฟื้นฟูเดี่ยวๆ | สิวตื้น รอยแดงตื้นๆ | ปานกลาง~สูง | ช่วงที่สิวยัง active ต้องระวังการอุดตันรูขุมขน |
ยาฟื้นฟู + ครีมกันแดด | รอยแดงส่วนใหญ่ | สูง | ครีมกันแดดต้องทาทุกวันจนกว่าจะฟื้นตัวสมบูรณ์ |
ยาฟื้นฟู + หัตถการที่คลินิกร่วมกัน | เคสที่อักเสบลึก หรือเป็นซ้ำบ่อย | สูงที่สุด | ตรวจสภาพผิวหลังทำหัตถการก่อนค่อยทายา |
แม้แต่ละเคสจะต่างกันก็ตาม
ปกติผมมักแนะนำแบบนี้ครับ
ถ้าเหลือแค่รอยแดง
ผมจะแนะนำให้ใช้ยาฟื้นฟู + ครีมกันแดดก่อน
แค่สองอย่างนี้ถ้าใช้ดีๆ ก็
ช่วยป้องกันไม่ให้ลุกลามเป็นแผลยุบได้มากทีเดียว
แต่ถ้าสิวเกิดซ้ำในตำแหน่งเดิมบ่อยๆ หรือ
เคสที่อักเสบค่อนข้างลึก
ยาฟื้นฟูอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัด
คนไข้แบบนี้ที่โรงพยาบาล
การทำ PDT หรือเลเซอร์โทนนิ่งร่วมด้วย
จะให้ผลลัพธ์ดีกว่ามาก

คำถามที่พบบ่อย
Q1. ควรใช้ยาฟื้นฟูแบบไหน?
A. อย่างที่เห็นได้จากงานวิจัย หากเป็นคนที่มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูน
แนะนำให้ใช้สเตียรอยด์จะดีกว่า
การใช้สเตียรอยด์-การป้องกันการพัฒนาเป็นแผลนูนในแผลเป็นจากสิว
ได้แนบงานวิจัยไว้แล้ว
Q2. ต้องทายาฟื้นฟูนานแค่ไหน?
A. จนกว่ารอยแดงจะจางลงหมด โดยทั่วไปดูที่ประมาณ 4~8 สัปดาห์หลังการระบายหนอง
Q3. ใช้ยาฟื้นฟูแล้วสิวผดขึ้นมากกว่าเดิม ยังใช้ต่อได้ไหม?
A. มียาบางชนิดที่อุดตันรูขุมขนจนทำให้สิวแย่ลงได้
ในกรณีนี้ควรหยุดทันที
และไปพบแพทย์ผิวหนัง
เราสามารถเลือกสูตรที่เบากว่าแต่ให้ผลคล้ายกัน
หรือใช้วิธีอื่นแทนได้
สามารถปรึกษาผ่าน KakaoTalk ก่อนเข้าพบได้ครับ สวัสดีครับ ผมคือวียองจิน
▶ อ่านเพิ่มเติม
▶ผลข้างเคียงของ Shurink? ความเข้าใจผิดเรื่อง 'แก้มตอบ' และวิธีป้องกันที่แน่นอนที่แพทย์บอก
▶"บ็อกซ์ท็อกซ์รอบดวงตาไม่ใช่การป้องกันเหรอ??" กรณีที่ควรเลือก Sofwave
▶การรักษาแผลเป็นจากสิวก่อนงานแต่ง เหตุผลที่ 6 เดือนก่อนแต่งงานคือช่วงเวลาทอง
▶"ฉีด CureJet แค่ครั้งเดียว รอยหลุมจะเต็มหมดไหม?" ความจริงที่คุณหมอบอก
แผลเป็นจากสิว ป้องกันก่อนเกิดได้ไหม?
💡 ก่อนอ่าน โปรดตรวจสอบก่อน
Q. ถ้าปล่อยรอยแดงไว้ มันจะหายไปเองตามธรรมชาติไม่ใช่หรือ?
A. บางกรณีหายไปได้เอง แต่ถ้าดูแลในช่วงนี้ด้วยยาฟื้นฟู จะช่วยป้องกันไม่ให้กลายเป็นแผลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q. แผลเป็นจากสิวควรรอให้เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยรักษาด้วยเลเซอร์ไม่ใช่หรือ?
A. การป้องกันในช่วงรอยแดงให้ผลดีกว่าการรักษาหลังเกิดขึ้นแล้วมาก
"ถ้าดูแลรอยแดงที่กำลังฟื้นตัวด้วยยาฟื้นฟู ก็สามารถป้องกันแผลเป็นได้"
— ผู้อำนวยการวียองจิน (คลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด)

แผลเป็นจากสิวคืออะไร?
แผลเป็นจากสิว (Acne Scar) เกิดจากสิว
หลังจากเนื้อเยื่อผิวหนังได้รับความเสียหาย
และฟื้นตัวอย่างไม่สม่ำเสมอ
จึงเหลือรอยยุบ รอยคล้ำ และความขรุขระ
ต่างจากรอยคล้ำสีธรรมดา (รอยแดง)
แผลเป็นจริงๆ คือโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้
ที่เปลี่ยนรูปไป ทำให้การรักษายากกว่ามาก
เหตุผลที่ช่วงรอยแดงสำคัญที่สุดจริงๆ
หลายคนมักเข้าใจผิดในจุดนี้ว่า
ถ้าพูดถึงการ 'ป้องกัน' แผลเป็นจากสิว
ส่วนใหญ่จะนึกถึงแค่ "อย่าบีบสิว" ก่อนเลย
แน่นอนว่านั่นก็ถูกต้องค่ะ
แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก
หลังสิวแตกแล้ว
ช่วงรอยแดงที่เหลืออยู่บนผิว
จริงๆ แล้วคือช่วงเวลาทองของการป้องกันแผลเป็น
ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ?
หลังสิวแตก ผิวจะเข้าสู่โหมดฟื้นตัว
ในช่วงนี้ชั้นหนังแท้จะสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา
และขึ้นอยู่กับว่ากระบวนการนี้ดำเนินไปอย่าง 'เป็นระเบียบ' แค่ไหน
ก็จะเป็นตัวตัดสินว่าจะฟื้นตัวเรียบเนียนหรือทิ้งแผลเป็นยุบไว้
รอยแดงยังคงเป็นภาวะที่กำลังฟื้นตัวอยู่
เป็นช่วงที่การเรียงตัวของคอลลาเจนยังไม่เสร็จ และยังเปลี่ยนแปลงได้
ถ้าทายาฟื้นฟูในช่วงนี้
จะช่วยปิดกั้นเกราะผิว
ลดการสูญเสียน้ำและการระคายเคืองจากการอักเสบในระหว่างฟื้นตัวได้
ผลที่ตามมาคือคอลลาเจนจะเติมเต็มอย่างสม่ำเสมอ
ทำให้หลายกรณีฟื้นตัวได้โดยไม่ยุบ
ในทางกลับกัน ถ้าปล่อยช่วงนี้ไว้เฉยๆ
เมื่อมีสิ่งกระตุ้นจากภายนอกเข้ามาเพิ่ม เช่น รังสียูวี การเสียดสี และความแห้ง
ความเสียหายของชั้นหนังแท้จะรุนแรงขึ้น
และท้ายที่สุดโครงสร้างคอลลาเจนจะพังแล้วแข็งตัวค้างไว้
นั่นแหละคือแผลเป็นแบบยุบ

พูดตรงๆ ก็คือ
ยาฟื้นฟูเพียงอย่างเดียวไม่สามารถป้องกันแผลเป็นได้ทุกชนิด
กรณีที่เสียหายลึกไปแล้ว ต่อให้ดูแลอย่างไรก็
อาจยังเหลือร่องรอยอยู่บ้าง
แต่ถ้าเปรียบเทียบคนที่เริ่มดูแลตั้งแต่ช่วงรอยแดง
กับคนที่ปล่อยผ่านไป
ความถี่ของการพัฒนาเป็นแผลยุบจะแตกต่างกันพอสมควร
จากเคสที่คนไข้มาพบคุณหมอของเรา
กลุ่มที่เริ่มดูแลตั้งแต่ช่วงรอยแดง
มีสัดส่วนที่พัฒนาเป็นแผลเป็นยุบต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด

👨⚕️ สรุปสำคัญจากผู้อำนวยการวียองจิน:
รอยแดงไม่ใช่ 'ร่องรอยที่ทิ้งไว้แล้ว' แต่เป็น
'ภาวะที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว' ครับ
ในช่วงนี้ หากใช้ยาฟื้นฟูล็อกความชื้นและลดการอักเสบ
คอลลาเจนจะเติมเต็มอย่างสม่ำเสมอ จึงช่วยป้องกันไม่ให้แข็งตัวเป็นแผลเป็นยุบได้
การป้องกันแผลเป็นตั้งแต่ช่วงรอยแดงนั้น
ง่ายกว่าการรักษาหลังแผลเกิดขึ้นแล้ว และผลลัพธ์ก็ดีกว่ามาก
ประสิทธิภาพของวิธีดูแล แตกต่างกันแบบนี้
วิธีที่เลือกได้ในช่วงรอยแดง
มีหลักๆ สามแบบ
คือไม่ทำอะไรเลย ใช้ยาฟื้นฟูอย่างเดียว หรือ
ใช้ยาฟื้นฟูร่วมกับหัตถการที่คลินิก
ประเด็นคือค่อนข้างซับซ้อนนิดหน่อย
เพราะวิธีที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน
ต้องปรับแนวทางตามความหนาของผิว ความลึกของการอักเสบ
และประเภทของสิวด้วย
วิธีดูแล | กรณีที่เหมาะสม | ประสิทธิภาพในการป้องกันแผลเป็น | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
ปล่อยไว้ (ไม่ทำอะไรเลย) | กรณีที่การอักเสบตื้นมาก | ต่ำ | หากโดนรังสียูวีหรือความแห้ง เสี่ยงที่แผลเป็นจะพัฒนา |
ใช้ยาฟื้นฟูเดี่ยวๆ | สิวตื้น รอยแดงตื้นๆ | ปานกลาง~สูง | ช่วงที่สิวยัง active ต้องระวังการอุดตันรูขุมขน |
ยาฟื้นฟู + ครีมกันแดด | รอยแดงส่วนใหญ่ | สูง | ครีมกันแดดต้องทาทุกวันจนกว่าจะฟื้นตัวสมบูรณ์ |
ยาฟื้นฟู + หัตถการที่คลินิกร่วมกัน | เคสที่อักเสบลึก หรือเป็นซ้ำบ่อย | สูงที่สุด | ตรวจสภาพผิวหลังทำหัตถการก่อนค่อยทายา |
แม้แต่ละเคสจะต่างกันก็ตาม
ปกติผมมักแนะนำแบบนี้ครับ
ถ้าเหลือแค่รอยแดง
ผมจะแนะนำให้ใช้ยาฟื้นฟู + ครีมกันแดดก่อน
แค่สองอย่างนี้ถ้าใช้ดีๆ ก็
ช่วยป้องกันไม่ให้ลุกลามเป็นแผลยุบได้มากทีเดียว
แต่ถ้าสิวเกิดซ้ำในตำแหน่งเดิมบ่อยๆ หรือ
เคสที่อักเสบค่อนข้างลึก
ยาฟื้นฟูอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัด
คนไข้แบบนี้ที่โรงพยาบาล
การทำ PDT หรือเลเซอร์โทนนิ่งร่วมด้วย
จะให้ผลลัพธ์ดีกว่ามาก

คำถามที่พบบ่อย
Q1. ควรใช้ยาฟื้นฟูแบบไหน?
A. อย่างที่เห็นได้จากงานวิจัย หากเป็นคนที่มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูน
แนะนำให้ใช้สเตียรอยด์จะดีกว่า
การใช้สเตียรอยด์-การป้องกันการพัฒนาเป็นแผลนูนในแผลเป็นจากสิว
ได้แนบงานวิจัยไว้แล้ว
Q2. ต้องทายาฟื้นฟูนานแค่ไหน?
A. จนกว่ารอยแดงจะจางลงหมด โดยทั่วไปดูที่ประมาณ 4~8 สัปดาห์หลังการระบายหนอง
Q3. ใช้ยาฟื้นฟูแล้วสิวผดขึ้นมากกว่าเดิม ยังใช้ต่อได้ไหม?
A. มียาบางชนิดที่อุดตันรูขุมขนจนทำให้สิวแย่ลงได้
ในกรณีนี้ควรหยุดทันที
และไปพบแพทย์ผิวหนัง
เราสามารถเลือกสูตรที่เบากว่าแต่ให้ผลคล้ายกัน
หรือใช้วิธีอื่นแทนได้
สามารถปรึกษาผ่าน KakaoTalk ก่อนเข้าพบได้ครับ สวัสดีครับ ผมคือวียองจิน
▶ อ่านเพิ่มเติม
▶ผลข้างเคียงของ Shurink? ความเข้าใจผิดเรื่อง 'แก้มตอบ' และวิธีป้องกันที่แน่นอนที่แพทย์บอก
▶"บ็อกซ์ท็อกซ์รอบดวงตาไม่ใช่การป้องกันเหรอ??" กรณีที่ควรเลือก Sofwave
▶การรักษาแผลเป็นจากสิวก่อนงานแต่ง เหตุผลที่ 6 เดือนก่อนแต่งงานคือช่วงเวลาทอง
▶"ฉีด CureJet แค่ครั้งเดียว รอยหลุมจะเต็มหมดไหม?" ความจริงที่คุณหมอบอก
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด
![[คอลัมน์ วี ยองจิน] ยกกระชับและความยืดหยุ่นได้ในครั้งเดียว? หลักการทางวิทยาศาสตร์ของไมโครเวฟ OnDari](https://framerusercontent.com/images/gHwAkNSkr6pDzII2TsPBBMu3HI.jpg?width=1080&height=1080)
ยกกระชับ
ออนดารีลิฟต์ ควรทำที่ไหนถึงจะเห็นผลต่างกัน?
สรุปสิ่งที่ควรตรวจสอบเมื่อเลือกคลินิกผิวหนังแถวฮงแดสำหรับออนดารีลิฟต์ ได้แก่ การมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมหรือไม่ หลักการของการปรับปรุงทั้งการยกกระชับและความยืดหยุ่นไปพร้อมกัน และแนวทางการจัดโปรแกรมเฉพาะบุคคล
![[คอลัมน์ของวี ยองจิน] อ่านก่อนเปรียบเทียบราคา GentleMax Pro Plus! การตั้งค่าพลังงานเป็นตัวกำหนดค่าใช้จ่าย](https://framerusercontent.com/images/9ExM3nIrTtCa9caOWsdiTEpv3mw.jpg?width=1080&height=1080)
กำจัดขน
ค่าใช้จ่ายของ GentleMax Pro Plus กำหนดอย่างไร?
ค่าใช้จ่ายในการทำ GentleMax Pro Plus จะแตกต่างกันไปตามบริเวณและจำนวนครั้งที่ทำ คุณหมอเจ้าของคลินิกอธิบายด้วยตัวเองถึงจุดที่ควรตรวจสอบก่อนเข้ารับคำปรึกษาและโครงสร้างค่าใช้จ่าย
![[คอลัมน์ วี ยองจิน] ริ้วรอยก็เหมือนเสาเต็นท์: หลักการที่ต้องเติมจากข้างในก่อน ด้านนอกจึงจะเรียบตึง](https://framerusercontent.com/images/oXLln6eaq8et8bqTQNbScACFFI.jpg?width=1080&height=1080)
โครงหน้า&วอลลุ่ม
"เหตุผลที่การฉีดฟิลเลอร์อย่างเดียวในริ้วรอยแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติ" ความลับของ MD Code ที่คุณหมอเปิดเผย
หากคุณเข้าใจว่าสาเหตุของริ้วรอยมีเพียงแค่ความเสื่อมตามวัย ก็อาจยากที่จะเข้าใจว่าทำไมการฉีดฟิลเลอร์จึงได้ผล เราจะอธิบายหลักการของฟิลเลอร์ MD Code แบบง่าย ๆ ซึ่งหัวใจสำคัญคือการฟื้นฟูแรงพยุงของโครงสร้าง
![[คอลัมน์ วี ยองจิน] แนวกรามที่หย่อนคล้อย สาเหตุไม่ได้อยู่ที่คาง แต่อยู่ใต้โหนกแก้ม](https://framerusercontent.com/images/lOhmkVqfG8Pc6m7UOBqYE0XG4qk.jpg?width=1080&height=1080)
โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฟิลเลอร์ V-line (แนวกราม) ควรฉีดบริเวณโหนกแก้ม ไม่ใช่แนวกราม
ฟิลเลอร์กรอบหน้า V-line ถ้ามองแค่คางอย่างเดียวมักไม่สำเร็จ ความหย่อนคล้อยของใบหน้าส่วนล่างเริ่มจากการทรุดตัวของโครงสร้างพยุงโหนกแก้ม และลำดับการทำหัตถการมีผลต่อผลลัพธ์
![[คอลัมน์ วี ยองจิน] เหตุผลที่เมื่อหางตาตก ควรพิจารณาฟิลเลอร์ขมับก่อนการร้อยไหม](https://framerusercontent.com/images/u5WZI3UTBR1f9O6QgpojKv6k.jpg?width=1080&height=1080)
โครงหน้า&วอลลุ่ม
"แค่ฉีดฟิลเลอร์ขมับ แต่ทำไมตาดูโตขึ้น?" ความลับของการยกกระชับเชิงโครงสร้างที่คุณหมอเปิดเผย
เหตุผลที่ฟิลเลอร์ขมับมีผลต่อดวงตาให้ดูกลมโตขึ้น ไม่ได้มีแค่การเติมวอลลุ่มเท่านั้น มาทำความเข้าใจหลักการที่ช่วยคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของรูปตา ด้วยการออกแบบ 75 จุดตามหลัก MD Code กัน
![[คอลัมน์ วี ยองจิน] ใบหน้าเหมือนเต็นท์: เหตุใดเมื่อยกเสาจมูกขึ้น จึงตึงไปถึงรอบดวงตา](https://framerusercontent.com/images/q7TUm7RMvlDnf5rExbSJKBWbA.jpg?width=1080&height=1080)
โครงหน้า&วอลลุ่ม
"ฉีดฟิลเลอร์จมูกอย่างเดียว แต่ทำไมตาดูโตขึ้น?" หลักการของการยกกระชับตามกายวิภาค ไม่ใช่แค่ภาพลวงตา
อาการที่ดวงตาดูโตขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก ไม่ใช่แค่ภาพลวงตาเท่านั้น ใบหน้าเป็นโครงสร้างที่เชื่อมโยงกัน การฟื้นคืนแรงพยุงของจมูกจึงช่วยยกเนื้อเยื่อรอบดวงตาขึ้นไปพร้อมกัน


![[บิวตี้สโตน] อยากไม่ให้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำล้มเหลวใช่ไหม? "ความละเอียดที่ระดับ 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์ได้"](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)