• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Botox, Dysport, Nabota เป็น Botulinum ต่างยังไง

Botox, Dysport, Nabota เป็น Botulinum ต่างยังไง

Botox, Dysport, Nabota เป็น Botulinum ต่างยังไง

Botulinum ตัวเดียวกัน ทำไมมีหลายยี่ห้อ? สรุปง่าย ๆ ความต่างของแบรนด์ วิธีคำนวณยูนิต และจุดที่เหมาะ

เผยแพร่

อัปเดต

Beautystone Clinic, Wi Young-jin, Chief director

Author

Wi Young-jin · Chief director

Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist

→

🔗 ไปยังบทความอื่นๆ

โบท็อกซ์คืออะไร? — 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์ · 1.2 กลไกการทำงาน

บริเวณที่ฉีด — 3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·รอบดวงตา·รอบปาก) · 3.2 ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

ข้อควรรู้ — 4.1 ระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ · 4.2 ผลข้างเคียง · 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะครับว่า จริงๆ แล้วต้นกำเนิดของตัวยาทุกแบรนด์มาจากแหล่งเดียวกันครับ ทั้งหมดเป็นการสกัดโปรตีนที่สร้างจากเชื้อแบคทีเรีย Clostridium botulinum แต่เนื่องจากผู้ผลิตคนละเจ้าและมีวิธีการสกัดที่แตกต่างกัน ทำให้การแปลงหน่วยการตวง ขอบเขตการกระจายตัว หรือระยะเวลาคงผลลัพธ์ของแต่ละตัวมีความต่างกันเล็กน้อย การทำความเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ตัวไหนเหมาะกับการรักษาแบบใด จะช่วยให้คุณปรึกษาคุณหมอตอนไปทำสวยได้อย่างเข้าใจและได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจที่สุดครับ

 

ทำไมถึงมีหลากหลายชื่อจังเลยนะ

ในตอนแรก บริษัท Allergan จากอเมริกาเป็นผู้คิดค้นและผลิต Botulinum Toxin Type A ออกมาเป็นยารักษาโรคและเสริมความงาม โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า Botox® จากนั้นเป็นต้นมา บริษัทยารายใหญ่ในหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และเกาหลี ต่างก็พากันพัฒนาโปรตีนที่คล้ายกันนี้ขึ้นมาเฉพาะตัว ทำให้ปัจจุบันมีโปรดักส์ให้เลือกหลากหลายแบรนด์เลยครับ

สำหรับคลินิกในเกาหลี ผลิตภัณฑ์ยอดฮิตที่นำมาใช้บ่อยๆ จะมีอยู่หลักๆ 5 แบรนด์นี้ครับ

  • Botox® (โบท็อกซ์ อเมริกา): ผลิตโดย Allergan (ปัจจุบันคือ AbbVie) ถือเป็นตัวต้นตำรับ (Original) และเป็นแบรนด์ที่มีงานวิจัยรองรับเยอะที่สุดในโลกเลยครับ

  • Dysport®: ผลิตโดย Ipsen จากยุโรป (ฝรั่งเศส) แบรนด์นี้มีจุดเด่นเรื่องรัศมีการกระจายตัวของยาที่ค่อนข้างกว้างครับ

  • Nabota™ (นาโบตะ): ผลิตโดย Daewoong Pharmaceutical แบรนด์พรีเมียมจากเกาหลีที่ผ่านการรับรองมาตรฐานทั้งจาก US FDA และ อย. เกาหลี เรียบร้อยแล้วครับ

  • Xeomin® (ซีโอมิน): ผลิตโดย Merz Aesthetics จากเยอรมนี โดดเด่นเรื่องความเพียว เป็นโบท็อกซ์โมเลกุลเล็กบริสุทธิ์ที่ไม่มีโปรตีนสิ่งเจือปนร่วมทำงาน

  • Coretox® (Coretox): ผลิตโดย Medytox แบรนด์เกาหลี เป็นเวอร์ชั่นที่สกัดโปรตีนที่ไม่จำเป็นออก เหลือเพียงนิวโรท็อกซินบริสุทธิ์ แถมยังไม่ใช้ Human Serum Albumin (HSA) เพื่อลดความเสี่ยงในการแพ้หรือดื้อยา และป้องกันการติดเชื้ออีกด้วยครับ

ทำไมถึงมีหลากหลายชื่อจังเลยนะ

 

 

หน่วยวัดต่างกัน ทำให้เปรียบเทียบปริมาณได้ยาก

โบท็อกซ์แต่ละแบรนด์จะใช้ระบบหน่วยวัด (Unit, U)* ที่ไม่เหมือนกันครับ อย่างเช่น Botox 20U กับ Dysport 60U จะให้ประสิทธิภาพในการทำงานพอๆ กัน หากดูแค่ตัวเลขเฉยๆ อาจคิดว่า Dysport เข้มข้นกว่า 3 เท่า แต่ในความเป็นจริงแล้วให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันเลยครับ

หน่วยวัด*(Unit, U): ค่าที่ใช้วัดความแรงของโฤท็อกซ์ในการออกฤทธิ์ เนื่องจากคำจำกัดความของแต่ละแบรนด์ไม่เหมือนกัน จึงไม่สามารถนำตัวเลขยูนิตมาเปรียบเทียบกันตรงๆ ได้ทันทีครับ

ใจความสำคัญคือ ไม่มีหน่วยวัดมาตรฐานสากลที่ใช้ร่วมกันทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องมีการเทียบสัดส่วนตามแต่ละผลิตภัณฑ์ครับ สัดส่วนที่ใช้เทียบกันบ่อยๆ จะอยู่ที่ประมาณ Botox 1U ≈ Dysport 2.5 ถึง 3U ส่วน Botox กับ Xeomin จะเทียบสัดส่วนกันแบบเกือบจะ 1:1 เลยครับ หากเปลี่ยนยี่ห้อ ปริมาณยูนิตที่ใช้ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณหมอถึงต้องถามเสมอว่า "ก่อนหน้านี้เคยฉีดตัวไหนมา" นั่นเองครับ

หน่วยวัดต่างกัน ทำให้เปรียบเทียบปริมาณได้ยาก

 

 

ขอบเขตการกระจายตัวของยาต่างกัน

Dysport จะมีรัศมีการกระจายตัวค่อนข้างกว้าง จึงมีข้อดีเมื่อนำมาฉีดบริเวณที่ต้องครอบคลุมพื้นที่กว้างๆ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก หรือบริเวณน่อง ในทางกลับกัน สำหรับจุดที่แคบมากๆ อย่างรอบดวงตา เราอาจจะไม่อยากให้ยาไหลกระจายตัวไปโดนกล้ามเนื้อมัดอื่น คุณหมอจึงต้องอาศัยความประณีตในการคำนวณปริมาณและกำหนดจุดฉีดอย่างแม่นยำครับ

สำหรับ Botox และ Nabota จะมีอัตราการกระจายตัวที่น้อยกว่า จึงมักนิยมนำมาใช้กับจุดที่ต้องการความเป๊ะเฉพาะจุดเพื่อความแม่นยำสูงครับ

Xeomin เป็นสูตรโบว์บริสุทธิ์ที่ไม่มีคอมเพล็กซ์โปรตีนอยู่รอบตัวท็อกซิน จึงมีรายงานทางทฤษฎีว่าช่วยลดโอกาสการสร้างแอนติบอดีหรือการดื้อยาลงได้ สำหรับสาวๆ ที่ฉีดโบท็อกซ์ต่อเนื่องมาเป็นเวลานานแล้วรู้สึกว่าระยะหลังๆ เริ่มไม่ค่อยเห็นผลเหมือนเดิม คุณหมออาจจะแนะนำยี่ห้อ Xeomin ของค่าย Merz เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ลองเปลี่ยนดูครับ

ส่วน Coretox ของเกาหลี ก็เป็นโบท็อกซ์ที่เน้นคอนเซ็ปต์ "ลดโอกาสดื้อยา" เช่นกันครับ เป็นโปรดักส์ตัวที่ 3 ที่ทาง Medytox พัฒนาขึ้นมา โดยสกัดเอาคอมเพล็กซ์โปรตีนขนาด 900kDa ออกไป เหลือไว้เพียงนิวโรท็อกซินบริสุทธิ์ 150kDa เท่านั้น แถมยังปรับมาใช้สารอื่นทดแทนอัลบูมินจากเลือดมนุษย์เพื่อความปลอดภัยและไร้กังวลเรื่องการติดเชื้อ และด้วยความที่ราคาน่ารักเข้าถึงง่ายกว่าฝั่งอเมริกาหรือเยอรมนี ใครที่มีแพลนอยากทำสวยในระยะยาวแบบสม่ำเสมอ แบรนด์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ ครับ

ขอบเขตการกระจายตัวของยาต่างกัน

 

 

ไม่มีคำว่าแบรนด์ไหน "ดีที่สุด" แบบครอบจักรวาล

การเลือกผลิตภัณฑ์จะขึ้นอยู่กับว่า คุณต้องการฉีดบริเวณไหน? จุดประสงค์อะไร? และอยากให้ผลลัพธ์แต่งตึงอยู่ได้นานแค่ไหน? แถมผลตอบสนองของร่างกายแต่ละคนก็ฟื้นฟูไม่เท่ากันด้วยครับ ดังนั้นการเปรียบเทียบแบบง่ายๆ อย่าง "Nabota ถูกกว่า Botox งั้นฉีด Nabota ดีกว่า" หรือ "Botox เป็นตัวออริจินัล ยังไงก็ต้องดีที่สุดสิ" อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไปนะครับ

เรื่องของเรทราคา เราก็ต้องดูควบคู่ไปกับจำนวนยูนิตที่เหมาะสมด้วยครับ เช่น หากคำนวณจากปริมาณยูนิตที่ใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่ากันในจุดเดียวกัน Botox มักจะมีราคาสูงที่สุด รองลงมาคือ Nabota และ Xeomin ส่วน Dysport นั้นเฉลี่ยแล้วราคาจะสูสีใกล้เคียงกันเมื่อแปลงตามสัดส่วนยูนิต นอกจากนี้ ระยะเวลาเริ่มออกฤทธิ์ก็ต่างกันเล็กน้อย โดยมีรายงานว่า Dysport มักจะเริ่มเห็นผลภายใน 2-3 วัน ขณะที่ Botox และ Nabota จะใช้เวลาประมาณ 4-7 วันครับ

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกคลินิกที่คุณหมอพร้อมจะอธิบายให้เราสลัดความกังวลได้ว่า "ทำไมถึงเลือกโปรดักส์สัญชาตินี้กับบริเวณนี้ให้เรา" คลินิกที่สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจนว่าใช้แบรนด์ไหนและใส่ไปกี่ยูนิตพร้อมเหตุผลประกอบ เป็นคลินิกที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ดีที่สุดครับ

ผลิตภัณฑ์แบบไหนที่

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q. Nabota เป็นของเกาหลี แปลว่าประสิทธิภาพจะสู้ออริจินัลสัญชาติอื่นไม่ได้หรือเปล่าคะ?

นาโบตะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก US FDA เรียบร้อยแล้วครับ ไม่อยากให้มองในแง่ของแบรนด์แท้แบรนด์ก๊อป แต่ให้เข้าใจว่าแต่ละแบรนด์ต่างก็ผ่านการค้นคว้าวิจัยทางคลินิกและได้รับการอนุมัติอย่างถูกต้องเป็นเอกเทศของตัวเองครับ

Q. ก่อนหน้านี้เคยฉีดโบท็อกซ์แล้วรู้สึกว่าหลังๆ ไม่ค่อยเห็นผลเลยครับ ถ้าลองเปลี่ยนยี่ห้อจะช่วยได้ไหมคะ?

ในบางกรณีสามารถช่วยได้ครับ หากการรับบริการเป็นเวลานานทำให้ร่างกายสร้างสารต้านทานขึ้นมา การเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่น (โดยเฉพาะตัวที่มีความบริสุทธิ์สูง) อาจช่วยกู้คืนผลลัพธ์ให้กลับมาตึงกระชับได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรให้คุณหมอช่วยประเมินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนเปลี่ยนจะดีที่สุดครับ

Q. ทำไมผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกัน แต่แต่ละคลินิกถึงตั้งราคาต่างกันมากเลยครับ?

แม้จะใช้ผลิตภัณฑ์ชื่อเดียวกัน แต่ปริมาณยูนิต (Unit) ที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันครับ ตัวอย่างเช่น โปรแกรมโบท็อกซ์ลดริ้วรอยหน้าผาก "1 จุด" บางคลินิกอาจใช้แค่ 20U แต่บางที่อาจจัดเต็มให้ถึง 40U ซึ่งส่งผลต่อทั้งราคาและผลลัพธ์ความตึงที่ยาวนานต่างกัน แนะนำให้เช็กจำนวนยูนิตที่จะได้รับจริงก่อนตัดสินใจทำสวยทุกครั้งนะครับ

 

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Meditox Bangkok Cadaver workshop 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะคุณแบบ 1:1