ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ฉีด botox แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

ฉีด botox แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

ฉีด botox แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

ที่ริ้วรอยดูตึงเรียบเนียนขึ้น เป็นเพราะกล้ามเนื้อหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราวค่ะ มาทำความเข้าใจหลักการทำงานของ Botox ที่เข้าไปออกฤทธิ์บริเวณจุดประสานประสานกล้ามเนื้อ (neuromuscular junction) กันค่ะ

ฉีดโบท็อกซ์แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่?

📚 เจาะลึกเรื่องโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์

1. โบท็อกซ์คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์
   └─ 1.2 กลไกการออกฤทธิ์  บทความปัจจุบัน

2. ประเภทของโบท็อกซ์
   └─ 2.1 เปรียบเทียบแต่ละแบรนด์ (โบท็อกซ์·Dysport·Nabota·Coretox)

3. บริเวณที่นิยมฉีด
   ├─ 3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก)
   └─ 3.2 ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

4. ข้อควรรู้
   ├─ 4.1 ระยะเวลาผลลัพธ์
   ├─ 4.2 ผลข้างเคียง
   └─ 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย
📚 เจาะลึกเรื่องโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์

1. โบท็อกซ์คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์
   └─ 1.2 กลไกการออกฤทธิ์  บทความปัจจุบัน

2. ประเภทของโบท็อกซ์
   └─ 2.1 เปรียบเทียบแต่ละแบรนด์ (โบท็อกซ์·Dysport·Nabota·Coretox)

3. บริเวณที่นิยมฉีด
   ├─ 3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก)
   └─ 3.2 ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

4. ข้อควรรู้
   ├─ 4.1 ระยะเวลาผลลัพธ์
   ├─ 4.2 ผลข้างเคียง
   └─ 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

🔗 ลิงก์ไปยังบทความอื่น ๆ

โบท็อกซ์คืออะไร?1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์

ประเภทของโบท็อกซ์2.1 เปรียบเทียบแต่ละแบรนด์ (โบท็อกซ์·Dysport·Nabota·Coretox)

บริเวณที่นิยมฉีด3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก) · 3.2 ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

ข้อควรรู้4.1 ระยะเวลาผลลัพธ์ · 4.2 ผลข้างเคียง · 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะว่า โบท็อกซ์ไม่ได้เข้าไปตัดหรือสลายกล้ามเนื้อทิ้งค่ะ แต่เป็นการเข้าไปบล็อกสัญญาณที่ส่งมาจากสมองไปยังกล้ามเนื้อชั่วคราว เมื่อสัญญาณถูกขัดขวาง กล้ามเนื้อก็จะไม่ขยับ ส่งผลให้ริ้วรอยเรียบตึงขึ้นหรือขนาดของกล้ามเนื้อดูลดลงค่ะ ซึ่งถ้าเราเข้าใจกระบวนการทำงานนี้ ก็จะเก็ตทันทีเลยค่ะว่าทำไมผลลัพธ์ถึงค่อยๆ หมดฤทธิ์ไปตามเวลา



เริ่มต้นจากกลไกการทำงานของกล้ามเนื้อ

กล้ามเนื้อที่เราบังคับได้นั้นจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อได้รับสัญญาณจากเส้นประสาทค่ะ โดยสัญญาณที่ส่งมาจากสมองจะวิ่งผ่านเส้นประสาทสั่งการ (Motor nerve) ลงมา และหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า ※ อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) บริเวณ ※ จุดประสานประสาทและกล้ามเนื้อ (Neuromuscular junction)

จุดประสานประสาทและกล้ามเนื้อ: เป็นช่องว่างขนาดเล็กมากระหว่างปลายเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ซึ่งต้องอาศัยสารเคมีวิ่งข้ามช่องนี้เพื่อส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อขยับค่ะ

อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine): คือสารสื่อประสาทที่เซลล์ประสาทใช้ส่งสัญญาณบอกกล้ามเนื้อว่า "ขยับตัวได้แล้วนะ"

เมื่อสารอะเซทิลโคลีนไปจับกับตัวรับบนผิวกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อก็จะหดตัวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการขมวดคิ้วหรือการขบเคี้ยวฟัน ทั้งหมดนี้ล้วนดำเนินผ่าน กระบวนการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ นี้ทั้งสิ้นค่ะ


근육이 움직이는 원리부터



วิธีที่โบท็อกซ์เข้าไปแทรกแซง

โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum toxin) จะเข้าไปขัดขวางกระบวนการหลั่งสารอะเซทิลโคลีนนี้ค่ะ พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ มันจะเข้าไปตัดโปรตีน (SNAP-25) ที่ปลายเส้นประสาท ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการหลั่งสารอะเซทิลโคลีน พอโปรตีนนี้เสียหาย ปลายเส้นประสาทก็ไม่สามารถส่งสารอะเซทิลโคลีนออกมาได้ค่ะ

ส่งผลให้ สัญญาณส่งมาถึงแค่ปลายเส้นประสาท แต่ไม่สามารถส่งต่อไปยังกล้ามเนื้อได้ ตัวกล้ามเนื้อเองจริงๆ แล้วยังปกติดีนะคะ แค่ไม่ได้รับคำสั่งก็เลยไม่ขยับตัวเฉยๆ ค่ะ เข้าใจแบบนี้จะถูกต้องกว่าว่ามันคือ "ภาวะที่สัญญาณการสื่อสารโดนล็อกชั่วคราว" ไม่ใช่การอัมพาตถาวรค่ะ


보톡스가 끼어드는 방식



ทำไมผลลัพธ์ถึงอยู่ได้แค่ 3-6 เดือนแล้วสลายไป

ปลายเส้นประสาทที่โปรตีน SNAP-25 ถูกทำลายจากการฉีดโบท็อกซ์จะไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ค่ะ แต่ร่างกายของเราเก่งมาก เพราะจะสร้างแขนงเส้นประสาทใหม่ขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้ออีกครั้ง ซึ่ง การที่เส้นประสาทจะงอกแขนงใหม่มาเชื่อมกับกล้ามเนื้อนั้น ปกติจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน และอาจยาวนานได้ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและร่างกายของแต่ละบุคคลค่ะ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงต่างกันค่ะ คนที่มีระบบเผาผลาญดีหรือใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนั้นบ่อยๆ แขนงประสาทใหม่ก็จะงอกเร็วขึ้น ทำให้โบท็อกซ์หมดฤทธิ์ไวตามไปด้วย ในทางกลับกัน บางคนอาจรู้สึกว่าการฉีดครั้งต่อๆ ไปทิ้งช่วงได้นานขึ้น นั่นเป็นเพราะการฉีดซ้ำช่วยให้กล้ามเนื้อคุ้นเคยกับการไม่ใช้งาน ทำให้แรงในการหดตัวลดลงไปโดยรวมค่ะ


왜 효과가 3~6개월이면 끝날까



ทำไมโบท็อกซ์ถึงไม่กระจายตัวไปทั่วร่างกาย

หลายคนมักกังวลว่า "มันเป็นสารพิษ แล้วจะไม่แพร่กระจายไปทั่วร่างกายเหรอ?" จริงๆ แล้วปริมาณที่ใช้ในหัตถการความงามนั้นน้อยมากๆ แม้กระทั่งในทางการรักษาก็ใช้ในปริมาณที่น้อยมากเช่นกันค่ะ หากเทียบกับปริมาณที่ทำให้เสียชีวิตจากสารพิษโบทูลินัมตามธรรมชาติที่ปนเปื้อนในอาหาร (อาหารเป็นพิษ) ปริมาณที่ใช้ฉีดเพื่อความงามต่อหนึ่งครั้งนั้น คิดเป็นเพียง 1/100 ถึง 1/1,000 ส่วนเท่านั้นค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น โบทูลินัม ท็อกซิน จะเข้าไปจับกับโปรตีนบริเวณที่ฉีดทันทีและคงตัวอยู่แถวนั้น การจะเดินทางไปไกลๆ ได้นั้น ตัวสารต้องหลุดออกจากโปรตีนก่อน ซึ่งก่อนที่จะทำแบบนั้นได้ มันก็ถูกดูดซึมเข้าสู่ปลายเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียงไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

ส่วนความอันตรายจากโรคอาหารเป็นพิษตามธรรมชาตินั้นต่างออกไปค่ะ สารพิษที่ทานเข้าไปจะเข้าสู่กระแสเลือดและเดินทางไปยังกล้ามเนื้อที่ช่วยควบคุมการหายใจ (กะบังลมและกล้ามเนื้อยึดซี่โครง) ทำให้บล็อกสัญญาณจนหายใจไม่ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมโบทูลินัมในอาหารเป็นพิษถึงอันตรายถึงชีวิต และในทางกลับกัน ทำไมหัตถการความงามถึงปลอดภัยอย่างยิ่ง เพราะปริมาณที่ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังสัดส่วนที่น้อยมากๆ นี้จะทำงานเฉพาะกลุ่มกล้ามเนื้อในจุดนั้น และไม่มีช่องทางที่จะเดินทางไปถึงกล้ามเนื้อระบบหายใจได้เลยค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากนวดหน้าแรงๆ ทันทีหลังฉีด หรือฉีดปริมาณที่มากเกินไปในจุดแคบๆ สารก็อาจจะกระจายไปโดนกล้ามเนื้อข้างเคียงที่เราไม่ได้ตั้งใจได้ เช่น ทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างตาตก (Ptosis) นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า "รัศมีการกระจายตัวของยา" และเป็นเหตุผลว่าทำไมทักษะของแพทย์ผู้ฉีดในการควบคุมปริมาณและระดับความลึกของการฉีดอย่างแม่นยำ จึงเป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยค่ะ


보톡스가 전신에 퍼지지 않는 이유



การฉีดซ้ำทำให้อนาคตกล้ามเนื้อเล็กลงได้จริง

แม้การบล็อกสัญญาณประสาทจะเกิดขึ้นชั่วคราว แต่จะทิ้งการเปลี่ยนแปลงระยะยาวไว้กับกล้ามเนื้อค่ะ เนื่องจากกล้ามเนื้อมีคุณสมบัติที่ว่า "หากไม่ใช้งานขนาดจะค่อยๆ ฝ่อลง" กล้ามเนื้อที่ไม่ขยับนานหลายเดือนเพราะโบท็อกซ์ จึงค่อยๆ ลดขนาดและปริมาตรลงค่ะ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการฉีดโบท็อกซ์กรามถึงได้ผลดีในคนไข้ที่นอนกัดฟัน และทำไมคนที่ฉีดซ้ำบ่อยๆ ถึงใช้ปริมาณยาน้อยลงเรื่อยๆ แต่ยังได้ผลดี เพราะผลลัพธ์ของการฝ่อของกล้ามเนื้อนี้เองค่ะ

การฝ่อ (Atrophy): ภาวะที่กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานมีขนาดและกำลังลดลง ไม่ใช่ความเสียหายถาวรนะคะ หากกลับมาขยับเขยื้อนตามปกติ เมื่อเวลาผ่านไปก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาได้ค่ะ

เมื่อสัญญาณประสาทฟื้นตัวและกล้ามเนื้อเริ่มกลับมาทำงาน อาการฝ่อก็จะค่อยๆ หายไป อย่างไรก็ตาม อัตราการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อจะช้ากว่าการเชื่อมต่อใหม่ของประสาท ดังนั้นแม้จะหยุดฉีดไปแล้ว ในหลายๆ เคสกล้ามเนื้อก็ยังคงรักษาความเรียวบางไว้ได้นานถึง 6 เดือน - 1 ปี เลยค่ะ

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์มีรัศมีการกระจายตัวที่แตกต่างกัน ซึ่งเราจะมาเทียบคุณสมบัติของแต่ละแบรนด์ให้อย่างละเอียดในบทความถัดไปนะคะ



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ฉีดโบท็อกซ์แล้วหน้าจะแข็งแสดงอารมณ์ไม่ได้หรือเปล่าคะ?

หากฉีดในปริมาณที่พอดีและถูกตำแหน่ง จะช่วยลดเฉพาะการขยับที่ลิงก์กับริ้วรอยลึกเท่านั้น แต่ยังสามารถแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ อาการหน้าแข็งมักเกิดจากการใช้ปริมาณยาที่มากเกินไปหรือฉีดผิดจุด ซึ่งเป็นเรื่องของเทคนิคการฉีดและการดีไซน์โดสของแพทย์ค่ะ

Q. พอโบท็อกซ์สลายหมดแล้ว กล้ามเนื้อจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหมคะ?

ใช่ค่ะ เมื่อเส้นประสาทงอกกลับมาเชื่อมต่อใหม่ การทำงานของกล้ามเนื้อก็จะฟื้นกลับมาเป็นปกติค่ะ ผลลัพธ์ที่เป็นการทำงานชั่วคราวถือเป็นลักษณะเฉพาะของโบท็อกซ์ หากต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบถาวร อาจต้องพิจารณาทางเลือกในการศัลยกรรมตกแต่งค่ะ

Q. ฉีดโบท็อกซ์บ่อยๆ จะทำให้ดื้อยาไหมคะ?

ไม่ใช่กล้ามเนื้อดื้อยานะคะ แต่เป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดี (สารต้าน) ขึ้นมาต่อต้านท็อกซินค่ะ โอกาสดื้อยาจะสูงขึ้นหากฉีดปริมาณมากหรือฉีดถี่เกินไป แม้ว่าในการฉีดเพื่อความงามทั่วไปจะพบเคสแบบนี้น้อยมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลยค่ะ

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

ฉีดโบท็อกซ์แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่?

📚 เจาะลึกเรื่องโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์

1. โบท็อกซ์คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์
   └─ 1.2 กลไกการออกฤทธิ์  บทความปัจจุบัน

2. ประเภทของโบท็อกซ์
   └─ 2.1 เปรียบเทียบแต่ละแบรนด์ (โบท็อกซ์·Dysport·Nabota·Coretox)

3. บริเวณที่นิยมฉีด
   ├─ 3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก)
   └─ 3.2 ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

4. ข้อควรรู้
   ├─ 4.1 ระยะเวลาผลลัพธ์
   ├─ 4.2 ผลข้างเคียง
   └─ 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

🔗 ลิงก์ไปยังบทความอื่น ๆ

โบท็อกซ์คืออะไร?1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์

ประเภทของโบท็อกซ์2.1 เปรียบเทียบแต่ละแบรนด์ (โบท็อกซ์·Dysport·Nabota·Coretox)

บริเวณที่นิยมฉีด3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก) · 3.2 ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

ข้อควรรู้4.1 ระยะเวลาผลลัพธ์ · 4.2 ผลข้างเคียง · 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะว่า โบท็อกซ์ไม่ได้เข้าไปตัดหรือสลายกล้ามเนื้อทิ้งค่ะ แต่เป็นการเข้าไปบล็อกสัญญาณที่ส่งมาจากสมองไปยังกล้ามเนื้อชั่วคราว เมื่อสัญญาณถูกขัดขวาง กล้ามเนื้อก็จะไม่ขยับ ส่งผลให้ริ้วรอยเรียบตึงขึ้นหรือขนาดของกล้ามเนื้อดูลดลงค่ะ ซึ่งถ้าเราเข้าใจกระบวนการทำงานนี้ ก็จะเก็ตทันทีเลยค่ะว่าทำไมผลลัพธ์ถึงค่อยๆ หมดฤทธิ์ไปตามเวลา



เริ่มต้นจากกลไกการทำงานของกล้ามเนื้อ

กล้ามเนื้อที่เราบังคับได้นั้นจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อได้รับสัญญาณจากเส้นประสาทค่ะ โดยสัญญาณที่ส่งมาจากสมองจะวิ่งผ่านเส้นประสาทสั่งการ (Motor nerve) ลงมา และหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า ※ อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) บริเวณ ※ จุดประสานประสาทและกล้ามเนื้อ (Neuromuscular junction)

จุดประสานประสาทและกล้ามเนื้อ: เป็นช่องว่างขนาดเล็กมากระหว่างปลายเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ซึ่งต้องอาศัยสารเคมีวิ่งข้ามช่องนี้เพื่อส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อขยับค่ะ

อะเซทิลโคลีน (Acetylcholine): คือสารสื่อประสาทที่เซลล์ประสาทใช้ส่งสัญญาณบอกกล้ามเนื้อว่า "ขยับตัวได้แล้วนะ"

เมื่อสารอะเซทิลโคลีนไปจับกับตัวรับบนผิวกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อก็จะหดตัวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการขมวดคิ้วหรือการขบเคี้ยวฟัน ทั้งหมดนี้ล้วนดำเนินผ่าน กระบวนการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ นี้ทั้งสิ้นค่ะ


근육이 움직이는 원리부터



วิธีที่โบท็อกซ์เข้าไปแทรกแซง

โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum toxin) จะเข้าไปขัดขวางกระบวนการหลั่งสารอะเซทิลโคลีนนี้ค่ะ พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ มันจะเข้าไปตัดโปรตีน (SNAP-25) ที่ปลายเส้นประสาท ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการหลั่งสารอะเซทิลโคลีน พอโปรตีนนี้เสียหาย ปลายเส้นประสาทก็ไม่สามารถส่งสารอะเซทิลโคลีนออกมาได้ค่ะ

ส่งผลให้ สัญญาณส่งมาถึงแค่ปลายเส้นประสาท แต่ไม่สามารถส่งต่อไปยังกล้ามเนื้อได้ ตัวกล้ามเนื้อเองจริงๆ แล้วยังปกติดีนะคะ แค่ไม่ได้รับคำสั่งก็เลยไม่ขยับตัวเฉยๆ ค่ะ เข้าใจแบบนี้จะถูกต้องกว่าว่ามันคือ "ภาวะที่สัญญาณการสื่อสารโดนล็อกชั่วคราว" ไม่ใช่การอัมพาตถาวรค่ะ


보톡스가 끼어드는 방식



ทำไมผลลัพธ์ถึงอยู่ได้แค่ 3-6 เดือนแล้วสลายไป

ปลายเส้นประสาทที่โปรตีน SNAP-25 ถูกทำลายจากการฉีดโบท็อกซ์จะไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ค่ะ แต่ร่างกายของเราเก่งมาก เพราะจะสร้างแขนงเส้นประสาทใหม่ขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้ออีกครั้ง ซึ่ง การที่เส้นประสาทจะงอกแขนงใหม่มาเชื่อมกับกล้ามเนื้อนั้น ปกติจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน และอาจยาวนานได้ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและร่างกายของแต่ละบุคคลค่ะ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงต่างกันค่ะ คนที่มีระบบเผาผลาญดีหรือใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนั้นบ่อยๆ แขนงประสาทใหม่ก็จะงอกเร็วขึ้น ทำให้โบท็อกซ์หมดฤทธิ์ไวตามไปด้วย ในทางกลับกัน บางคนอาจรู้สึกว่าการฉีดครั้งต่อๆ ไปทิ้งช่วงได้นานขึ้น นั่นเป็นเพราะการฉีดซ้ำช่วยให้กล้ามเนื้อคุ้นเคยกับการไม่ใช้งาน ทำให้แรงในการหดตัวลดลงไปโดยรวมค่ะ


왜 효과가 3~6개월이면 끝날까



ทำไมโบท็อกซ์ถึงไม่กระจายตัวไปทั่วร่างกาย

หลายคนมักกังวลว่า "มันเป็นสารพิษ แล้วจะไม่แพร่กระจายไปทั่วร่างกายเหรอ?" จริงๆ แล้วปริมาณที่ใช้ในหัตถการความงามนั้นน้อยมากๆ แม้กระทั่งในทางการรักษาก็ใช้ในปริมาณที่น้อยมากเช่นกันค่ะ หากเทียบกับปริมาณที่ทำให้เสียชีวิตจากสารพิษโบทูลินัมตามธรรมชาติที่ปนเปื้อนในอาหาร (อาหารเป็นพิษ) ปริมาณที่ใช้ฉีดเพื่อความงามต่อหนึ่งครั้งนั้น คิดเป็นเพียง 1/100 ถึง 1/1,000 ส่วนเท่านั้นค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น โบทูลินัม ท็อกซิน จะเข้าไปจับกับโปรตีนบริเวณที่ฉีดทันทีและคงตัวอยู่แถวนั้น การจะเดินทางไปไกลๆ ได้นั้น ตัวสารต้องหลุดออกจากโปรตีนก่อน ซึ่งก่อนที่จะทำแบบนั้นได้ มันก็ถูกดูดซึมเข้าสู่ปลายเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียงไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

ส่วนความอันตรายจากโรคอาหารเป็นพิษตามธรรมชาตินั้นต่างออกไปค่ะ สารพิษที่ทานเข้าไปจะเข้าสู่กระแสเลือดและเดินทางไปยังกล้ามเนื้อที่ช่วยควบคุมการหายใจ (กะบังลมและกล้ามเนื้อยึดซี่โครง) ทำให้บล็อกสัญญาณจนหายใจไม่ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมโบทูลินัมในอาหารเป็นพิษถึงอันตรายถึงชีวิต และในทางกลับกัน ทำไมหัตถการความงามถึงปลอดภัยอย่างยิ่ง เพราะปริมาณที่ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังสัดส่วนที่น้อยมากๆ นี้จะทำงานเฉพาะกลุ่มกล้ามเนื้อในจุดนั้น และไม่มีช่องทางที่จะเดินทางไปถึงกล้ามเนื้อระบบหายใจได้เลยค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากนวดหน้าแรงๆ ทันทีหลังฉีด หรือฉีดปริมาณที่มากเกินไปในจุดแคบๆ สารก็อาจจะกระจายไปโดนกล้ามเนื้อข้างเคียงที่เราไม่ได้ตั้งใจได้ เช่น ทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างตาตก (Ptosis) นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า "รัศมีการกระจายตัวของยา" และเป็นเหตุผลว่าทำไมทักษะของแพทย์ผู้ฉีดในการควบคุมปริมาณและระดับความลึกของการฉีดอย่างแม่นยำ จึงเป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยค่ะ


보톡스가 전신에 퍼지지 않는 이유



การฉีดซ้ำทำให้อนาคตกล้ามเนื้อเล็กลงได้จริง

แม้การบล็อกสัญญาณประสาทจะเกิดขึ้นชั่วคราว แต่จะทิ้งการเปลี่ยนแปลงระยะยาวไว้กับกล้ามเนื้อค่ะ เนื่องจากกล้ามเนื้อมีคุณสมบัติที่ว่า "หากไม่ใช้งานขนาดจะค่อยๆ ฝ่อลง" กล้ามเนื้อที่ไม่ขยับนานหลายเดือนเพราะโบท็อกซ์ จึงค่อยๆ ลดขนาดและปริมาตรลงค่ะ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการฉีดโบท็อกซ์กรามถึงได้ผลดีในคนไข้ที่นอนกัดฟัน และทำไมคนที่ฉีดซ้ำบ่อยๆ ถึงใช้ปริมาณยาน้อยลงเรื่อยๆ แต่ยังได้ผลดี เพราะผลลัพธ์ของการฝ่อของกล้ามเนื้อนี้เองค่ะ

การฝ่อ (Atrophy): ภาวะที่กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานมีขนาดและกำลังลดลง ไม่ใช่ความเสียหายถาวรนะคะ หากกลับมาขยับเขยื้อนตามปกติ เมื่อเวลาผ่านไปก็จะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาได้ค่ะ

เมื่อสัญญาณประสาทฟื้นตัวและกล้ามเนื้อเริ่มกลับมาทำงาน อาการฝ่อก็จะค่อยๆ หายไป อย่างไรก็ตาม อัตราการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อจะช้ากว่าการเชื่อมต่อใหม่ของประสาท ดังนั้นแม้จะหยุดฉีดไปแล้ว ในหลายๆ เคสกล้ามเนื้อก็ยังคงรักษาความเรียวบางไว้ได้นานถึง 6 เดือน - 1 ปี เลยค่ะ

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์มีรัศมีการกระจายตัวที่แตกต่างกัน ซึ่งเราจะมาเทียบคุณสมบัติของแต่ละแบรนด์ให้อย่างละเอียดในบทความถัดไปนะคะ



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ฉีดโบท็อกซ์แล้วหน้าจะแข็งแสดงอารมณ์ไม่ได้หรือเปล่าคะ?

หากฉีดในปริมาณที่พอดีและถูกตำแหน่ง จะช่วยลดเฉพาะการขยับที่ลิงก์กับริ้วรอยลึกเท่านั้น แต่ยังสามารถแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ อาการหน้าแข็งมักเกิดจากการใช้ปริมาณยาที่มากเกินไปหรือฉีดผิดจุด ซึ่งเป็นเรื่องของเทคนิคการฉีดและการดีไซน์โดสของแพทย์ค่ะ

Q. พอโบท็อกซ์สลายหมดแล้ว กล้ามเนื้อจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไหมคะ?

ใช่ค่ะ เมื่อเส้นประสาทงอกกลับมาเชื่อมต่อใหม่ การทำงานของกล้ามเนื้อก็จะฟื้นกลับมาเป็นปกติค่ะ ผลลัพธ์ที่เป็นการทำงานชั่วคราวถือเป็นลักษณะเฉพาะของโบท็อกซ์ หากต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบถาวร อาจต้องพิจารณาทางเลือกในการศัลยกรรมตกแต่งค่ะ

Q. ฉีดโบท็อกซ์บ่อยๆ จะทำให้ดื้อยาไหมคะ?

ไม่ใช่กล้ามเนื้อดื้อยานะคะ แต่เป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดี (สารต้าน) ขึ้นมาต่อต้านท็อกซินค่ะ โอกาสดื้อยาจะสูงขึ้นหากฉีดปริมาณมากหรือฉีดถี่เกินไป แม้ว่าในการฉีดเพื่อความงามทั่วไปจะพบเคสแบบนี้น้อยมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลยค่ะ

บทความน่าอ่านเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

จากสารพิษสู่หัตถการความงาม Botox มีต้นกำเนิดมาได้อย่างไร

โครงหน้า&วอลลุ่ม

จากสารพิษสู่หัตถการความงาม Botox มีต้นกำเนิดมาอย่างไร

รู้ไหมคะว่า Botox ที่ดังเรื่องลดริ้วรอย ตอนแรกถูกวิจัยขึ้นมาเพื่อเป็นยาพิษ? นี่เป็นประวัติศาสตร์ที่คาดไม่ถึงเลยค่ะ จากสารพิษโบทูลินัมสู่การพัฒนามาเป็นยารักษาโรค และกลายมาเป็นหัตถการความงามในที่สุด

เมื่อเราฉีดโบท็อกซ์ จะเกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีด botox แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

ที่ริ้วรอยดูตึงเรียบเนียนขึ้น เป็นเพราะกล้ามเนื้อหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราวค่ะ มาทำความเข้าใจหลักการทำงานของ Botox ที่เข้าไปออกฤทธิ์บริเวณจุดประสานประสานกล้ามเนื้อ (neuromuscular junction) กันค่ะ

Botox, Dysport, Nabota ทั้งสามตัวนี้เป็น Botulinum เหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Botox, Dysport, Nabota ทั้งสามตัวนี้ก็เป็น Botulinum เหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

โบท็อกซ์ (Botulinum toxin) ตัวเดียวกัน แต่ทำไมถึงมีหลายยี่ห้อนะ? วันนี้มาดูสรุปเข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับความแตกต่างของแต่ละแบรนด์, วิธีคำนวณยูนิต (unit), และจุดที่เหมาะในการฉีดของแต่ละยี่ห้อกันค่ะ

โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน

ทำไมฉีดโบกัสหน้าผากแล้วคิ้วตก? ทำไมโบกัสตรงระหว่างคิ้วถึงได้ผลดีมากๆ? — เจาะลึกกลไกและข้อควรระวังในแต่ละจุดกันค่ะ

โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับโหมดโครงสร้างและกรอบรูปหน้าของคุณอย่างไร?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับรูปหน้าและรูปร่างให้เปลี่ยนไปได้อย่างไร

การปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์มีหลักการทำงานอย่างไร? อธิบายการทำงานของแต่ละส่วนและผลลัพธ์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) บริเวณกราม ไปจนถึงกล้ามเนื้อน่อง (gastrocnemius)

โบท็อกซ์อยู่ได้นานแค่ไหน ทำไมแต่ละคนถึงได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ? แล้วทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน

ที่เคยได้ยินว่า โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นาน 3-6 เดือน แต่ทำไมสำหรับบางคนถึงรู้สึกว่าสั้นกว่านั้น? เรามีคำตอบเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาความปัง ทั้งระบบเผาผลาญของร่างกาย ปริมาณยาที่ใช้ บริเวณที่ฉีด รวมถึงความถี่ในการทำซ้ำซ้อนค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1