
โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับรูปหน้าและรูปร่างให้เปลี่ยนไปได้อย่างไร
โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับรูปหน้าและรูปร่างให้เปลี่ยนไปได้อย่างไร
โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับรูปหน้าและรูปร่างให้เปลี่ยนไปได้อย่างไร
การปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์มีหลักการทำงานอย่างไร? อธิบายการทำงานของแต่ละส่วนและผลลัพธ์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) บริเวณกราม ไปจนถึงกล้ามเนื้อน่อง (gastrocnemius)
โบท็อกซ์ลดกราม·ลดน่อง ปรับรูปหน้าและเรียวขาให้เป๊ะได้อย่างไร
📚 เจาะลึกเรื่องโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์ 1. โบท็อกซ์คืออะไร? ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์ └─ 1.2 หลักการทำงาน 2. ประเภทของโบท็อกซ์ └─ 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ต่างๆ (Botox · Dysport · Nabota · Coretox) 3. บริเวณที่นิยมฉีด ├─ 3.1 ลดริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก) └─ 3.2 ปรับรูปหน้าและสัดส่วน (ลดกราม·ลดน่อง·ต่อมน้ำลาย) ← บทความปัจจุบัน 4. สิ่งที่ควรทราบ ├─ 4.1 ระยะเวลาในการเห็นผล ├─ 4.2 ผลข้าง케ียง └─ 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย
📚 เจาะลึกเรื่องโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์ 1. โบท็อกซ์คืออะไร? ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์ └─ 1.2 หลักการทำงาน 2. ประเภทของโบท็อกซ์ └─ 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ต่างๆ (Botox · Dysport · Nabota · Coretox) 3. บริเวณที่นิยมฉีด ├─ 3.1 ลดริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก) └─ 3.2 ปรับรูปหน้าและสัดส่วน (ลดกราม·ลดน่อง·ต่อมน้ำลาย) ← บทความปัจจุบัน 4. สิ่งที่ควรทราบ ├─ 4.1 ระยะเวลาในการเห็นผล ├─ 4.2 ผลข้าง케ียง └─ 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย
🔗 ไปยังบทความอื่น
โบท็อกซ์คืออะไร? — 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์ · 1.2 หลักการทำงาน
ประเภทของโบท็อกซ์ — 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ต่างๆ (Botox · Dysport · Nabota · Coretox)
บริเวณที่นิยมฉีด — 3.1 ลดริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก)
สิ่งที่ควรทราบ — 4.1 ระยะเวลาในการเห็นผล · 4.2 ผลข้างเคียง · 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะว่า โบท็อกซ์ลดกรามและลดน่องไม่ใช่การสลายไขมันหรือการเหลากระดูก แต่เป็นการฉีดเพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อเฉพาะจุดค่ะ เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ ก็จะค่อยๆ หดตัวและเล็กลงตามธรรมชาติ แม้ว่าตัวยาจะชนิดเดียวกับที่ใช้ฉีดริ้วรอย แต่กล้ามเนื้อเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังนั้นจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ
โบท็อกซ์ลดกราม — เจาะลึกกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter)
เป้าหมายของการฉีดลดกรามก็คือ ※ กล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter) นั่นเองค่ะ ถ้าทุกคนลองเอามือแตะที่ข้างกรามแล้วลองกัดฟันแน่นๆ ส่วนที่เด้งสู้มือขึ้นมาเป็นก้อนแข็งๆ นั่นแหละค่ะคือกล้ามเนื้อ Masseter
Masseter: กล้ามเนื้อเคี้ยวที่แข็งแรงมาก เชื่อมระว่างโหนกแก้มกับมุมขากรรไกรล่าง ถ้ากล้ามเนื้อส่วนนี้โตเกินไปจะทำให้กรอบหน้าดูเหลี่ยม และเป็นบริเวณหลักในการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามค่ะ
สาเหตุที่กล้ามเนื้อส่วนนี้ใหญ่มีหลายอย่างเลยค่ะ บางคนอาจเป็นเพราะพันธุกรรม แต่พฤติกรรมอย่างการนอนกัดฟัน การชอบขบเคี้ยวฟันแน่นๆ หรือชอบทานของเคี้ยวเหนียวๆ แข็งๆ ก็เป็นตัวการสำคัญเช่นกันค่ะ มีรายงานวิจัยทางคลินิกพบว่า การฉีดโบท็อกซ์ที่กล้ามเนื้อ Masseter ช่วยลดความหนาของกล้ามเนื้อได้เฉลี่ยถึง 31% และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 3 - 6 เดือนเลยค่ะ
แต่จุดเด่นของการฉีดกรามคือต้องใช้เวลานิดนึงนะคะ ไม่ใช่ฉีดปุ๊บจะยุบปั๊บ แต่ใบหน้าจะค่อยๆ เรียวขึ้นภายในช่วง 1 - 3 เดือน และเนื่องจากเป็นการทำงานกับกล้ามเนื้อ ไม่ใช่โครงกระดูก หากคนไข้มีโครงสร้างกระดูกกรามที่กว้างเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การรักษาด้วยโบท็อกซ์เพียงอย่างเดียวอาจจะมีข้อจำกัดค่ะ

โบท็อกซ์ลดน่อง — ปรับเรียวขาด้วยการลดขนาดกล้ามเนื้อน่อง (Gastrocnemius)
สำหรับสาวๆ ที่กังวลเรื่องน่องทู่ น่องโต หากสาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อ การฉีดโบท็อกซ์ช่วยได้เยอะเลยค่ะ โดยเฉพาะคนที่ ※ กล้ามเนื้อน่องด้านใน/นอก (Gastrocnemius) พัฒนาจนเห็นเป็นลูกชัดเจน ลองเขย่งเท้าดูนะคะ ถ้าขึ้นเป็นลำแข็งๆ แสดงว่าเป็นสายกล้ามเนื้อแน่นอนค่ะ
Gastrocnemius: กล้ามเนื้อสองมัดใหญ่ที่อยู่ชั้นตื้นของน่อง ทำหน้าที่หลักตอนเขย่งปลายเท้าหรือกระโดด ถ้ากล้ามเนื้อส่วนนี้โต น่องจะดูเป็นลูกๆ และหนาค่ะ
ในทางกลับกัน ถ้าลูบๆ น่องแล้วนิ่มๆ หนาๆ จากชั้นไขมัน โบท็อกซ์อาจจะไม่ตอบโจทย์นะคะ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมขั้นตอนการตรวจประเมินกับแพทย์ก่อนฉีด ว่าปัญหาเกิดจากกล้ามเนื้อหรือไขมัน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะ
เมื่อฉีดโบท็อกซ์ไปที่กล้ามเนื้อน่อง ความถี่และความแรงในการหดตัวของกล้ามเนื้อจะลดลง น่องจะค่อยๆ เล็กเรียวขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลาหลายเดือน มีข้อมูลบ่งชี้ว่า บริเวณ 7/10 - 8/10 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เส้นประสาทกระจายตัวอยู่อย่างหนาแน่นที่สุดในกล้ามเนื้อน่อง คือตำแหน่งที่แนะนำสำหรับการฉีด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ เช่นเดียวกับลดกรามนะคะ คือจะไม่เห็นผลทันที แต่จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนในเดือนที่ 2 - 4 และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือนค่ะ

โบท็อกซ์ลดต่อมน้ำลายน้ำข้างหู — เมื่อต่อมน้ำลายโตจนทำให้หน้าดูกลมแก้มป่อง
การปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มกล้ามเนื้อนะคะ แต่ยังนำมาประยุกต์ใช้กับต่อมน้ำลายได้อีกด้วยค่ะ ต่อมน้ำลายข้างหู (Parotid gland) เป็นต่อมน้ำลายที่ใหญ่ที่สุดซึ่งอยู่บริเวณหน้าหูลงมาถึงใต้หู หากต่อมนี้โตขึ้นจากสาเหตุต่างๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์บ่อย นอนกัดฟัน หรือกรรมพันธุ์ จะทำให้กรามข้างๆ ดูบวมโต หน้าดูใหญ่กลม มองผิวเผินเหมือนคนกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ แต่จริงๆ แล้วเป็นปัญหาที่ต่อมน้ำลายต่างหากค่ะ
การฉีดโบท็อกซ์ไปที่ต่อมน้ำลายข้างหู จะช่วยบล็อกสัญญาณสาร Acetylcholine ทำให้ต่อมน้ำลายทำงานลดลง น้ำลายหลั่งน้อยลง ส่งผลให้ขนาดของต่อมน้ำลายค่อยๆ ฝ่อเล็กลงตามไปด้วยค่ะ โดยทั่วไปจะเริ่มเด่นชัดใน 2-4 สัปดาห์ และคงอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน การฉีดเฉพาะจุดนี้ไม่ทำให้รู้สึกปากแห้งอย่างมีนัยสำคัญนะคะ เพราะเรายังมีต่อมน้ำลายส่วนอื่นๆ เช่น ใต้ขากรรไกร (Submandibular) และใต้ลิ้น (Sublingual) คอยผลิตน้ำลายทดแทนให้อยู่ค่ะ
ดังนั้นใครที่รู้สึกกังวลเรื่องกรามใหญ่ แต่พอกัดฟันดูแล้วกล้ามเนื้อ Masseter ก็ไม่ได้หนามาก แนะนำให้ลองเช็กภาวะต่อมน้ำลายโตดูนะคะ เพราะถ้าจ่ายยาผิดจุด ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่ตรงจุดค่ะ

ปริมาณขนาดปริมาณยาสูงกว่าปกติ (High Dosage)
การฉีดโบท็อกซ์ปรับรูปหน้าและเรือนร่าง ต้องใช้ปริมาณยูနစ် (U) ที่สูงกว่าการฉีดริ้วรอยค่อนข้างมากค่ะ อย่างการฉีดกรามมักเริ่มต้นที่ 40-60U ขึ้นไป (รวมสองข้าง) และการฉีดลดน่องยิ่งต้องใช้ปริมาณยาที่สูงกว่านั้นมาก เมื่อจำนวนยาสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นตาม และแม้จะพบได้ยาก แต่ก็ควรพิจารณาเรื่องความเสี่ยงในการเกิดอาการดื้อยา (Antibody) ไว้ด้วยค่ะ
ปกติแล้วคุณหมอจะแนะนำให้ปรับเปลี่ยนปริมาณยาในการฉีดครั้งต่อไป โดยอ้างอิงจาก "ผลลัพธ์ที่ได้ในรอบก่อน" มากกว่าการยึดติดกับ "จำนวนยูนิตตัวเลข" ค่ะ

ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหลังฉีด
หลังฉีดลดกราม บางคนอาจจะรู้สึกเคี้ยวอาหารเมื่อยๆ หรือตึงๆ ได้ค่ะ โดยเฉพาะเวลาเคี้ยวของเหนียวๆ แข็งๆ จะรู้สึกยากกว่าปกติ แต่บางคนก็ไม่รู้สึกอะไรเลยนะคะ ซึ่งอาการตึงเมื่อยนี้มักจะไม่กระทบต่อการทานอาหารมื้อปกติในชีวิตประจำวันค่ะ และช่วงที่รู้สึกเคี้ยวเมื่อยที่สุดจะอยู่ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังฉีด จากนั้นร่างกายจะค่อยๆ ปรับตัวได้เองค่ะ ส่วนท่านที่มีอาการนอนกัดฟันหรือปวดข้อต่อขากรรไกร (TMJ) อยู่แล้ว เป็นเรื่องน่ายินดีที่หลายรายรายงานว่าอาการเจ็บปวดเหล่านั้นลดลงด้วยค่ะ
สำหรับการฉีดน่อง อาจจะมีความรู้สึกแปลกๆ เวลาเดินขึ้นบันไดหรือเวลาวิ่ง เนื่องจากกล้ามเนื้อ Gastrocnemius เป็นกล้ามเนื้อที่ปล่อยแรงขับเคลื่อนพลังสูง ดังนั้นเวลาที่ต้องวิ่งระยะสั้น เขย่ง กระโดด หรือปีนเขา จะรู้สึกว่าขาไม่มีแรงเท่าเดิมค่ะ แต่สำหรับการเดินเล่น โยคะ หรือออกกำลังกายบนพื้นราบทั่วไปแทบไม่มีผลกระทบใดๆ เลยค่ะ หากคุณเป็นนักกีฬาหรือผู้ที่ชื่นชอบการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการฉีดในช่วงฤดูกาลแข่งขัน หรือควรปรึกษากับแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำการรักษานะคะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วไม่เห็นผล ต้องทำอย่างไรดีคะ?
ขั้นตอนแรกควรกลับไปเช็กขนาดและตำแหน่งของกล้ามเนื้อเคี้ยว (Masseter) ก่อนค่ะ อาจเกิดจากปริมาณยา (U) ไม่เพียงพอ หรือตำแหน่งที่ฉีดอาจจะไม่ตรงกับจุดที่กล้ามเนื้อหนาที่สุด ซึ่งปกติแล้วคุณหมอจะนัดกลับมาประเมินผลอีกครั้งหลังฉีดไปแล้ว 1-2 เดือนค่ะ
Q. ฉีดโบท็อกซ์น่องแล้ว จะทำให้สมรรถภาพในการออกกำลังกายลดลงไหมคะ?
เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อน่องลดลงชั่วคราว อาจทำให้รู้สึกว่าล้าได้ง่ายขึ้นเมื่อต้องออกกำลังกายหนักๆ หรือวิ่งระยะไกลค่ะ หากการซ้อมกีฬาเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณ แนะนำให้เลือกฉีดในช่วงพักซีซั่นจะดีที่สุดค่ะ
Q. ถ้าหมดฤทธิ์ยาแล้ว กล้ามเนื้อจะกลับมาโตเหมือนเดิมไหมคะ?
ใช่ค่ะ เมื่อสารโบท็อกซ์สลายตัวไปตามธรรมชาติ กล้ามเนื้อก็จะเริ่มกลับมาทำงานและค่อยๆ คืนขนาดเดิมตามปรกติค่ะ ดังนั้นจึงนิยมการฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อคงสภาพความเรียวเล็กของกล้ามเนื้อไว้ค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่าน
โบท็อกซ์ลดกราม·ลดน่อง ปรับรูปหน้าและเรียวขาให้เป๊ะได้อย่างไร
📚 เจาะลึกเรื่องโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์ 1. โบท็อกซ์คืออะไร? ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์ └─ 1.2 หลักการทำงาน 2. ประเภทของโบท็อกซ์ └─ 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ต่างๆ (Botox · Dysport · Nabota · Coretox) 3. บริเวณที่นิยมฉีด ├─ 3.1 ลดริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก) └─ 3.2 ปรับรูปหน้าและสัดส่วน (ลดกราม·ลดน่อง·ต่อมน้ำลาย) ← บทความปัจจุบัน 4. สิ่งที่ควรทราบ ├─ 4.1 ระยะเวลาในการเห็นผล ├─ 4.2 ผลข้าง케ียง └─ 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย
🔗 ไปยังบทความอื่น
โบท็อกซ์คืออะไร? — 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์ · 1.2 หลักการทำงาน
ประเภทของโบท็อกซ์ — 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ต่างๆ (Botox · Dysport · Nabota · Coretox)
บริเวณที่นิยมฉีด — 3.1 ลดริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก)
สิ่งที่ควรทราบ — 4.1 ระยะเวลาในการเห็นผล · 4.2 ผลข้างเคียง · 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย
ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยนะคะว่า โบท็อกซ์ลดกรามและลดน่องไม่ใช่การสลายไขมันหรือการเหลากระดูก แต่เป็นการฉีดเพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อเฉพาะจุดค่ะ เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ ก็จะค่อยๆ หดตัวและเล็กลงตามธรรมชาติ แม้ว่าตัวยาจะชนิดเดียวกับที่ใช้ฉีดริ้วรอย แต่กล้ามเนื้อเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังนั้นจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ
โบท็อกซ์ลดกราม — เจาะลึกกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter)
เป้าหมายของการฉีดลดกรามก็คือ ※ กล้ามเนื้อบดเคี้ยว (Masseter) นั่นเองค่ะ ถ้าทุกคนลองเอามือแตะที่ข้างกรามแล้วลองกัดฟันแน่นๆ ส่วนที่เด้งสู้มือขึ้นมาเป็นก้อนแข็งๆ นั่นแหละค่ะคือกล้ามเนื้อ Masseter
Masseter: กล้ามเนื้อเคี้ยวที่แข็งแรงมาก เชื่อมระว่างโหนกแก้มกับมุมขากรรไกรล่าง ถ้ากล้ามเนื้อส่วนนี้โตเกินไปจะทำให้กรอบหน้าดูเหลี่ยม และเป็นบริเวณหลักในการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามค่ะ
สาเหตุที่กล้ามเนื้อส่วนนี้ใหญ่มีหลายอย่างเลยค่ะ บางคนอาจเป็นเพราะพันธุกรรม แต่พฤติกรรมอย่างการนอนกัดฟัน การชอบขบเคี้ยวฟันแน่นๆ หรือชอบทานของเคี้ยวเหนียวๆ แข็งๆ ก็เป็นตัวการสำคัญเช่นกันค่ะ มีรายงานวิจัยทางคลินิกพบว่า การฉีดโบท็อกซ์ที่กล้ามเนื้อ Masseter ช่วยลดความหนาของกล้ามเนื้อได้เฉลี่ยถึง 31% และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 3 - 6 เดือนเลยค่ะ
แต่จุดเด่นของการฉีดกรามคือต้องใช้เวลานิดนึงนะคะ ไม่ใช่ฉีดปุ๊บจะยุบปั๊บ แต่ใบหน้าจะค่อยๆ เรียวขึ้นภายในช่วง 1 - 3 เดือน และเนื่องจากเป็นการทำงานกับกล้ามเนื้อ ไม่ใช่โครงกระดูก หากคนไข้มีโครงสร้างกระดูกกรามที่กว้างเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การรักษาด้วยโบท็อกซ์เพียงอย่างเดียวอาจจะมีข้อจำกัดค่ะ

โบท็อกซ์ลดน่อง — ปรับเรียวขาด้วยการลดขนาดกล้ามเนื้อน่อง (Gastrocnemius)
สำหรับสาวๆ ที่กังวลเรื่องน่องทู่ น่องโต หากสาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อ การฉีดโบท็อกซ์ช่วยได้เยอะเลยค่ะ โดยเฉพาะคนที่ ※ กล้ามเนื้อน่องด้านใน/นอก (Gastrocnemius) พัฒนาจนเห็นเป็นลูกชัดเจน ลองเขย่งเท้าดูนะคะ ถ้าขึ้นเป็นลำแข็งๆ แสดงว่าเป็นสายกล้ามเนื้อแน่นอนค่ะ
Gastrocnemius: กล้ามเนื้อสองมัดใหญ่ที่อยู่ชั้นตื้นของน่อง ทำหน้าที่หลักตอนเขย่งปลายเท้าหรือกระโดด ถ้ากล้ามเนื้อส่วนนี้โต น่องจะดูเป็นลูกๆ และหนาค่ะ
ในทางกลับกัน ถ้าลูบๆ น่องแล้วนิ่มๆ หนาๆ จากชั้นไขมัน โบท็อกซ์อาจจะไม่ตอบโจทย์นะคะ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมขั้นตอนการตรวจประเมินกับแพทย์ก่อนฉีด ว่าปัญหาเกิดจากกล้ามเนื้อหรือไขมัน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากค่ะ
เมื่อฉีดโบท็อกซ์ไปที่กล้ามเนื้อน่อง ความถี่และความแรงในการหดตัวของกล้ามเนื้อจะลดลง น่องจะค่อยๆ เล็กเรียวขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลาหลายเดือน มีข้อมูลบ่งชี้ว่า บริเวณ 7/10 - 8/10 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เส้นประสาทกระจายตัวอยู่อย่างหนาแน่นที่สุดในกล้ามเนื้อน่อง คือตำแหน่งที่แนะนำสำหรับการฉีด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ เช่นเดียวกับลดกรามนะคะ คือจะไม่เห็นผลทันที แต่จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนในเดือนที่ 2 - 4 และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือนค่ะ

โบท็อกซ์ลดต่อมน้ำลายน้ำข้างหู — เมื่อต่อมน้ำลายโตจนทำให้หน้าดูกลมแก้มป่อง
การปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มกล้ามเนื้อนะคะ แต่ยังนำมาประยุกต์ใช้กับต่อมน้ำลายได้อีกด้วยค่ะ ต่อมน้ำลายข้างหู (Parotid gland) เป็นต่อมน้ำลายที่ใหญ่ที่สุดซึ่งอยู่บริเวณหน้าหูลงมาถึงใต้หู หากต่อมนี้โตขึ้นจากสาเหตุต่างๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์บ่อย นอนกัดฟัน หรือกรรมพันธุ์ จะทำให้กรามข้างๆ ดูบวมโต หน้าดูใหญ่กลม มองผิวเผินเหมือนคนกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ แต่จริงๆ แล้วเป็นปัญหาที่ต่อมน้ำลายต่างหากค่ะ
การฉีดโบท็อกซ์ไปที่ต่อมน้ำลายข้างหู จะช่วยบล็อกสัญญาณสาร Acetylcholine ทำให้ต่อมน้ำลายทำงานลดลง น้ำลายหลั่งน้อยลง ส่งผลให้ขนาดของต่อมน้ำลายค่อยๆ ฝ่อเล็กลงตามไปด้วยค่ะ โดยทั่วไปจะเริ่มเด่นชัดใน 2-4 สัปดาห์ และคงอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน การฉีดเฉพาะจุดนี้ไม่ทำให้รู้สึกปากแห้งอย่างมีนัยสำคัญนะคะ เพราะเรายังมีต่อมน้ำลายส่วนอื่นๆ เช่น ใต้ขากรรไกร (Submandibular) และใต้ลิ้น (Sublingual) คอยผลิตน้ำลายทดแทนให้อยู่ค่ะ
ดังนั้นใครที่รู้สึกกังวลเรื่องกรามใหญ่ แต่พอกัดฟันดูแล้วกล้ามเนื้อ Masseter ก็ไม่ได้หนามาก แนะนำให้ลองเช็กภาวะต่อมน้ำลายโตดูนะคะ เพราะถ้าจ่ายยาผิดจุด ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่ตรงจุดค่ะ

ปริมาณขนาดปริมาณยาสูงกว่าปกติ (High Dosage)
การฉีดโบท็อกซ์ปรับรูปหน้าและเรือนร่าง ต้องใช้ปริมาณยูနစ် (U) ที่สูงกว่าการฉีดริ้วรอยค่อนข้างมากค่ะ อย่างการฉีดกรามมักเริ่มต้นที่ 40-60U ขึ้นไป (รวมสองข้าง) และการฉีดลดน่องยิ่งต้องใช้ปริมาณยาที่สูงกว่านั้นมาก เมื่อจำนวนยาสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นตาม และแม้จะพบได้ยาก แต่ก็ควรพิจารณาเรื่องความเสี่ยงในการเกิดอาการดื้อยา (Antibody) ไว้ด้วยค่ะ
ปกติแล้วคุณหมอจะแนะนำให้ปรับเปลี่ยนปริมาณยาในการฉีดครั้งต่อไป โดยอ้างอิงจาก "ผลลัพธ์ที่ได้ในรอบก่อน" มากกว่าการยึดติดกับ "จำนวนยูนิตตัวเลข" ค่ะ

ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหลังฉีด
หลังฉีดลดกราม บางคนอาจจะรู้สึกเคี้ยวอาหารเมื่อยๆ หรือตึงๆ ได้ค่ะ โดยเฉพาะเวลาเคี้ยวของเหนียวๆ แข็งๆ จะรู้สึกยากกว่าปกติ แต่บางคนก็ไม่รู้สึกอะไรเลยนะคะ ซึ่งอาการตึงเมื่อยนี้มักจะไม่กระทบต่อการทานอาหารมื้อปกติในชีวิตประจำวันค่ะ และช่วงที่รู้สึกเคี้ยวเมื่อยที่สุดจะอยู่ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังฉีด จากนั้นร่างกายจะค่อยๆ ปรับตัวได้เองค่ะ ส่วนท่านที่มีอาการนอนกัดฟันหรือปวดข้อต่อขากรรไกร (TMJ) อยู่แล้ว เป็นเรื่องน่ายินดีที่หลายรายรายงานว่าอาการเจ็บปวดเหล่านั้นลดลงด้วยค่ะ
สำหรับการฉีดน่อง อาจจะมีความรู้สึกแปลกๆ เวลาเดินขึ้นบันไดหรือเวลาวิ่ง เนื่องจากกล้ามเนื้อ Gastrocnemius เป็นกล้ามเนื้อที่ปล่อยแรงขับเคลื่อนพลังสูง ดังนั้นเวลาที่ต้องวิ่งระยะสั้น เขย่ง กระโดด หรือปีนเขา จะรู้สึกว่าขาไม่มีแรงเท่าเดิมค่ะ แต่สำหรับการเดินเล่น โยคะ หรือออกกำลังกายบนพื้นราบทั่วไปแทบไม่มีผลกระทบใดๆ เลยค่ะ หากคุณเป็นนักกีฬาหรือผู้ที่ชื่นชอบการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการฉีดในช่วงฤดูกาลแข่งขัน หรือควรปรึกษากับแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำการรักษานะคะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q. ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วไม่เห็นผล ต้องทำอย่างไรดีคะ?
ขั้นตอนแรกควรกลับไปเช็กขนาดและตำแหน่งของกล้ามเนื้อเคี้ยว (Masseter) ก่อนค่ะ อาจเกิดจากปริมาณยา (U) ไม่เพียงพอ หรือตำแหน่งที่ฉีดอาจจะไม่ตรงกับจุดที่กล้ามเนื้อหนาที่สุด ซึ่งปกติแล้วคุณหมอจะนัดกลับมาประเมินผลอีกครั้งหลังฉีดไปแล้ว 1-2 เดือนค่ะ
Q. ฉีดโบท็อกซ์น่องแล้ว จะทำให้สมรรถภาพในการออกกำลังกายลดลงไหมคะ?
เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อน่องลดลงชั่วคราว อาจทำให้รู้สึกว่าล้าได้ง่ายขึ้นเมื่อต้องออกกำลังกายหนักๆ หรือวิ่งระยะไกลค่ะ หากการซ้อมกีฬาเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคุณ แนะนำให้เลือกฉีดในช่วงพักซีซั่นจะดีที่สุดค่ะ
Q. ถ้าหมดฤทธิ์ยาแล้ว กล้ามเนื้อจะกลับมาโตเหมือนเดิมไหมคะ?
ใช่ค่ะ เมื่อสารโบท็อกซ์สลายตัวไปตามธรรมชาติ กล้ามเนื้อก็จะเริ่มกลับมาทำงานและค่อยๆ คืนขนาดเดิมตามปรกติค่ะ ดังนั้นจึงนิยมการฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อคงสภาพความเรียวเล็กของกล้ามเนื้อไว้ค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้องแนะนำให้อ่าน
บทความแนะนำ
บทความแนะนำ
โพสต์ล่าสุด
โพสต์ล่าสุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
จากสารพิษสู่หัตถการความงาม Botox มีต้นกำเนิดมาอย่างไร
รู้ไหมคะว่า Botox ที่ดังเรื่องลดริ้วรอย ตอนแรกถูกวิจัยขึ้นมาเพื่อเป็นยาพิษ? นี่เป็นประวัติศาสตร์ที่คาดไม่ถึงเลยค่ะ จากสารพิษโบทูลินัมสู่การพัฒนามาเป็นยารักษาโรค และกลายมาเป็นหัตถการความงามในที่สุด

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด botox แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ
ที่ริ้วรอยดูตึงเรียบเนียนขึ้น เป็นเพราะกล้ามเนื้อหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราวค่ะ มาทำความเข้าใจหลักการทำงานของ Botox ที่เข้าไปออกฤทธิ์บริเวณจุดประสานประสานกล้ามเนื้อ (neuromuscular junction) กันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Botox, Dysport, Nabota ทั้งสามตัวนี้ก็เป็น Botulinum เหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ
โบท็อกซ์ (Botulinum toxin) ตัวเดียวกัน แต่ทำไมถึงมีหลายยี่ห้อนะ? วันนี้มาดูสรุปเข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับความแตกต่างของแต่ละแบรนด์, วิธีคำนวณยูนิต (unit), และจุดที่เหมาะในการฉีดของแต่ละยี่ห้อกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน
ทำไมฉีดโบกัสหน้าผากแล้วคิ้วตก? ทำไมโบกัสตรงระหว่างคิ้วถึงได้ผลดีมากๆ? — เจาะลึกกลไกและข้อควรระวังในแต่ละจุดกันค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับรูปหน้าและรูปร่างให้เปลี่ยนไปได้อย่างไร
การปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์มีหลักการทำงานอย่างไร? อธิบายการทำงานของแต่ละส่วนและผลลัพธ์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) บริเวณกราม ไปจนถึงกล้ามเนื้อน่อง (gastrocnemius)

โครงหน้า&วอลลุ่ม
โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ? แล้วทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน
ที่เคยได้ยินว่า โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นาน 3-6 เดือน แต่ทำไมสำหรับบางคนถึงรู้สึกว่าสั้นกว่านั้น? เรามีคำตอบเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาความปัง ทั้งระบบเผาผลาญของร่างกาย ปริมาณยาที่ใช้ บริเวณที่ฉีด รวมถึงความถี่ในการทำซ้ำซ้อนค่ะ
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1
💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้
🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸
แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1



![[บิวตี้สโตน] ฟิลเลอร์ใต้ตาคล้ำ: 0.3cc เปลี่ยนผลลัพธ์](https://framerusercontent.com/images/F4Q84TUWgjbZJV6MNheLnWHnaw.jpg?width=1080&height=1080)
