ปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์หลักการยังไง? อธิบายการทำงานและผลประจำวัน ตั้งแต่กล้ามเนื้อเคี้ยวกราม ถึงน่อง

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
🔗 ไปยังบทความอื่นๆ
โบท็อกซ์คืออะไร? — 1.1 ประวัติของโบท็อกซ์ · 1.2 หลักการทำงาน
ประเภท — 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ (Botox·Dysport·Nabota·Coretox)
บริเวณที่ฉีด — 3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·รอบดวงตา·รอบปาก)
ข้อควรรู้ — 4.1 ระยะเวลาเห็นผล · 4.2 ผลข้างเคียง · 4.3 ตอบ 8 คำถามที่พบบ่อย
สรุปสั้นๆ ให้ฟังก่อนเลยนะครับ การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามและน่องไม่ใช่การสลายไขมันหรือตัดกระดูกครับ แต่เป็นการรักษาที่ช่วยลดขนาดของกล้ามเนื้อเฉพาะจุดลง เมื่อกล้ามเนื้อไม่มีการใช้งานหรือไม่ได้ถูกกระตุ้น มันก็จะค่อยๆ ฝ่อตัวและมีขนาดเล็กลงไปเองครับ แม้ว่าโบท็อกซ์ลดริ้วรอยกับโบท็อกซ์ลดขนาดกล้ามเนื้อจะเป็นตัวยาเดียวกัน แต่กล้ามเนื้อเป้าหมายและผลลัพธ์ที่คาดหวังนั้นจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
โบท็อกซ์ลดกราม — ทำงานกับกล้ามเนื้อบดเคี้ยว
เป้าหมายของการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามคือกล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่เรียกว่า Masseter* ครับ วิธีเช็กง่ายๆ คือให้ลองเอามือแตะที่ข้างกรามแล้วลองกัดฟันแน่นๆ ดู บริเวณที่เป็นก้อนแข็งๆ เด้งสู้มือขึ้นมานั่นแหละครับคือกล้ามเนื้อ Masseter
Masseter*: กล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่แข็งแรงซึ่งเชื่อมระหว่างกระดูกโหนกแก้มกับมุมขากรรไกรล่าง หากกล้ามเนื้อส่วนนี้โตเกินไปจะทำให้กรอบหน้าดูเหลี่ยม และเป็นบริเวณหลักในการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามครับ
สาเหตุที่กล้ามเนื้อ Masseter โตขึ้นนั้นมีหลายปัจจัยเลยครับ บางคนอาจเป็นเพราะพันธุกรรม หรือเกิดจากพฤติกรรมการนอนกัดฟัน การชอบขบเคี้ยวฟันแน่นๆ รวมไปถึงการชอบทานของเหนียวๆ หรือของแข็งๆ เป็นประจำด้วยครับ การฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่กล้ามเนื้อส่วนนี้ มีรายงานทางคลินิกพบว่าสามารถช่วยลดความหนาของกล้ามเนื้อได้เฉลี่ยถึง 31% และคงผลลัพธ์ไว้ได้นาน 3-6 เดือนเลยครับ
จุดเด่นของการฉีดกรามคือต้องใช้เวลาสักหน่อยในการเห็นผลนะครับ ไม่ใช่ฉีดเสร็จแล้วจะเล็กทันที แต่จะค่อยๆ รู้สึกว่ากรอบหน้าเปลี่ยนไปในช่วง 1-3 เดือนครับ และเนื่องจากการฉีดนี้ไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างกระดูก หากคนไข้เป็นคนที่มีโครงสร้างกระดูกกรามกว้างตั้งแต่แรก การฉีดโบท็อกซ์อย่างเดียวก็อาจจะมีข้อจำกัดนะครับ

โบท็อกซ์ลดน่อง — ลดกล้ามเนื้อ Gastrocnemius
สำหรับใครที่มีปัญหาน่องใหญ่ที่เกิดจากกล้ามเนื้อ การฉีดโบท็อกซ์ช่วยได้เยอะเลยครับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกล้ามเนื้อน่องด้านหลังที่เรียกว่า Gastrocnemius* วิธีเช็กก็คือ ลองเขย่งปลายเท้าดูแล้วถ้ามีลูกมะนาวหรือก้อนแข็งๆ โผล่ขี้นมาที่น่องด้านหลัง แสดงว่าเป็นจากกล้ามเนื้อสูงมากครับ
Gastrocnemius*: กล้ามเนื้อพื้นผิวสองมัดที่อยู่บริเวณน่องด้านหลัง ทำหน้าที่เวลาเราเขย่งปลายเท้าหรือกระโดด หากได้รับการพัฒนามากเกินไปจะทำให้น่องดูใหญ่และหนาครับ
ในทางกลับกัน ถ้าน่องโตเพราะไขมันสะสม การฉีดโบท็อกซ์จะไม่ช่วยนะครับ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมขั้นตอนการประเมินให้ถูกต้องก่อนรักษาว่าเป็นน่องใหญ่จากกล้ามเนื้อหรือไขมันถึงสำคัญมากๆ ครับ
เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปทีี่กล้ามเนื้อ Gastrocnemius ความถี่และความแรงในการหดตัวของกล้ามเนื้อจะลดลง และกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ฝ่อเล็กลงในช่วงหลายเดือนถัดมา โดยมีรายงานว่า บริเวณช่วง 7/10 ถึง 8/10 ของน่องซึ่งเป็นส่วนที่เส้นประสาทกระจายตัวหนาแน่นที่สุด คือจุดที่แนะนำในการฉีดโบท็อกซ์ครับ แน่นอนว่าไม่ได้เปลี่ยนปุ๊บปั๊บเหมือนโบท็อกซ์ลดกรามเลยครับ โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลน่องเรียวลงใน 2-4 เดือน และอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือนครับ

โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายหน้าหู — เมื่อต่อมน้ำลายโตจนทำให้หน้าดูบานกลม
โบท็อกซ์ปรับรูปหน้าไม่ได้ใช้รักษาเฉพาะกล้ามเนื้อเท่านั้นนะครับ แต่ยังนำมาประยุกต์ใช้กับต่อมน้ำลายได้อีกด้วยครับ ต่อมน้ำลายหน้าหู (Parotid gland) เป็นต่อมน้ำลายที่ใหญ่ที่สุดซึ่งอยู่บริเวณหน้าหูเยื้องไปด้านล่าง หากมีอาการโตขึ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย นอนกัดฟัน หรือพันธุกรรม จะทำให้กรอบหน้าด้านข้างดูหนาและหน้าดูกลมได้ครับ หลายคนคิดว่าเป็นเพราะกรามใหญ่ แต่จริงๆ แล้วสาเหตุมาจากต่อมน้ำลายต่างหากครับ
การฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่ต่อมน้ำลายหน้าหูจะช่วยบล็อกสัญญาณ Acetylcholine ทำให้การหลั่งน้ำลายลดลง ส่งผลให้ต่อมน้ำลายค่อยๆ มีขนาดเล็กลงตามไปด้วยครับ โดยทั่วไปผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏใน 2-4 สัปดาห์ และคงอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือนครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องปากแห้งจากการฉีดต่อมน้ำลายข้างเดียวเลยนะครับ เพราะร่างกายยังมีต่อมน้ำลายส่วนอื่นๆ ช่วยทำงานทดแทนอยู่แล้วครับ
ถ้าลองสังเกตแล้วรู้สึกกังวลเรื่องกรามใหญ่ แต่พอจับดูแล้วกล้ามเนื้อกรามไม่ได้หนามาก แนะนำให้ลองเข้ามาตรวจเช็กเรื่องต่อมน้ำลายโตดูก่อนนะครับ เพราะถ้าฉีดผิดจุด ผลลัพธ์ที่ได้จะต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยครับ

ใช้ปริมาณยูนิตค่อนข้างเยอะ
การฉีดโบท็อกซ์ปรับรูปหน้าจะใช้ปริมาณยูนิต (U) เยอะกว่าโบท็อกซ์ริ้วรอยค่อนข้างมากครับ สำหรับกล้ามเนื้อกรามมักจะต้องใช้ข้างละ 40-60 U ขึ้นไป (รวมสองข้าง) ส่วนกล้ามเนื้อน่องก็จะยิ่งใช้มากกว่านั้นอีกครับ ยิ่งใช้ยูนิตเยอะ ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย และยังต้องปรึกษาคุณหมอเพื่อเฝ้าระวังเรื่องโอกาสในการดื้อยาในอนาคตด้วยนะครับ
โดยทั่วไปแล้ว คุณหมอจะปรับปริมาณยาในครั้งถัดไปโดยอิงจาก "ผลลัพธ์ที่ได้ดีแค่ไหน" มากกว่าการยึดติดว่า "ฉีดไปกี่ยูนิต" ครับ

มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันไหม
หลังฉีดโบท็อกซ์ลดกราม อาจจะรู้สึกเคี้ยวอาหารฝืดๆ หรือแรงเคี้ยวลดลงได้บ้างครับ บางท่านอาจรู้สึกเคี้ยวของแข็งๆ ได้ลำบากขึ้นนิดหน่อย ขณะที่บางท่านไม่รู้สึกอะไรเลยครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีผลกระทบต่อการทานอาหารในชีวิตประจำวันทั่วไป โดยปกติจะรู้สึกตึงและเคี้ยวได้น้อยลงที่สุดในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังฉีด จากนั้นจะค่อยๆ ชินไปเองครับ นอกจากนี้สำหรับคนที่มีอาการนอนกัดฟันหรือปวดข้อต่อขากรรไกร (TMJ) หลายคนกลับพบว่าอาการปวดลดลงหลังจากฉีดด้วยนะครับ
ส่วนการฉีดโบท็อกซ์ลดน่อง อาจทำให้รู้สึกแปลกๆ เวลาเดินขึ้นบันไดหรือวิ่งได้ครับ เนื่องจากกล้ามเนื้อน่องส่วนนี้มีหน้าที่ส่งแรงกระแทกเวลาวิ่งระยะสั้น กระโดด หรือปีนเขา ดังนั้นจึงอาจจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนหากทำกิจกรรมเหล่านั้น แต่สำหรับการเดินเล่น โยครับ หรือการออกกำลังกายบนพื้นราบทั่วไปแทบไม่มีผลกระทบเลยครับ สำหรับใครที่เป็นนักกีฬาหรือรักการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ แนะนำให้วางแผนฉีดในช่วงนอกฤดูกาลแข่งขัน หรือปรึกษารายละเอียดตรงนี้กับคุณหมอก่อนทำอย่างละเอียดนะครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแล้วไม่เห็นผล ทำอย่างไรดีครับ?
อันดับแรกต้องกลับมาเช็กขนาดกล้ามเนื้อกรามและตำแหน่งที่ฉีดก่อนครับ อาจเป็นไปได้ว่าปริมาณยูนิตยังไม่เพียงพอ หรือตำแหน่งที่ฉีดอาจจะยังไม่ตรงกับจุดที่กล้ามเนื้อหนาที่สุด ซึ่งปกติคุณหมอจะนัดมาตรวจเพื่อประเมินผลอีกครั้งหลังฉีดไปแล้ว 1-2 เดือนครับ
Q. ฉีดโบท็อกซ์ลดน่องแล้วจะทำให้สมรรถภาพในการออกกำลังกายลดลงไหมคะ?
เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อน่องลดลงชั่วคราว อาจทำให้รู้สึกเกร็งหรือแรงตกเวลาออกกำลังกายหนักๆ หรือวิ่งระยะไกลได้ครับ หากคุณให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายมากๆ แนะนำให้เลือกฉีดในช่วงพักฟื้นหรือช่วงนอกฤดูกาลซ้อมจะดีที่สุดครับ
Q. ถ้าหมดฤทธิ์แล้ว กล้ามเนื้อจะกลับมาใหญ่เหมือนเดิมไหมคะ?
ใช่ครับ เมื่อโบท็อกซ์สลายตัวไปแล้ว กล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานตามปกติและค่อยๆ คืนขนาดกลับมาเท่าเดิมครับ โดยทั่วไปการฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอจะช่วยรักษาภาวะกล้ามเนื้อฝ่อตัวให้อยู่ได้นานขึ้นครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



