ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ? แล้วทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน

โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ? แล้วทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน

โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ? แล้วทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน

ที่เคยได้ยินว่า โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นาน 3-6 เดือน แต่ทำไมสำหรับบางคนถึงรู้สึกว่าสั้นกว่านั้น? เรามีคำตอบเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาความปัง ทั้งระบบเผาผลาญของร่างกาย ปริมาณยาที่ใช้ บริเวณที่ฉีด รวมถึงความถี่ในการทำซ้ำซ้อนค่ะ

โบท็อกซ์อยู่ได้นานแค่ไหน? ทำไมแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน

📚 เจาะลึกเรื่องโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์

1. โบท็อกซ์คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์
   └─ 1.2 หลักการทำงาน

2. ประเภทและการเปรียบเทียบ
   └─ 2.1 เปรียบเทียบแต่ละแบรนด์ (Botox·Dysport·Nabota·Coretox)

3. บริเวณที่ฉีด
   ├─ 3.1 ริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก)
   └─ 3.2 ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

4. ข้อควรรู้
   ├─ 4.1 ระยะเวลาของผลลัพธ์  บทความปัจจุบัน
   ├─ 4.2 ผลข้างเคียง
   └─ 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย
📚 เจาะลึกเรื่องโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์

1. โบท็อกซ์คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์
   └─ 1.2 หลักการทำงาน

2. ประเภทและการเปรียบเทียบ
   └─ 2.1 เปรียบเทียบแต่ละแบรนด์ (Botox·Dysport·Nabota·Coretox)

3. บริเวณที่ฉีด
   ├─ 3.1 ริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก)
   └─ 3.2 ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

4. ข้อควรรู้
   ├─ 4.1 ระยะเวลาของผลลัพธ์  บทความปัจจุบัน
   ├─ 4.2 ผลข้างเคียง
   └─ 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

🔗 ลิงก์ไปยังบทความอื่น ๆ

โบท็อกซ์คืออะไร?1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์ · 1.2 หลักการทำงาน

ประเภทและการเปรียบเทียบ2.1 เปรียบเทียบแต่ละแบรนด์ (Botox·Dysport·Nabota·Coretox)

บริเวณที่ฉีด3.1 ริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก) · 3.2 ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

ข้อควรรู้4.2 ผลข้างเคียง · 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

ขอสรุปสั้น ๆ ก่อนเลยว่า ตัวเลข "3-6 เดือน" ที่เคยได้ยินกันนั้น จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่เชิงค่ะ แม้ว่านี่จะเป็นช่วงระยะเวลาเฉลี่ยทั่วไป แต่ในความเป็นจริง บางคนที่ฉีดไปไม่ถึง 2 เดือนก็เริ่มคลายตัวแล้ว ในขณะที่บางคนกลับอยู่ได้นานถึง 6-8 เดือนเลยทีเดียว การเข้าใจปัจจัยที่ทำให้เกิดความแตกต่างนี้ จะช่วยให้เราเข้าใจว่าทำไมโบท็อกซ์ถึงอยู่กับเราได้สั้นลง และจะทำอย่างไรให้ผลลัพธ์นั้นอยู่ได้ยาวนานขึ้นค่ะ



หัวใจสำคัญอยู่ที่ความเร็วในการเชื่อมต่อใหม่ของประสาท

สาเหตุที่โบท็อกซ์หมดฤทธิ์ลง เป็นเพราะเส้นประสาทจะสร้างแขนงใหม่ขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้ออีกครั้ง มีรายงานทางคลินิกที่ระบุว่า เส้นประสาทจะค่อย ๆ เติบโตขึ้นใหม่เพื่อไปเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อและทำให้ผลลัพธ์เริ่มคลายตัวลง ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน และอาจนานกว่านั้นในบางตำแหน่ง ซึ่งความเร็วในการเชื่อมต่อใหม่ตรงนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ


※ ระบบเผาผลาญ (Metabolism): ยิ่งเป็นคนที่ระบบเผาผลาญทำงานเร็ว ออกกำลังกายบ่อย หรืออายุยังน้อย เส้นประสาทก็มักจะเชื่อมต่อใหม่ได้เร็วขึ้น ในทางกลับกัน ยิ่งเราขยับกล้ามเนื้อบริเวณนั้นน้อยลง หรือยิ่งมีประสบการณ์การฉีดซ้ำ ๆ มาก่อน ผลลัพธ์ก็อาจจะยาวนานขึ้นได้ แม้แต่ในคน ๆ เดียวกัน ระยะเวลาผลลัพธ์ก็ยังแตกต่างไปตามช่วงเวลาที่ฉีด สภาพร่างกาย และระดับความเครียด ณ ช่วงเวลานั้น ๆ ด้วยค่ะ

ระบบเผาผลาญ (Metabolism): คืออัตราความเร็วที่ร่างกายย่อยสลายอาหารและสารเคมีเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน ยิ่งระบบนี้ทำงานเร็ว ยาหรือสารพิษต่าง ๆ (รวมถึงโบท็อกซ์) ก็จะถูกขจัดออกได้เร็วขึ้นเช่นกัน


신경이 재연결되는 속도가 핵심



ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละตำแหน่ง

ต่อให้เป็นคน ๆ เดียวกัน แต่ระยะเวลาของผลลัพธ์ก็จะมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าฉีดที่ส่วนไหนค่ะ

จุดที่เราต้องแสดงสีหน้าบ่อย ๆ อย่างหน้าผาก หรือระหว่างคิ้ว จะมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเยอะมาก ทำให้เส้นประสาทเชื่อมต่อใหม่ได้เร็วกว่า แต่ในจุดที่กล้ามเนื้อมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวน้อยกว่า เช่น กล้ามเนื้อกราม (Masseter) หรือกล้ามเนื้อน่อง (Gastrocnemius) ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานกว่าอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลาย ๆ คนรู้สึกว่าโบท็อกซ์ปรับรูปหน้า (ลดกราม/น่อง) อยู่ได้นานกว่าโบท็อกซ์ลดริ้วรอยนั่นเองค่ะ


부위마다 지속 시간이 다르다



ถ้าใช้ปริมาณ (U) น้อยเกินไป ฤทธิ์ก็จะหมดเร็ว

หากปริมาณโบท็อกซ์ที่ใช้นั้นไม่เพียงพอ ประสิทธิภาพในการบล็อกเส้นประสาทก็อาจจะไม่สมบูรณ์ค่ะ ถ้าหากเพิ่งเคยฉีดเป็นครั้งแรกแล้วรู้สึกว่า "อยู่ได้ไม่ถึง 2 เดือนเลย" อาจจำเป็นต้องนำเรื่องปริมาณยูนิต (U) ที่ใช้กลับมาพิจารณาดูอีกครั้ง

แต่ในทางกลับกัน หากฉีดเยอะจนเกินไป ก็อาจจะทำให้แสดงสีหน้าได้ไม่เป็นธรรมชาติ ดูแข็งแกร็งได้ ดังนั้นการเริ่มในปริมาณที่พอเหมาะก่อน แล้วค่อย ๆ ดูการตอบสนองของร่างกายเพื่อปรับเปลี่ยนในครั้งต่อไป จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัย และส่งผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติมากกว่าค่ะ


용량이 적으면 빨리 끝난다



ฉีดอย่างต่อเนื่องช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานขึ้น

สำหรับคนที่ฉีดโบท็อกซ์เป็นประจำอย่างต่อเนื่องมานาน มักจะมีคนที่บอกว่า "หลัง ๆ มานี้อยู่ได้นานขึ้นนะ" นั่นเป็นเพราะการฉีดซ้ำ ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นฝ่อตัวลง (Atrophy) จนแรงหดตัวของกล้ามเนื้อลดลง ทำให้แม้ว่าโบท็อกซ์จะเริ่มหมดฤทธิ์แล้ว แต่การทำงานของกล้ามเนื้อก็ยังคงลดลงอยู่ โดยทั่วไปแล้ว หลายท่านจะพบรูปแบบที่ผลลัพธ์ค่อย ๆ ยาวนานขึ้น จากการฉีดครั้งแรกที่อยู่ได้ 3-4 เดือน ครั้งที่สองขยับเป็น 4-5 เดือน และตั้งแต่ครั้งที่สามเป็นต้นไปอาจอยู่ได้นานถึง 5-6 เดือน ซึ่งทำให้ระยะห่างของการฉีดนั้นค่อย ๆ ห่างขึ้นโดยธรรมชาติจนได้รอบการฉีดที่ลงตัวกับตัวเองค่ะ

ซึ่งเรื่องนี้แตกต่างจากความเข้าใจผิดที่ว่า "ถ้าฉีดบ่อย ๆ แล้วกล้ามเนื้อจะเสียไปเลย" นะคะ เพราะถ้าหากหยุดฉีด ท้ายที่สุดแล้วการทำงานของกล้ามเนื้อก็จะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติค่ะ ※ สภาวะกล้ามเนื้อฝ่อ (Atrophy) ชั่วคราวนี้ ไม่ใช่เรื่องเดียวกับการเสียหายอย่างถาวรแต่อย่างใด เพียงแต่ในกรณีของโบท็อกซ์ปรับรูปหน้า (ลดกราม/น่อง) หากหยุดฉีดไปเลยอย่างสิ้นเชิง กล้ามเนื้อก็อาจจะค่อย ๆ พัฒนากลับมามีขนาดใหญ่เท่าเดิมได้ค่ะ


반복 시술로 효과가 길어지는 경우



ทำไมคลินิกส่วนใหญ่ถึงแนะนำรอบการฉีดที่ 6 เดือน

การที่คลินิกปรับรูปหน้าแนะนำให้ "กลับมาฉีดทุก ๆ 6 เดือน" ไม่ใช่เพียงเพราะอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้ต่อเนื่องเท่านั้นค่ะ แต่เมื่อกล้ามเนื้อที่ถูกบล็อกสัญญาณประสาทเกิดฝ่อตัวลงอย่างเต็มที่ และสภาวะฝ่อนั้นคงตัว จะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน จากนั้นเมื่อประสาทเริ่มเชื่อมต่อใหม่และกล้ามเนื้อเริ่มกลับมาทำงานจนขนาดค่อย ๆ กลับมาเท่าเดิม จะใช้เวลาเพิ่มอีกประมาณ 2-3 เดือน เมื่อรวมภาพรวมทั้งหมดแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการฉีดหนึ่งครั้งจะคลายตัวจนหมดจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนพอดิบพอดีค่ะ

ดังนั้น การฉีดซ้ำในช่วงเวลาก่อนที่ผลลัพธ์จะหมดฤทธิ์ไปโดยสิ้นเชิง (ช่วงที่กล้ามเนื้อเริ่มจะกลับมาหดตัวหรือโตขึ้นอีกครั้ง) จะช่วยสะสมสภาวะการฝ่อของกล้ามเนื้อ ทำให้ผลลัพธ์ในครั้งต่อไปอยู่ได้นานขึ้น และเมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ ก็จะส่งผลให้เราสามารถใช้ปริมาณยูนิตที่น้อยลงแต่ได้ผลลัพธ์ที่เท่าเดิมได้ค่ะ ในทางตรงกันข้าม หากฉีดบ่อยเกินไปก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อยา (เกิดแอนติบอดี) และหากทิ้งช่วงนานเกินไป กล้ามเนื้อก็จะฟื้นตัวกลับมาเต็มที่ทำให้ไม่เกิดผลลัพธ์แบบสะสม นี่จึงเป็นเหตุผลที่รอบการฉีด "ทุก 6 เดือน" กลายเป็นมาตรฐานทางคลินิกที่ยอมรับกันทั่วไปค่ะ

กล้ามเนื้อฝ่อ (Atrophy): คือสภาวะที่กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานมีขนาดและความแข็งแรงลดลงชั่วคราว และจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เมื่อเริ่มกลับมาใช้งานใหม่อีกครั้ง



วิธีดูแลตัวเองเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

พฤติกรรมต่างๆ ในช่วงแรกหลังการฉีด ถือเป็นคำแนะนำสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาของผลลัพธ์ค่ะ

  • ห้ามนวดหน้า: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังฉีด หลีกเลี่ยงการถูหรือนวดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ เพราะอาจทำให้ตัวกระจายไปยังบริเวณอื่นที่ไม่ได้ตั้งใจได้ค่ะ

  • งดการออกกำลังกายหนัก: การที่อัตราการไหลเวียนของเลือดเร็วขึ้น อาจทำให้โบท็อกซ์สลายตัวได้เร็วขึ้น ในวันแรกแนะนำให้พักผ่อนสบาย ๆ ดีกว่าค่ะ

  • งดดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและหลังทำหัตถการ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการช้ำและทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ช้าลงค่ะ



คำถามที่พบบ่อย

Q. รู้สึกว่าโบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็วมากเลยค่ะ ควรทำอย่างไรดี?

อันดับแรกแนะนำให้ตรวจสอบก่อนว่าปริมาณยูนิต (U) ที่ได้รับนั้นเพียงพอเหมาะกับขนาดกล้ามเนื้อหรือไม่ หากปริมาณยาเหมาะสมแล้ว อาจเกิดจากร่างกายของคุณมีระบบเผาผลาญที่ทำงานเร็วเป็นพิเศษ หรือมีการใช้กล้ามเนื้อในส่วนนั้นบ่อยเกินไป แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเพื่อลองเพิ่มปริมาณยาขึ้นเล็กน้อย หรือปรับระยะเวลาในการฉีดให้เหมาะสมขึ้นค่ะ

Q. สามารถกลับมาฉีดซ้ำก่อนที่ฤทธิ์ครั้งเก่าจะหมดลงได้ไหมคะ?

ทำได้ค่ะ การฉีดซ้ำก่อนที่ฤทธิ์เดิมจะหมดไปอย่างสิ้นเชิง จะช่วยส่งเสริมให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้อย่างต่อเนื่องยาวนานยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หากฉีดถี่เกินไปก็อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการดื้อยาได้ ดังนั้นจึงควรปรึกษาคุณหมอเรื่องช่วงเวลาที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดค่ะ

Q. ถ้าเกิดอาการดื้อยา (ดื้อโบท็อกซ์) ขึ้นมา จะเป็นอย่างไรบ้างคะ?

หากระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดีขึ้นมาต่อต้าน ผลลัพธ์จากการฉีดจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือในบางรายอาจไม่เห็นผลเลยค่ะ ในกรณีนี้ คุณหมออาจแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ Botulinum Toxin ชนิดอื่น หรือแนะนำให้พักการฉีดไปก่อนระยะเวลาหนึ่งค่ะ

บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

โบท็อกซ์อยู่ได้นานแค่ไหน? ทำไมแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน

📚 เจาะลึกเรื่องโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์

1. โบท็อกซ์คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์
   └─ 1.2 หลักการทำงาน

2. ประเภทและการเปรียบเทียบ
   └─ 2.1 เปรียบเทียบแต่ละแบรนด์ (Botox·Dysport·Nabota·Coretox)

3. บริเวณที่ฉีด
   ├─ 3.1 ริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก)
   └─ 3.2 ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

4. ข้อควรรู้
   ├─ 4.1 ระยะเวลาของผลลัพธ์  บทความปัจจุบัน
   ├─ 4.2 ผลข้างเคียง
   └─ 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

🔗 ลิงก์ไปยังบทความอื่น ๆ

โบท็อกซ์คืออะไร?1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์ · 1.2 หลักการทำงาน

ประเภทและการเปรียบเทียบ2.1 เปรียบเทียบแต่ละแบรนด์ (Botox·Dysport·Nabota·Coretox)

บริเวณที่ฉีด3.1 ริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก) · 3.2 ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

ข้อควรรู้4.2 ผลข้างเคียง · 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

ขอสรุปสั้น ๆ ก่อนเลยว่า ตัวเลข "3-6 เดือน" ที่เคยได้ยินกันนั้น จะว่าใช่ก็ใช่ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่เชิงค่ะ แม้ว่านี่จะเป็นช่วงระยะเวลาเฉลี่ยทั่วไป แต่ในความเป็นจริง บางคนที่ฉีดไปไม่ถึง 2 เดือนก็เริ่มคลายตัวแล้ว ในขณะที่บางคนกลับอยู่ได้นานถึง 6-8 เดือนเลยทีเดียว การเข้าใจปัจจัยที่ทำให้เกิดความแตกต่างนี้ จะช่วยให้เราเข้าใจว่าทำไมโบท็อกซ์ถึงอยู่กับเราได้สั้นลง และจะทำอย่างไรให้ผลลัพธ์นั้นอยู่ได้ยาวนานขึ้นค่ะ



หัวใจสำคัญอยู่ที่ความเร็วในการเชื่อมต่อใหม่ของประสาท

สาเหตุที่โบท็อกซ์หมดฤทธิ์ลง เป็นเพราะเส้นประสาทจะสร้างแขนงใหม่ขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้ออีกครั้ง มีรายงานทางคลินิกที่ระบุว่า เส้นประสาทจะค่อย ๆ เติบโตขึ้นใหม่เพื่อไปเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อและทำให้ผลลัพธ์เริ่มคลายตัวลง ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน และอาจนานกว่านั้นในบางตำแหน่ง ซึ่งความเร็วในการเชื่อมต่อใหม่ตรงนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลค่ะ


※ ระบบเผาผลาญ (Metabolism): ยิ่งเป็นคนที่ระบบเผาผลาญทำงานเร็ว ออกกำลังกายบ่อย หรืออายุยังน้อย เส้นประสาทก็มักจะเชื่อมต่อใหม่ได้เร็วขึ้น ในทางกลับกัน ยิ่งเราขยับกล้ามเนื้อบริเวณนั้นน้อยลง หรือยิ่งมีประสบการณ์การฉีดซ้ำ ๆ มาก่อน ผลลัพธ์ก็อาจจะยาวนานขึ้นได้ แม้แต่ในคน ๆ เดียวกัน ระยะเวลาผลลัพธ์ก็ยังแตกต่างไปตามช่วงเวลาที่ฉีด สภาพร่างกาย และระดับความเครียด ณ ช่วงเวลานั้น ๆ ด้วยค่ะ

ระบบเผาผลาญ (Metabolism): คืออัตราความเร็วที่ร่างกายย่อยสลายอาหารและสารเคมีเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน ยิ่งระบบนี้ทำงานเร็ว ยาหรือสารพิษต่าง ๆ (รวมถึงโบท็อกซ์) ก็จะถูกขจัดออกได้เร็วขึ้นเช่นกัน


신경이 재연결되는 속도가 핵심



ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละตำแหน่ง

ต่อให้เป็นคน ๆ เดียวกัน แต่ระยะเวลาของผลลัพธ์ก็จะมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าฉีดที่ส่วนไหนค่ะ

จุดที่เราต้องแสดงสีหน้าบ่อย ๆ อย่างหน้าผาก หรือระหว่างคิ้ว จะมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเยอะมาก ทำให้เส้นประสาทเชื่อมต่อใหม่ได้เร็วกว่า แต่ในจุดที่กล้ามเนื้อมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวน้อยกว่า เช่น กล้ามเนื้อกราม (Masseter) หรือกล้ามเนื้อน่อง (Gastrocnemius) ผลลัพธ์มักจะอยู่ได้นานกว่าอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลาย ๆ คนรู้สึกว่าโบท็อกซ์ปรับรูปหน้า (ลดกราม/น่อง) อยู่ได้นานกว่าโบท็อกซ์ลดริ้วรอยนั่นเองค่ะ


부위마다 지속 시간이 다르다



ถ้าใช้ปริมาณ (U) น้อยเกินไป ฤทธิ์ก็จะหมดเร็ว

หากปริมาณโบท็อกซ์ที่ใช้นั้นไม่เพียงพอ ประสิทธิภาพในการบล็อกเส้นประสาทก็อาจจะไม่สมบูรณ์ค่ะ ถ้าหากเพิ่งเคยฉีดเป็นครั้งแรกแล้วรู้สึกว่า "อยู่ได้ไม่ถึง 2 เดือนเลย" อาจจำเป็นต้องนำเรื่องปริมาณยูนิต (U) ที่ใช้กลับมาพิจารณาดูอีกครั้ง

แต่ในทางกลับกัน หากฉีดเยอะจนเกินไป ก็อาจจะทำให้แสดงสีหน้าได้ไม่เป็นธรรมชาติ ดูแข็งแกร็งได้ ดังนั้นการเริ่มในปริมาณที่พอเหมาะก่อน แล้วค่อย ๆ ดูการตอบสนองของร่างกายเพื่อปรับเปลี่ยนในครั้งต่อไป จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัย และส่งผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติมากกว่าค่ะ


용량이 적으면 빨리 끝난다



ฉีดอย่างต่อเนื่องช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานขึ้น

สำหรับคนที่ฉีดโบท็อกซ์เป็นประจำอย่างต่อเนื่องมานาน มักจะมีคนที่บอกว่า "หลัง ๆ มานี้อยู่ได้นานขึ้นนะ" นั่นเป็นเพราะการฉีดซ้ำ ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นฝ่อตัวลง (Atrophy) จนแรงหดตัวของกล้ามเนื้อลดลง ทำให้แม้ว่าโบท็อกซ์จะเริ่มหมดฤทธิ์แล้ว แต่การทำงานของกล้ามเนื้อก็ยังคงลดลงอยู่ โดยทั่วไปแล้ว หลายท่านจะพบรูปแบบที่ผลลัพธ์ค่อย ๆ ยาวนานขึ้น จากการฉีดครั้งแรกที่อยู่ได้ 3-4 เดือน ครั้งที่สองขยับเป็น 4-5 เดือน และตั้งแต่ครั้งที่สามเป็นต้นไปอาจอยู่ได้นานถึง 5-6 เดือน ซึ่งทำให้ระยะห่างของการฉีดนั้นค่อย ๆ ห่างขึ้นโดยธรรมชาติจนได้รอบการฉีดที่ลงตัวกับตัวเองค่ะ

ซึ่งเรื่องนี้แตกต่างจากความเข้าใจผิดที่ว่า "ถ้าฉีดบ่อย ๆ แล้วกล้ามเนื้อจะเสียไปเลย" นะคะ เพราะถ้าหากหยุดฉีด ท้ายที่สุดแล้วการทำงานของกล้ามเนื้อก็จะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติค่ะ ※ สภาวะกล้ามเนื้อฝ่อ (Atrophy) ชั่วคราวนี้ ไม่ใช่เรื่องเดียวกับการเสียหายอย่างถาวรแต่อย่างใด เพียงแต่ในกรณีของโบท็อกซ์ปรับรูปหน้า (ลดกราม/น่อง) หากหยุดฉีดไปเลยอย่างสิ้นเชิง กล้ามเนื้อก็อาจจะค่อย ๆ พัฒนากลับมามีขนาดใหญ่เท่าเดิมได้ค่ะ


반복 시술로 효과가 길어지는 경우



ทำไมคลินิกส่วนใหญ่ถึงแนะนำรอบการฉีดที่ 6 เดือน

การที่คลินิกปรับรูปหน้าแนะนำให้ "กลับมาฉีดทุก ๆ 6 เดือน" ไม่ใช่เพียงเพราะอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้ต่อเนื่องเท่านั้นค่ะ แต่เมื่อกล้ามเนื้อที่ถูกบล็อกสัญญาณประสาทเกิดฝ่อตัวลงอย่างเต็มที่ และสภาวะฝ่อนั้นคงตัว จะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน จากนั้นเมื่อประสาทเริ่มเชื่อมต่อใหม่และกล้ามเนื้อเริ่มกลับมาทำงานจนขนาดค่อย ๆ กลับมาเท่าเดิม จะใช้เวลาเพิ่มอีกประมาณ 2-3 เดือน เมื่อรวมภาพรวมทั้งหมดแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการฉีดหนึ่งครั้งจะคลายตัวจนหมดจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนพอดิบพอดีค่ะ

ดังนั้น การฉีดซ้ำในช่วงเวลาก่อนที่ผลลัพธ์จะหมดฤทธิ์ไปโดยสิ้นเชิง (ช่วงที่กล้ามเนื้อเริ่มจะกลับมาหดตัวหรือโตขึ้นอีกครั้ง) จะช่วยสะสมสภาวะการฝ่อของกล้ามเนื้อ ทำให้ผลลัพธ์ในครั้งต่อไปอยู่ได้นานขึ้น และเมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ ก็จะส่งผลให้เราสามารถใช้ปริมาณยูนิตที่น้อยลงแต่ได้ผลลัพธ์ที่เท่าเดิมได้ค่ะ ในทางตรงกันข้าม หากฉีดบ่อยเกินไปก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อยา (เกิดแอนติบอดี) และหากทิ้งช่วงนานเกินไป กล้ามเนื้อก็จะฟื้นตัวกลับมาเต็มที่ทำให้ไม่เกิดผลลัพธ์แบบสะสม นี่จึงเป็นเหตุผลที่รอบการฉีด "ทุก 6 เดือน" กลายเป็นมาตรฐานทางคลินิกที่ยอมรับกันทั่วไปค่ะ

กล้ามเนื้อฝ่อ (Atrophy): คือสภาวะที่กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานมีขนาดและความแข็งแรงลดลงชั่วคราว และจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เมื่อเริ่มกลับมาใช้งานใหม่อีกครั้ง



วิธีดูแลตัวเองเพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

พฤติกรรมต่างๆ ในช่วงแรกหลังการฉีด ถือเป็นคำแนะนำสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาของผลลัพธ์ค่ะ

  • ห้ามนวดหน้า: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังฉีด หลีกเลี่ยงการถูหรือนวดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ เพราะอาจทำให้ตัวกระจายไปยังบริเวณอื่นที่ไม่ได้ตั้งใจได้ค่ะ

  • งดการออกกำลังกายหนัก: การที่อัตราการไหลเวียนของเลือดเร็วขึ้น อาจทำให้โบท็อกซ์สลายตัวได้เร็วขึ้น ในวันแรกแนะนำให้พักผ่อนสบาย ๆ ดีกว่าค่ะ

  • งดดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและหลังทำหัตถการ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการช้ำและทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ช้าลงค่ะ



คำถามที่พบบ่อย

Q. รู้สึกว่าโบท็อกซ์หมดฤทธิ์เร็วมากเลยค่ะ ควรทำอย่างไรดี?

อันดับแรกแนะนำให้ตรวจสอบก่อนว่าปริมาณยูนิต (U) ที่ได้รับนั้นเพียงพอเหมาะกับขนาดกล้ามเนื้อหรือไม่ หากปริมาณยาเหมาะสมแล้ว อาจเกิดจากร่างกายของคุณมีระบบเผาผลาญที่ทำงานเร็วเป็นพิเศษ หรือมีการใช้กล้ามเนื้อในส่วนนั้นบ่อยเกินไป แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเพื่อลองเพิ่มปริมาณยาขึ้นเล็กน้อย หรือปรับระยะเวลาในการฉีดให้เหมาะสมขึ้นค่ะ

Q. สามารถกลับมาฉีดซ้ำก่อนที่ฤทธิ์ครั้งเก่าจะหมดลงได้ไหมคะ?

ทำได้ค่ะ การฉีดซ้ำก่อนที่ฤทธิ์เดิมจะหมดไปอย่างสิ้นเชิง จะช่วยส่งเสริมให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้อย่างต่อเนื่องยาวนานยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หากฉีดถี่เกินไปก็อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการดื้อยาได้ ดังนั้นจึงควรปรึกษาคุณหมอเรื่องช่วงเวลาที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดค่ะ

Q. ถ้าเกิดอาการดื้อยา (ดื้อโบท็อกซ์) ขึ้นมา จะเป็นอย่างไรบ้างคะ?

หากระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดีขึ้นมาต่อต้าน ผลลัพธ์จากการฉีดจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือในบางรายอาจไม่เห็นผลเลยค่ะ ในกรณีนี้ คุณหมออาจแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ Botulinum Toxin ชนิดอื่น หรือแนะนำให้พักการฉีดไปก่อนระยะเวลาหนึ่งค่ะ

บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

จากสารพิษสู่หัตถการความงาม Botox มีต้นกำเนิดมาได้อย่างไร

โครงหน้า&วอลลุ่ม

จากสารพิษสู่หัตถการความงาม Botox มีต้นกำเนิดมาอย่างไร

รู้ไหมคะว่า Botox ที่ดังเรื่องลดริ้วรอย ตอนแรกถูกวิจัยขึ้นมาเพื่อเป็นยาพิษ? นี่เป็นประวัติศาสตร์ที่คาดไม่ถึงเลยค่ะ จากสารพิษโบทูลินัมสู่การพัฒนามาเป็นยารักษาโรค และกลายมาเป็นหัตถการความงามในที่สุด

เมื่อเราฉีดโบท็อกซ์ จะเกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีด botox แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

ที่ริ้วรอยดูตึงเรียบเนียนขึ้น เป็นเพราะกล้ามเนื้อหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราวค่ะ มาทำความเข้าใจหลักการทำงานของ Botox ที่เข้าไปออกฤทธิ์บริเวณจุดประสานประสานกล้ามเนื้อ (neuromuscular junction) กันค่ะ

Botox, Dysport, Nabota ทั้งสามตัวนี้เป็น Botulinum เหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Botox, Dysport, Nabota ทั้งสามตัวนี้ก็เป็น Botulinum เหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

โบท็อกซ์ (Botulinum toxin) ตัวเดียวกัน แต่ทำไมถึงมีหลายยี่ห้อนะ? วันนี้มาดูสรุปเข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับความแตกต่างของแต่ละแบรนด์, วิธีคำนวณยูนิต (unit), และจุดที่เหมาะในการฉีดของแต่ละยี่ห้อกันค่ะ

โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน

ทำไมฉีดโบกัสหน้าผากแล้วคิ้วตก? ทำไมโบกัสตรงระหว่างคิ้วถึงได้ผลดีมากๆ? — เจาะลึกกลไกและข้อควรระวังในแต่ละจุดกันค่ะ

โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับโหมดโครงสร้างและกรอบรูปหน้าของคุณอย่างไร?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับรูปหน้าและรูปร่างให้เปลี่ยนไปได้อย่างไร

การปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์มีหลักการทำงานอย่างไร? อธิบายการทำงานของแต่ละส่วนและผลลัพธ์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) บริเวณกราม ไปจนถึงกล้ามเนื้อน่อง (gastrocnemius)

โบท็อกซ์อยู่ได้นานแค่ไหน ทำไมแต่ละคนถึงได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ? แล้วทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน

ที่เคยได้ยินว่า โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นาน 3-6 เดือน แต่ทำไมสำหรับบางคนถึงรู้สึกว่าสั้นกว่านั้น? เรามีคำตอบเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาความปัง ทั้งระบบเผาผลาญของร่างกาย ปริมาณยาที่ใช้ บริเวณที่ฉีด รวมถึงความถี่ในการทำซ้ำซ้อนค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1