ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

ผลข้างเคียงของการฉีดโบท็อกซ์ สรุปให้ฟังแบบตรงไปตรงมาค่ะ

ผลข้างเคียงของการฉีดโบท็อกซ์ สรุปให้ฟังแบบตรงไปตรงมาค่ะ

ผลข้างเคียงของการฉีดโบท็อกซ์ สรุปให้ฟังแบบตรงไปตรงมาค่ะ

รู้ไหมคะว่าโบท็อกซ์ไม่มี ยาแก้พิษ (antidote)? มารู้จักกับประเภทและสาเหตุของผลข้างเคียง พร้อมวิธีลดความเสี่ยงกันอย่างตรงไปตรงมาดีกว่าค่ะ

สรุปเรื่องผลข้างเคียงโบท็อกซ์ตรงๆ ให้เข้าใจง่ายๆ กันค่ะ

📚 เจาะลึกโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์

1. โบท็อกซ์คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติของโบท็อกซ์
   └─ 1.2 หลักการทำงาน

2. ประเภท
   └─ 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ (โบท็อกซ์·Dysport·Nabota·Coretox)

3. บริเวณที่ฉีด
   ├─ 3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·รอบดวงตา·รอบริมฝีปาก)
   └─ 3.2 การปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายหน้าใบหู)

4. สิ่งที่ควรรู้
   ├─ 4.1 ระยะเวลาคงเหลือของผลลัพธ์
   ├─ 4.2 ผลข้างเคียง  บทความปัจจุบัน
   └─ 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย
📚 เจาะลึกโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์

1. โบท็อกซ์คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติของโบท็อกซ์
   └─ 1.2 หลักการทำงาน

2. ประเภท
   └─ 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ (โบท็อกซ์·Dysport·Nabota·Coretox)

3. บริเวณที่ฉีด
   ├─ 3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·รอบดวงตา·รอบริมฝีปาก)
   └─ 3.2 การปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายหน้าใบหู)

4. สิ่งที่ควรรู้
   ├─ 4.1 ระยะเวลาคงเหลือของผลลัพธ์
   ├─ 4.2 ผลข้างเคียง  บทความปัจจุบัน
   └─ 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

🔗 ลิงก์ไปยังบทความอื่น

โบท็อกซ์คืออะไร?1.1 ประวัติของโบท็อกซ์ · 1.2 หลักการทำงาน

ประเภท2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ (โบท็อกซ์·Dysport·Nabota·Coretox)

บริเวณที่ฉีด3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·รอบดวงตา·รอบริมฝีปาก) · 3.2 การปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายหน้าใบหู)

สิ่งที่ควรรู้4.1 ระยะเวลาคงเหลือของผลลัพธ์ · 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

ขอสรุปให้ฟังตั้งแต่ต้นเลยนะคะว่า โบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการที่ไม่มีผลข้างเคียงเลยค่ะ แต่ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะเป็นแค่ชั่วคราว และหากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม โอกาสเกิดก็ถือว่าต่ำมากค่ะ สิ่งสำคัญคือเราต้องแยกแยะให้ออกว่ามีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่เกิดขึ้นบ่อย อะไรที่ต้องกังวลจริงๆ และอะไรที่ไม่น่ากังวลค่ะ



ผลข้างเคียงที่พบบ่อย — ส่วนใหญ่เป็นแค่ชั่วคราว

อาการที่พบบ่อยที่สุดคือปฏิกิริยาบริเวณรอบๆ รอยเข็มทันทีหลังฉีดค่ะ

  • รอยช้ำ: เกิดจากการที่ปลายเข็มไปสะกิดโดนเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก ปกติจะจางหายไปเองตามธรรมชาติภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ

  • อาการบวมหรือรอยแดง: เป็นปฏิกิริยาของผิวหนังต่อการฉีดเข็ม ส่วนใหญ่จะยุบลงภายในไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึง 1-2 วันค่ะ

  • อาการปวดศีรษะ: หลังฉีดบริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว บางท่านอาจมีอาการปวดศีรษะเบาๆ ในวันนั้นหรือภายใน 1-2 วัน ซึ่งปกติตัวยาแก้ปวดทั่วไปก็สามารถช่วยควบคุมอาการได้ค่ะ

อาการเหล่านี้เป็นปฏิกิริยาทั่วไปที่เกิดขึ้นได้เมื่อผิวหนังโดนเข็มฉีดยา มากกว่าที่จะเกิดจากตัวยาโบท็อกซ์โดยตรงค่ะ


흔한 부작용 — 대부분 일시적



ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง — มักเกิดจากตำแหน่งหรือปริมาณยาที่ผิดพลาด

ผลข้างเคียงที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษ มักเกิดขึ้นเมื่อโบท็อกซ์แพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นนอกเหนือจากที่ตั้งใจ หรือเมื่อมีการปรับปริมาณยาที่ไม่เหมาะสมค่ะ

※ หนังตาตก (Ptosis): อาการหนังตาตกลงมาหลังจากฉีดบริเวณหน้าผากหรือรอบดวงตา เกิดจากสารโบทูลินัมไปส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตา (Levator palpebrae superioris) ความเสี่ยงจะสูงขึ้นหากตำแหน่งเข็มอยู่ใกล้ดวงตามากเกินไปหรือปริมาณยาเข้มข้นเกินไป มีรายงานผลลัพธ์ว่า เป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาด้วยโบทูลินัมที่พบได้บ่อยที่สุด โดยมีอัตรารวมอยู่ที่ประมาณ 1-3% ค่ะ ปกติแล้วจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์หรือหลายเดือน แต่อาจมีความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตในช่วงเวลาดังกล่าวได้ค่ะ

หนังตาตก: ภาวะที่เปลือกตาตกลงมาต่ำกว่าระดับปกติ ทำให้บดบังทัศนวิสัยหรือทำให้ดูเป็นคนง่วงนอนตลอดเวลาค่ะ

ใบหน้าไม่สมมาตร (หน้าเบี้ยว): แม้จะใส่ปริมาณยาเท่ากันทั้งสองข้าง แต่หากขนาดของกล้ามเนื้อหรือตำแหน่งการฉีดต่างกันเล็กน้อย ก็อาจส่งผลให้ใบหน้าไม่เท่ากันได้ ซึ่งเคสส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดทัชอัพเพิ่มค่ะ

แสดงสีหน้าได้ไม่เป็นธรรมชาติ: หากใช้ปริมาณยามากเกินไปจนกล้ามเนื้อแทบไม่ขยับเลย เวลาหัวเราะหรือพูดคุยใบหน้าอาจจะดูแข็งทื่อและไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ ซึ่งจะกลับมาเป็นปกติเมื่อโบท็อกซ์เริ่มคลายตัวลงค่ะ


주의해야 할 부작용 — 위치·용량 오류에서 비롯된다



ผลข้างเคียงที่พบได้ยาก — สัญญาณที่รู้ไว้ก็เจอก่อนได้

เป็นอาการตอบสนองที่มีความถี่ในการเกิดต่ำ แต่รู้ไว้จะช่วยได้มากค่ะ

  • อาเจียนหรือคลื่นไส้: อาจเกิดขึ้นได้น้อยมากทันทีหลังทำค่ะ

  • กลืนลำบากหรือเสียงเปลี่ยน: อาจเกิดขึ้นได้ยากมากๆ หลังฉีดบริเวณรอบกรามหรือใกล้ลำคอ หากเกิดขึ้นควรรีบแจ้งแพทย์ทันทีค่ะ

  • การคลำเจอเป็นก้อนใต้ผิวหนัง: บริเวณที่ฉีดอาจรู้สึกแข็งๆ ตึงๆ ขึ้นมาได้ชั่วคราวค่ะ


드문 부작용 — 알아두면 좋은 신호



สัญญาณเตือนที่ต้องกลับไปพบแพทย์

หากมีอาการดังต่อไปนี้หลังทำ แนะนำให้รีบติดต่อโรงพยาบาลหรือไปพบแพทย์ทันทีเนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญค่ะ

  • อาการหนังตาตกต่อเนื่องยาวนานเกิน 2-3 สัปดาห์ หรือมีอาการแย่ลง

  • ความผิดปกติทางสายตา มีอาการเห็นภาพซ้อน (Diplopia)

  • กลืนอาหารลำบาก หรือเสียงเปลี่ยนไป

  • หายใจไม่สะดวก

แม้จะมีโอกาสเกิดน้อยมาก แต่อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ไม่ควรปล่อยปละละเลยเด็ดขาดค่ะ


병원 방문이 필요한 신호



วิธีลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับทักษะความชำนาญของผู้ให้บริการและการคำนวณปริมาณยาที่แม่นยำค่ะ การเลือกคุณหมอที่มีประสบการณ์สูงจึงเป็นวิธีแรกสุดในการช่วยลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี แนะนำให้ตรวจสอบว่าผู้ทำการรักษาเป็นแพทย์เฉพาะทางผิวหนังหรือศัลยศาสตร์ตกแต่งหรือไม่ เพราะโบท็อกซ์ไม่ใช่แค่การฉีดยาทั่วไป แต่เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการทำงานของโครงสร้างกล้ามเนื้อใบหน้า (Anatomy) ค่ะ

นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำว่า ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเกี่ยวกับยาที่กำลังรับประทานอยู่ (โดยเฉพาะยากลุ่มละลายลิ่มเลือด, ยาปฏิชีวนะ, และยาคลายกล้ามเนื้อ) เนื่องจากตัวยาบางประเภทอาจส่งผลต่อการทำงานของโบท็อกซ์หรือเพิ่มโอกาสการเกิดรอยช้ำได้ ตัวอย่างเช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของรอยช้ำ และยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (เช่น Aminoglycosides) อาจกระตุ้นผลของโบทูลินัมให้แรงขึ้นจนอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกินความตั้งใจได้ค่ะ แนะนำให้แจ้งข้อมูลเรื่องการทานอาหารเสริม สมุนไพร หรือวิตามิน E ปริมาณสูงให้แพทย์ทราบล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ก่อนทำจะดีที่สุดค่ะ



คำถามที่พบบ่อย

Q. หากเกิดผลข้างเคียงจากโบท็อกซ์ สามารถฉีดยาแก้พิษเพื่อสลายได้ทันทีเลยไหมคะ?

สารโบทูลินัมท็อกซินไม่มีตัวยาที่ช่วยแก้อาการหรือสลายได้ในทันทีค่ะ ผลข้างเคียงเกือบទាំងអស់จะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้เองตามธรรมชาติเมื่อตัวยาเริ่มหมดฤทธิ์ลง ดังนั้นในการฉีดครั้งแรก คุณหมอจึงมักจะเน้นประเมินปริมาณยาอย่างระมัดระวัง (ไม่ใส่เยอะเกินไป) เป็นสำคัญค่ะ

Q. มีโอกาสเกิดอาการแพ้บ้างไหมคะ?

เกิดขึ้นได้แต่น้อยมากๆ ค่ะ อาจเกิดปฏิกิริยาแพ้ง่ายต่อส่วนประกอบบางอย่างที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ (เช่น อัลบูมิน) แนะนำให้แชร์ประวัติการแพ้ยาต่างๆ กับแพทย์ผู้รักษาก่อนทำการฉีดนะคะ

Q. อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร สามารถรับบริการโบท็อกซ์ได้ไหมคะ?

ตามหลักการแพทย์แล้วควรหลีกเลี่ยงการฉีดโบท็อกซ์ระหว่างตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรค่ะ เนื่องจากยังไม่มีการทดสอบความปลอดภัยต่อทารกในครรภ์หรือเด็กทารกอย่างเพียงพอ ไกด์ไลน์ทางการแพทย์ส่วนใหญ่จึงไม่แนะนำให้ทำค่ะ

บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

สรุปเรื่องผลข้างเคียงโบท็อกซ์ตรงๆ ให้เข้าใจง่ายๆ กันค่ะ

📚 เจาะลึกโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์

1. โบท็อกซ์คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติของโบท็อกซ์
   └─ 1.2 หลักการทำงาน

2. ประเภท
   └─ 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ (โบท็อกซ์·Dysport·Nabota·Coretox)

3. บริเวณที่ฉีด
   ├─ 3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·รอบดวงตา·รอบริมฝีปาก)
   └─ 3.2 การปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายหน้าใบหู)

4. สิ่งที่ควรรู้
   ├─ 4.1 ระยะเวลาคงเหลือของผลลัพธ์
   ├─ 4.2 ผลข้างเคียง  บทความปัจจุบัน
   └─ 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

🔗 ลิงก์ไปยังบทความอื่น

โบท็อกซ์คืออะไร?1.1 ประวัติของโบท็อกซ์ · 1.2 หลักการทำงาน

ประเภท2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ (โบท็อกซ์·Dysport·Nabota·Coretox)

บริเวณที่ฉีด3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·รอบดวงตา·รอบริมฝีปาก) · 3.2 การปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายหน้าใบหู)

สิ่งที่ควรรู้4.1 ระยะเวลาคงเหลือของผลลัพธ์ · 4.3 8 คำถามที่พบบ่อย

ขอสรุปให้ฟังตั้งแต่ต้นเลยนะคะว่า โบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการที่ไม่มีผลข้างเคียงเลยค่ะ แต่ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะเป็นแค่ชั่วคราว และหากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม โอกาสเกิดก็ถือว่าต่ำมากค่ะ สิ่งสำคัญคือเราต้องแยกแยะให้ออกว่ามีผลข้างเคียงอะไรบ้างที่เกิดขึ้นบ่อย อะไรที่ต้องกังวลจริงๆ และอะไรที่ไม่น่ากังวลค่ะ



ผลข้างเคียงที่พบบ่อย — ส่วนใหญ่เป็นแค่ชั่วคราว

อาการที่พบบ่อยที่สุดคือปฏิกิริยาบริเวณรอบๆ รอยเข็มทันทีหลังฉีดค่ะ

  • รอยช้ำ: เกิดจากการที่ปลายเข็มไปสะกิดโดนเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก ปกติจะจางหายไปเองตามธรรมชาติภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ

  • อาการบวมหรือรอยแดง: เป็นปฏิกิริยาของผิวหนังต่อการฉีดเข็ม ส่วนใหญ่จะยุบลงภายในไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึง 1-2 วันค่ะ

  • อาการปวดศีรษะ: หลังฉีดบริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว บางท่านอาจมีอาการปวดศีรษะเบาๆ ในวันนั้นหรือภายใน 1-2 วัน ซึ่งปกติตัวยาแก้ปวดทั่วไปก็สามารถช่วยควบคุมอาการได้ค่ะ

อาการเหล่านี้เป็นปฏิกิริยาทั่วไปที่เกิดขึ้นได้เมื่อผิวหนังโดนเข็มฉีดยา มากกว่าที่จะเกิดจากตัวยาโบท็อกซ์โดยตรงค่ะ


흔한 부작용 — 대부분 일시적



ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง — มักเกิดจากตำแหน่งหรือปริมาณยาที่ผิดพลาด

ผลข้างเคียงที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษ มักเกิดขึ้นเมื่อโบท็อกซ์แพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นนอกเหนือจากที่ตั้งใจ หรือเมื่อมีการปรับปริมาณยาที่ไม่เหมาะสมค่ะ

※ หนังตาตก (Ptosis): อาการหนังตาตกลงมาหลังจากฉีดบริเวณหน้าผากหรือรอบดวงตา เกิดจากสารโบทูลินัมไปส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตา (Levator palpebrae superioris) ความเสี่ยงจะสูงขึ้นหากตำแหน่งเข็มอยู่ใกล้ดวงตามากเกินไปหรือปริมาณยาเข้มข้นเกินไป มีรายงานผลลัพธ์ว่า เป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาด้วยโบทูลินัมที่พบได้บ่อยที่สุด โดยมีอัตรารวมอยู่ที่ประมาณ 1-3% ค่ะ ปกติแล้วจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์หรือหลายเดือน แต่อาจมีความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตในช่วงเวลาดังกล่าวได้ค่ะ

หนังตาตก: ภาวะที่เปลือกตาตกลงมาต่ำกว่าระดับปกติ ทำให้บดบังทัศนวิสัยหรือทำให้ดูเป็นคนง่วงนอนตลอดเวลาค่ะ

ใบหน้าไม่สมมาตร (หน้าเบี้ยว): แม้จะใส่ปริมาณยาเท่ากันทั้งสองข้าง แต่หากขนาดของกล้ามเนื้อหรือตำแหน่งการฉีดต่างกันเล็กน้อย ก็อาจส่งผลให้ใบหน้าไม่เท่ากันได้ ซึ่งเคสส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดทัชอัพเพิ่มค่ะ

แสดงสีหน้าได้ไม่เป็นธรรมชาติ: หากใช้ปริมาณยามากเกินไปจนกล้ามเนื้อแทบไม่ขยับเลย เวลาหัวเราะหรือพูดคุยใบหน้าอาจจะดูแข็งทื่อและไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ ซึ่งจะกลับมาเป็นปกติเมื่อโบท็อกซ์เริ่มคลายตัวลงค่ะ


주의해야 할 부작용 — 위치·용량 오류에서 비롯된다



ผลข้างเคียงที่พบได้ยาก — สัญญาณที่รู้ไว้ก็เจอก่อนได้

เป็นอาการตอบสนองที่มีความถี่ในการเกิดต่ำ แต่รู้ไว้จะช่วยได้มากค่ะ

  • อาเจียนหรือคลื่นไส้: อาจเกิดขึ้นได้น้อยมากทันทีหลังทำค่ะ

  • กลืนลำบากหรือเสียงเปลี่ยน: อาจเกิดขึ้นได้ยากมากๆ หลังฉีดบริเวณรอบกรามหรือใกล้ลำคอ หากเกิดขึ้นควรรีบแจ้งแพทย์ทันทีค่ะ

  • การคลำเจอเป็นก้อนใต้ผิวหนัง: บริเวณที่ฉีดอาจรู้สึกแข็งๆ ตึงๆ ขึ้นมาได้ชั่วคราวค่ะ


드문 부작용 — 알아두면 좋은 신호



สัญญาณเตือนที่ต้องกลับไปพบแพทย์

หากมีอาการดังต่อไปนี้หลังทำ แนะนำให้รีบติดต่อโรงพยาบาลหรือไปพบแพทย์ทันทีเนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญค่ะ

  • อาการหนังตาตกต่อเนื่องยาวนานเกิน 2-3 สัปดาห์ หรือมีอาการแย่ลง

  • ความผิดปกติทางสายตา มีอาการเห็นภาพซ้อน (Diplopia)

  • กลืนอาหารลำบาก หรือเสียงเปลี่ยนไป

  • หายใจไม่สะดวก

แม้จะมีโอกาสเกิดน้อยมาก แต่อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ไม่ควรปล่อยปละละเลยเด็ดขาดค่ะ


병원 방문이 필요한 신호



วิธีลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับทักษะความชำนาญของผู้ให้บริการและการคำนวณปริมาณยาที่แม่นยำค่ะ การเลือกคุณหมอที่มีประสบการณ์สูงจึงเป็นวิธีแรกสุดในการช่วยลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี แนะนำให้ตรวจสอบว่าผู้ทำการรักษาเป็นแพทย์เฉพาะทางผิวหนังหรือศัลยศาสตร์ตกแต่งหรือไม่ เพราะโบท็อกซ์ไม่ใช่แค่การฉีดยาทั่วไป แต่เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการทำงานของโครงสร้างกล้ามเนื้อใบหน้า (Anatomy) ค่ะ

นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำว่า ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเกี่ยวกับยาที่กำลังรับประทานอยู่ (โดยเฉพาะยากลุ่มละลายลิ่มเลือด, ยาปฏิชีวนะ, และยาคลายกล้ามเนื้อ) เนื่องจากตัวยาบางประเภทอาจส่งผลต่อการทำงานของโบท็อกซ์หรือเพิ่มโอกาสการเกิดรอยช้ำได้ ตัวอย่างเช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของรอยช้ำ และยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (เช่น Aminoglycosides) อาจกระตุ้นผลของโบทูลินัมให้แรงขึ้นจนอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกินความตั้งใจได้ค่ะ แนะนำให้แจ้งข้อมูลเรื่องการทานอาหารเสริม สมุนไพร หรือวิตามิน E ปริมาณสูงให้แพทย์ทราบล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ก่อนทำจะดีที่สุดค่ะ



คำถามที่พบบ่อย

Q. หากเกิดผลข้างเคียงจากโบท็อกซ์ สามารถฉีดยาแก้พิษเพื่อสลายได้ทันทีเลยไหมคะ?

สารโบทูลินัมท็อกซินไม่มีตัวยาที่ช่วยแก้อาการหรือสลายได้ในทันทีค่ะ ผลข้างเคียงเกือบទាំងអស់จะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้เองตามธรรมชาติเมื่อตัวยาเริ่มหมดฤทธิ์ลง ดังนั้นในการฉีดครั้งแรก คุณหมอจึงมักจะเน้นประเมินปริมาณยาอย่างระมัดระวัง (ไม่ใส่เยอะเกินไป) เป็นสำคัญค่ะ

Q. มีโอกาสเกิดอาการแพ้บ้างไหมคะ?

เกิดขึ้นได้แต่น้อยมากๆ ค่ะ อาจเกิดปฏิกิริยาแพ้ง่ายต่อส่วนประกอบบางอย่างที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ (เช่น อัลบูมิน) แนะนำให้แชร์ประวัติการแพ้ยาต่างๆ กับแพทย์ผู้รักษาก่อนทำการฉีดนะคะ

Q. อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร สามารถรับบริการโบท็อกซ์ได้ไหมคะ?

ตามหลักการแพทย์แล้วควรหลีกเลี่ยงการฉีดโบท็อกซ์ระหว่างตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรค่ะ เนื่องจากยังไม่มีการทดสอบความปลอดภัยต่อทารกในครรภ์หรือเด็กทารกอย่างเพียงพอ ไกด์ไลน์ทางการแพทย์ส่วนใหญ่จึงไม่แนะนำให้ทำค่ะ

บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

จากสารพิษสู่หัตถการความงาม Botox มีต้นกำเนิดมาได้อย่างไร

โครงหน้า&วอลลุ่ม

จากสารพิษสู่หัตถการความงาม Botox มีต้นกำเนิดมาอย่างไร

รู้ไหมคะว่า Botox ที่ดังเรื่องลดริ้วรอย ตอนแรกถูกวิจัยขึ้นมาเพื่อเป็นยาพิษ? นี่เป็นประวัติศาสตร์ที่คาดไม่ถึงเลยค่ะ จากสารพิษโบทูลินัมสู่การพัฒนามาเป็นยารักษาโรค และกลายมาเป็นหัตถการความงามในที่สุด

เมื่อเราฉีดโบท็อกซ์ จะเกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีด botox แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

ที่ริ้วรอยดูตึงเรียบเนียนขึ้น เป็นเพราะกล้ามเนื้อหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราวค่ะ มาทำความเข้าใจหลักการทำงานของ Botox ที่เข้าไปออกฤทธิ์บริเวณจุดประสานประสานกล้ามเนื้อ (neuromuscular junction) กันค่ะ

Botox, Dysport, Nabota ทั้งสามตัวนี้เป็น Botulinum เหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Botox, Dysport, Nabota ทั้งสามตัวนี้ก็เป็น Botulinum เหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

โบท็อกซ์ (Botulinum toxin) ตัวเดียวกัน แต่ทำไมถึงมีหลายยี่ห้อนะ? วันนี้มาดูสรุปเข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับความแตกต่างของแต่ละแบรนด์, วิธีคำนวณยูนิต (unit), และจุดที่เหมาะในการฉีดของแต่ละยี่ห้อกันค่ะ

โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน

ทำไมฉีดโบกัสหน้าผากแล้วคิ้วตก? ทำไมโบกัสตรงระหว่างคิ้วถึงได้ผลดีมากๆ? — เจาะลึกกลไกและข้อควรระวังในแต่ละจุดกันค่ะ

โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับโหมดโครงสร้างและกรอบรูปหน้าของคุณอย่างไร?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับรูปหน้าและรูปร่างให้เปลี่ยนไปได้อย่างไร

การปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์มีหลักการทำงานอย่างไร? อธิบายการทำงานของแต่ละส่วนและผลลัพธ์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) บริเวณกราม ไปจนถึงกล้ามเนื้อน่อง (gastrocnemius)

โบท็อกซ์อยู่ได้นานแค่ไหน ทำไมแต่ละคนถึงได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ? แล้วทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน

ที่เคยได้ยินว่า โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นาน 3-6 เดือน แต่ทำไมสำหรับบางคนถึงรู้สึกว่าสั้นกว่านั้น? เรามีคำตอบเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาความปัง ทั้งระบบเผาผลาญของร่างกาย ปริมาณยาที่ใช้ บริเวณที่ฉีด รวมถึงความถี่ในการทำซ้ำซ้อนค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1