รู้ไหมว่าโบท็อกซ์ไม่มียาแก้พิษ? รู้จักประเภทและสาเหตุของผลข้างเคียง พร้อมวิธีลดความเสี่ยงตรงไปตรงมา

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
🔗 ไปยังบทความอื่น
โบท็อกซ์คืออะไร? — 1.1 ประวัติของโบท็อกซ์ · 1.2 หลักการทำงาน
ประเภท — 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ (Botox, Dysport, Nabota, Coretox)
บริเวณที่ฉีด — 3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก) · 3.2 ปรับรูปหน้า (กราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)
สิ่งที่ควรรู้ — 4.1 ระยะเวลาคงผลลัพธ์ · 4.3 คำถามที่พบบ่อย 8 ข้อ
ขอสรุปสั้นๆ ตรงนี้เลยนะครับว่า โบท็อกซ์ไม่ใช่หัตถการที่ไม่มีผลข้างเคียงเลยครับ แต่ผลข้างเคียงส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และมีโอกาสเกิดน้อยมากหากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญคือเราต้องแยกแยะให้ออกว่าผลข้างเคียงแบบไหนเกิดบ่อยเท่าไหร่ อะไรคือสิ่งที่ต้องกังวลจริงๆ และอะไรที่ไม่ต้องกังวลครับ
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย — เกิดขึ้นแค่ชั่วคราวเป็นส่วนใหญ่
อาการตอบสนองบริเวณที่ฉีดทันทีหลังทำเสี้ยววินาทีเป็นเคสที่พบได้บ่อยที่สุดครับ
รอยช้ำ: เกิดขึ้นเมื่อปลายเข็มไปสะกิดโดนเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ซึ่งจะจางหายไปเองตามธรรมชาติภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ
อาการบวม/แดง: เป็นปฏิกิริยาของผิวหนังต่อการฉีดเข็ม ส่วนใหญ่จะยุบลงภายในไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึง 1-2 วันครับ
อาการปวดหัว: บางท่านอาจรู้สึกปวดหัวตื้อๆ เล็กน้อยในวันนั้นจนถึง 2 วันหลังฉีดบริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว ซึ่งปกติแล้วสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไปครับ
อาการเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นปฏิกิริยาทั่วไปที่เกิดขึ้นจากการใช้เข็มกับผิวหนัง มากกว่าจะเป็นผลจากตัวโบท็อกซ์โดยตรงครับ

ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง — มักเกิดจากตำแหน่งหรือปริมาณยาที่ผิดพลาด
ผลข้างเคียงที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษมักเกิดขึ้นเมื่อตัวยาโบท็อกซ์กระจายไปยังบริเวณอื่นนอกเหนือจากที่ตั้งใจไว้ หรือเมื่อมีการปรับปริมาณยา (Unit) ไม่เหมาะสมครับ
ภาวะหนังตาตก (Ptosis)*: เป็นอาการที่เปลือกตาตกลงมาหลังจากฉีดบริเวณหน้าผากหรือรอบดวงตา เกิดจากสารโบทูลินัมท็อกซินแพร่กระจายไปส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตาขึ้น ความเสี่ยงนี้จะสูงขึ้นหากตำแหน่งที่ฉีดอยู่ใกล้ดวงตามากเกินไปหรือใช้ปริมาณยามากเกินไป มีรายงานว่าเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดของหัตถการนี้ โดยมีอัตราการเกิดอยู่ที่ประมาณ 1-3% เลยครับ โดยปกติแล้วจะค่อยๆ ฟื้นตัวและดีขึ้นเองภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน แต่อาจทำให้รู้สึกไม่สะดวกสบายในการใช้ชีวิตในช่วงเวลานั้นได้ครับ
*ภาวะหนังตาตก: ภาวะที่เปลือกตาตกลงมาต่ำกว่าระดับปกติ ทำให้บดบังทัศนวิสัยในการมองเห็น หรือทำให้ดูเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา
ใบหน้าไม่สมมาตร (เบี้ยว): แม้จะฉีดในปริมาณที่เท่ากันทั้งสองข้าง แต่อยากให้เข้าใจว่าขนาดของกล้ามเนื้อหรือตำแหน่งการฉีดที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่เท่ากันได้ครับ ซึ่งส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดแต่งเติมเพิ่มครับ
แสดงสีหน้าได้ไม่เป็นธรรมชาติ: หากใช้ปริมาณยาที่มากเกินไปจนกล้ามเนื้อแทบไม่ขยับเลย อาจทำให้เวลาหัวเราะหรือพูดดูเกร็งและไม่เป็นธรรมชาติได้ครับ แต่เมื่อโบท็อกซ์เริ่มคลายตัวก็จะกลับมาเป็นปกติและเป็นธรรมชาติเหมือนเดิมแน่นอนครับ

ผลข้างเคียงที่พบได้ยาก — สัญญาณเตือนที่ควรรู้ไว้
แม้จะมีโอกาสเกิดน้อยมาก แต่ก็เป็นอาการที่หากรู้ไว้ก่อนจะมีประโยชน์มากครับ
อาเจียน/คลื่นไส้: อาจเกิดขึ้นได้น้อยมากทันทีหลังทำหัตถการครับ
กลืนลำบาก/เสียงเปลี่ยนไป: อาจเกิดขึ้นได้ยากมากๆ หลังจากการฉีดบริเวณรอบๆ กรามหรือใกล้ลำคอ หากมีอาการนี้ควรรีบแจ้งแพทย์ทันทีนะครับ
ผิวเป็นก้อน (สัมผัสแล้วแข็งๆ): บริเวณที่ฉีดอาจรู้สึกแข็งเป็นก้อนชั่วคราวได้ครับ

สัญญาณเตือนที่ต้องกลับมาพบแพทย์
หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้หลังรับบริการ แนะนำให้รีบติดต่อคลินิกที่ฉีดหรือไปพบแพทย์ทันทีนะครับ
มีอาการหนังตาตกติดต่อกันนานกว่า 2-3 สัปดาห์ หรือมีอาการแย่ลง
มองเห็นภาพผิดปกติ เช่น เห็นภาพซ้อน (มองเห็นสิ่งเดียวเป็นสองสิ่งซ้อนกัน)
กลืนลำบาก หรือเสียงเปลี่ยนไปจากเดิม
หายใจไม่สะดวก หรืออึดอัดหน้าอก
แม้ว่าอาการเหล่านี้จะพบได้ยากมากๆ แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนที่ปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาดหากเกิดขึ้นครับ

วิธีลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับฝีมือ เทคนิค และการคำนวณปริมาณยาที่แม่นยำของคุณหมอครับ การเลือกคุณหมอที่มีประสบการณ์สูงจึงเป็นวิธีช่วยลดความเสี่ยงที่ดีที่สุดเลยครับ แนะนำให้เช็กให้ดีก่อนว่าคนไข้ได้รับการรักษากับแพทย์เฉพาะทางผิวหนังหรือศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรงหรือไม่ เพราะการฉีดโบท็อกซ์ไม่ใช่แค่การจิ้มเข็มลงไปเฉยๆ แต่เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกายวิภาคของใบหน้า (Anatomy) ครับ
นอกจากนี้ ยังมีข้อแนะนำว่าก่อนทำหัตถการ คนไข้ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาที่กำลังรับประทานอยู่ (โดยเฉพาะยากลุ่มละลายลิ่มเลือด, ยาปฏิชีวนะ, และยาคลายกล้ามเนื้อ) ด้วยนะครับ เนื่องจากยาบางชนิดอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของโบท็อกซ์หรือทำให้เกิดรอยช้ำได้ง่ายขึ้นครับ ตัวอย่างเช่น แอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำ ส่วนยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม (เช่น อะมิโนไกลโคไซด์) อาจไปเสริมฤทธิ์ของสารโบทูลินัมจนทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ครับ ทางที่ดีควรงดอาหารเสริม สมุนไพร หรือวิตามินอีปริมาณสูง ล่วงหน้าก่อนทำ 1-2 สัปดาห์ และแจ้งคุณหมอให้ทราบด้วยนะครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q. หากเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดโบท็อกซ์ มีวิธีสลายหรือแก้พิษทันทีไหมคะ?
สารโบทูลินัมท็อกซินไม่มีตัวสลายหรือยาแก้พิษที่ให้ผลทันทีครับ ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะค่อยๆ หายดีขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อตัวโบท็อกซ์หมดฤทธิ์ลง ดังนั้นในการฉีดครั้งแรก การประเมินเพื่อใช้ปริมาณยาแบบปลอดภัยไว้ก่อน (ไม่ฉีดเยอะเกินไป) จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ
Q. มีโอกาสแพ้โบท็อกซ์ไหมคะ?
พบน้อยมากแต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ครับ อาจเป็นการแพ้ส่วนประกอบอื่นๆ ที่ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์โบท็อกซ์ (เช่น สารอัลบูมิน) แนะนำให้แชร์ประวัติการแพ้ต่างๆ กับคุณหมอก่อนเริ่มทำการรักษานะครับ
Q. กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่ สามารถฉีดโบท็อกซ์ได้ไหมคะ?
ตามหลักการแพทย์แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการฉีดโบท็อกซ์ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรครับ เนื่องจากยังไม่มีผลการศึกษาที่ยืนยันความปลอดภัยในทารกในครรภ์หรือทารกแรกเกิดอย่างเพียงพอ แนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ส่วนใหญ่จึงไม่แนะนำให้ทำครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

ยกกระชับ
หลังทำ Sofwave คลำเจอก้อนแข็ง ผิดปกติหรือเปล่า?
คลำเจอก้อนแข็งใต้ผิวหลังทำ Sofwave ไม่ได้แปลว่าผิดปกติเสมอไป มาดูสาเหตุ ระยะเวลาที่ก้อนมักนิ่มลง วิธีดูแลระหว่างรอ และสัญญาณที่ควรกลับไปพบแพทย์

ผิว
ผิวเพิ่งไหม้แดด ทำเลเซอร์ฝ้ากระได้เลยไหม รอนานแค่ไหน?
ผิวที่เพิ่งโดนแดดจัดเปลี่ยนจุดที่พลังงานเลเซอร์ลงไปทำงาน มาดูว่าควรรอนานแค่ไหนก่อนทำเลเซอร์ฝ้ากระ ทำไมต้องรอ และดูยังไงว่าผิวพร้อมแล้ว

ลบรอยสัก
กำลังลบตาตูด้วย Pico laser อยู่ค่ะ แต่ตรงส่วนที่เป็นสีเนื้อกลับคล้ำลงกว่าเดิม เป็นเพราะหมึกสีขาวหรือเปล่าคะ?
อธิบายถึงสิ่งที่คุณต้องเช็คและข้อมูลที่ต้องเตรียมไว้ปรึกษาในการรักษาเซสชันถัดไป เมื่อพยายามลบรอยสักแบบ cover-up แล้วกลับพบว่าสีผิวกลับเข้มขึ้นกว่าเดิม

ผิว
หลังจากทำ Thermage แล้ว สามารถกลับไปเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือออกกำลังกายได้ตั้งแต่วันไหนคะ?
เราได้อธิบายรายละเอียดอย่างเจาะลึก โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือกระบวนการฟื้นฟูผิวที่เกิดขึ้นในชั้นผิวแท้ทันทีหลังทำ Thermage และกระบวนการที่การกระตุ้นด้วยความร้อนทำให้เกิดรอยแดงเป็นเวลานานค่ะ

ผิว
ต่อขนตาอยู่ทำหัตถการรอบดวงตาได้ไหม ถอดเมื่อไหร่ดี
ต่อขนตาอยู่จะทำ HIFU ยกกระชับ สกินบูสเตอร์ หรือเลเซอร์รอบดวงตาได้ไหม มาดูว่าหัตถการไหนต้องถอดขนตาออกก่อน และควรต่อใหม่เมื่อไหร่ดีค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
หากต้องเลือกคอลลาเจน skin booster เพียงอย่างเดียวระหว่าง Radiesse กับ Juvelook จะตัดสินใจเลือกอย่างไรดี?
หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Radiesse และ Juvelook เพื่อเป็น คอลลา겐 booster เราได้สรุปตั้งแต่ความแตกต่างของตัวยา ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมฝีมือของแพทย์ผู้ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาให้แล้วค่ะ



