ผู้อำนวยการ วี ยองจิน คิม กาอึล แห่งคลินิกบิวตี้สโตน ฮงแด
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก
ฮงแด บิวตี้ด็อกเตอร์ บิวตี้สโตนคลินิก

8 ข้อควรรู้ก่อนฉีด Botox ที่คุณไม่ควรพลาด

8 ข้อควรรู้ก่อนฉีด Botox ที่คุณไม่ควรพลาด

8 ข้อควรรู้ก่อนฉีด Botox ที่คุณไม่ควรพลาด

ตั้งแต่ "ควรเริ่มทำตรงไหนก่อนดี?" ไปจนถึง "ต้องฉีดโบท็อกซ์ตลอดไปไหมถึงจะคงสภาพไว้ได้?" — เราได้รวบรวม 8 คำถามยอดฮิตที่คนถามบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจฉีดบิวตี้ท็อกซ์ (Botox) มาให้แล้วค่ะ

8 เรื่องน่ารู้ที่ต้องเช็กให้ชัวร์ ก่อนฉีด Botulinum Toxin (โบท็อกซ์)

ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่พึ่งเริ่มสนใจโบท็อกซ์ หรือจะเป็นมือโปรที่ฉีดเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ยังมีเรื่องที่น่าสงสัย บทความนี้เราเจาะลึกและรวบรวมคำถามยอดฮิตมาให้แบบเน้นๆ แนะนำให้เช็กและทำความเข้าใจก่อนเข้าปรึกษาคุณหมอที่คลินิก เพื่อความเป๊ะและปังค่ะ


📚 เจาะลึกโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์

1. โบท็อกซ์ คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์
   └─ 1.2 หลักการทำงาน

2. ประเภท
   └─ 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ (Botox·Dysport·Nabota·Coretox)

3. บริเวณที่ฉีด
   ├─ 3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก)
   └─ 3.2 ปรับรูปหน้า (ลดกราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

4. ข้อควรรู้
   ├─ 4.1 ระยะเวลาในการเห็นผล
   ├─ 4.2 ผลข้างเคียง  บทความปัจจุบัน
   └─ 4.3 8 เรื่องน่ารู้ที่พบบ่อย
📚 เจาะลึกโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์

1. โบท็อกซ์ คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์
   └─ 1.2 หลักการทำงาน

2. ประเภท
   └─ 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ (Botox·Dysport·Nabota·Coretox)

3. บริเวณที่ฉีด
   ├─ 3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก)
   └─ 3.2 ปรับรูปหน้า (ลดกราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

4. ข้อควรรู้
   ├─ 4.1 ระยะเวลาในการเห็นผล
   ├─ 4.2 ผลข้างเคียง  บทความปัจจุบัน
   └─ 4.3 8 เรื่องน่ารู้ที่พบบ่อย

🔗 อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

โบท็อกซ์คืออะไร?1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์ · 1.2 หลักการทำงาน

ประเภท2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ (Botox·Dysport·Nabota·Coretox)

บริเวณที่ฉีด3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก) · 3.2 ปรับรูปหน้า (ลดกราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

ข้อควรรู้4.1 ระยะเวลาในการเห็นผล · 4.3 8 เรื่องน่ารู้ที่พบบ่อย

มีคนที่ไม่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์ไหมคะ

มีค่ะ! สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร และ ※ ผู้ที่มีโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง MG, ALS เป็นต้น) ตามหลักการแพทย์แล้วควรหลีกเลี่ยงการฉีดอย่างเด็ดขาดค่ะ และหากทานยาละลายลิ่มเลือด หรือยาปฏิชีวนะ/ยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิดอยู่ จำเป็นต้องแจ้งและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้งนะคะ

โรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ: เป็นกลุ่มโรคที่มีปัญหาในการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ซึ่งโบท็อกซ์ก็มีผลต่อช่องทางการส่งสัญญาณนี้เช่นกัน จึงอาจส่งผลอันตรายร้ายแรงได้ค่ะ

นอกจากนี้ ประวัติการแพ้ต่างๆ รวมถึงผลข้างเคียงที่เคยเกิดขึ้นหลังการฉีดสารเหล่านี้ในครั้งก่อนๆ ก็เป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพื่อให้คุณหมอประเมินได้อย่างถูกต้องและทำการรักษาได้อย่างปลอดภัยที่สุดค่ะ


보톡스가 맞지 않는 사람도 있나요



ถ้าฉีดครั้งแรก ควรเริ่มจากบริเวณไหนดีที่สุดคะ

ริ้วรอยระหว่างคิ้ว หรือริ้วรอยที่หน้าผาก มักเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมสำหรับคนที่เพิ่งเคยเข้าวงการค่ะ เนื่องจากผลลัพธ์ค่อนข้างคาดเดาและควบคุมได้ง่าย หากบังเอิญฉีดแล้วดูตึงเกินไป เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายก็จะค่อยๆ สลายสารนี้ไปเองตามธรรมชาติค่ะ

สำหรับการฉีดครั้งแรก แนะนำให้ ปรับปริมาณยูนิตให้น้อยไว้ก่อน (เซฟๆ) แล้วค่อยนัดติดตามผลประเมินอาการเพื่อเติมเพิ่มทีหลังในอีก 2-4 สัปดาห์ วิธีนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงประสบการณ์ไม่พึงประสงค์อย่าง "หน้าตึงเกินไป ยิ้มไม่ธรรมชาติ" ได้ค่ะ


처음 맞는다면 어디서 시작하는 게 좋을까요



มีข้อห้ามทำในวันแรกที่ฉีดไหมคะ

มีข้อควรระวังสำคัญ 2-3 ข้อที่ต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดค่ะ

  • ห้ามนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด: ในช่วง 4-6 ชั่วโมงแรก หรือแพทย์บางท่านอาจแนะนำนานถึง 24-48 ชั่วโมง ห้ามถู นวด หรือกดจุดที่พึ่งฉีดมาเด็ดขาดค่ะ เพราะตัวยาอาจกระจายไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่นที่เราไม่ต้องการได้

  • ระวังท่านอน: หลังการฉีดหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกแนะนำว่าไม่ควรนอนราบหรือนอนคว่ำค่ะ

  • งดออกกำลังกายหนักๆ: เพราะการไหลเวียนของเลือดที่พุ่งสูงขึ้น อาจทำให้ตัวยาโบท็อกซ์สลายตัวเร็วขึ้นได้ วันแรกจึงควรงดกิจกรรมฟิตเนสหนักๆ ไปก่อนค่ะ

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและหลังฉีด จะเพิ่มโอกาสการเกิดรอยช้ำและทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ช้าลงค่ะ


시술 당일, 하면 안 되는 게 있나요



ถ้าฉีดจุดเดิมซ้ำๆ หลายครั้ง จะส่งผลยังไงบ้าง

ในระยะยาว กล้ามเนื้อบริเวณชิ้นนั้นจะค่อยๆ ฝ่อตัวลง ทำให้โอกาสการเกิดริ้วรอยใหม่เกิดขึ้นได้ช้าลงค่ะ ซึ่งนี่ไม่ใช่เพราะ "กล้ามเนื้อพัง" นะคะ แต่เป็นเพราะกล้ามเนื้อส่วนที่เราไม่ได้ใช้งาน ค่อยๆ ลดการทำงานลงตามธรรมชาติค่ะ

หากหยุดฉีด การทำงานของกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาอย่างช้าๆ ไม่ได้เปลี่ยนไปถาวรค่ะ ทว่าสำหรับจุดที่ผ่านการฉีดซ้ำๆ มาเป็นระยะเวลานาน อาจต้องใช้เวลานานขึ้นกว่ากล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานเต็มที่เหมือนเดิมค่ะ


같은 부위를 여러 번 맞으면 어떻게 되나요



ทำไมราคาของแต่ละคลินิกถึงต่างกันเยอะมากคะ

แม้จะบอกว่าเป็น "โบท็อกซ์ 1 จุด" เหมือนกัน แต่ปริมาณ ※ ยูนิต (Unit, U) ที่ฉีดให้จริงนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิกค่ะ ยกตัวอย่างเช่น การฉีดหน้าผากด้วยปริมาณ 20U กับ 50U แน่นอนว่าราคาและผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ

ยูนิต (Unit, U): เป็นหน่วยวัดความแรงในการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ ซึ่งแบรนด์แต่ละยี่ห้อมีสูตรเฉพาะตัว ดังนั้นจำนวนยูนิตที่ใช้ในแต่ละบริเวณจึงส่งผลโดยตรงต่อราคาและระดับความปังของผลลัพธ์ค่ะ

ราคาถูกอย่างบ้าระห่ำไม่ได้หมายความว่าไม่ดีเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องเช็กข้อมูลให้แน่ใจก่อนว่า "ฉีดกี่ยูนิต และใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ไหน (ผ่าน อย. ไหม)" คลินิกที่ได้มาตรฐานและโปร่งใสจะต้องสามารถตอบคำถามเหล่านี้ให้คุณได้อย่างชัดเจนค่ะ



การฉีดโบท็อกซ์ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวโดยตรงด้วยไหมคะ

โบท็อกซ์ไม่ได้ช่วยดูแลผิวโดนตรงค่ะ เพราะตัวยาจะออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อเป็นหลัก จริงอยู่ที่เมื่อริ้วรอยลดลง จะส่งผลทางอ้อมให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น หรือการสร้างคอลลาเจนใหม่ของชั้นผิวค่ะ หากต้องการเน้นบำรุงและปรับภาพผิว แนะนำให้ทำร่วมกับกลุ่ม skin booster, Rejuran หรือเลเซอร์ยกกระชับผิวต่างๆ จะตอบโจทย์ได้ตรงจุดกว่าเยอะเลยค่ะ



มีโปรแกรมเทรตเมนต์ไหนที่ทำคู่กับโบท็อกซ์แล้วปังขึ้นไหมคะ

คู่หูยอดฮิตตลอดกาลคือ ฟิลเลอร์ (Filler) ค่ะ ทั้งสองโปรแกรมช่วยเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี โดยโบท็อกซ์จะเน้นลดริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ ส่วนฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มร่องลึก ปรับปริมาตรจุดที่ตอบให้อิ่มฟู เช่น บริเวณร่องน้ำตา ร่องแก้ม หรือแก้มตอบ ซึ่งใช้ฟิลเลอร์จะตอบโจทย์ได้ดีกว่าค่ะ

นอกจากนี้ หากทำควบคู่กับโปรแกรมยกกระชับหน้ายอดนิยมอย่าง Ultherapy หรือ Thermage ก็จะช่วยดูแลทั้งเรื่องความกระชับริ้วรอยและกรอบหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่อย่างไรก็ตาม การปรึกษากับหมอบิวตี้คนเก่งเพื่อประเมินความต้องการและสภาพผิวเฉพาะบุคคลก่อนทำ ย่อมปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ตรงใจที่สุดค่ะ



ต้องไปฉีดเรื่อยๆ ตลอดไปเลยไหมคะ ผลลัพธ์ถึงจะคงอยู่

ถูกต้องค่ะ เพราะผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์นั้นอยู่ได้เพียงชั่วคราว เมื่อร่างกายสร้างเส้นประสาทเชื่อมต่อขึ้นมาใหม่ กล้ามเนื้อก็จะเริ่มขยับและทำให้ริ้วรอยค่อยๆ กลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นหากต้องการคงสภาพไว้ ก็จำเป็นต้องได้รับการฉีดซ้ำเป็นระยะๆ ค่ะ

ข่าวดีก็คือ ในระยะยาวเมื่อเราฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะคุ้นชินกับการขยับที่ลดลง ส่งผลให้ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ยาวนานขึ้นเล็กน้อย หลายๆ คนที่ฉีดไป 3-4 ครั้ง จะเริ่มจับจังหวะระยะห่างที่เหมาะสมของตัวเองได้ โดยในปีแรกอาจเว้นทุกๆ 4-6 เดือน และหลังจากนั้นสามารถยืดระยะเวลาออกไปเป็นทุกๆ 6-9 เดือนได้ค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นริ้วรอยที่เคยลึกก็จะไม่ลึกเท่าเดิมเมื่อหมดฤทธิ์ยา ทำให้ "ค่าดูแลความงาม" ในอนาคตเบาลงเรื่อยๆ อีกด้วยค่ะ



ถาม-ตอบ ข้อสงสัยยอดฮิต

Q. ฉีดโบท็อกซ์เสร็จแล้ว วันรุ่งขึ้นล้างหน้าหรือแต่งหน้าได้เลยไหมคะ?

ทำความสะอาดหน้าในวันเดียวกันได้เลยค่ะ แต่พยายามเลี่ยงการสัมผัสหรือรบกวนบริเวณรอยเข็มแรงๆ ส่วนการแต่งหน้าสามารถทำได้ตามปกติในวันถัดไป แต่ควรระวังไม่ขัดหรือถูนวดลงน้ำหนักแรงๆ ในจุดที่เพิ่งฉีดมานะคะ

Q. ถ้าฉีดแล้วรู้สึกไม่เห็นผลเลย ควรทำอย่างไรดีคะ?

หากผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วยังรู้สึกไม่มีความเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ติดต่อกลับไปทางคลินิกที่ฉีดค่ะ เพื่อให้คุณหมอช่วยประเมินว่าเกิดจากปริมาณยาไม่เพียงพอ, เริ่มมีอาการดื้อยา หรือเกิดจากเทคนิคตแหน่งในการลงเข็ม เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่ถูกต้องค่ะ

Q. จริงไหมคะที่ฉีดครั้งแรกแล้ว ผลลัพธ์จะหมดฤทธิ์เร็วกว่าปกติ?

เนื่องจากเป็นการฉีดครั้งแรก คุณหมอส่วนใหญ่มักเลือกใช้ปริมาณยูนิตแบบเซฟๆ ปลอดภัยไว้ก่อน (Conservative dose) ทำให้บางท่านอาจรู้สึกว่าหมดฤทธิ์เร็วขึ้นได้ แต่เมื่อคุณหมอประเมินการตอบสนองของกล้ามเนื้อ และปรับปริมาณยาให้เหมาะสมในครั้งถัดไป ผลลัพธ์ก็จะมีความคงตัวและน่าพึงพอใจยิ่งขึ้นค่ะ

บทความที่คุณอาจสนใจ

8 เรื่องน่ารู้ที่ต้องเช็กให้ชัวร์ ก่อนฉีด Botulinum Toxin (โบท็อกซ์)

ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่พึ่งเริ่มสนใจโบท็อกซ์ หรือจะเป็นมือโปรที่ฉีดเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ยังมีเรื่องที่น่าสงสัย บทความนี้เราเจาะลึกและรวบรวมคำถามยอดฮิตมาให้แบบเน้นๆ แนะนำให้เช็กและทำความเข้าใจก่อนเข้าปรึกษาคุณหมอที่คลินิก เพื่อความเป๊ะและปังค่ะ


📚 เจาะลึกโบท็อกซ์ · สารบัญซีรีส์

1. โบท็อกซ์ คืออะไร?
   ├─ 1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์
   └─ 1.2 หลักการทำงาน

2. ประเภท
   └─ 2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ (Botox·Dysport·Nabota·Coretox)

3. บริเวณที่ฉีด
   ├─ 3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก)
   └─ 3.2 ปรับรูปหน้า (ลดกราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

4. ข้อควรรู้
   ├─ 4.1 ระยะเวลาในการเห็นผล
   ├─ 4.2 ผลข้างเคียง  บทความปัจจุบัน
   └─ 4.3 8 เรื่องน่ารู้ที่พบบ่อย

🔗 อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

โบท็อกซ์คืออะไร?1.1 ประวัติความเป็นมาของโบท็อกซ์ · 1.2 หลักการทำงาน

ประเภท2.1 เปรียบเทียบแบรนด์ (Botox·Dysport·Nabota·Coretox)

บริเวณที่ฉีด3.1 บริเวณริ้วรอย (หน้าผาก·ระหว่างคิ้ว·หางตา·รอบปาก) · 3.2 ปรับรูปหน้า (ลดกราม·น่อง·ต่อมน้ำลายใต้หู)

ข้อควรรู้4.1 ระยะเวลาในการเห็นผล · 4.3 8 เรื่องน่ารู้ที่พบบ่อย

มีคนที่ไม่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์ไหมคะ

มีค่ะ! สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร และ ※ ผู้ที่มีโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง MG, ALS เป็นต้น) ตามหลักการแพทย์แล้วควรหลีกเลี่ยงการฉีดอย่างเด็ดขาดค่ะ และหากทานยาละลายลิ่มเลือด หรือยาปฏิชีวนะ/ยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิดอยู่ จำเป็นต้องแจ้งและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้งนะคะ

โรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ: เป็นกลุ่มโรคที่มีปัญหาในการส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ซึ่งโบท็อกซ์ก็มีผลต่อช่องทางการส่งสัญญาณนี้เช่นกัน จึงอาจส่งผลอันตรายร้ายแรงได้ค่ะ

นอกจากนี้ ประวัติการแพ้ต่างๆ รวมถึงผลข้างเคียงที่เคยเกิดขึ้นหลังการฉีดสารเหล่านี้ในครั้งก่อนๆ ก็เป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพื่อให้คุณหมอประเมินได้อย่างถูกต้องและทำการรักษาได้อย่างปลอดภัยที่สุดค่ะ


보톡스가 맞지 않는 사람도 있나요



ถ้าฉีดครั้งแรก ควรเริ่มจากบริเวณไหนดีที่สุดคะ

ริ้วรอยระหว่างคิ้ว หรือริ้วรอยที่หน้าผาก มักเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมสำหรับคนที่เพิ่งเคยเข้าวงการค่ะ เนื่องจากผลลัพธ์ค่อนข้างคาดเดาและควบคุมได้ง่าย หากบังเอิญฉีดแล้วดูตึงเกินไป เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายก็จะค่อยๆ สลายสารนี้ไปเองตามธรรมชาติค่ะ

สำหรับการฉีดครั้งแรก แนะนำให้ ปรับปริมาณยูนิตให้น้อยไว้ก่อน (เซฟๆ) แล้วค่อยนัดติดตามผลประเมินอาการเพื่อเติมเพิ่มทีหลังในอีก 2-4 สัปดาห์ วิธีนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงประสบการณ์ไม่พึงประสงค์อย่าง "หน้าตึงเกินไป ยิ้มไม่ธรรมชาติ" ได้ค่ะ


처음 맞는다면 어디서 시작하는 게 좋을까요



มีข้อห้ามทำในวันแรกที่ฉีดไหมคะ

มีข้อควรระวังสำคัญ 2-3 ข้อที่ต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดค่ะ

  • ห้ามนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด: ในช่วง 4-6 ชั่วโมงแรก หรือแพทย์บางท่านอาจแนะนำนานถึง 24-48 ชั่วโมง ห้ามถู นวด หรือกดจุดที่พึ่งฉีดมาเด็ดขาดค่ะ เพราะตัวยาอาจกระจายไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่นที่เราไม่ต้องการได้

  • ระวังท่านอน: หลังการฉีดหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกแนะนำว่าไม่ควรนอนราบหรือนอนคว่ำค่ะ

  • งดออกกำลังกายหนักๆ: เพราะการไหลเวียนของเลือดที่พุ่งสูงขึ้น อาจทำให้ตัวยาโบท็อกซ์สลายตัวเร็วขึ้นได้ วันแรกจึงควรงดกิจกรรมฟิตเนสหนักๆ ไปก่อนค่ะ

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและหลังฉีด จะเพิ่มโอกาสการเกิดรอยช้ำและทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ช้าลงค่ะ


시술 당일, 하면 안 되는 게 있나요



ถ้าฉีดจุดเดิมซ้ำๆ หลายครั้ง จะส่งผลยังไงบ้าง

ในระยะยาว กล้ามเนื้อบริเวณชิ้นนั้นจะค่อยๆ ฝ่อตัวลง ทำให้โอกาสการเกิดริ้วรอยใหม่เกิดขึ้นได้ช้าลงค่ะ ซึ่งนี่ไม่ใช่เพราะ "กล้ามเนื้อพัง" นะคะ แต่เป็นเพราะกล้ามเนื้อส่วนที่เราไม่ได้ใช้งาน ค่อยๆ ลดการทำงานลงตามธรรมชาติค่ะ

หากหยุดฉีด การทำงานของกล้ามเนื้อจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาอย่างช้าๆ ไม่ได้เปลี่ยนไปถาวรค่ะ ทว่าสำหรับจุดที่ผ่านการฉีดซ้ำๆ มาเป็นระยะเวลานาน อาจต้องใช้เวลานานขึ้นกว่ากล้ามเนื้อจะกลับมาทำงานเต็มที่เหมือนเดิมค่ะ


같은 부위를 여러 번 맞으면 어떻게 되나요



ทำไมราคาของแต่ละคลินิกถึงต่างกันเยอะมากคะ

แม้จะบอกว่าเป็น "โบท็อกซ์ 1 จุด" เหมือนกัน แต่ปริมาณ ※ ยูนิต (Unit, U) ที่ฉีดให้จริงนั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิกค่ะ ยกตัวอย่างเช่น การฉีดหน้าผากด้วยปริมาณ 20U กับ 50U แน่นอนว่าราคาและผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ

ยูนิต (Unit, U): เป็นหน่วยวัดความแรงในการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ ซึ่งแบรนด์แต่ละยี่ห้อมีสูตรเฉพาะตัว ดังนั้นจำนวนยูนิตที่ใช้ในแต่ละบริเวณจึงส่งผลโดยตรงต่อราคาและระดับความปังของผลลัพธ์ค่ะ

ราคาถูกอย่างบ้าระห่ำไม่ได้หมายความว่าไม่ดีเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องเช็กข้อมูลให้แน่ใจก่อนว่า "ฉีดกี่ยูนิต และใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ไหน (ผ่าน อย. ไหม)" คลินิกที่ได้มาตรฐานและโปร่งใสจะต้องสามารถตอบคำถามเหล่านี้ให้คุณได้อย่างชัดเจนค่ะ



การฉีดโบท็อกซ์ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวโดยตรงด้วยไหมคะ

โบท็อกซ์ไม่ได้ช่วยดูแลผิวโดนตรงค่ะ เพราะตัวยาจะออกฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อเป็นหลัก จริงอยู่ที่เมื่อริ้วรอยลดลง จะส่งผลทางอ้อมให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น หรือการสร้างคอลลาเจนใหม่ของชั้นผิวค่ะ หากต้องการเน้นบำรุงและปรับภาพผิว แนะนำให้ทำร่วมกับกลุ่ม skin booster, Rejuran หรือเลเซอร์ยกกระชับผิวต่างๆ จะตอบโจทย์ได้ตรงจุดกว่าเยอะเลยค่ะ



มีโปรแกรมเทรตเมนต์ไหนที่ทำคู่กับโบท็อกซ์แล้วปังขึ้นไหมคะ

คู่หูยอดฮิตตลอดกาลคือ ฟิลเลอร์ (Filler) ค่ะ ทั้งสองโปรแกรมช่วยเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี โดยโบท็อกซ์จะเน้นลดริ้วรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ ส่วนฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มร่องลึก ปรับปริมาตรจุดที่ตอบให้อิ่มฟู เช่น บริเวณร่องน้ำตา ร่องแก้ม หรือแก้มตอบ ซึ่งใช้ฟิลเลอร์จะตอบโจทย์ได้ดีกว่าค่ะ

นอกจากนี้ หากทำควบคู่กับโปรแกรมยกกระชับหน้ายอดนิยมอย่าง Ultherapy หรือ Thermage ก็จะช่วยดูแลทั้งเรื่องความกระชับริ้วรอยและกรอบหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่อย่างไรก็ตาม การปรึกษากับหมอบิวตี้คนเก่งเพื่อประเมินความต้องการและสภาพผิวเฉพาะบุคคลก่อนทำ ย่อมปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ตรงใจที่สุดค่ะ



ต้องไปฉีดเรื่อยๆ ตลอดไปเลยไหมคะ ผลลัพธ์ถึงจะคงอยู่

ถูกต้องค่ะ เพราะผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์นั้นอยู่ได้เพียงชั่วคราว เมื่อร่างกายสร้างเส้นประสาทเชื่อมต่อขึ้นมาใหม่ กล้ามเนื้อก็จะเริ่มขยับและทำให้ริ้วรอยค่อยๆ กลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นหากต้องการคงสภาพไว้ ก็จำเป็นต้องได้รับการฉีดซ้ำเป็นระยะๆ ค่ะ

ข่าวดีก็คือ ในระยะยาวเมื่อเราฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะคุ้นชินกับการขยับที่ลดลง ส่งผลให้ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ยาวนานขึ้นเล็กน้อย หลายๆ คนที่ฉีดไป 3-4 ครั้ง จะเริ่มจับจังหวะระยะห่างที่เหมาะสมของตัวเองได้ โดยในปีแรกอาจเว้นทุกๆ 4-6 เดือน และหลังจากนั้นสามารถยืดระยะเวลาออกไปเป็นทุกๆ 6-9 เดือนได้ค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นริ้วรอยที่เคยลึกก็จะไม่ลึกเท่าเดิมเมื่อหมดฤทธิ์ยา ทำให้ "ค่าดูแลความงาม" ในอนาคตเบาลงเรื่อยๆ อีกด้วยค่ะ



ถาม-ตอบ ข้อสงสัยยอดฮิต

Q. ฉีดโบท็อกซ์เสร็จแล้ว วันรุ่งขึ้นล้างหน้าหรือแต่งหน้าได้เลยไหมคะ?

ทำความสะอาดหน้าในวันเดียวกันได้เลยค่ะ แต่พยายามเลี่ยงการสัมผัสหรือรบกวนบริเวณรอยเข็มแรงๆ ส่วนการแต่งหน้าสามารถทำได้ตามปกติในวันถัดไป แต่ควรระวังไม่ขัดหรือถูนวดลงน้ำหนักแรงๆ ในจุดที่เพิ่งฉีดมานะคะ

Q. ถ้าฉีดแล้วรู้สึกไม่เห็นผลเลย ควรทำอย่างไรดีคะ?

หากผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วยังรู้สึกไม่มีความเปลี่ยนแปลง แนะนำให้ติดต่อกลับไปทางคลินิกที่ฉีดค่ะ เพื่อให้คุณหมอช่วยประเมินว่าเกิดจากปริมาณยาไม่เพียงพอ, เริ่มมีอาการดื้อยา หรือเกิดจากเทคนิคตแหน่งในการลงเข็ม เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่ถูกต้องค่ะ

Q. จริงไหมคะที่ฉีดครั้งแรกแล้ว ผลลัพธ์จะหมดฤทธิ์เร็วกว่าปกติ?

เนื่องจากเป็นการฉีดครั้งแรก คุณหมอส่วนใหญ่มักเลือกใช้ปริมาณยูนิตแบบเซฟๆ ปลอดภัยไว้ก่อน (Conservative dose) ทำให้บางท่านอาจรู้สึกว่าหมดฤทธิ์เร็วขึ้นได้ แต่เมื่อคุณหมอประเมินการตอบสนองของกล้ามเนื้อ และปรับปริมาณยาให้เหมาะสมในครั้งถัดไป ผลลัพธ์ก็จะมีความคงตัวและน่าพึงพอใจยิ่งขึ้นค่ะ

บทความที่คุณอาจสนใจ

บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก
บิวตี้สด็อกเตอร์ ฮงแด บิวตี้สโตน คลินิก

บทความแนะนำ

บทความแนะนำ

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

จากสารพิษสู่หัตถการความงาม Botox มีต้นกำเนิดมาได้อย่างไร

โครงหน้า&วอลลุ่ม

จากสารพิษสู่หัตถการความงาม Botox มีต้นกำเนิดมาอย่างไร

รู้ไหมคะว่า Botox ที่ดังเรื่องลดริ้วรอย ตอนแรกถูกวิจัยขึ้นมาเพื่อเป็นยาพิษ? นี่เป็นประวัติศาสตร์ที่คาดไม่ถึงเลยค่ะ จากสารพิษโบทูลินัมสู่การพัฒนามาเป็นยารักษาโรค และกลายมาเป็นหัตถการความงามในที่สุด

เมื่อเราฉีดโบท็อกซ์ จะเกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ฉีด botox แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับกล้ามเนื้อของเรากันแน่นะ

ที่ริ้วรอยดูตึงเรียบเนียนขึ้น เป็นเพราะกล้ามเนื้อหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราวค่ะ มาทำความเข้าใจหลักการทำงานของ Botox ที่เข้าไปออกฤทธิ์บริเวณจุดประสานประสานกล้ามเนื้อ (neuromuscular junction) กันค่ะ

Botox, Dysport, Nabota ทั้งสามตัวนี้เป็น Botulinum เหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Botox, Dysport, Nabota ทั้งสามตัวนี้ก็เป็น Botulinum เหมือนกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้างคะ

โบท็อกซ์ (Botulinum toxin) ตัวเดียวกัน แต่ทำไมถึงมีหลายยี่ห้อนะ? วันนี้มาดูสรุปเข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับความแตกต่างของแต่ละแบรนด์, วิธีคำนวณยูนิต (unit), และจุดที่เหมาะในการฉีดของแต่ละยี่ห้อกันค่ะ

โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์ (Botox) หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา แต่ละจุดมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน

ทำไมฉีดโบกัสหน้าผากแล้วคิ้วตก? ทำไมโบกัสตรงระหว่างคิ้วถึงได้ผลดีมากๆ? — เจาะลึกกลไกและข้อควรระวังในแต่ละจุดกันค่ะ

โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับโหมดโครงสร้างและกรอบรูปหน้าของคุณอย่างไร?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์กรามและน่อง ช่วยปรับรูปหน้าและรูปร่างให้เปลี่ยนไปได้อย่างไร

การปรับรูปหน้าด้วยโบท็อกซ์มีหลักการทำงานอย่างไร? อธิบายการทำงานของแต่ละส่วนและผลลัพธ์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่กล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) บริเวณกราม ไปจนถึงกล้ามเนื้อน่อง (gastrocnemius)

โบท็อกซ์อยู่ได้นานแค่ไหน ทำไมแต่ละคนถึงได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน

โครงหน้า&วอลลุ่ม

โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นานแค่ไหนกันนะ? แล้วทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคนถึงไม่เท่ากัน

ที่เคยได้ยินว่า โบท็อกซ์ (Botox) อยู่ได้นาน 3-6 เดือน แต่ทำไมสำหรับบางคนถึงรู้สึกว่าสั้นกว่านั้น? เรามีคำตอบเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาความปัง ทั้งระบบเผาผลาญของร่างกาย ปริมาณยาที่ใช้ บริเวณที่ฉีด รวมถึงความถี่ในการทำซ้ำซ้อนค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 สามารถปรึกษาแบบ 1:1 ผ่าน KakaoTalk ได้

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1