ทำไมราคาคิวเจ็ท (CureJet) ต่างกันแต่ละคลินิก? สรุปค่าต่อครั้งตามรูขุมขน พร้อมแพ็กเกจและจำนวนครั้ง

ช่วงนี้ห้องตรวจแน่นขนัดไปด้วยเคสปรึกษาเรื่องรูขุมขนเลยค่ะ/ครับ
"ไปประเมินราคาที่อื่นมา ทำไมราคาต่างกันขนาดนี้คะ?"
ประโยคนี้ เฉพาะสัปดาห์นี้สัปดาห์เดียว ฉันน่าจะยินมาไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งแล้วค่ะ/ครับ
วันนี้ฉันจะมาอธิบายอย่างหมดเปลือกเองค่ะ/ครับ ว่าทำไมราคา CureJet ถึงแตกต่างกันมากขนาดนี้
และราคาในแต่ละบริเวณหรือแต่ละแพ็กเกจมันต่างกันยังไง

คิดว่า CureJet ที่ไหนก็เหมือนๆ กันใช่ไหมคะ/ครับ?
แต่จริงๆ แล้ว มันมีความต่างกันอยู่ค่ะ/ครับ
CureJet คือการใช้แรงดันเจ็ทขนาดเล็กเพื่อผลักตัวยา
ให้ซึมลึกเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนังกำพร้า ซึ่งเป็นนวัตกรรมแบบไม่ต้องใช้เข็ม (needle-free)
เป็นการพ่นตัวยาเข้าไปในผิวด้วยความเร็วประมาณ 200 m/s
โดยไม่ต้องอาศัยเข็มค่ะ/ครับ
เครื่องมือที่มักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกันบ่อยๆ ก็คือ Intracel หรือ Potenza
ซึ่งเป็นกลุ่มเข็มคลื่นวิทยุ (Needle RF)
วิธีการเหล่านั้นจะเป็นการใช้เข็มส่งผ่านพลังงานความร้อนเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง
ทำให้มีปัญหาเรื่องของ downtime (ระยะเวลาพักฟื้นผิว) อยู่หลายวัน
แต่สำหรับ CureJet นั้น จะมีจุดเด่นเรื่อง downtime ที่สั้นกว่ามาก
และข้อแตกต่างสำคัญคือสามารถใช้ร่วมกับตัวยาต่างๆ ได้ดี (เช่น โบท็อกซ์เจือจาง, Exosome, PDRN เป็นต้น)
ดังนั้น โครงสร้างราคา
จึงขึ้นอยู่กับชนิดของตัวยาที่เลือกใช้ด้วยค่ะ/ครับ

ทำไม CureJet เหมือนกัน
แต่ราคาต่างกันถึงสองเท่า?
ประเด็นสำคัญของบทความนี้
สรุปรายละเอียดค่าบริการ CureJet ต่อครั้ง แพ็กเกจที่แนะนำ
และความแตกต่างของราคาตามบริเวณรูขุมขนอย่างชัดเจน
เมื่อเดือนก่อน มีคนไข้วัยทำงานอายุ 36 ปีท่านหนึ่งมาปรึกษา
เล่าว่าเคยไปทำ CureJet ที่คลินิกอื่นมาในราคาครั้งละ 250,000 วอน
พอฉันได้ตรวจและพูดคุย ก็พบว่าบริการที่เขาได้รับ
คือการทำ CureJet แบบเดี่ยวๆ โดยใช้น้ำเกลือธรรมดา (Saline base) เท่านั้น
เห็นไหมคะ/ครับว่าที่ราคาถูก ก็มีเหตุผลของมันอยู่
ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคา CureJet แตกต่างกัน มี 3 ข้อดังนี้ค่ะ/ครับ
ข้อแรกคือ ชนิดของตัวยา (skin booster)
การจะเลือกใส่สารบำรุงหรือสารฟื้นฟูผิวแบบไหน ส่งผลให้แค่ค่าต้นทุนตัวยาก็ต่างกัน
ตั้งแต่ 50,000 ไปจนถึง 150,000 วอนต่อครั้งแล้วค่ะ/ครับ
ข้อสองคือ จำนวนช็อต (shot)
ทั่วใบหน้าปกติจะใช้อยู่ที่ประมาณ 1,500 ถึง 2,500 ช็อต
ถ้าหากลดจำนวนช็อตลง ความครอบคลุมทั่วใบหน้าก็จะลดลงตามไปด้วย
ข้อสามคือ พื้นที่ของบริเวณที่รักษา
ราคาต่อครั้งจะต่างกันไปตั้งแต่ 100,000 วอน ไปจนถึง 400,000 วอน
ขึ้นอยู่กับว่าทำเฉพาะบริเวณปีกจมูก แก้มทั้งสองข้าง หรือทั่วใบหน้า
หากอ้างอิงจากคลินิกของเรา บริเวณจมูกและเหนือริมฝีปากจะอยู่ที่ 120,000 - 150,000 วอน
ส่วนบริเวณแก้มทั้งสองข้าง (โซนรูขุมขนกว้าง) จะอยู่ที่ประมาณ 180,000 - 220,000 วอนค่ะ/ครับ
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
ราคา CureJet ไม่ควรดูแค่ตัวเลขราคาต่อครั้งเพียงอย่างเดียวค่ะ/ครับ
เราต้องพิจารณา 3 ปัจจัยร่วมกัน คือ: ตัวยาที่ใช้ร่วมคืออะไร, จำนวนช็อตที่ยิงคือเท่าไหร่,
และครอบคลุมพื้นที่บริเวณไหนบ้าง

คู่มือแนะนำแพ็กเกจ CureJet แต่ละประเภท
ประเภท | การรักษาที่แนะนำ | ราคาต่อครั้ง (โดยประมาณ) | จำนวนครั้งที่แนะนำ |
เน้นรูขุมขนรอบจมูก | เฉพาะจุด + โบท็อกซ์เจือจาง | 1.2 ~ 1.5 แสนวอน | 3~4 ครั้ง |
รูขุมขนแก้ม + ความมันส่วนเกิน | บริเวณแก้ม + PDRN | 1.8 ~ 2.2 แสนวอน | 4 ครั้ง |
ความยืดหยุ่นทั่วหน้า + รูขุมขน | ทั่วใบหน้า + Exosome | 3.2 ~ 3.8 แสนวอน | 3~5 ครั้ง |
การดูแลรักษาต่อเนื่อง (คนไข้เดิม) | ปรับตามสภาพผิวเฉพาะบุคคล | 70~80% ของราคาเดิม | ทุกๆ 2~3 เดือน |
สำหรับคนไข้ที่มาครั้งแรก ฉันมักแนะนำให้ลองทำรายครั้งดูก่อนสัก 1-2 ครั้ง
ถ้าได้ผลลัพธ์ที่ดีและพึงพอใจ ค่อยเปลี่ยนเป็นโปรแกรมแพ็กเกจยาวค่ะ/ครับ
3 คำถามยอดฮิตที่พบบ่อยมากในห้องตรวจ
Q1. คลินิกอื่นราคาถูกกว่าเยอะเลย
ไปทำที่นู่นก็ผลลัพธ์เหมือนกันไหมคะ/ครับ?
ถ้าตอบตรงๆ ตัวเครื่องมือคือรุ่นเดียวกันเลยค่ะ/ครับ
แต่จุดสำคัญที่จะต่างกันคือ สูตรของตัวยาที่สกินบูสเตอร์ยิงเข้าไป และจำนวนช็อตค่ะ
ที่ที่ราคาประมาณ 80,000 - 100,000 วอนต่อครั้ง ส่วนใหญ่จะใช้น้ำเกลือเป็นหลัก
แถมปริมาณช็อตที่ยิงก็มักจะถูกลดลงไปกว่าครึ่งหนึ่งด้วยค่ะ/ครับ
Q2. ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล
แล้วผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนคะ/ครับ?
คนไข้ส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกได้เวลาส่องกระจกประมาณครั้งที่ 3 ค่ะว่า
"เอ๊ะ รูขุมขนดูกระชับเล็กลงนะ"
คำแนะนำคือ ควรทำ 4 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 3 ถึง 4 สัปดาห์
ส่วนผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ/ครับ
Q3. ทำ CureJet แล้วมีผลข้างเคียงหรือ downtime ยังไงบ้าง?
ในวันที่ทำอาจจะมีอาการแดงเล็กน้อย และวันถัดไป
อาจจะรู้สึกตึงและบวมเบาๆ ได้บ้างค่ะ/ครับ
ปกติแทบจะไม่เกิดรอยเขียวช้ำ แต่อาจจะมีจุดเลือดออกสีแดงเล็กๆ (petechiae) ตามลายเส้นเลือด
ปรากฏให้เห็นอยู่ประมาณ 1-2 วันค่ะ
หากตัดสินใจเลือกบริเวณรักษาหรือตัวยาที่เข้ากับผิวไม่ถูก
สามารถส่งรูปถ่ายผิวหน้ามาปรึกษาก่อนได้ทาง LINE เลยนะคะ/ครับ
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลจาก หมอวี ยองจิน ครับ/ค่ะ
บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
อยากลดโหนกแก้ม? ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนนะคะว่าเป็นที่ 'กระดูก' หรือเปล่า
ก่อนที่จะลดโหนกแก้ม ต้องเช็กก่อนนะคะว่าเป็น 'ประเภทกระดูก' หรือเปล่า เพราะถ้าสาเหตุเกิดจากความหย่อนคล้อยหรือไขมัน เราสามารถปรับรูปหน้าให้อ่อนละมุนขึ้นได้ด้วยการทำ lifting และการปรับสมดุลค่ะ

ผู้ชาย
ทำ Inmode FX มาได้ 2-3 วันแล้ว แต่ยังมีอาการอุ่นๆ ร้อนๆ หรือเสียวแปล๊บๆ อยู่เลย แบบนี้ปกติไหมคะ?
อาการร้อนผ่าวหลังทำ InMode FX — มาเช็กกันตั้งแต่ผลข้างเคียงปกติที่พบได้ทั่วไป สิ่งที่ต้องสังเกตเมื่ออาการเป็นยาวนานขึ้น ไปจนถึงสัญญาณเตือนที่ควรติดต่อแพทย์กันค่ะ

ยกกระชับ
ทำ Shurink มาแล้วรู้สึกไม่ค่อยเห็นผลเลยค่ะ เป็นเพราะเราดูแลตัวเองผิดวิธี หรือว่าปกติมันเป็นแบบนี้อยู่แล้วคะ?
เมื่อรู้สึกว่าผลลัพธ์ของ Shurink ไม่ค่อยเห็นผล — มาเจาะลึกตั้งแต่สาเหตุที่เห็นผลช้า จำนวนช็อต ระดับความหย่อนคล้อย ไปจนถึงจุดที่ต้องเช็กก่อนทำซ้ำกันค่ะ

ผิว
Oligio X เจ็บมากไหมคะตอนทำ แล้วจำเป็นต้องแปะยาชาไหม?
Oligio X ความเจ็บและยาชา — เจาะลึกตั้งแต่ความรู้สึกเจ็บที่ต่างกันในแต่ละจุด เทคนิคช่วยลดความเจ็บ ไปจนถึงเวลาที่แนะนำในการแปะยาชาครีม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีดฟิลเลอร์สะโพกมาแล้วดูเบี้ยวไม่เท่ากันสองข้าง แบบนี้ควรรับมือหรือแก้ไขอย่างไรดีคะ?
สะโพกไม่เท่ากันหลังฉีดฟิลเลอร์ — มาดูสาเหตุที่พบบ่อย, วิธีดูแลตัวเองตามระยะเวลา และสัญญาณที่ต้องเช็กก่อนจะเริ่มปรึกษาเรื่องการแก้ไขกันค่ะ

ผิว
หลังทำหัตถการหลายคนบอกว่าประคบเย็นจะช่วยลดบวมได้ดี แล้วควรเริ่มประคบตั้งแต่ตอนไหน ถึงเมื่อไหร่ และต้องทำอย่างไรบ้างคะ?
การประคบเย็นหลังทำหัตถการ — ชวนมาทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการลดบวม ช่วงเวลา ระยะเวลา วิธีการประคบ ไปจนถึงกรณีที่ควรหลีกเลี่ยง



