ทำไมผลโบท็อกซ์ต่างกัน? เริ่มเห็นผลวันที่ 3 พีควันที่ 7 อยู่ได้ 4-6 เดือน อธิบายผ่านเคสจริง

วันอังคารที่แล้ว
มีคนไข้วัยทำงานอายุ 31 ปีท่านหนึ่งมาพบผมที่ห้องตรวจครับ
"คุณหมอคะ เมื่อวานหนูเพิ่งฉีด Botox ไป
แต่วันนี้ส่องกระจกดูแล้วยังเหมือนเดิมเลยค่ะ
แบบนี้มันไม่ได้ผลหรือเปล่าคะ?"
สัปดาห์หนึ่งผมมักจะได้ยินคำถามแบบนี้สักสองสามครั้งเลยล่ะครับ
วันนี้ผมก็เลยจะมาสรุปไทม์ไลน์ให้ฟังกันชัดๆ เลยครับว่า
จริงๆ แล้ว Botox จะเริ่มเห็นผลตั้งแต่วันไหน
และจะอยู่ได้นานแค่ไหนกันแน่

หลายคนคิดว่า "ฉีดปุ๊บต้องตึงปั๊บ" ใช่ไหมล่ะครับ?
แต่ความจริงคือ...
Botox คือ สารสกัด Botulinum Toxin
ที่ทำหน้าที่เพื่อช่วยลดและล็อกการทำงานของกล้ามเนื้อครับ
กลไกการทำงานของมันก็คือ เมื่อฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อแล้ว
มันจะเข้าไปบล็อกสัญญาณประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อส่วนนั้นทันที
แต่จุดสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจตรงนี้ก็คือ...
มันไม่เหมือนกับ filler ที่ "พอเติมปุ๊บก็เต็มปั๊บ เห็นความเปลี่ยนแปลงทันที"
ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ
ไม่เหมือนกับ filler ครับ เพราะขั้นตอนของ Botox คือ
"การค่อยๆ ลดการขยับของกล้ามเนื้อที่เคยตึงตัว"
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้เวลากับมันหน่อยครับ

ทำไมบางคนถึงรู้สึกได้ตั้งแต่วันที่ 3
แต่บางคนกลับต้องรอเป็นสัปดาห์?
เจาะลึกข้อมูลสำคัญโดย
หมอวี ยองจิน
คุณหมอมาเผยเอง ไทม์ไลน์การเห็นผลของ Botox
ทำไมถึงเริ่มทำงานในวันที่ 3 และเห็นผลเต็มที่ในวันที่ 7
การที่ Botox จะสามารถบล็อกการหลั่ง
สารสื่อประสาทอย่าง Acetylcholine
ที่ส่วยปลายประสาทได้นั้น
โดยปกติแล้วจะต้องใช้เวลาประมาณ 24 ถึง 72 ชั่วโมงครับ
ดังนั้น สำหรับคนที่เห็นผลไว วันที่ 3 ก็อาจจะเริ่มรู้สึกว่า
"เอ๊ะ กล้ามเนื้อดูขยับยากขึ้นนิดนึงไหมนะ?" และ
ส่วนใหญ่จะค่อยๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นเต็มที่ในวันที่ 7 ครับ
ตามรายงานทางการแพทย์ จุดที่สาร Botulinum Toxin Type A
จะออกฤทธิ์ได้สูงสุด
จะอยู่ที่ประมาณ 7 ถึง 14 วันหลังฉีดครับ
ดังนั้น พอถึงวันที่ 3 แล้วส่องกระจกดู
จะเพิ่งตัดสินว่า "ฉีดแล้วไม่ได้ผล" ไม่ได้นะครับ
อย่างน้อยต้องรอให้ครบ 14 วันก่อนครับ
ถึงจะเป็นผลลัพธ์ที่แท้จริงของการรักษาในครั้งนั้น
สรุปใจความสำคัญโดย หมอวี ยองจิน
Botox ไม่ใช่ว่าจะเห็นผลในวันแรกที่ฉีดทันที
แต่มันจะค่อยๆ เริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 3
เห็นผลเต็มที่ในวันที่ 7 และคงตัวในวันที่ 14 ครับ
ดังนั้น ที่ว่า "ฉีดมา 3 วันแล้วยังนิ่งอยู่เลย"
อันนี้ถือเป็นเรื่องปกติสุดๆ ครับ
ผลลัพธ์โดยเฉลี่ยจะคงอยู่ได้ประมาณ 4 ถึง 6 เดือน
ซึ่งอาจแตกต่างกันไปบวกลบ 2 เดือน
ขึ้นอยู่กับมวลกล้ามเนื้อและระบบเผาผลาญของแต่ละบุคคลครับ

สรุปไทม์ไลน์หลังการฉีด Botox
ระยะเวลา | ความเปลี่ยนแปลงปกติที่เกิดขึ้น |
วันแรกที่ฉีด ~ วันที่ 2 | แทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง (ปกติ) |
วันที่ 3 ~ 5 | เริ่มสัมผัสได้นิดหน่อย สังเกตว่าเริ่มตึงขึ้น |
วันที่ 7 ~ 14 | เห็นผลสูงสุด วัดผลลัพธ์ได้ชัดเจน |
เดือนที่ 3 ~ 4 | กล้ามเนื้อเริ่มกลับมาขยับได้ทีละนิด |
เดือนที่ 4 ~ 6 | เป็นช่วงเวลาแนะนำให้กลับมาฉีดซ้ำ |
แม้ว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส แต่ปกติแล้วพอเข้าสู่เดือนที่ 4
เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่า "อ๊ะ เริ่มขมวดคิ้วได้อีกแล้วนะ"
ผมก็จะแนะนำให้จองคิวกลับมาทำซ้ำได้เลยครับ
เพราะถ้าปล่อยให้ยาหมดฤทธิ์จนกล้ามเนื้อกลับมาทำงานเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์
รอยยับลึกๆ ก็จะเริ่มกลับมาตั้งหลักใหม่
ซึ่งจะเท่ากับว่าเราต้องมาเริ่มต้นกันใหม่อีกรอบครับ
3 คำถามยอดฮิตที่เจอบ่อยมากในห้องตรวจ
Q1. ฉีด Botox มาได้ 3 วันแล้วยังไม่เปลี่ยนเลยครับ
แบบนี้คือล้มเหลวหรือเปล่าคะ?
ระยะเวลาในการเริ่มออกฤทธิ์ของแต่ละคน
จะมีช่วงเวลาที่แตกต่างกันได้ตั้งแต่ 3 ถึง 7 วันครับ
การบล็อกสัญญาณประสาทเพื่อให้ทำงานเต็มที่
จะใช้เวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ครับ
ดังนั้น แนะนำให้รอส่องกระจกดูผลลัพธ์จนครบ 14 วันก่อนนะครับ
และถ้าผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง
ค่อยกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินและฉีดเติมแต่งเพิ่มได้ครับ
Q2. ทำไมระยะเวลาเห็นผลของแต่ละคน
ถึงสั้นยาวไม่เท่ากันครับ?
ตามมาตรฐานผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 4 ถึง 6 เดือน แต่สำหรับผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก
มีระบบเผาผลาญเร็ว หรือเผลอใช้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อยๆ
ก็มีโอกาสที่ยาจะเริ่มคลายตัวได้ตั้งแต่เดือนที่ 3 ครับ
ในทางกลับกัน คนที่ไม่ค่อยแสดงสีหน้า
ก็อาจให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานกว่า 6 เดือนเลยทีเดียว
Q3. ได้ยินว่าถ้าฉีด Botox บ่อยๆ
จะทำให้ดื้อยาจริงไหมคะ?
ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นคือ การเกิดภาวะต้านทานสารท็อกซินครับ
หากกลับมาฉีดซ้ำในช่วงเวลาที่สั้นเกินไป (ภายใน 3 เดือน)
หรือฉีดปริมาณโดสที่สูงมากเกินไปบ่อยๆ ก็จะมีโอกาสดื้อยาสูงขึ้นครับ
เพราะฉะนั้น ผมจึงแนะนำให้รักษาระยะห่าง
ในการฉีดซ้ำทุกๆ 4 ถึง 6 เดือนครับ
ในตอนต่อไป หมอจะมาแชร์ความรู้เกี่ยวกับ 'สิ่งที่เห็นจริงๆ ในการตรวจพบคลิกนิกช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังฉีด Botox' กันต่อนะครับ
ทั้งหมดนี้ดูแลโดย หมอวี ยองจิน ครับ
บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

โครงหน้า&วอลลุ่ม
Titanium Lifting ช่วยเรื่องรูปหน้าและผิวแดงได้ด้วยจริงไหม
Titanium Lifting ใช้ 3 ความยาวคลื่น คลื่นยาวสุดถึงชั้นไขมันและหลอดเลือด จึงดูแลรูปหน้าและรอยแดงค่ะ

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าทำ Titanium Lifting แล้วร่องแก้มจะหายวับไปทันที แล้วจริงๆ ร่องแก้มข้างจมูกจะเป็นอย่างไรกันแน่นะ?
เรื่องราวเกี่ยวกับ Titanium Lifting ที่เขาว่ากันว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยข้างแก้มและข้างจมูกให้ดูดีขึ้นได้ด้วย เราได้รวบรวมข้อสงสัยต่างๆ มาเคลียร์ให้ฟังกันแบบชัดๆ ตั้งแต่เรื่องความเข้าใจผิดๆ เพราะชื่อของโปรแกรม ไปจนถึงเรื่องความกังวลเกี่ยวกับความเจ็บและ downtime ค่ะ

ยกกระชับ
หากคุณกำลังกังวลเรื่องการยกกระชับผิวในย่านยออิโด (Yeouido) มาเช็กเกณฑ์การเลือกสำหรับแต่ละกรณีกันก่อนระหว่าง Ulthera vs Titanium
แม้ชื่อจะดูคล้ายกัน แต่ Ulthera ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (초음파) ส่วน Titanium จะเป็นเลเซอร์ค่ะ การเลือกสูตรที่เหมาะกับเราจะขึ้นอยู่กับว่าปัญหาความหย่อนคล้อยนั้นมาจากผิวชั้นลึก หรือเป็นเรื่องของเนื้อผิว (skin texture) ที่เริ่มเสื่อมสภาพก่อนค่ะ

ยกกระชับ
Titanium Lifting ฟังดูเหมือนเป็นหัตถการร้อยไหมใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้วหลักการทำงานต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ
Titanium lifting ที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นไหมละลายเพราะชื่อของมัน จริงๆ แล้วเป็นเครื่องเลเซอร์ที่ใช้คลื่นความถี่ถึง 3 ความยาวคลื่นด้วยกัน วันนี้เราได้รวบรวมหลักการทำงานทั่วทั้งใบหน้า และสิ่งที่คุณต้องเช็กก่อนทำมาฝากกันค่ะ

ยกกระชับ
ใส่คอนแทคเลนส์หลังทำหัตถการบริเวณตาได้เมื่อไหร่?
หลังทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งรอบดวงตา ควรรอนานแค่ไหนก่อนใส่คอนแทคเลนส์อีกครั้ง บทความนี้อธิบายตามช่วงเวลา

กำจัดขน
ย้อมผมหลังทำหัตถการที่ใบหน้า รอกี่วันถึงจะปลอดภัย?
หลังเลเซอร์ ลิฟติ้ง หรือฉีดสาร ควรรอกี่วันก่อนย้อมผม บทความนี้อธิบายแนวทางตามแต่ละหัตถการ



