ทำไมผิวรอบดวงตาที่บางถึงหย่อนคล้อยง่าย Eye Thermage ทำงานอย่างไร และเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ครับ
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
ความรู้สึกที่ว่าผิวรอบดวงตาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเนี่ย ส่วนใหญ่คนเราจะสังเกตเห็นจากในรูปถ่ายก่อนกระจกซะอีกนะครับ พอนึกขึ้นได้ว่าริ้วรอยเล็กๆ เริ่มเยอะขึ้น หรือใต้ตาเริ่มหย่อนคล้อยนิดๆ ก็มักจะมีจุดที่เริ่มไม่แน่ใจว่า "แบบนี้จะดีขึ้นด้วย Thermage ตา (Eye Thermage) ได้ไหมนะ"
บทความนี้เป็นคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการของ Beautystone สาขาฮับจองครับ
ถ้าให้ตอบสั้นๆ Eye Thermage เป็นการส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)* เข้าไปในชั้นผิวรอบดวงตา เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและค่อยๆ ปรับคืนความกระชับครับ ไม่ใช่การผ่าตัดดึงผิวหรือตัดแต่งเนื้อเยื่อ แต่เป็นการช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่จากภายใน ดังนั้นผลลัพธ์จึงจะค่อยๆ แสดงให้เห็นเมื่อเวลาผ่านไปครับ
คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF)*: หรือเรียกว่า Radiofrequency เป็นพลังงานที่ส่งความร้อนลงไปได้ลึกถึงชั้นหนังแท้โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก เพื่อเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนครับ
อ่านบทความนี้แล้วคุณจะรู้ว่า
ทำไมผิวรอบดวงตาถึงหย่อนคล้อยได้เร็วกว่าบริเวณอื่น
Eye Thermage ทำงานเพื่อฟื้นฟูคอลลาเจนรอบดวงตาอย่างไร
ระยะเวลาที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหน
สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำหัตถการรอบดวงตาเพื่อไม่ให้พลาดสิ่งสำคัญ
ทำไมรอบดวงตาถึงเป็นจุดแรกบนใบหน้าที่หย่อนคล้อยก่อนใคร?
ผิวบริเวณรอบดวงตาเป็นส่วนที่บางที่สุดบนใบหน้าเลยครับ มีชั้นหนังแท้* ที่บางกว่าบริเวณอื่น แถมยังมีต่อมไขมันน้อยมากด้วย ทำให้เมื่อเราอายุมากขึ้น อัตราการสูญเสียความชุ่มชื้นและคอลลาเจนจึงเกิดขึ้นเร็วมาก และด้วยความที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาต้องขยับพับๆ เกร็งๆ ซ้ำไปซ้ำมาเป็นพันๆ ครั้งต่อวันในการกะพริบตาหรือแสดงอารมณ์ ริ้วรอยเล็กๆ เลยตั้งรกรากได้ไวกว่าจุดอื่นนั่นเองครับ
ชั้นหนังแท้ (Dermis)*: ชั้นผิวตรงกลางที่หนาแน่นไปด้วยเส้นใยพยุงผิวอย่างคอลลาเจนและอีลาสติน มีหน้าที่ดูแลเรื่องความหนาและความยืดหยุ่นของผิวอยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้าครับ
หากลองดูข้อมูลเกี่ยวกับริ้วรอยแห่งวัยจาก สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) จะพบว่า ผิวรอบดวงตาเป็นหนึ่งในบริเวณที่บางที่สุดบนใบหน้า ซึ่งเมื่อเจอกับการเคลื่อนไหวของสีหน้าและการสะสมของรังสียูวีพร้อมๆ กัน ริ้วรอยจึงปรากฏชัดเป็นที่แรกครับ เพราะยิ่งอายุเยอะขึ้น ตาข่ายคอลลาเจนด้านในผิวก็ยิ่งหลวม และเส้นใยอีลาสติน* ที่คอยยึดเกาะความหยืดหยุ่นก็บางลงเรื่อยๆ
อีลาสติน*: เส้นใยโปรตีนที่มีความยืดหยุ่นในชั้นหนังแท้ ทำหน้าที่ช่วยให้ผิวสปริงตัวกลับมาได้เมื่อถูกดึงรั้ง แต่ยิ่งอายุเยอะขึ้น เส้นใยนี้ก็จะยิ่งขาดและบางลงครับ


Eye Thermage ทำงานตรงจุดไหนของผิวรอบดวงตาบ้าง?
Eye Thermage คือนวัตกรรมคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะครับ โดยพลังงานจะลงลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน โดยไม่รบกวนผิวชั้นนอก คอลลาเจนในชั้นหนังแท้ที่ได้รับความร้อนจะหดตัวทันที ทำให้รู้สึกกระชับขึ้นเล็กน้อยหลังจากทำ และหลังจากนั้น คอลลาเจนใหม่ๆ จะค่อยๆ เติมเต็มขึ้นมา ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนยาวนานยิ่งขึ้นครับ
ในข้อมูลการยกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัดของ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา อธิบายไว้ว่า หัตถการกลุ่มคลื่นความถี่วิทยุ (RF) จะส่งความร้อนลงลึกสู่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังเพื่อกระตุ้นการหดตัวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งช่วยปรับผิวให้กระชับขึ้นได้โดยไม่ต้องทำการรักษาที่พังผืดชั้นบน หัวใจสำคัญคือการวางทิปอุปกรณ์ลงบนผิวเพื่อส่งพลังงาน ดังนั้นจึงเห็นผลลัพธ์ในชั้นหนังแท้ได้โดยไม่ต้องมีแผลผ่าตัดหรือการฉีดใดๆ ครับ
เนื่องจากผิวรอบดวงตาบอบบางมาก วิธีการดูแลจึงต้องแตกต่างออกไปครับ แม้จะเป็นพลังงาน RF เหมือนกัน แต่เวลาใช้รอบดวงตาจะต้องปรับระดับพลังงานและความลึกให้ต่างออกไป และต้องใช้หัวทิปเฉพาะสำหรับดวงตา (Eye Tip) เพื่อหลีกเลี่ยงโครงสร้างที่บอบบางรอบเปลือกตาและควบคุมขอบเขตพลังงานได้อย่างแม่นยำ นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงต้องพัฒนาหัวทิปสำหรับ Eye Thermage ขึ้นมาโดยเฉพาะครับ

จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
หัตถการกลุ่มคลื่นวิทยุความถี่สูงอย่าง Thermage เป็นการรักษาที่เน้นการสะสมของผลลัพธ์เมื่อเวลาผ่านไป ไม่ใช่เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบปุบปับทันทีหลังทำ เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้ ดังนั้นแทนที่จะประเมินผลลัพธ์ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แนะนำให้มองความเปลี่ยนแปลงในระยะยาวเป็นหลักเดือนจะตรงจุดกว่าครับ
ตามข้อมูลการยกกระชับแบบไร้บาดแผลของ สมาคมศัลยศาสตร์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (ASDS) ระบุว่า หัตถการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) มักจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนในการเห็นผลลัพธ์ที่เข้าที่ และจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดที่ประมาณเดือนที่ 6 โดยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 2-3 ปีเลยครับ ส่วนความรู้สึกตึงกระชับทันทีหลังทำนั้นเป็นปฏิกิริยาการหดตัวชั่วคราวของคอลลาเจนที่โดนความร้อน แต่ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะค่อยๆ ตามมาหลังจากนั้นครับ
สรุปทTimeline การเห็นผลลัพธ์ของ Eye Thermage รอบดวงตาได้ดังนี้ครับ


ทำไมต้องเป็น Beautystone สาขาฮับจอง?
ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราจะไม่แนะนำแบบผ่านๆ แค่ว่า "รอบดวงตาทำ Thermage ครั้งเดียวก็พอ" แต่เราให้ความสำคัญกับการตรวจเช็กความหนาของผิวรอบดวงตาและระดับความหย่อนคล้อยก่อนเป็นอันดับแรกครับ เพราะแม้จะเป็นปัญหาขวัญใจคนรอบดวงตาเหมือนกัน แต่ถ้าเน้นไปที่ริ้วรอยเล็กๆ, เน้นความหย่อนคล้อยใต้ตา หรือลามไปถึงบริเวณเปลือกตา วิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดก็ย่อมแตกต่างกันไปครับ
เนื่องจากรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บางและบอบบางมาก ระดับพลังงานที่สัตวแพทย์เลือกใช้จึงมีผลต่อผลลัพธ์อย่างมาก Beautystone เป็นคลินิกสไตล์อบอุ่นที่เดินทางสะดวกมากจากสถานี Hapjeong สามารถแวะเข้ามาปรึกษา ประเมินสภาพผิวรอบดวงตา และวางแผนการรักษาร่วมกับคุณหมอก่อนทำได้เลยครับ
เนื่องจากบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ทางที่ดีที่สุดแนะนำให้เข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน เพื่อดูว่าสภาพผิวรอบดวงตาของเราเหมาะกับหัตถการนี้ไหม และควรใช้ระดับพลังงานเท่าไหร่ดีครับ

สิ่งที่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจทำหัตถการรอบดวงตา
สำหรับใครที่กำลังมองหาหัตถการรอบดวงตาเป็นครั้งแรก นี่คือคำถามยอดฮิตที่เจอบ่อยที่สุดครับ การทำความเข้าใจขอบเขตความเป็นจริงเทียบกับความคาดหวัง จะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
สรุปสั้นๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เราคาดหวังได้และไม่ได้จาก Eye Thermage มีดังนี้ครับ
เนื่องจากรอบดวงตามีความบางและเซนซิทีฟมาก การดูแลหลังทำจึงสำคัญไม่แพ้กันเลยครับ หลังทำคลื่นวิทยุความถี่สูง ผิวรอบดวงตาอาจจะมีอาการบอบบางลงชั่วคราวได้ การทากันแดดอย่างพิถีพิถันในช่วงพักฟื้นจะช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นครับ ซึ่งใน ข้อมูลการยกกระชับหลังทำ ก็แนะนำเช่นกันว่าให้สังเกตสภาพผิวหลังทำ พร้อมทั้งบำรุงด้วยสกินแคร์เติมความชุ่มชื้นและทากันแดดควบคู่กันไปด้วยครับ

คำถามที่พบบ่อย
Q. Eye Thermage ช่วยให้รอบดวงตาเปลี่ยนไปเยอะเลยไหมคะ?
A. เนื่องจากเป็นหัตถการที่เน้นกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวค่อยๆ กระชับขึ้นจากภายใน ผลลัพธ์จึงไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดทันทีแบบการศัลยกรรมผ่าตัด แต่จะเป็นการค่อยๆ เรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในเวลาหลายเดือนครับ ทั้งนี้ผลลัพธ์ของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวเดิมและระดับความหย่อนคล้อยครับ
Q. ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเริ่มเห็นผลครับ?
A. หลังทำทันทีจะรู้สึกตึงกระชับขึ้นเล็กน้อย และการเปลี่ยนแปลงจากการสร้างคอลลาเจนรอบใหม่จะเริ่มเข้าที่ในช่วง 3-6 เดือนครับ ตำราแพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่ระบุว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะปรากฏชัดเจนที่ประมาณเดือนที่ 6 ครับ
Q. ผิวรอบดวงตาบางมาก ทำแล้วจะปลอดภัยไหมคะ?
A. รอบดวงตาเป็นจุดที่บางและเซนซิทีฟมากจริงๆ ครับ จึงจำเป็นต้องเลือกช่วงระดับพลังงานและขอบเขตที่ละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ ตัวเทคโนโลยีจึงเซ็ตระบบให้ใช้หัวทิปเฉพาะ (Eye Tip) และตั้งค่าพารามิเตอร์เพื่อเลี่ยงโครงสร้างภายในของดวงตาโดยเฉพาะ เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้แพทย์ประเมินสภาพผิวรอบดวงตาก่อนทำการรักษาทุกครั้งครับ
Q. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหนครับ?
A. ตามข้อมูลงานวิจัยระบุว่าสามารถอยู่ได้นานประมาณ 2-3 ปีครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการป้องกันรังสียูวี การดูแลผิวในชีวิตประจำวัน และอัตราการเสื่อมสภาพตามวัยของผิวครับ เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น การทาครีมกันแดดให้เป็นนิสัยจึงสำคัญมากๆ ครับ
บทความที่แนะนำให้อ่านร่วมกัน

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



