หากสงสัยว่าหลังฟิลเลอร์สะโพกนั่งหรือออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ บทความนี้มีคำตอบและวิธีฟื้นตัวทีละขั้น
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
บริเวณที่ทำหัตถการเป็นจุดที่ถูกกดทับและขยับตัวอยู่เป็นประจำในชีวิตประจำวัน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะกังวลเรื่องการนั่งและออกกำลังกายมากกว่าฟิลเลอร์จุดอื่นค่ะ
ตอบสั้น ๆ คือ ช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำหัตถการ ควรลดแรงกดและการเคลื่อนไหวรุนแรงบริเวณนั้น และค่อย ๆ เพิ่มกิจกรรมทีละน้อยจากเบาไปหนักจะปลอดภัยกว่าค่ะ อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่ฉีดและความเร็วในการฟื้นตัวแตกต่างกันไปในแต่ละคน ระยะเวลาที่แน่นอนในการกลับไปทำกิจกรรมจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการโดยตรงค่ะ
บทความนี้เรียบเรียงข้อมูลการทำหัตถการของบิวตี้สโตน ฮับจองค่ะ
อ่านบทความนี้แล้วจะรู้อะไรบ้าง
ทำไมต้องระวังเรื่องการนั่งและออกกำลังกายทันทีหลังทำหัตถการ
นั่งท่าปกติได้สบาย ๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่
วิธีกลับมาออกกำลังกายทีละระดับความหนัก
สัญญาณเตือนที่ควรไปพบแพทย์
ทำไมต้องระวังเรื่องการนั่งและออกกำลังกายทันทีหลังทำหัตถการ
ฟิลเลอร์สะโพกส่วนใหญ่ใช้สารกรดไฮยาลูโรนิกฉีดเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อเพิ่มวอลุ่ม ทันทีหลังฉีด สารนี้ยังอยู่ในช่วงที่กำลังเข้าที่ หากมีแรงกดแรงหรือการเคลื่อนไหวมากเกินไป อาจทำให้รูปทรงเบี้ยวไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือบวมช้ำเห็นชัดขึ้นได้ค่ะ
กรดไฮยาลูโรนิก*: สารให้ความชุ่มชื้นที่มีอยู่ในร่างกายเราอยู่แล้ว ในฟิลเลอร์ใช้เป็นวัตถุดิบที่อุ้มน้ำเพื่อสร้างวอลุ่ม
โดยเฉพาะสะโพกเป็นจุดที่รับน้ำหนักตัวทุกครั้งที่นั่ง หากนั่งนานทันทีหลังทำหัตถการ จะยิ่งเพิ่มแรงกดต่อเนื่องบริเวณนั้น จริง ๆ แล้วมีคำแนะนำจากความเห็นพ้องระดับนานาชาติที่ระบุว่า เพื่อลดรอยช้ำและบวมหลังทำฟิลเลอร์ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักทันทีหลังทำหัตถการ และดูแลแรงกดบริเวณนั้นอย่างเหมาะสม ดังนั้นช่วงแรก ๆ ควรเปลี่ยนท่านั่งบ่อย ๆ แทนที่จะนั่งท่าเดียวนาน ๆ เพื่อลดภาระต่อบริเวณนั้นค่ะ


นั่งท่าปกติได้สบาย ๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่
การนั่งไม่ได้ห้ามเด็ดขาด แต่ควรมองเป็นแนวคิดการฟื้นตัวทีละขั้น ค่อย ๆ ลดแรงกดที่บริเวณนั้นลง จะเข้าใจง่ายขึ้นค่ะ ลองดูแนวทางที่มักใช้อ้างอิงกันได้ตามนี้ค่ะ
ช่วงเวลา | การนั่ง | หมายเหตุ |
|---|---|---|
วันที่ทำ~2 วัน | นั่งสั้น ๆ เปลี่ยนท่าบ่อย ๆ | ใช้เบาะรูปโดนัทช่วยได้ |
3~5 วัน | นั่งตามปกติได้ | หลีกเลี่ยงนั่งนานเกินไป |
หลัง 1 สัปดาห์ | โดยทั่วไปนั่งสบายได้ | ดูตามความแตกต่างของแต่ละคน |
วันที่ทำและวันถัดไป ควรนั่งสั้น ๆ แล้วลุกเปลี่ยนท่าบ่อย ๆ แทนที่จะนั่งท่าเดียวนาน ๆ ค่ะ การใช้อุปกรณ์อย่างเบาะรูปโดนัทที่ช่วยไม่ให้น้ำหนักตัวกดทับบริเวณที่ทำหัตถการโดยตรง จะช่วยให้ใช้ชีวิตได้สบายขึ้นค่ะ เมื่อผ่านไปสองสามวันจนอาการบวมลดลง การนั่งตามปกติมักไม่มีปัญหา แต่การนั่งต่อเนื่องหลายชั่วโมงควรเผื่อเวลาไว้อีกสักหน่อยจะอุ่นใจกว่าค่ะ

ออกกำลังกาย กลับมาทีละระดับความหนัก
การออกกำลังกายก็เช่นกัน แทนที่จะกลับไปหนักเท่าเดิมทันที ควรเริ่มจากเบาแล้วค่อยเพิ่มความหนักขึ้นจะปลอดภัยกว่าค่ะ ลองดูช่วงเวลาที่มักแนะนำให้กลับมาทำกิจกรรมแต่ละแบบได้ตามภาพนี้ค่ะ

การเดินเบา ๆ สามารถเริ่มได้ค่อนข้างเร็ว แต่การออกกำลังกายที่เหงื่อออกมากหรือใช้บริเวณนั้นหนัก ๆ ควรรออีกสักหน่อยค่ะ จริง ๆ แล้วมีคำแนะนำจากความเห็นพ้องระดับนานาชาติที่ระบุว่า ควรเลี่ยงการออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 24 ชั่วโมงเพื่อลดความเสี่ยงรอยช้ำและบวมหลังทำฟิลเลอร์ ท่าที่ใช้สะโพกหนัก ๆ อย่างสควอทหรือลันจ์ หรือการออกกำลังกายที่มีแรงกดสะสมบริเวณนั้นอย่างปั่นจักรยานหรือขี่ม้า ควรเผื่อเวลาไว้มากขึ้นเป็นพิเศษ และปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมค่ะ

ทำไมต้องเลือกบิวตี้สโตน ฮับจอง
คลินิกบิวตี้สโตน ฮับจอง ให้ความสำคัญกับคำแนะนำการใช้ชีวิตหลังทำหัตถการพอ ๆ กับตัวหัตถการเองค่ะ เพราะฟิลเลอร์ชนิดเดียวกัน แต่ปริมาณที่ฉีด ตำแหน่ง และกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ต่างกัน ทำให้การฟื้นตัวแตกต่างกันไป ทางคลินิกจึงสอบถามพฤติกรรมการนั่งและรูปแบบการออกกำลังกายของแต่ละท่านก่อนทำหัตถการ เพื่อวางแผนการฟื้นตัวที่ไม่หักโหมให้เหมาะกับแต่ละคนค่ะ เป็นคลินิกขนาดเล็กที่เดินจากสถานีฮับจองได้ จึงรับฟังรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละท่านอย่างละเอียด และกำหนดช่วงเวลาฟื้นตัวที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลได้ค่ะ

หากมีสัญญาณแบบนี้ ควรไปพบแพทย์
อาการบวมและช้ำส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่หากมีสัญญาณต่อไปนี้ ควรติดต่อสถานที่ทำหัตถการแทนการรอให้หายเองจะปลอดภัยกว่าค่ะ
แข็งผิดปกติหรือรูปทรงเบี้ยวไปข้างใดข้างหนึ่งอย่างชัดเจน
ปวดหรือบวมไม่ทุเลาลง กลับรุนแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
สีผิวซีดหรือเปลี่ยนเป็นสีม่วง — เป็นสัญญาณที่ต้องรีบตรวจสอบ
รู้สึกร้อนวูบวาบบริเวณนั้นต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับคำแนะนำที่ว่าหลังทำฟิลเลอร์ควรงดออกกำลังกายประมาณ 24-48 ชั่วโมงเพื่อป้องกันอาการแย่ลง การดูแลตัวเองในช่วงแรกมักส่งผลต่อทิศทางการฟื้นตัวอย่างมากค่ะ หากอาการบวมหรือช้ำค่อย ๆ จางลงภายในไม่กี่วัน ถือเป็นกระบวนการฟื้นตัวตามปกติค่ะ แต่หากรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่ผิดไปจากปกติอย่างสัญญาณข้างต้น ควรไปพบแพทย์แทนการรอดูอาการค่ะ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ส่วนช่วงเวลาฟื้นตัวและวิธีดูแลที่เหมาะกับตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการโดยตรงจะแม่นยำที่สุดค่ะ

คำถามที่พบบ่อย
Q. วันที่ทำหัตถการขับรถกลับบ้านเองได้ไหมคะ?
A. ขับรถระยะสั้นโดยทั่วไปทำได้ครับ แต่การขับรถทางไกลที่ต้องนั่งท่าเดิมนาน ๆ อาจเป็นภาระในวันที่ทำหัตถการได้ครับ หากเป็นไปได้ควรแวะจอดเปลี่ยนท่าเป็นระยะ และใช้เบาะรองไม่ให้น้ำหนักตัวกดทับบริเวณที่ทำหัตถการโดยตรงจะช่วยให้สบายขึ้นครับ
Q. นอนตะแคงได้ไหมคะ?
A. หากเป็นท่าที่ไม่กดทับบริเวณที่ทำหัตถการโดยตรง โดยทั่วไปนอนสบาย ๆ ได้เลยครับ เพียงแต่ช่วงไม่กี่วันแรกควรเลี่ยงท่านอนหงายที่กดสะโพกลงพื้นนาน ๆ ครับ หากรู้สึกไม่สบายตัวไม่ต้องฝืน เปลี่ยนไปนอนท่าที่สบายกว่าได้ครับ
Q. อาการบวมปกติจะยุบภายในกี่วันคะ?
A. แต่ละคนแตกต่างกันมาก แต่อาการบวมช่วงแรกมักค่อย ๆ ยุบลงภายในไม่กี่วันครับ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดและสภาพร่างกาย อาจรู้สึกได้นานกว่านั้น จึงควรสังเกตทิศทางการเปลี่ยนแปลงมากกว่าจะกำหนดระยะเวลาตายตัวครับ หากค่อย ๆ ยุบลงถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากกลับรุนแรงขึ้นควรไปพบแพทย์ครับ
Q. ฟิตเนสหรือพิลาทิสเริ่มใหม่ได้เมื่อไหร่คะ?
A. ควรเริ่มจากกิจกรรมเบา ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มความหนักขึ้นจะปลอดภัยกว่าครับ โดยเฉพาะท่าที่ใช้สะโพกมาก ๆ ควรเผื่อเวลาไว้มากขึ้นเป็นพิเศษ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการซึ่งทราบปริมาณที่ฉีดและสภาพการฟื้นตัวของคุณ เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมครับ
อ่านเพิ่มเติม

ผิว
Ellanse แต่ละประเภทอยู่ได้นานต่างกัน แล้วดูราคายังไงให้คุ้มจริง?

ยกกระชับ
Alltite เห็นผลช้าหรือเร็ว? ทำไมความรู้สึกหลังทำกับผลจริงถึงมาคนละเวลา

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ทำไมราคา Juvelook Volume ต่างกันทุกที่? ไวแอลและพื้นที่คือเหตุผล

ผู้ชาย
หลังรักษารูขุมขนจมูก ล้างหน้า แต่งหน้า ออกกำลังกาย ได้เมื่อไหร่?

ผิว
ลบรอยสักอายไลเนอร์ต้องกี่ครั้ง? ค่าใช้จ่ายต่างจากคิ้วสักยังไง

กำจัดขน
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ทำเลเซอร์กำจัดขนได้ไหม?



