• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

Secret RF ต้องทำกี่ครั้ง เว้นระยะห่างเท่าไหร่

Secret RF ต้องทำกี่ครั้ง เว้นระยะห่างเท่าไหร่

Secret RF ต้องทำกี่ครั้ง เว้นระยะห่างเท่าไหร่

Secret RF ควรทำกี่ครั้งและเว้นระยะแต่ละครั้งเท่าไหร่ถึงเห็นผล พร้อมการออกแบบคอร์สครับ

เวลาที่สาวๆ กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ Secret RF คำถามยอดฮิตที่ตามมาแบบเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ "เขาบอกว่าทำครั้งเดียวไม่จบ แล้วจริงๆ ต้องทำกี่ครั้ง? แต่ละครั้งต้องเว้นระยะห่างนานแค่ไหน?" ถึงแม้ในใจเราอยากจะทำทีเดียวให้สวยเป๊ะเลย แต่ด้วยตัวเทคโนโลยีของโปรแกรมนี้ ถูกออกแบบมาให้ต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นคอร์ส เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ ดังนั้น การทำความเข้าใจเรื่องจำนวนครั้งและระยะเวลาในการเว้นห่างไว้ก่อน จะช่วยให้แพลนทริปดูแลผิวของตัวเองได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ

ถ้าตอบแบบสั้นๆ ให้เห็นภาพง่ายๆ ปกติแล้วจะแนะนำให้ทำเป็นคอร์สประมาณ 3-4 ครั้งครับ โดยเว้นระยะห่างต่อครั้งประมาณ 4 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้จำนวนครั้งและระยะห่างอาจจะปรับเปลี่ยนไปตามเป้าหมายของแต่ละคน เช่น อยากเน้นเรื่องรูขุมขน หรือเน้นเรื่องความกระชับ รวมถึงสภาพผิว ณ ตอนนั้นด้วยครับ ดังนั้น แนะนำให้ปรึกษากับคุณหมอตอนเข้ารับการตรวจ เพื่อดีไซน์คอร์สที่เหมาะกับผิวเราที่สุดดีกว่าครับ

> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำหัตถการจาก Beautystone สาขาฮับจอง (Hapjeong) ครับ

อ่านบทความนี้แล้วคุณจะได้รู้เกี่ยวกับ:

  • ทำไม Secret RF ถึงเป็นโปรแกรมที่ต้องแบ่งทำหลายๆ ครั้ง

  • แนวทางการประเมินจำนวนครั้งที่เหมาะสมตามเป้าหมายผิวของคุณ

  • เหตุผลที่ว่าทำไมต้องเว้นระยะห่างในการทำประมาณ 4 สัปดาห์

  • เกณฑ์ในการวางแผนตารางการทำทรีตเมนต์ให้เข้ากับทริปท่องเที่ยวของคุณ

 

หลักการทำงานของ Secret RF เป็นอย่างไร

Secret RF คือเทคโนโลยีที่ใช้เข็มขนาดไมโคร (Microneedle) ส่งพลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ลงลึกไปถึงชั้นผิวแท้ (Dermis) เพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน* ขึ้นมาใหม่ ซึ่งกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังทำเสร็จนะครับ แต่จะค่อยๆ พัฒนาขึ้นอย่างช้าๆ ในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ ด้วยเหตุนี้ ตัวโปรแกรมจึงถูกออกแบบมาให้เป็นการสะสมการกระตุ้นผิวทีละนิด ด้วยการแบ่งทำเป็นระยะๆ นั่นเองครับ

คอลลาเจน*: โปรตีนสำคัญในชั้นผิวแท้ที่ช่วยให้ผิวอิ่มฟู มีความยืดหยุ่นและหนาแน่นขึ้น ซึ่งจะค่อยๆ สร้างขึ้นมาใหม่หลังจากได้รับแรงกระตุ้นครับ

มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับการดูแลผิวบริเวณรอบดวงตาของคนเอเชีย ที่ได้ใช้โปรโตคอลการรักษาด้วย Microneedle RF โดยแบ่งทำทั้งหมด 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ ซึ่งการดีไซน์แบบนี้ชี้ให้เห็นว่า การค่อยๆ กระตุ้นผิวเป็นระยะๆ เพื่อให้เวลาผิวได้พักฟื้นและสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเต็มที่ จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้พลังงานแรงๆ เพื่อกระตุ้นเพียงครั้งเดียวครับ

โครงสร้างที่เข็มขนาดจิ๋วส่งคลื่นความถี่วิทยุเข้าสู่ชั้นหนังแท้หลักการทำงานของ Secret RF เป็นอย่างไร

 

 

ปกติแล้วต้องทำประมาณกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

จำนวนครั้งในการทำจะปรับเปลี่ยนไปตามเป้าหมายของผิวแต่ละบุคคลครับ แม้จะไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว แต่ตารางด้านล่างนี้คือแนวทางที่คลินิกส่วนใหญ่แนะนำเพื่อให้เห็นภาพรวมคร่าวๆ ครับ

เป้าหมายผิว

จำนวนครั้งที่แนะนำ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

เรียบเนียน·รูขุมขน

ประมาณ 3 ครั้ง

แนะนำให้แพลนทำเป็นคอร์ส

ยกกระชับผิว

3~4 ครั้ง

เว้นระยะห่าง เพื่อสะสมผลลัพธ์

รักษาแผลเป็น·ปรับผิวเรียบเนียน

จำนวนครั้งที่มากกว่า

ปรับเปลี่ยนตามระดับความลึกของแผลเป็น

หากต้องการเน้นเรื่องของผิวเรียบเนียนหรือกระชับรูขุมขน แนะนำให้วางแผนทำเป็นคอร์สประมาณ 3 ครั้งครับ แต่ถ้าอยากทำเพื่อเสริมความยืดหยุ่นยกกระชับร่วมด้วย อาจจะต้องเพิ่มจำนวนครั้งอีกนิดหน่อย ส่วนในรายที่มีปัญหาหลุมสิวหรือรอยแผลเป็นที่ต้องการปรับผิวให้เรียบเนียน ก็มักจะต้องใช้จำนวนครั้งที่มากกว่านั้นครับ สิ่งสำคัญคือ ไม่อยากให้ตัดสินผลลัพธ์จากการทำเพียงครั้งเดียว แต่อยากให้รอดูการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะเวลาไม่กี่เดือนหลังจากจบคอร์สครับ

ปกติแล้วต้องทำประมาณกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

 

 

ทำไมต้องเว้นระห่างประมาณ 4 สัปดาห์

ถ้าเราทำถี่จนเกินไป ผิวอาจจะยังไม่ทันได้ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ถ้าเว้นระยะห่างนานเกินไป กระบวนการกระตุ้นและสะสมคอลลาเจนก็อาจจะขาดตอนได้ครับ ดังนั้น ระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดส่วนใหญ่จะแนะนำตามภาพรวมนี้ครับ

ระยะห่างระหว่างการทำหัตถการโดยประมาณ (สัปดาห์ แตกต่างกันในแต่ละบุคคล)

จากกรณีศึกษาของคลินิกผิวหนังที่ให้คนไข้เข้ารับบริการ Microneedle RF จำนวน 2-6 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 1 เดือน จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะยึดระยะห่างที่ประมาณ 1 เดือนเป็นหลัก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผิวได้ฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเหมาะสมที่สุดครับ อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นคนผิวแพ้ง่าย หรือมีอาการบวมแดงนานกว่าปกติ แนะนำให้ยืดระยะเวลาออกไปอีกสักหน่อย ในทางกลับกัน ถ้าผิวฟื้นตัวเร็วก็สามารถปรึกษากับคุณหมอเพื่อปรับช่วงเวลาให้เร็วขึ้นได้ครับ คำว่าระยะห่างจึงไม่มีตัวเลขที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์สำหรับทุกคน แต่ให้ยึดเอาความเร็วในการฟื้นตัวของผิวเราเป็นหลักจะดีที่สุดครับ

ทำไมต้องเว้นระห่างประมาณ 4 สัปดาห์

 

 

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง

ที Beautystone สาขาฮับจอง เราไม่ได้กำหนดจำนวนครั้งหรือระยะห่างแบบสูตรสำเร็จให้กับคนไข้ทุกคนเหมือนๆ กันครับ แต่เราจะรับฟังความกังวลและเป้าหมายของคนไข้ก่อน เพื่อนำมาดีไซน์โปรแกรมการรักษาที่ตรงจุดที่สุด เพราะเราเข้าใจดีว่า คนไข้ที่กังวลเรื่องรูขุมขน กับคนไข้ที่กังวลเรื่องของความหย่อนคล้อย ย่อมต้องการแผนการรักษาที่แตกต่างกัน คลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้สถานีฮับจอง เดินทางสะดวก และเป็นคลินิกขนาดอบอุ่นที่พร้อมใส่ใจคนไข้ทุกท่านแบบตัวต่อตัว รับฟังเรื่องตารางชีวิตและการฟื้นตัวของผิว เพื่อร่วมวางแผนการรักษาในระยะเวลาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดไปพร้อมๆ กับคุณครับ

ทำไมต้องเลือก Beautystone สาขาฮับจอง

 

 

เช็คลิสต์สิ่งเหล่านี้ก่อนวางแผนระยะเวลาการทำทรีตเมนต์

เมื่อต้องวางแผนจำนวนครั้งและระยะเวลาในการทำทรีตเมนต์ ลองพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมด้วย จะช่วยให้จัดตารางได้ลงตัวขึ้นครับ

  • เป้าหมายของการรักษา — รูขุมขน, ความกระชับ หรือรอยแผลเป็น ต่างก็ต้องการจำนวนครั้งที่แตกต่างกันออกไปครับ

  • อัตราการฟื้นตัวของผิว — หากผิวมีอาการบวมหรือแดงง่ายและนานกว่าปกติ ควรเว้นระยะห่างให้ยาวขึ้นเพื่อให้ผิวได้พักฟื้นเต็มที่

  • ตารางงานและทริปสำคัญ — ควรคำนวณช่วงเวลาพักหน้า (Downtime) ด้วย เพื่อไม่ให้ไปตรงกับทริปสำคัญหรือวันงานพิเศษของคุณครับ

  • การสังเกตการเปลี่ยนแปลงสะสม — อย่าด่วนตัดสินจากผลลัพธ์ในการทำครั้งแรก ให้มองภาพรวมความเปลี่ยนแปลงหลังจากทำครบคอร์สและผ่านไปแล้ว 2-3 เดือนครับ

การรักษาด้วย Secret RF นั้นเป็นการเน้นผลลัพธ์แบบสะสมจากการทำอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากเราวางแผนตั้งแต่แรกว่าจะทำกี่ครั้งและเว้นระยะอย่างไร จะช่วยให้เราจองตารางและดูแลผิวได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้นครับ แต่ข้อมูลข้างต้นนี้เป็นเพียงไกด์ไลน์ทั่วไปเท่านั้น วิธีที่ดีที่สุดคือเข้ามาปรึกษากับคุณหมอโดยตรงเพื่อประเมินผิวจริง และที่สำคัญหลังทำเสร็จหากพบอาการบวมแดงนานผิดปกติหรือเกิดความระคายเคือง แนะนำให้ติดต่อคลินิกเพื่อเข้ามาปรึกษาคุณหมอก่อน อย่าเพิ่งรีบทำนัดครั้งต่อไปนะครับ

เช็คลิสต์สิ่งเหล่านี้ก่อนวางแผนระยะเวลาการทำทรีตเมนต์

 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ทำแค่ครั้งเดียวจะเห็นผลไหมคะ?

A. หลังจากทำครั้งแรก บางท่านอาจเริ่มรู้สึกได้ว่าผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้นเล็กน้อยครับ แต่เนื่องจากหลักการของ Secret RF คือการสะสมพลังงานเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ปกติแล้วจึงแนะนำให้ทำเป็นคอร์สอย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นานขึ้นในอีกหลายเดือนข้างหน้าครับ

Q. ถ้าติดธุระจนไม่ได้ไปตามนัดสัปดาห์ที่ 4 ผลลัพธ์จะหายไปหมดเลยไหม ต้องเริ่มทำใหม่ตั้งแต่ครั้งแรกหรือเปล่า?

A. ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดครับ แม้ว่าจะมาเลทกว่ากำหนดไปบ้าง แต่คอลลาเจนใต้ผิวที่เคยถูกกระตุ้นไปแล้วก็ไม่ได้หายไปทันทีครับ หากตารางเวลาคลาดเคลื่อนไป ให้ปรึกษากับหมอเพื่อขยับคิวและทำต่อจากเดิมได้เลยครับ ไม่ควรฝืนเร่งทำให้เร็วขึ้นถ้าร่างกายหรือผิวยังไม่พร้อมพักฟื้นนะครับ ให้ความปลอดภัยของผิวมาเป็นอันดับแรกดีที่สุดครับ

Q. ทำเสร็จแล้ว สามารถแต่งหน้าใช้ชีวิตได้ตามปกติเลยไหมคะ?

A. หลังทำเสร็จทันที ผิวอาจจะมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อยได้ครับ แนะนำว่างดการรบกวนผิวหรือแต่งหน้าหนาๆ ในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น อัตราการพักฟื้นของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน หากแวะมาเที่ยวเกาหลีและมีแพลนช้อปปิ้งถ่ายรูปสวยๆ แนะนำให้เผื่อเวลา Downtime ไว้สักนิดนึงนะครับ ส่วนวิธีการดูแลรายละเอียดอื่นๆ ทางคลินิกจะมีคำแนะนำมอบให้อย่างละเอียดในวันทำหัตถการครับ

Q. อยากแก้ทั้งปัญหารูขุมขนและเพิ่มความยืดหยุ่นผิวพร้อมกัน แบบนี้ต้องเพิ่มจำนวนครั้งการทำไหมคะ?

A. หากมีความกังวลหลายอย่างพร้อมกัน โดยทั่วไปคุณหมออาจจะแนะนำดีไซน์จำนวนครั้งเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยเพื่อให้ครอบคลุมการรักษาครับ แต่ไม่ได้แปลว่ายิ่งทำเยอะจะยิ่งดีเสมอไปนะครับ เราต้องดูความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ควบคู่ไปด้วย แนะนำเข้ามาประเมินผิวและจัดคอร์สที่พอดีร่วมกันกับคุณหมอที่คลินิกดีที่สุดครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หลายคนคิดว่า Titanium Lifting ช่วยเรื่องยกกระชับความหยืดหยุ่นผิวอย่างเดียว แต่ทำไมถึงช่วยปรับกรอบหน้าลดไขมันแก้ม รวมถึงลดรอยแดงได้ด้วยนะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

Titanium Lifting ช่วยเรื่องรูปหน้าและผิวแดงได้ด้วยจริงไหม

Titanium Lifting ใช้ 3 ความยาวคลื่น คลื่นยาวสุดถึงชั้นไขมันและหลอดเลือด จึงดูแลรูปหน้าและรอยแดงค่ะ

ความเข้าใจผิดที่ว่าทำ Titanium Lifting แล้วร่องแก้มจะหายวับไปทันที แล้วจริงๆ ร่องแก้มข้างจมูกจะเป็นอย่างไรกันแน่นะ?

โครงหน้า&วอลลุ่ม

ความเชื่อผิดๆ ที่ว่าทำ Titanium Lifting แล้วร่องแก้มจะหายวับไปทันที แล้วจริงๆ ร่องแก้มข้างจมูกจะเป็นอย่างไรกันแน่นะ?

เรื่องราวเกี่ยวกับ Titanium Lifting ที่เขาว่ากันว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยข้างแก้มและข้างจมูกให้ดูดีขึ้นได้ด้วย เราได้รวบรวมข้อสงสัยต่างๆ มาเคลียร์ให้ฟังกันแบบชัดๆ ตั้งแต่เรื่องความเข้าใจผิดๆ เพราะชื่อของโปรแกรม ไปจนถึงเรื่องความกังวลเกี่ยวกับความเจ็บและ downtime ค่ะ

หากกำลังกังวลเรื่องการยกกระชับใบหน้าในย่านยออีโด (Yeouido) มาเช็กเกณฑ์การเลือกตามเคสของคุณระหว่าง Ulthera vs Titanium กันก่อนดีกว่าค่ะ

ยกกระชับ

หากคุณกำลังกังวลเรื่องการยกกระชับผิวในย่านยออิโด (Yeouido) มาเช็กเกณฑ์การเลือกสำหรับแต่ละกรณีกันก่อนระหว่าง Ulthera vs Titanium

แม้ชื่อจะดูคล้ายกัน แต่ Ulthera ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียง (초음파) ส่วน Titanium จะเป็นเลเซอร์ค่ะ การเลือกสูตรที่เหมาะกับเราจะขึ้นอยู่กับว่าปัญหาความหย่อนคล้อยนั้นมาจากผิวชั้นลึก หรือเป็นเรื่องของเนื้อผิว (skin texture) ที่เริ่มเสื่อมสภาพก่อนค่ะ

Titanium lifting หลายคนอาจจะเข้าใจผิดจากชื่อว่าเป็นการร้อยไหม แต่จริงๆ แล้วหลักการทำงานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ

ยกกระชับ

Titanium Lifting ฟังดูเหมือนเป็นหัตถการร้อยไหมใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้วหลักการทำงานต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยค่ะ

Titanium lifting ที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นไหมละลายเพราะชื่อของมัน จริงๆ แล้วเป็นเครื่องเลเซอร์ที่ใช้คลื่นความถี่ถึง 3 ความยาวคลื่นด้วยกัน วันนี้เราได้รวบรวมหลักการทำงานทั่วทั้งใบหน้า และสิ่งที่คุณต้องเช็กก่อนทำมาฝากกันค่ะ

ช่วงที่สิวขึ้นบนใบหน้า สามารถทำเลเซอร์หรือโปรแกรมยกกระชับ (lifting) ได้ไหมคะ?

ผิว

มีสิวอยู่ ทำเลเซอร์หรือลิฟติ้งได้เลยไหม? จังหวะสำคัญที่ต้องรู้

มีสิวอักเสบอยู่แล้วอยากทำหัตถการ บทความนี้ช่วยแยกว่าทำได้เลย ทำได้บางส่วน หรือต้องรอจนสิวสงบก่อน

Sofwave และ Thermage ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวด์ (초음파) และคลื่นวิทยุ (고주파) มีความแตกต่างกันอย่างไรคะ?

ยกกระชับ

Sofwave vs Thermage FLX ต่างกันยังไง? อัลตราซาวด์กับ RF ใครเหมาะกับใคร

เปรียบเทียบ Sofwave vs Thermage FLX อัลตราซาวด์และ RF คนละความลึก เลือกตัวไหนให้เหมาะกับสภาพผิวค่ะ

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1