• Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด

ผลัดเซลล์ผิวที่บ้าน สัปดาห์ละกี่ครั้งปลอดภัย?

ผลัดเซลล์ผิวที่บ้าน สัปดาห์ละกี่ครั้งปลอดภัย?

ผลัดเซลล์ผิวที่บ้าน สัปดาห์ละกี่ครั้งปลอดภัย?

ผิวแต่ละแบบผลัดเซลล์ที่บ้านสัปดาห์ละกี่ครั้ง วิธีเลือก AHA, BHA, สครับ และสัญญาณเมื่อผลัดมากเกินไป

เวลาที่เรากำลังมองหาผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว หลายคนมักจะตั้งคำถามแรกขึ้นมาในใจว่า "ควรทำสัปดาห์ละกี่ครั้งดีนะ" หรือ "ผิวของเราเหมาะกับสครับหรือ AHA มากกว่ากัน" ผลิตภัณฑ์พวกนี้หาซื้อได้ง่ายมากก็จริงครับ แต่สิ่งที่ทำให้เราสับสนจริงๆ ก็คือจะปรับความถี่และความเข้มข้นให้เข้ากับสภาพผิวของเราอย่างไรดี

หากตอบแบบสั้นๆ เลยก็คือ การผลัดเซลล์ผิวไม่ได้แปลว่ายิ่งทำบ่อยยิ่งดีครับ แต่มันเป็นขั้นตอนการดูแลผิวที่ความถี่ที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละคน สำหรับคนผิวมันอาจจะทำได้ค่อนข้างบ่อย แต่สำหรับคนผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย ควรลดความถี่ลงเพื่อไม่ให้เกราะป้องกันผิว (skin barrier) ถูกทำลาย การทำความเข้าใจเกณฑ์มาตรฐานเฉลี่ยไว้ก่อน จะช่วยให้คุณปรับการดูแลผิวเองที่บ้านได้อย่างเหมาะสมและไม่หักโหมจนเกินไปครับ

> บทความนี้เป็นเนื้อหาที่รวบรวมข้อมูลการทำทรีตเมนต์จาก Beautystone สาขาฮับจองครับ

เมื่ออ่านบทความนี้แล้วคุณจะ

  • เข้าใจหลักการทำงานของการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดออก

  • รู้ความถี่ที่เหมาะสมในแต่ละสัปดาห์สำหรับผิวแต่ละประเภท

  • รู้ว่า AHA, BHA และสครับ แบบไหนที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณ

  • รู้วิธีสังเกตสัญญาณเตือนเมื่อผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป พร้อมวิธีฟื้นฟูผิว

 

มาเริ่มกันที่หลักการทำงานของการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพกันก่อนครับ

ผิวชั้นนอกสุดหรือชั้นขี้ไคล (stratum corneum)* คือชั้นที่เซลล์ผิวที่ตายแล้วทับถมกันเหมือนก้อนอิฐ เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากสิ่งกระตุ้นภายนอก โดยปกติแล้วเซลล์เก่าจะหลุดลอกออกไปเองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นหรือผิวแห้ง วงจรนี้จะช้าลง ทำให้เซลล์ผิวเก่าสะสมตัวจนผิวดูหมองคล้ำและหยาบกร้านครับ

ชั้นขี้ไคล*: เป็นชั้นเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งอยู่ชั้นนอกสุดของหนังกำพร้า ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นและบล็อกสิ่งกระตุ้นจากภายนอก

AHA* คือส่วนผสมหลักที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่สะสมอยู่ให้ออกไปอย่างอ่อนโยน คำอธิบายกลไกการทำงานที่ระบุว่า AHA จะช่วยลดการยึดเกาะระหว่างเซลล์ผิว ทำให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกไปตามธรรมชาติ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทำไมการผลัดเซลล์ผิวด้วยความถี่ที่เหมาะสมจึงช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากชั้นขี้ไคลทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวด้วย หากเราลอกออกบ่อยเกินไป ก็อาจทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นและผิวระคายเคืองได้ง่ายครับ

AHA*: ย่อมาจาก Alpha Hydroxy Acid เป็นสารสกัดที่เป็นกรดละลายน้ำได้ มักนิยมใช้ในการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพบนพื้นผิวชั้นนอก

ภาพตัดขวางการหลุดลอกของเซลล์ผิวเก่าบริเวณชั้นบนของขี้ไคลมาเริ่มกันที่หลักการทำงานของการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพกันก่อนครับ

 

 

ผิวแต่ละประเภทควรผลัดเซลล์ผิวสัปดาห์ละกี่ครั้งดี

จุดเริ่มต้นความถี่ในการผลัดเซลล์ผิวจะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวครับ คนผิวมันที่มีน้ำมันส่วนเกินเยอะมักจะต้องดูแลลึกไปถึงในรูขุมขนบ่อยๆ จึงสามารถทำได้ค่อนข้างถี่ ส่วนคนผิวแห้งที่ขาดน้ำหรือผิวแพ้ง่าย ควรลดความถี่ลงเพื่อรักษาเกราะป้องกันผิวไว้จะปลอดภัยที่สุดครับ และนี่คือเกณฑ์คร่าวๆ สำหรับแต่ละสภาพผิวครับ

สภาพผิว

ความถี่ที่แนะนำ

ส่วนผสมที่เหมาะสม

ข้อควรระวัง

ผิวมัน

2~3 ครั้ง / สัปดาห์

เน้น BHA

หากมากเกินไป อาจกระตุ้นให้ขับน้ำมันออกมามากกว่าเดิม

ผิวผสม

1~2 ครั้ง / สัปดาห์

บริเวณ T-zone ใช้ BHA / แก้มใช้ AHA

ปรับระดับความแรงตามแต่ละบริเวณใบหน้า

ผิวแห้ง

1 ครั้ง / สัปดาห์

AHA ความเข้มข้นต่ำ

ต้องเน้นกักเก็บความชุ่มชื้นควบคู่ไปด้วยอย่างเพียงพอ

ผิวแพ้ง่าย

ไม่เกิน 1 ครั้ง / สัปดาห์

เอนไซม์สูตรอ่อนโยน / สูตรไม่ระคายเคือง

หากมีอาการระคายเคือง ให้หยุดใช้ทันที

จำนวนครั้งที่ระบุในตารางเป็นเพียงค่าเฉลี่ยเริ่มต้นเท่านั้นนะครับ แม้จะเป็นคนผิวมันเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นคนผิวบางหรือเป็นสิวง่าย ก็ควรลดความถี่ลง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลจริงๆ ครับ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือเริ่มต้นด้วยความถี่ที่ต่ำที่สุดก่อน แล้วคอยสังเกตปฏิกิริยาของผิว จากนั้นค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นทีละขั้นครับ

ภาพนี้จะช่วยให้เห็นภาพความแตกต่างของความถี่ที่แนะนำในแต่ละสภาพผิวได้ง่ายขึ้นครับ

จำนวนครั้งต่อสัปดาห์ที่แนะนำสำหรับการขัดผิวตามประเภทผิวผิวแต่ละประเภทควรผลัดเซลล์ผิวสัปดาห์ละกี่ครั้งดี

 

 

AHA, BHA และสครับ เหมาะกับผิวแบบไหนบ้าง

วิธีการผลัดเซลล์ผิวหลักๆ จะแบ่งออกเป็นแบบกายภาพที่ใช้เม็ดสครับ และแบบเคมีที่ใช้กรด แม้ว่าสครับที่ใช้เม็ดสครับขัดผิวจะให้ความรู้สึกเนียนนุ่มทันทีหลังทำ แต่ก็สร้างการระคายเคืองได้สูง ปัจจุบันจึงนิยมแนะนำวิธีการใช้ส่วนผสมทางเคมีค่อยๆ ละลายเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนมากกว่าครับ

  • AHA — ละลายในน้ำได้ดี จึงเหมาะกับผิวหมองคล้ำและเซลล์ผิวเก่าที่อยู่บนพื้นผิวชั้นนอกสุด เหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวผสม

  • BHA — ละลายในน้ำมัน จึงซึมลึกเข้าสู่รูขุมขนเพื่อดูแลซีบัม (น้ำมันผิว) เหมาะสำหรับผิวมันหรือผิวที่เป็นสิวอุดตันเม็ดเล็กๆ

  • เอนไซม์และผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน — มีความอ่อนโยนสูง ผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้อย่างสบายใจ

  • สครับ — เนื่องจากเกิดแรงเสียดทานจากเม็ดสครับสูง ควรใช้เป็นครั้งคราวเท่านั้นและควรขัดอย่างเบามือที่สุด

เช่นเดียวกับรีวิวที่ระบุว่า การใช้การลอกผิวด้วย AHA อย่างไกลโคลิกแอซิด ในความเข้มข้นและความถี่ที่เหมาะสม จะช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวและสภาพผิวให้ดีขึ้นได้ หัวใจสำคัญไม่ใช่การใช้ผลิตภัณฑ์ที่แรงและบ่อย แต่คือการใช้ผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอในระดับที่ผิวของเรารับไหวครับ การเริ่มจากความเข้มข้นต่ำๆ ก่อน เมื่อผิวไม่ระคายเคืองแล้วค่อยๆ ขยับขึ้นจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เพราะผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันออกไปแม้จะใช้ส่วนผสมเดียวกันก็ตามครับ

AHA, BHA และสครับ เหมาะกับผิวแบบไหนบ้าง

 

 

ทำไมต้องปักหมุดมาที่ Beautystone สาขาฮับจอง

ที่ Beautystone สาขาฮับจอง เราใส่ใจกับการประเมินสภาพผิวจริงของคนไข้ก่อนเสมอ โดยเฉพาะกับการดูแลตัวเองที่บ้านอย่างการผลัดเซลล์ผิวครับ เราไม่ได้บอกว่าผิวมันต้องทำบ่อยๆ หรือผิวแห้งต้องทำน้อยๆ เสมอไป แต่เราจะช่วยประเมินความถี่ที่เหมาะสมโดยพิจารณาจากโอกาสการเกิดปัญหาสิวและสภาพเกราะป้องกันผิวจริงของคุณ คลินิกของเราตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮับจอง เดินทางสะดวกและเป็นส่วนตัว คุณสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ที่บ้านพร้อมบอกความถี่ที่ใช้มาปรึกษากับเราได้อย่างสบายๆ เลยครับ

ทำไมต้องปักหมุดมาที่ Beautystone สาขาฮับจอง

 

 

สัญญาณเตือนเมื่อผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป และวิธีฟื้นฟูผิว

หากผลัดเซลล์ผิวมากจนเกินไป แทนที่ผิวจะดีขึ้น เกราะป้องกันผิวอาจจะพังและทำให้ผิวบอบบางแพ้ง่ายแทนครับ หากเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรลดความถี่ลงหรือหยุดพักก่อนชั่วคราวนะครับ

  • รู้สึกร้อนผ่าวหรือแสบผิว — หากทาผลิตภัณฑ์แล้วรู้สึกระคายเคืองมากกว่าปกติ นั่นคือสัญญาณเตือนว่าเริ่มมากเกินไปแล้วครับ

  • ผิวแห้งตึงสลับกับลอกเป็นขุย — ยิ่งลอกออก ผิวยิ่งแห้งกร้าน จนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ผิวลอกไม่หยุด

  • ผิวแดงหรือมีผดผื่นขึ้น — เป็นช่วงที่เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง ทำให้ไวต่อสิ่งกระตุ้นและระคายเคืองได้ง่าย

  • ผิวหยาบกร้านและหมองคล้ำ — ตั้งใจจะกู้ผิวให้เรียบเนียน แต่กลับกลายเป็นว่าผิวดูสากและโทรมลงแทน

ในกรณีแบบนี้ ให้หยุดผลัดเซลล์ผิวไปก่อนประมาณ 1-2 สัปดาห์ แล้วเน้นไปที่การบำรุงความชุ่มชื้นรวมถึงทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เกราะป้องกันผิวจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาครับ และหลังจากผิวฟื้นฟูแล้ว แนะนำให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งด้วยความถี่ที่น้อยลงกว่าเดิม สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้เสมอคือ การผลัดเซลล์ผิวไม่ใช่การประโคมทำยิ่งเยอะยิ่งดี แต่คือการดูแลให้อยู่ในจุดที่ผิวเรารับไหว เพื่อให้ผิวสวยสุขภาพดีอย่างปลอดภัยครับ

สัญญาณเตือนเมื่อผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป และวิธีฟื้นฟูผิว

 

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

เราได้สรุปหัวข้อการดูแลผิวด้วยตัวเองที่บ้านในหัวข้ออื่นๆ ไว้ในแนวทางเดียวกันนี้แล้ว แนะนำให้อ่านควบคู่กันเพื่อประโยชน์สูงสุดครับ

 

คำถามที่พบบ่อย

Q. สามารถผลัดเซลล์ผิวทุกวันได้ไหมคะ?

A. การผลัดเซลล์ผิวทุกวันนั้นถือว่าหนักเกินไปสำหรับสภาพผิวส่วนใหญ่ครับ เนื่องจากชั้นขี้ไคลทำหน้าที่ปกป้องผิว หากเราลอกออกทุกวันก็อาจทำให้สูญเสียน้ำและผิวระคายเคืองง่าย สำหรับผิวมันความถี่ที่เหมาะสมคือ 2~3 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนผิวแห้งหรือแพ้ง่ายสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็นับว่าปลอดภัยแล้วครับ แนะนำให้คอยสังเกตการตอบสนองของผิวเพื่อกำหนดความถี่ที่เหมาะสมจะดีที่สุดครับ

Q. สามารถใช้ AHA และ BHA ร่วมกันได้ไหมคะ?

A. สามารถใช้ร่วมกันได้ครับ แต่หากใช้ทั้งคู่ในวันเดียวกันอาจกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองซ้ำซ้อนได้ ในช่วงแรกเพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ลองเลือกใช้ตัวใดตัวหนึ่งก่อนแล้วสังเกตอาการของผิวครับ หรือหากเป็นผิวผสมที่มีความกังวลแตกต่างกันในแต่ละจุด สามารถแยกใช้เฉพาะจุดได้ เช่น ใช้ BHA บริเวณ T-zone และใช้ AHA บริเวณแก้มครับ หากรู้สึกระคายเคืองให้ลดความถี่ลงทันทีนะครับ

Q. มีสิ่งที่ต้องดูแลเป็นพิเศษหลังจากผลัดเซลล์ผิวไหมคะ?

A. หลังจากผลัดเซลล์ผิว ผิวจะมีความบอบบางชั่วคราว จึงควรเน้นเติมความชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดอย่างพิถีพิถันครับ เมื่อเซลล์ผิวเก่าถูกเคลียร์ออกไปแล้ว ผิวจะดูดซึมสารบำรุงและมอยส์เจอไรเซอร์ได้ดีขึ้น ดังนั้นให้บำรุงความชุ่มชื้นมากกว่าปกติอีกหนึ่งสเต็ปนะครับ และในวันรุ่งขึ้นหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นกรด อย่าลืมทาครีมกันแดดปกป้องผิวให้ดีด้วยครับ

Q. ผิวแพ้ง่ายจำเป็นต้องผลัดเซลล์ผิวไหมคะ?

A. ไม่จำเป็นต้องทำเป็นประจำครับ เนื่องจากผิวแพ้ง่ายจะมีเกราะป้องกันผิวที่ค่อนข้างอ่อนแอ การผลัดเซลล์ผิวอาจสร้างภาระให้ผิวได้ แทนที่จะหักโหมทำ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เอนไซม์สูตรอ่อนโยนเป็นครั้งคราวก็ถือว่าเพียงพอแล้วครับ หากทำแล้วรู้สึกระคายเคืองแนะนำให้หยุดทันที หรือหากต้องการความมั่นใจ สามารถปรึกษาร่วมกับทีมแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลผิวที่ปลอดภัยได้ครับ

 

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม

  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด
  • Beautystone Clinic สาขาฮงแด โดยบิวตี้ส์ด็อกเตอร์
  • Beautystone Clinic บิวตี้สโตนคลินิก สาขาฮงแด

โพสต์ล่าสุด

โพสต์ล่าสุด

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

ยกกระชับ

หน้าหย่อนหลังคลอด ทำอัลเทอร่าตอนให้นมได้ไหมคะ

อัลเทอร่าตอนให้นมบุตรปลอดภัยจริงไหม ควรเริ่มช่วงไหนหลังคลอด ดูจากสัญญาณฟื้นตัวของร่างกายค่ะ

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ผิว

ลดน้ำหนักแล้วหน้าตอบ เติม Juvelook Volume ได้ไหม

ลดน้ำหนักแล้วแก้มตอบดูโทรม Juvelook Volume ช่วยได้อย่างไร รวมกลไก ผลลัพธ์ และข้อควรระวังค่ะ

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

ผิว

สูบบุหรี่ทำ Rejuran เห็นผลช้าลงจริงไหม?

คนสูบบุหรี่ทำสกินบูสเตอร์ Rejuran คอลลาเจนฟื้นตัวช้าลงหรือเปล่า และจะดูแลให้ได้ผลดีขึ้นยังไง มาดูกัน

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

ยกกระชับ

เครียดสะสมจนผิวหย่อนคล้อย RF ช่วยได้จริงไหมคะ

สรุปขอบเขตและข้อจำกัดของ RF ลิฟติ้งต่อผิวหย่อนคล้อยจากความเครียด แยกจากการดูแลชีวิตประจำวันค่ะ

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

ผิว

มีโรคประจำตัวหรือกินยาอยู่ ทำหัตถการความงามได้ไหม?

เป็นเบาหวาน ความดัน หรือกินยาละลายลิ่มเลือด ทำหัตถการความงามได้ไหม? มาดูสิ่งที่ต้องบอกคุณหมอกันค่ะ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ยกกระชับ

ซีเคร็ต RF ไมโครนีดเดิ้ล แก้แผลเป็น-รูขุมขนได้ไหม

ซีเคร็ต RF ผสานไมโครนีดเดิ้ลกับคลื่นวิทยุ ดูแลแผลเป็น รูขุมขน และความกระชับด้วยหลักการเดียวกัน

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1

💬 ปรึกษาผ่าน Line

🌸 Beautystone Clinic เข้าร่วม Cadaver workshop ของ Meditox ที่กรุงเทพฯ 🌸

แนวทางที่ออกแบบเฉพาะแบบ 1:1