อิลซาน: แพทย์ SNU วี ยองจิน ตรวจรักษาโดยแพทย์โดยตรงไหม? บันทึกหลังหัตถการเปลี่ยนผลลัพธ์อย่างไร
เผยแพร่ -
อัปเดต -

Author
Wi Young-jin · Chief director
Seoul National University College of Medicine · Seoul National University Hospital Specialist
→
สวัสดีครับ หมอวี ยองจิน จาก Beautystone สาขาฮงแดครับ
💡 เช็กตรงนี้ก่อนอ่านนะะครับ
Q. ได้ยินมาว่าแพทย์เฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลเป็นคนทำหัตถการเองโดยตรง จริงไหมคะ?
A. ใช่ครับ ผมดูแลเองตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษา ทำหัตถการ ตลอดจนจดบันทึกประวัติหลังการรักษาด้วยตัวเองเลยครับ ไม่มีส่งต่อให้แพทย์คนอื่นทำแทนแน่นอนครับ
Q. คลินิกผิวหนังที่ไหนๆ ก็เหมือนกันหมดหรือเปล่าคะ?
A. แม้จะเป็นเครื่องมือแพทย์ตัวเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันไปตามฝีมือของแพทย์ผู้รักษา รวมถึงประวัติการรักษาที่นำมาใช้อ้างอิงครับ
📌 ไฮไลท์สำคัญของบทความนี้
ดูแลและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางจากท็อปเกาหลี (Seoul National University) พร้อมจดบันทึกการรักษาอย่างละเอียดเพื่อการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

คลินิกผิวหนังโดยแพทย์เฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยโซล คืออะไร?
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทางที่จบจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (SNU) คือ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน
สาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) และผ่านหลักสูตรทางการแพทย์เฉพาะทาง
รวมเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ปีขึ้นไปครับ
ความแตกต่างสำคัญคือ แพทย์เฉพาะทางเหล่านี้
ได้รับการฝึกอบรมเชิงลึกทั้งในด้านโรคผิวหนังและการทำหัตถการเพื่อความงามอย่างเป็นระบบ
ซึ่งแตกต่างจากคลินิกทั่วไปหรือคลินิกที่ไม่ได้ดำเนินงานโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนังครับ
หากไม่มีการบันทึก ก็ถือกว่าไม่มีการดูแลรักษาครับ
ขอพูดตรงๆ เลยนะครับว่า
แม้คลินิกผิวหนังหลายแห่งจะใช้คำว่า "ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง"
แต่ในความเป็นจริง จำนวนคลินิกที่ตัวคุณหมอท่านนั้น
มาลงมือทำหัตถการให้คนไข้เองจริงๆ มีน้อยกว่าที่คิดครับ
เพราะหลายครั้ง คุณหมอเจ้าของไพ่อาจจะเป็นคนให้คำปรึกษา,
แต่ตอนทำจริงกลับเป็นสตาฟฟ์หรือแพทย์ท่านอื่น,
และพอมาครั้งต่อไป คุณหมอก็จดจำประวัติเดิมของคนไข้ไม่ได้
คนไข้หลายคนที่เคยชินกับ K-beauty น่าจะเคยเจอประสบการณ์คล้ายๆ แบบนี้ใช่ไหมครับ

แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดครับ
การทำหัตถการผิวหนังไม่ใช่การทำแค่ครั้งเดียวแล้วจบไป (one-time event)
ยกตัวอย่างเช่น การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำด้วยเลเซอร์
หากไม่มีการจดบันทึกว่าในรอบแรกใช้ความยาวคลื่นเท่าไหร่, พลังงานระดับไหน, ยิงลงลึกถึงชั้นไหน
พอมารักษาครั้งที่ 2
มันก็แทบไม่ต่างอะไรกับการ 'เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่' เลยล่ะครับ
ผิวของเรามีการตอบสนองแบบสะสม
เราจำเป็นต้องรู้ว่าในการรักษาครั้งก่อน ผิวเกิดปฏิกิริยาจากความร้อนมากน้อยแค่ไหน,
และเม็ดสีตอบสนองอย่างไร
จึงจะสามารถวางแผนการรักษาในขั้นตอนต่อไปได้อย่างแม่นยำครับ
สำหรับผม หลังทำหัตถการเสร็จทุกครั้ง ผมจะทำการบันทึกข้อมูลร่วมกับรูปถ่าย
ทั้งค่าพารามิเตอร์ (การตั้งค่าตัวเครื่อง), อาการตอบสนองของผิว และแนวทางการรักษาครั้งถัดไป
เก็บไว้เป็นประวัติการรักษาด้วยตัวเองครับ
แม้จะเป็นขั้นตอนที่แอบยุ่งยากและจุกจิก
แต่ผมเชือว่านี่คือสิ่งที่เราจะเรียกว่า 'การดูแลเคสอย่างใส่ใจ' ได้อย่างแท้จริงครับ
คนไข้หลายคนที่เคยทำเลเซอร์จากที่อื่นหลายรอบแล้วไม่เห็นผล
แต่พอมาทำที่คลินิกเราแค่ 2-3 ครั้ง ก็เริ่มทักถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพราะเราใช้วิธีรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยอ้างอิงจากบันทึกประวัติการักษานี่เองครับ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า
ทำไมการใช้เครื่องเลเซอร์รุ่นเดียวกันเป๊ะในสองคลินิก
ถึงให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างลิบลับครับ
ตัวเครื่องเป็นเพียงแค่เครื่องมือเท่านั้น
แต่การรู้ว่าจะใช้เครื่องมือนั้นในจังหวะแบบไหน และใช้บนพื้นฐานข้อมูลประวัติการรักษาอย่างไรต่างหาก
ที่เป็นตัวตัดสินผลลัพธ์ที่แท้จริง

👨⚕️ สรุปใจความสำคัญจากหมอวี ยองจิน:
เกณฑ์ในการเลือกคลินิกผิวหนังไม่ใช่แค่เรื่องชื่อแบรนด์เครื่องเลเซอร์หรือเรื่องราคาถูกครับ
แต่ให้ตรวจสอบว่า มีแพทย์เฉพาะทางเข้ามาดูแลคนไข้โดยตรง และมีการบันทึกประวัติเพื่อออกแบบการรักษาในครั้งจำถัดไปอย่างต่อเนื่องหรือไม่
เพราะนั่นคือ 'การดูแลผิว' ที่แท้จริงครับ
การรักษาแนวนี้เหมาะกับคนไข้กลุ่มไหนบ้าง?
แม้แต่ละเคสจะมีความแตกต่างกันไป แต่ตามปกติผมจะแบ่งกลุ่มคนไข้ง่ายๆ ดังนี้ครับ
เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมากครับ
ว่าการตรวจรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางจะต้องเป็น 'หัตถการที่แพงหูฉี่และหรูหราอลังการ' เสมอไป
ในความเป็นจริงคือเน้นไปที่การลดหัตถการที่ไม่จำเป็นออกไปมากกว่าครับ
ประเภทคนไข้ | ลักษณะปัญหา | ทำไมการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางโดยตรงจึงสำคัญ |
|---|---|---|
ท่านที่เคยไปทำเลเซอร์มาหลายคลินิกแล้วไม่เห็นผล | ทำหัตถการซ้ำๆ โดยไม่มีการบันทึกความคืบหน้าของผิว | สามารถประเมินหาสาเหตุจริงจากประวัติเดิม แล้วปรับแผนการรักษาแอย่างตรงจุด |
ผิวแพ้ง่าย มีรอยแดง หรือปัญหาเม็ดสีไวต่อสิ่งกระตุ้น | หากทำหัตถการมากเกินไป (over-treatment) ผิวอาจจะแย่ลงได้ | จำเป็นต้องค่อยเป็นค่อยไป และปรับพลังงานตัวเครื่องอย่างละเอียดในทุกครั้ง |
ท่านที่ต้องการดูแลผิวพรรณในระยะยาว | ไม่ใช่การมาทำสวยแค่ครั้งเดียว แต่ต้องการการบำรุงแบบสะสม | สามารถดูแลผิวเชิงกลยุทธ์ได้ ผ่านการเชื่อมโยงประวัติในทุกครั้งที่มาเยือน |
ท่านที่ต้องการเลี่ยงหัตถการที่ฟุ่มเฟือยเกินจริง | ไม่ต้องการโดนยัดเยียดคอร์ส/แพ็กเกจ อยากทำเฉพาะที่จำเป็นจริงๆ | แพทย์เฉพาะทางจะเป็นผู้ประเมินและแนะนำสิ่งเดียวที่ช่วยแก้ปัญหาโดยไม่เอาเปรียบคนไข้ |
อย่างไรก็ตาม ระบบของเราก็อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนเสมอไปนะครับ
เนื่องจากระบบที่แพทย์เฉพาะทางลงมือทำเคสด้วยตัวเองทั้งหมด
ทำให้คิวการนัดหมายค่อนข้างแน่นและเต็มเร็วมากครับ
สำหรับคนไข้ที่ต้องการจองคิวแบบด่วนทันที หรืออยากแวะมาทำหัตถการด่วนแบบ single-day
อาจจะไม่สะดวกในเรื่องของเวลานัดหมายครับ
แต่อยากให้มั่นใจว่า หากได้คุยและวางแผนทิศทางการรักษาที่ถูกต้องร่วมกันตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว
ในระยะยาวจะช่วยลดจำนวนครั้งและทุ่นเวลาการรักษาลงไปได้เยอะเลยล่ะครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1. คลินิกตั้งอยู่ที่ฮงแด เดินทางมาจากอิลซานยากไหมคะ?
A. สามารถเดินทางมาได้สะดวกมากครับ มีคนไข้หลายท่านเดินทางมาจากอิลซานเยอะเลยครับ
เนื่องจากคลินิกอยู่ติดกับสถานี Hongik University เลยครับ
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที ก็สามารถเดินทางมาดูแลผิวพรรณแบบเป็นประจำได้แล้วครับ
ก่อนจะแวะเข้ามา สามารถแอดปรึกษาทาง LINE หรือช่องทางติดต่อของเราก่อนได้นะครับ
ผมยินดีประเมินและวางแนวทางเบื้องต้นให้ก่อนเข้ารับบริการจริงครับ
Q2. ค่าใช้จ่ายและจำนวนครั้งในการทำหัตถการเป็นอย่างไรบ้างครับ?
A. เนื่องจากโปรแกรมจะปรับตามสภาพผิวและปัญหาเฉพาะบุคคลของแต่ละท่านครับ
จึงไม่สามารถแจ้งเป็นตัวเลขราคาแบบเหมารวมได้ทันทีครับ
แต่ผมขอยืนยันว่า คลินิกเราจะไม่มีนโยบาย 'ยัดเยียดคอร์สหรือแพ็กเกจรักษา' ล่วงหน้าแน่นอนครับ
เราจะตรวจประเมินผิวจริงในครั้งแรก แล้วค่อยๆ ปรับแผน
โดยพิจารณาจากผลลัพธ์และอาการตอบสนองของผิวในรอบต่อๆ ไปอย่างระมัดระวังครับ
เมื่อเข้ามาที่คลินิกครั้งแรก หลังปรึกษาเสร็จจะได้รับรายละเอียดค่าบริการทั้งหมดอย่างชัดเจนครับ
Q3. หลังทำหัตถการแล้วหากมีผลข้างเคียง (side effects) ต้องทำอย่างไรบ้างครับ?
A. มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากอธิบายเพื่อให้คนไข้คลายกังวลล่วงหน้าครับ
คือไม่ว่าจะเป็นหัตถการแบบใด ผิวก็สามารถเกิดปฏิกิริยาชั่วคราวหลังทำได้เสมอครับ
เช่น อาการหน้าแดง (Erythema), ผิวแห้งลอก หรือรอยเม็ดสีที่อาจจะดูเข้มขึ้นชั่วคราว
ซึ่งอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่คือกระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติหลังการรักษาครับ
อย่างไรก็ตาม หากคลินิกมีการจดบันทึกปฏิกิริยาเหล่านี้ไว้อย่างละเอียด
และมีคุณหมอคอยตรวจสอบในการเข้ามาใช้บริการครั้งถัดไป
เราจะประเมินได้อย่างชัดเจนทันทีครับว่าเป็น "ผลข้างเคียงจริง หรือเป็นแค่ปฏิกิริยาตามธรรมชาติของกระบวนการรักษา"
ดังนั้น การมีระบบบันทึกประวัติการรักษาอย่างเข้มงวด จึงไม่ใช่แค่เรื่องบริการทั่วไปล่ะครับ
แต่มันคือหนึ่งในระบบมาตรฐานความปลอดภัยทางแพทย์ที่เราใส่ใจที่สุดครับ
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางโซเชียลมีเดียก่อนเดินทางมาได้เสมอครับ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ หมอวี ยองจิน ครับ
▶ บทความแนะนำให้อ่านร่วมกัน
▶เจาะลึก Ulthera 300 shots ควรทำเฉพาะจุดที่โหนกแก้มเท่านั้น? [โดยแพทย์เฉพาะทาง SNU]
▶เทียบชัดๆ Radiesse เห็นผลทันใจ vs Sculptra ค่อยๆ ปรับผิวละมุน เลือกแบบไหนที่เหมาะกับคุณ?
▶รีวิว Pico Toning ทำกี่ครั้งฝ้าถึงจะจางลง? สรุปขั้นตอนการเปลี่ยนแปลของผิวในแต่ละสเต็ป
▶อาการบวมหลังทำ Ulthermage กี่วันหาย? คู่มือเตรียมตัวและฟื้นฟูผิวสำหรับผู้ที่มีนัดสำคัญ

ยกกระชับ
แก้มชาตื้อ ๆ หลังทำ Ultherapy Prime ปกติไหม อีกกี่วันหาย?

โครงหน้า&วอลลุ่ม
ฉีด Sculptra แล้วแก้มขึ้นข้างเดียว อีกนานไหมกว่าจะเท่ากัน?

ยกกระชับ
ลด Level พลังงาน Thermage เพราะกลัวเจ็บ ผลลัพธ์จะหายไปด้วยไหม?

ผิว
ขนคุดที่แขน ยิ่งขัดสครับยิ่งแดง เปลี่ยนวิธีดูแลยังไงดี?

ยกกระชับ
หลัง Onda Lifting แล้วสองข้างหน้าลดไม่เท่ากัน — ปกติหรือต้องกังวล?

ผิว
สกินบูสเตอร์หมดฤทธิ์แล้วจริงไหม หลังสองเดือนผิวเริ่มแห้งขึ้น



